ตอนที่แล้วตอนที่ 27 เต้นรำ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 29 การถือกำเนิดของเกม

ตอนที่ 28 รอบปฐมทัศน์


โจชัวหยิบผลึกออริจินัมที่มีเครื่องหมาย“1” และผสานมันด้วยมานา จากนั้นภาพที่เก็บไว้ในผลึกก็ถูกฉายขึ้นในอากาศและโจชัวก็เลื่อนการฉายภาพไปยังผนังปราสาทเรียบๆ

หน้าจอภาพยนตร์ที่ใคร ๆ ก็สามารถเพลิดเพลินได้บนโลก ในที่สุดก็ปรากฏขึ้นในปราสาทโบราณ

แสงไฟดับลง โดยมีเพียงการฉายภาพจากผลึกออริจินัมที่ส่องสว่างไปทั่วบริเวณ โจชัววางผลึกลงบนโต๊ะก่อนที่เขาจะเดินไปยังที่นั่งผู้ชมที่ตั้งไว้ชั่วคราว

ความคืบหน้าในการถ่ายทำของ“โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” ดำเนินไปเกือบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว และส่วนที่เหลือของเรื่องคือฉากที่แกสตันนำชาวเมืองเข้าโจมตีปราสาท

โครงเรื่องส่วนนี้โจชัวต้องแจ้งกับดยุคล่วงหน้า แม้ว่าพวกเขาจะทำพันธสัญญาแล้วก็ตาม

ท้ายที่สุดมันเป็นมารยาทที่จะต้องแจ้งให้เจ้าของทราบ เมื่อเราจะนำฝูงชนมาสร้างความวุ่นวายที่บ้านของนาง แม้ว่าจะเป็นเพียงการแสดงก็ตาม

ดังนั้นโจชัวจึงใช้วิธีพิเศษเพื่อแจ้งให้ดยุคแห่งกระดูกทราบถึงความตั้งใจของเขา

ด้วยเหตุนี้ดยุคแห่งกระดูกจึงได้กลายเป็นผู้ชมตัวอย่างหนังคนแรกของโลก แต่ไม่ใช่ดยุคแห่งกระดูกเพียงคนเดียว แต่คนรับใช้ที่น่ากลัวของเขาก็ด้วย

หนังเล่นตามที่โจชัววางแผนไว้ ไม่ว่าจะเป็นมุมกล้อง คำอธิบายของฉาก และแม้กระทั่งการจัดแสงทุกอย่างล้วนเป็นที่พอใจของเขามาก ดยุคแห่งกระดูกเองเล่นเพลงประกอบภาพยนตร์

ปราสาททั้งหลังเงียบสงัด ได้ยินเพียงบทสนทนาของตัวละครในภาพยนตร์เรื่องนี้

ในภาพยนตร์มีหลายฉาก รวมถึงปราสาทซึ่งดยุคคุ้นเคย ส่วนซิริเฝ้าดูด้านข้าง

อย่างไรก็ตามทั้งดยุคแห่งกระดูกและซิริยังคงจดจ่ออยู่กับภาพยนตร์เรื่องนี้ และโจชัวก็ยังได้ยินเสียงลมหายใจซึ้ง ๆ ในช่วงที่สำคัญของเนื้อเรื่อง

ฉากเดียวกันอาจถ่ายจากมุมที่ต่างกันเพื่อกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกที่แตกต่างกัน แต่จังหวะของเรื่องราวและบทสนทนาไม่ได้อยู่ในชีวิตจริง

โจชัวเชื่อว่าเสน่ห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภาพยนตร์คือความสามารถในการบอกผู้ชมว่า“โลกนี้มีสิ่งสวยงามแบบนี้” แน่นอนว่าเขาสามารถแทนที่คำว่าสวยด้วยคำอื่นได้เช่นกัน

สาระสำคัญของภาพยนตร์คือการให้ผู้ชมได้สัมผัสกับชีวิตที่แตกต่าง และสิ่งมีชีวิตทรงสติปัญญามักจะสนใจในชีวิตที่พวกเขาไม่เคยมี

เนื่องจากภาพยนตร์ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ภาพจึงหายไปทันทีเมื่อเรื่องราวดำเนินไปได้ครึ่งทาง

"เกิดอะไรขึ้น? ฉากอื่น ๆ ไปไหน?”

ก่อนที่โจชัวจะพูด เสียงของดยุคแห่งกระดูกก็ดังก้องไปทั่วห้องโถงมืด แสงไฟที่ลุกโชนในดวงตาของนางหันมาจ้องโจชัวอีกครั้ง

“ท่านหญิง ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์”

โจชัวมีแผนที่จะเสนอแนวคิดของภาพยนตร์ให้กับดยุคแห่งกระดูกเท่านั้น นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงฉาย "โฉมงามกับเจ้าชายอสูร" ที่ไม่สมบูรณ์ต่อหน้าดยุค

“การถ่ายทำจะเสร็จเมื่อใด?”

ดยุคแห่งกระดูกยอมรับว่านางเริ่มตั้งหน้าตั้งตารอโครงเรื่องที่กำลังจะมาถึง วินาทีที่ภาพยนตร์ถึงจุดไคลแม็ก หน้าจอกลับดับลง ดยุคคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติกับผลึกออริจินัมของโจชัว แต่เขากลับบอกนางว่ามันยังไม่สมบูรณ์

นี่เป็นครั้งสองที่โจชัวสามารถกระตุ้นให้ดยุคสนใจ

“ถ้าท่านหญิงยินยอมที่จะอนุญาตให้มนุษย์เข้ามาในปราสาท และเดินเล่นรอบ ๆ สักหน่อย…ข้าสามารถฉายหนังเรื่องนี้ได้ภายในอีกสองวัน”

ดยุคแห่งกระดูกครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ขณะที่นางเคาะนิ้วบนพนักพิงเก้าอี้ ราวกับว่านางกำลังลังเล

“ฝ่าบาท ท่านต้องการให้ข้าจัดงานแสดงในโลกมนุษย์จริงๆหรือ?”

ไฟวิญญาณในดวงตาของดยุคสงบลง พันธสัญญาของนางกับโจชัวมีไว้เพื่อให้นางได้โน้ตจากโจชัว ส่วนความหวังของโจชัวที่จะให้มนุษย์เข้ามาถือเป็นเรื่องตลก

สำหรับหายนะที่ยังมีชีวิตอย่างนางจะให้มนุษย์เข้ามาเดินในปราสาท? ดยุคแห่งกระดูกไม่เคยได้ยินเรื่องตลกร้ายแบบนี้มาก่อน

อย่างไรก็ตามภาพยนตร์เรื่อง“โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” ทำให้นางมีความเชื่อเล็กน้อยว่าโจชัวสามารถเปลี่ยนวิธีคิดของมนุษย์ที่มีต่อพวกนางได้จริงๆ

“ข้าจริงจัง และข้าจะเขียนชื่อของท่านในตอนท้ายของภาพยนต์ ทุกคนที่รับชมจะรู้ว่าเพลงประกอบที่ยอดเยี่ยมทั้งหมดในภาพยนตร์นั้นเป็นผลงานของท่าน”

“ถ้าอย่างนั้นก็ดำเนินการต่อไป ข้าจะรอตอนจบของมัน”

คำตอบของโจชัวทำให้ดยุคแห่งกระดูกตัดสินใจ

หลังจากได้รับอนุญาตจากดยุค โจชัวก็เตรียมถ่ายทำในส่วนสุดท้ายของภาพยนตร์ อย่างไรก็ตาม ดยุคแห่งกระดูกกลับดึงมือของโจชัวอีกครั้ง

“ฝ่าบาทช่วยบอกตอนจบของหนังเรื่องนี้ก่อนได้ไหม? สุดท้ายแล้ว เบลล์กับเจ้าชายจะได้อยู่ด้วยกันไหม?”

ความอยากรู้อยากเห็นของดยุคแห่งกระดูกซึ่งมอดดับไปนานหลายศตวรรษถูกโจชัวปลุกขึ้น ตอนแรกนางคิดว่าจะรอตอนจบจนกว่าภาพยนตร์จะเสร็จสิ้น แต่ดยุคแห่งกระดูกพบว่าตัวเองไม่สามารถรอจนกว่าจะถึงตอนนั้น

เมื่อดยุคแห่งกระดูกถามคำถามนั้น ผู้ชมทุกคนไม่ว่าจะเป็นซิริ หรือผีต่างก็หันมามองโจชัว ราวกับว่าพวกเขาก็อยากที่จะรู้ตอนจบของภาพยนตร์

“เอ่อ…”

โจชัวรู้สึกกดดันอย่างมากที่มีสายตามากมายจ้องมองมาที่เขา แต่ในที่สุดโจชัวบอกตอนจบอย่างที่มันเป็น

“ไม่…”

"อะไร?!"

“มันจบลงด้วยการที่เจ้าชายปีศาจสละตัวเองเพื่อปกป้องเบลล์…ใช่…ตายในอ้อมแขนของเบลล์”

จู่ๆโจชัวก็รู้สึกหนาวสั่นไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไฟวิญญาณของดยุคแห่งกระดูกลุกโชน ขณะที่นางจ้องมองเขา ความรู้สึกว่าเขาอาจตายในช่วงเวลาใดก็ได้ปรากฏขึ้น

“เจ้าพูดจริงงั้นหรือ?!”

โจชัวได้ยินคำถามที่น่ากลัวสุดที่ดยุคแห่งกระดูกถาม แม้ว่าดยุคแห่งกระดูกจะไม่ประทับใจโจชัว แต่นางก็ยังคงรักษามารยาทพื้นฐานไว้

ตอนนี้ดยุคแห่งกระดูกดูเหมือนต้องการจะสื่อว่า“ถ้าเจ้ากล้าเขียนตอนจบให้เศร้า เชื่อข้าเถอะว่าข้าจะระเบิดเจ้าให้แหลกเละ!”

จากนั้นโจชัวก็ระลึกถึงนักเขียนบางคนบนโลกที่เขียนโศกนาฏกรรมยอดเยี่ยมจนผู้ชมต้องหลั่งน้ำตา

“ท่านหญิงนี่เป็นเพียงเรื่องสมมติเท่านั้น และ…ก็มีผลเช่นกัน”

“โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” ได้รับการดัดแปลงมากมายบนโลก บทที่โด่งดังที่สุดก็คือเวอร์ชั่นของดิสนีย์ แต่นอกเหนือจากนั้นยังมีอีกบทหนึ่งที่ถ่ายทำในภาษาฝรั่งเศสด้วย

นอกจากนี้โจชัวยังสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อเปลี่ยนวิธีที่มนุษย์มองปีศาจ

ดังนั้นโจชัวจึงเขียนให้เจ้าชายเป็นตัวละครครึ่งมนุษย์ครึ่งปีศาจที่ถูกสาปให้อยู่ในร่างปีศาจตลอดไป และจะกลับร่างเป็นมนุษย์หากพบรักแท้

โจชัวเลือกที่จะเปลี่ยนตอนจบให้ปีศาจตายในอ้อมแขนของเบลล์หลังจากที่เขาปกป้องนาง

โศกนาฏกรรมต้องลึกซึ้งกว่าคอเมดี้อยู่แล้วนี่?

อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นปฏิกิริยาของดยุคแห่งกระดูก โจชัวก็คิดว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนเรื่องราวเล็กน้อย คำสาปจะหายไป แต่เจ้าชายปีศาจยังคงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขร่วมกับเบลล์ในปราสาท

โจชัวไม่ได้คาดหวังว่าลิชอย่างนางจะมีจิตใจของหญิงสาวที่เปราะบางเช่นนี้

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด