ตอนที่แล้วDual Cultivation บทที่ 599 แรงกระตุ้นที่อยากจะทำอย่างรุนแรง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปDual Cultivation บทที่ 601 เพิ่มความหนักหน่วง

Dual Cultivation บทที่ 600 เรียนรู้เรื่องช่องโหว่ (ฟรี)


Dual Cultivation บทที่ 600 เรียนรู้เรื่องช่องโหว่

หลังจากที่เงียบไปชั่วขณะ ซูหยางก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ช่องโหว่รึ… เจ้าพูดถึงเรื่องอะไร”

“เอ๋” ถังหลิงซีมองดูเขาด้วยดวงตาเบิกกว้าง ดูเหมือนจะประหลาดใจกับปฏิกิริยาของเขา

“เจ้ามิรู้ว่าข้าพูดถึงเรื่องอะไรรึ” เธอถามเขา

เขาส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “แม้ว่าข้าอาจจะได้อาศัยอยู่ที่ตำหนักจันทราศักดิ์สิทธิ์เป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่การเคลื่อนไหวของข้าในที่แห่งนั้นก็จำกัดมาก จนถึงขั้นที่ว่าข้ามิอาจที่จะจากตำหนักหลักไปได้หากมิได้รับการอนุญาตจากเทพจันทรา”

เหตุผลเดียวที่ข้าได้รับอนุญาตให้อยู่ที่นั่นก็เพราะว่าวิชาที่ข้ามีนั้นสามารถที่จะเพิ่มความบริสุทธิ์ของสายเลือดได้ซึ่งเป็นที่สนใจจากเทพจันทรา นอกจากเยว่ไห่กับชิวเยว่แล้ว ข้าก็ยากจะได้พบกับคนอื่นในที่แห่งนั้น ส่วนเรื่องที่ว่าพวกเขามีความลับอะไรนั้น ข้าก็จะรู้ตามที่เยว่ไห่ยินดีที่จะบอกข้าเท่านั้น”

“ไม่น่าเชื่อ…” ถังหลิงซีพึมพัมด้วยเสียงตกตะลึง และเธอก็พูดต่อไปในภายหลังว่า “ถ้าเช่นนั้นเจ้ารู้ถึงเรื่องสถานะ”กระตุ้น“ของพวกเขาหรือไม่”

“เจ้าหมายความถึงเมื่อตอนที่พวกเขามีความต้องการทางเพศที่ควบคุมไม่ได้อย่างนั้นใช่หรือไม่ ข้ารู้เรื่องนั้นตั้งแต่เยว่ไห่ได้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นสองสามครั้งในขณะที่ข้าอยู่ที่นั่น และข้าก็ได้ประสบกับความก้าวร้าวของเธอด้วยตัวของข้าเองในช่วงเวลานั้น” ซูหยางกล่าว และเขาก็พูดต่อไปอีกว่า “แม้ว่าปกติแล้วเธอจะต่อต้านความต้องการนั้น เหตุผลเดียวที่เธอรุนแรงขึ้นมานั้นก็เพราะว่าข้าอยู่ที่นั่น ซึ่งนั่นทำให้เธอนั้นทนไม่ได้”

“อะไรนะ เยว่ไห่สามารถที่จะควบคุมความต้องการได้รึ” ถังหลิงซีประหลาดใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น “เธอทำเช่นนั้นได้อย่างไร เทคนิคประเภทไหนกันที่เธอใช้”

“มิได้มีเทคนิคใดอยู่เบื้องหลัง เธอทนมันด้วยพลังใจของเธอเอง เยว่ไห่เป็นผู้หญิงแกร่งที่มีจิตใจเข้มแข็ง” ซูหยางถอนหายใจ

“ว่าแต่ว่า อะไรคือช่องโหว่ที่เจ้าเอ่ยถึงรึ มีช่องโหว่สำหรับคำสาปของเธอด้วยรึ เจ้ารู้ได้อย่างไรในเรื่องประเภทนี้” เขาถามเธอ

“ช่องโหว่จะยอมให้ชิวเยว่หรือใครก็ตามจากตำหนักจันทราศักดิ์สิทธิ์มีเพศสัมพันธ์กับคนภายนอกได้” เธออธิบาย

“อะไรกัน มีอะไรแบบนั้นเกิดขึ้นด้วยรึ” ซูหยางเกิดความตระหนกขึ้นมาจริงๆในคราวนี้

ถังหลิงซีพยักหน้าและอธิบายให้กับเขาว่า “คำสาปนั้นจักมิทำงานตราบเท่าที่เจ้ามิได้ทะลวงช่องคลอดของเธอ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือตราบเท่าที่เจ้าเพียงแค่ทะลวงประตูหลังเธอเท่านั้น เจ้าก็จักมีเพศสัมพันธ์กับเธอได้”

ซูหยางจ้องมองดูเธอโดยที่ปากอ้าจนคางจรดพื้น เขาไม่คาดว่าช่องโหว่สำหรับคำสาปนั้นจะเป็นอะไรที่เรียบง่ายอย่างเช่นการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก

“เจ้าไปเรียนรู้เรื่องนี้มาจากไหนกัน” เขาถามเธอหลังจากผ่านไปชั่วขณะ

“บางทีเจ้าอาจจะมิรู้ในเรื่องเธอ ในเมื่อเธอปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่เจ้าสิ้นไปแล้ว แต่ก็มีหญิงงามเมืองเลื่องชื่อที่มาจากตำหนักจันทราศักดิ์สิทธิ์”

“อะไรกัน มีคนจากตำหนักจันทราศักดิ์สิทธิ์ทำงานเป็นหญิงงามเมืองด้วยรึ มิมีทางที่เทพจันทราจักปล่อยให้อะไรทำนองนี้เกิดขึ้น” ซูหยางกล่าวด้วยใบหน้าประหลาดใจ

“แน่นอนว่าต้องเป็นเช่นนั้น เทพจันทราได้พยายามที่จะเข้าไปแทรกแซงหลายครั้ง แต่ด้วยว่าเธอได้รับการหนุนหลังจากการทำงานเป็นหญิงงามเมืองปกป้องเธอไว้ กระทั่งเทพจันทราก็ยังถูกขัดมือขวางเท้า อย่างไรก็ตามข้าเคยได้พูดกับเธอครั้งหนึ่ง และเธอก็ได้บอกข้าในเรื่องช่องโหว่”

“....”

ซูหยางพูดไม่ออกเป็นเวลานานหลังจากที่ได้เรียนรู้ข้อมูลใหม่นี้

“ข้าสามารถที่จะกอดชิวเยว่โดยมิจำเป็นต้องที่จะจัดการกับเทพจันทราอย่างงั้นรึ” เขาคิดในใจ

หลังจากนั้นชั่วขณะ เขาก็ถามเธอว่า “ชิวเยว่รู้เรื่องช่องโหว่นี้แล้วรึ”

“ใช่ข้าได้บอกเธอไปในวันนี้”

“ข้าเข้าใจ….”

“เจ้ามิอยากให้เธอรู้เรื่องนี้รึ” เมื่อเห็นท่าทางของเขา ถังหลิงซีก็ถามเขาพร้อมกับเลิกคิ้ว

“ไม่ มิใช่เช่นนั้น ถ้าเจ้ายังมิได้บอกกับเธอ ข้าก็จะบอกเธอด้วยตัวของข้าเองเมื่อข้ารู้เรื่องนี้แล้วในตอนนี้ แต่ทว่า ชิวเยว่… มิได้เหมือนแม่ของเธอ เธอเป็นสิ่งมีชีวิตที่ละเอียดอ่อนมาก ข้ามิต้องการให้เธอรู้สึกกดดันและรีบตัดสินใจในเมื่อตอนนี้เธอมีทางเลือกจริงที่จะทำได้”

“ส่วนในเรื่องที่ว่าคนของตำหนักจันทรากับความต้องการทางเพศนั้น… ข้ามีแผนที่จะบอกความจริงกับเธอยามเมื่อพวกเราไปถึงยังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์แล้วในเมื่อเธอได้รับความกดดันมากพอแล้ว”

“ข้าเข้าใจ… ที่ว่าทำไมเจ้าจึงมิได้บอกกับเธอในเรื่องนี้” ถังหลิงซีพยักหน้าด้วยท่าทางเข้าใจ

“มิว่าอย่างไร ช่องโหว่นี้… มันอาจจะเป็นจุดพลิกผันในความสัมพันธ์ของเจ้ากับชิวเยว่”

“ทั้งหมดนั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับเธอ ตามจริงแล้วข้าจักทำตัวเหมือนกับว่าข้ามิรู้อะไรเพื่อที่ว่าเธอจะมิได้รู้สึกอึดอัด”

“ตามที่เจ้ารู้สึกว่าถูกต้อง ซูหยาง”

เช้าวันถัดมา ซูหยางก็ออกจากศาลาหยินหยางไปร่วมฝึกกับศิษย์อีกครั้ง

หลังจากที่ฝึกกับศิษย์แล้ว เขาก็ไปฝึกกับผู้อาวุโสนิกาย

“สุดท้ายท่านก็นึกขึ้นได้ว่าข้ายังมีตัวตนอยู่” ซุนจิงจิงกล่าวขึ้นพร้อมกับทำสีหน้าไม่มีความสุขหลังจากที่เห็นเขาที่ประตูห้องของเธอ

“ขออภัย ข้าวุ่นวายอยู่ในช่วงก่อนหน้านี้”

“ข้าเพียงล้อท่านเล่น ซูหยาง” เธอพลันหัวเราะ “มิว่าอย่างไร อะไรที่ชักนำท่านมาที่นี่ในวันนี้ ท่านกำลังหวังที่จะมาร่วมฝึกกับข้ารึ”

“เจ้ามิต้องการข้ารึ”

“ข้ามิได้กล่าวเช่นนั้น” เธอรีบตอบก่อนที่จะกอดแขนเขาและดึงเขาเข้าไปในบ้านสู่ห้องของเธอ

ยามเมื่อพวกเขาอยู่ภายในห้องของเธอแล้ว ซุนจิงจิงก็ล้มตัวลงไปบนเตียงโดยที่ยังมีซูหยางติดอยู่กับแขนของเธอ

“เจ้าก้าวร้าวมากกว่าปกตินะ หรือว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้น” ซูหยางกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

อย่างไรก็ตามซุนจิงจิงไม่ได้ตอบคำถามของเขาในทันทีแต่กลับให้จูบที่เปี่ยมไปด้วยความหลงไหลแทน

“อืมม”

หลังจากที่จูบกันเป็นเวลาชั่วขณะ ซุนจิงจิงก็กล่าวว่า “ข้าพบกับหลานลี่ชิงตามที่ท่านได้บอกไปแล้ว… หรือว่าข้าควรจะเรียกเธอว่าซูลี่ชิงดี ท่านควรจะบอกข้าก่อนหน้านี้ว่าเธอก็ได้รับประทับประจำตระกูลเช่นเดียวกัน”

“นั่นคงมิสนุกนักหากว่าข้าบอกเจ้าไปทุกสิ่ง ใช่ไหม”

“มันน่าประหลาดใจเกินไป เมื่อมาคิดว่าท่านได้ร่วมฝึกกับผู้อาวุโสนิกายในขณะที่ยังเป็นศิษย์นอก ทั้งยังเป็นถึงผู้อาวุโสหลานซึ่งมีชื่อเสียงว่าเป็นผู้อาวุโสนิกายพรหมจรรย์เพียงคนเดียวจากทั่วทั้งนิกาย”

“งั้นรึ แล้วเจ้าคิดอย่างไรกับเธอ” ซูหยางถามเธอ

“อืมม…” เมื่อได้ยินคำถามของเขา ซุนจิงจิงก็เริ่มครุ่นคิดด้วยสีหน้าจริงจัง

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด