ตอนที่แล้วเทพปีศาจหวนคืน บทที่ 1052 การไล่ล่าของวังสวรรค์
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปเทพปีศาจหวนคืน บทที่ 1054 เผชิญหน้าภัยพิบัติ (2)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 1053 เผชิญหน้าภัยพิบัติ (1) (อ่านฟรี)


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 1053 เผชิญหน้าภัยพิบัติ (1) (อ่านฟรี)

แปลโดย iPAT 

“ผู้ใดจะคิดว่าข้าต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง” ฟางหยวนถอนหายใจและบินลงมาจากท้องฟ้า

มันเป็นพื้นที่สีขาว

แดนน้ำแข็งที่ถูกปกคลุมไปด้วยชั้นหิมะ

สายลมอันหนาวเย็นพัดมาพร้อมกับเกล็ดหิมะและก้อนน้ำแข็งจำนวนนับไม่ถ้วน

พายุหิมะทำให้ขอบเขตการมองเห็นของฟางหยวนลดลงอย่างมาก

มวลอากาศเย็นทำให้ฟางหยวนต้องใช้วิญญาณหลายดวงเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย

ที่นี่อยู่ในอาณาเขตของภาคเหนือ

แต่มันเป็นพื้นที่ทางเหนือสุดของภูมิภาคที่รู้จักกันในนามของแดนน้ำแข็ง

เดิมทีมันเคยเป็นที่ราบทุ่งหญ้า แต่หลังจากการต่อสู้ของผู้อมตะ ภูมิประเทศดั่งเดิมจึงถูกทำลาย

เมื่อการต่อสู้จบลง เทพปีศาจคลั่งได้รับชัยชนะ เขาเปลี่ยนร่างเป็นวิหคน้ำแข็งบรรพกาลและแช่แข็งสถานที่แห่งนี้เอาไว้

ไห่ลั่วหลันเคยเลือกสถานที่แห่งนี้เพื่อก้าวเข้าสู่ขอบเขตอมตะ

เหตุผลเป็นเพราะแดนน้ำแข็งแห่งนี้มีความหมายที่แท้จริงบนเส้นทางความแข็งแกร่งและเส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลงของเทพปีศาจคลั่งซ่อนอยู่ เมื่อผู้ใช้วิญญาณบนเส้นทางความแข็งแกร่งหรือเส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลงมาที่นี่เพื่อก้าวข้ามเข้าสู่ขอบเขตอมตะ มันจะกระตุ้นให้ความหมายที่แท้จริงบนเส้นทางความแข็งแกร่งและเส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลงปรากฏขึ้น

การได้รับความหมายที่แท้จริงเหล่านี้ไม่ต่างจากการได้รับคำสั่งสอนโดยตรงจากเทพปีศาจคลั่ง

ความทรงจำปรากฏขึ้นในใจของฟางหยวน

มันยังกระจ่างชัดเหมือนพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้

แต่ตอนนี้ทุกสิ่งกลับเปลี่ยนแปลงไป

เทพธิดาหลี่ซานตายไปแล้ว ไห่ลั่วหลันกับไท่เป่ยหยุนเฉิงถูกบังคับให้ทรยศ ตอนนี้เหลือตัวเขาเพียงผู้เดียว

สถานการณ์ของเขาแตกต่างจากก่อนหน้าอย่างมาก

‘ผู้ใช้วิญญาณบนเส้นทางความแข็งแกร่งและเส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลงจะได้รับความหมายที่แท้จริงจากเทพปีศาจคลั่งเพียงครั้งเดียวเมื่อพวกเขาก้าวเข้าสู่ขอบเขตอมตะ แต่ด้วยท่าไม้ตายอมตะมิติภัยพิบัติ มันอาจทำให้ข้าได้รับความหมายที่แท้จริงซ้ำๆ’ ฟางหยวนคิด

‘ไห่ลั่วหลันมีสุดยอดกายาเทพยุทธ์ที่แท้จริง การก้าวเข้าสู่ขอบเขตอมตะของนางอันตรายมาก นางแทบจะไม่สามารถผ่านมันไปได้ ด้วยมิติช่องว่างจักรพรรดิของข้า สถานการณ์ของข้าย่อมอันตรายกว่านางมาก’

ฟางหยวนรู้สึกกดดัน

ผู้อมตะส่วนใหญ่มักใช้วิธีบนเส้นทางแห่งกาลเวลาเพื่อชะลอเวลาการเกิดภัยพิบัติ แต่ด้วยวิธีนี้พวกเขาจะไม่มีความก้าวหน้าขณะที่ทรัพยากรที่ผลิตได้ก็จะลดน้อยลง ดังนั้นพวกเขาจึงต้องคำนวณรายได้และค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ

บรรพชนผมยาวเคยใช้วิธีบนเส้นทางแห่งกาลเวลากับแดนศักดิ์สิทธิ์หลางหยาเช่นกัน นั่นเป็นเหตุผลที่เวลาในแดนศักดิ์สิทธิ์หลางหยาเดินค่อนข้างช้า

‘เวลาในมิติช่องว่างของข้าเดินค่อนข้างเร็ว ข้าต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติพิภพทุกสองเดือนของโลกภายนอก แม้การบ่มเพาะของข้าจะเพิ่มขึ้นพร้อมกับทรัพยากรที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่หากข้าไม่สามารถก้าวข้าม ข้าอาจตายและไม่เหลือสิ่งใด หลังภัยพิบัติครั้งนี้ ข้าต้องหาวิธีบนเส้นทางแห่งกาลเวลาเพื่อชะลอเวลาในมิติช่องว่างของข้า’

นี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับอนาคต แต่ในเวลานี้สิ่งสำคัญที่สุดคือภัยพิบัติที่กำลังจะมาถึง

“ฮืม!”

ฟางหยวนตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในมิติช่องว่างของเขาในที่สุด

‘วางมิติช่องว่างลงที่นี่!’ ฟางหยวนกัดฟันแน่นก่อนที่เขาจะเข้าไปในมิติช่องว่างจักรพรรดิ

เก้าชั้นฟ้า ห้าภูมิภาค

มันทั้งกว้างใหญ่และว่างเปล่า

ไม่มีทรัพยากรใดๆเพราะฟางหยวนยังไม่ได้เริ่มจัดการกับมัน

มีเพียงวิญญาณที่อาศัยอยู่ที่นี่เท่านั้น

โดยปกติแล้วมิติช่องว่างจะอยู่ในร่างกายของผู้อมตะ แต่เมื่อมันถูกวางลง ผู้อมตะจะถูกดึงเข้าสู่มิติช่องว่างของตน

ตอนนี้มิติช่องว่างของเขากำลังเชื่อมต่อและดูดซับปราณสวรรค์พิภพของโลกภายนอกเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตัวมันเอง

เมื่อผู้อมตะเผชิญหน้ากับภัยพิบัติ พวกเขามักจะวางมิติช่องวางลงบนพื้น

มีอีกสถานการณ์หนึ่งที่พวกเขาจะวางมิติช่องว่างลง มันคือกรณีที่ผู้อมตะมีทรัพยากรมากเกินไปแต่ปราณสวรรค์พิภพที่อยู่ในมิติช่องว่างมีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้นพวกเขาจึงต้องวางมิติช่องว่างลงเพื่อดูดซับปราณสวรรค์พิภพจากโลกภายนอก

ตอนนี้ร่างของฟางหยวนหายไปจากแดนน้ำแข็งเรียบร้อยแล้ว มิติช่องว่างของเขาไม่ต่างจากแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตัดขาดจากโลกภายนอกและไม่สามารถมองเห็น

พายุหิมะยังโหมกระหน่ำ

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆราวกับฟางหยวนไม่เคยมาที่นี่

ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ

แต่ในเวลาต่อมาปราณสวรรค์พิภพปริมาณมหาศาลก็ถูกดึงดูดเข้าสู่มิติช่องว่างของเขา

หลังจากชั่วครู่ปราณสวรรค์พิภพที่ไหลเข้าสู่มิติช่องว่างก็เริ่มชะลอตัวลงจากจุดเริ่มต้น

กล่าวได้ว่าความอยากอาหารของมิติช่องว่างมีอยู่อย่างจำกัด

ฟางหยวนสงบนิ่งมาก

เขามีประสบการณ์มากมาย หลังจากเห็นปราณสวรรค์พิภพหลั่งไหลเข้ามา เขาก็เริ่มจัดการวิญญาณของเขา

เขาส่งวิญญาณออกไปยังโลกภายนอกและติดตั้งค่ายกลวิญญาณเอาไว้รอบๆ

เพียงไม่กี่นาทีการจัดเตรียมทั้งหมดก็เสร็จสิ้น ฟางหยวนไม่ลังเลที่จะใช้พลังงานอมตะเพื่อกระตุ้นการทำงานของวิญญาณเหล่านี้

วิญญาณอมตะส่องประกายขึ้นในมิติช่องว่างของฟางหยวนทีละดวง

ในที่สุดพวกมันก็เชื่อมต่อกับวิญญาณระดับมนุษย์ที่อยู่ด้านนอก

แสงสีฟ้าขยายตัวออกไปปกคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ของแดนน้ำแข็งเอาไว้

ท่าไม้ตายอมตะ มิติภัยพิบัติ!

วิญญาณอมตะที่เป็นแกนกลางของท่าไม้ตายนี้เป็นวิญญาณอมตะระดับเจ็ดเกือบทั้งหมด ดังนั้นฟางหยวนจึงต้องใช้องุ่นเขียวอมตะจำนวนมหาศาล

โชคดีที่เขาได้รับหินวิญญาณอมตะจำนวนมากมาจากจิตวิญญาณแผ่นดินหลางหยา เขากระทั่งยืมวิญญาณบัวสวรรค์อมตะมาด้วย

สิบห้านาทีต่อมาท่าไม้ตายของเขาก็เสร็จสมบูรณ์ ฟางหยวนใช้พลังงานอมตะที่มีอยู่ไปมากถึงหกสิบส่วน

‘ค่าใช้จ่ายนี้เกินกว่าจำนวนที่จิตวิญญาณแผ่นดินหลางหยากล่าวไว้ไปไกลมาก! แต่เขายังกล่าวอีกว่าค่าใช้จ่ายจะผันแปรตามมิติช่องว่างของแต่ละคน’

ก่อนที่ภัยพิบัติจะมาถึง ฟางหยวนก็ใช้พลังงานอมตะไปแล้วมากกว่าครึ่ง

อย่างไรก็ตามเขาเจรจากับจิตวิญญาณแผ่นดินหลางหยาไว้แล้ว หากจำเป็น เขาสามารถยืมหินวิญญาณอมตะจากจิตวิญญาณแผ่นดินหลางหยาได้ทันที

แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ส่วนภัยพิบัติจะเป็นอย่างไรยังไม่มีผู้ใดสามารถบอกได้

ฟางหยวนรู้สึกถึงภัยพิบัติที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ

ในช่วงเวลานี้เขาตรวจสอบวิญญาณในการครอบครองอีกครั้ง

หลังจากหนึ่งชั่วโมงภัยพิบัติก็มาถึงในที่สุด

มิติช่องว่างจักรพรรดิเกิดการสั่นสะเทือนพร้อมกับปราณสวรรค์พิภพที่ปรากฏขึ้นจากทุกทิศทาง

ปราณสวรรค์และปราณพิภพปะทะกันทำให้พายุหิมะก่อตัวขึ้น

ในไม่ช้ามิติช่องว่างจักรพรรดิก็กลายเป็นโลกเยือกแข็ง

ฟางหยวนเห็นสิ่งนี้และรู้สึกมีความสุข ‘มิติภัยพิบัติได้ผลจริงๆ!”

“โฮก...”

อสูรหิมะค่อยๆปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ

“ภัยพิบัติอสูรหิมะ?” ฟางหยวนพึมพำขณะที่วิญญาณที่บินอยู่รอบๆสร้างเกาะป้องกันให้เขาก่อนที่เขาจะส่งวิญญาณอมตะดาบบินพุ่งออกไป

“ปุ”

วิญญาณอมตะดาบบินแทงทะลุศีรษะของอสูรหิมะและพุ่งออกด้านหลังก่อนที่มันจะบินกลับมาหาฟางหยวน

อสูรหิมะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแต่มันยังพุ่งเข้าโจมตีฟางหยวนอย่างบ้าคลั่ง

อสูรหิมะเหมือนอสูรโคลนและสัตว์อสูรเมฆาบรรพกาล พวกมันสามารถฟื้นฟูร่างกายหากไม่สามารถทำลายมันได้ในครั้งเดียว นี่ถือเป็นคู่ต่อสู้ที่รับมือได้ยาก

วิญญาณอมตะดาบบินเพียงดวงเดียวยังไม่สามารถสังหารพวกมัน

“แต่สิ่งที่ข้าใช้ตอนนี้คือท่าไม้ตายอมตะบนเส้นทางแห่งดาบ” ฟางหยวนเผยรอยยิ้มเย็น

อสูรหิมะวิ่งมาสองสามก้าวก่อนที่มันจะกรีดร้อง ปรากฏว่าแก่นพลังงานของมันถูกทำลายไปแล้ว ร่างกายที่สร้างขึ้นจากหิมะของมันจึงหลอมละลายกลายเป็นกองหิมะอยู่บนพื้น

ท่าไม้ตายอมตะ ดาบประหารชีวิต!