ตอนที่แล้วบทที่ 269
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 272

บทที่ 271


รุ่งเช้าของอีกวัน เสียงดังสนั่นลั่นไปทั่วทั้งเขตหนึ่งในเขตบ้านพัก เศษชิ้นส่วนจากแรงปะทะกระเด็นไปทั่วบริเวณเช่นเดียวกับฝุ่นควันฟุ้งกระจาย ควันสีดำพุ่งพวยขึ้นบนท้องฟ้า เสียงตะโกนโห่ร้องดังลั่นจังกุ๋ยกู่รีบปรากฏกายพร้อมกับสะบัดมือขวาแรงลมพัดหาฝุ่นควันจางหาย ผู้มีอันดับทั้งหมดรีบพุ่งทะยานมายังจุดปะทะพร้อมกับกลุ่มคนของตน ทันทีที่เข้าไปตรวจสอบด้านในก็พบกับซากศพชายหนุ่มผู้หนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ท่ามกลางกองเลือด หัวอิงรีบเข้าไปตรวจสอบสภาพศพด้านหน้าเสียหายจนแยกไม่ออกว่าเป็นผู้ใดจุดตันเถียนระเบิด ทั้งหมดนำซากศพออกมาด้านนอก เป็นหานป๋อที่เอ่ยวาจาออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ

“นั้นมันเนี่ยฟง”

หลายคนถึงกับตื่นตกใจหัวอิงรีบหันไปมองหานป๋อที่พุ่งทะยานเข้ามาอย่างเร่งรีบ

“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเป็นเนี่ยฟง”

“ข้าจดจำเขาได้ ตัวข้าและกลุ่มกำลังตามหาเขาอยู่ อีกอย่างที่นี่เป็นบ้านพักของเขา”

จัวกุ๋ยกู่แสยะยิ้มหันไปจ้องมองหานป๋อ เสียงเอ่ยวาจากล่าวถามดังลั่นไม่นานจัวกุ๋ยกู่ก็เข้าไปตรวจสอบ

“จากการตรวจสอบแล้วเป็นเนี่ยฟง พวกเจ้าแยกย้ายเถอะข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง”

ข่าวการตายของเนี่ยฟงแพร่กระจายไปทั่วเขตหนึ่งจัวกุ๋ยกู่ให้เหตุผลว่าเนี่ยฟงโหมฝึกฝนร่างกายเพิ่มพลังปราณจนจุดตันเถียนเกิดการความเสียหายระเบิดออกมา แน่นอนว่าหลายคนหลงเชื่อแต่ก็มีอีกหลายคนเช่นกันที่ไม่เชื่อในสิ่งที่จัวกุ๋ยกู่กล่าว

ในขณะนั้นเองภายในดินแดนอีกแห่งหนึ่งท่ามกลางแดดที่ร้อนแรงในสนามรบ ผู้คนที่นี่สวมชุดเกราะเหล็กพุ่งเข้าปะทะกัน บางส่วนขี่สัตว์อสูรเข้าต่อสู้ ปราณดาบและกระบี่หลากสีปลิวว่อนไปทั้งสองฝั่ง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เสียงร้องคำรามของสัตว์อสูรดังลั่นพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน บนเนินเขาเล็กๆมีชายฉกรรจ์สามคนยืนจ้องมองการปะทะด้านล่าง ส่วนด้านหลังมีกำลังชายฉกรรจ์สวมชุดเกราะเกือบร้อยนายยืนอยู่ ทันใดนั้นก็มีเสียงเอ่ยวาจาดังออกมา

“ไม่คิดว่าล่งซือจะทำได้เยี่ยมเช่นนี้ ขบวนของสงหยินจวินแตกร่นไม่เป็นท่า สงครามครั้งนี้คงเป็นทีของพวกเราแล้วพี่ใหญ่”

“แน่นอนเป็นไปตามที่ท่านผู้เฒ่ากล่าวเอาไว้ไม่มีผิด เอาละเหยียนอู่ หลงจวินรีบไปจัดการสงครามครั้งนี้เถอะ”

“ขอรับ พี่ใหญ่”

ไม่นานกลุ่มคนทั้งหมดก็ยกกองกำลังมุ่งสู่สนามรบ เสียงโห่ร้องดังลั่นของคนกลุ่มหนึ่งที่เห็นกองกำลังตามมาสมทบ ส่วนอีกกลุ่มเมื่อเห็นว่าเป็นกลุ่มของผู้ใดมาก็ตื่นตกใจ ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งอยู่บนหลังพยัคฆ์กวัดแกว่งดาบในมือหันตามองพร้อมกับสบถเสียงดังลั่น

“บัดซบพวกเราถอย เหมาหนานยกกองกำลังมาสมทบแล้ว”

เสียงตะโกนดังลั่น

“จะรีบไปไหนกันสงหยินจวิน ข้าเหยียนอู่กำลังอย่างประมือกับเจ้าอยู่พอดี”

สิ้นเสียงกล่าวก็มีชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งพุ่งทะยานจากหลังพยัคฆ์เข้าหาสงหยินจวินพร้อมกับสะบัดมือขวาของตนกำชับดาบในมือแน่น สงหยินจวินเองรีบโคจรลมปราณไปที่ดาบในมือจนเป็นแสงสีทองปรากฏออกมา เคร้ง ดาบทั้งสองเข้าปะทะกันเสียงดังสนั่นคลื่นแรงปะทะพัดหาฝุ่นควันพร้อมกับผู้คนรอบข้างกระเด็นออกไป การปะทะกันของยอดฝีมือเสียงดังลั่น เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง แม้ยามที่แสงแดดจ้าก็ยังคงเห็นประกายไฟจากการปะทะของดาบของเล่ม แรงปะทะทำให้หลายคนหลบหนีออกมาจากบริเวณ คนผู้หนึ่งอยู่บนหลังพยัคฆ์ส่วนอีกผู้หนึ่งไม่มีแต่ทว่ายังไม่มีผู้ใดได้เปรียบเสียเปรียบ ยิ่งปะทะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง ปราณดาบสีทองปลิวว่อนออกมาจากการปะทะของทั้งสอง

ทันใดนั้นก็มีกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งเข้าหาสงหยินจวินจากทางขวาจ้วงแทงเข้าไปที่แขนขวาอย่างรวดเร็ว เหยียนอู่แสยะยิ้มรีบระเบิดพลังปราณ ตูม ฟาดฟันดาบออกไป ฉับ คมดาบวาดผ่านแขนขวาขาดกระเด็น สงหยินจวินร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดรีบกระแทกขาทั้งสองพยัคฆ์ที่ขี่อยู่ร้องคำรามพุ่งทะยานหลบหนี เหยียนอู่หันไปมองทางซ้ายของตนก็พบหญิงสาวผู้หนึ่งสวมชุดเกราะอ่อนพุ่งทะยานเข้าดึงกระบี่ออกจากแขนร่วงลงพื้น

“เหตุใดพวกท่านถึงมาช้ายิ่งนัก แล้วเหตุใดเมื่อครู่ท่านไม่สังหารคนทรยศนั่น”

เมื่อกล่าวสิ้นเสียงหญิงสาวนางนั้นก็พุ่งทะยานติดตามสงหยินจวินอย่างรวดเร็วทิ้งให้เหยียนอู่ยืนทำหน้างุนงง ในขณะนั้นเองท้องฟ้าที่มีแดดจ้าอยู่ๆก็มืดครึ้มอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงร้องคำรามดังลั่นมาจากบนท้องฟ้า ไม่ถึงสองลมหายใจหลายคนรีบร้องตะโกนด้วยความตื่นตกใจกับภาพที่เห็นบนท้องฟ้า

“มังกร”

“มีมังกรปรากฏอยู่บนท้องฟ้า”

การปะทะของทั้งสองฝ่ายหยุดมือชั่วขณะ หลายคนหันไปจ้องมองภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มังกรสีฟ้าร้องคำรามเสียงดังลั่น โฮกกก ไม่นานก็พุ่งทะยานลงท่ามกลางสนามรบ เปรี้ยง เสียงดังสนั่นพื้นดินสั่นสะเทือนฝุ่นควันฟุ้งกระจายหลายคนที่อยู่ใกล้บริเวณถูกสังหารจากแรงปะทะ เสียงการปะทะกับเงียบลงหลายคนจ้องมองเข้าไปในม่านควัน ทันใดนั้นชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งนั่งอยู่ด้านหลังพยัคฆ์พร้อมกับแขนขวาขาดหายพุ่งทะยานเข้าไปในม่านควัน ไม่ถึงห้าลมหายใจก็มีเสียงปะทะดังลั่น เปรี้ยง พยัคฆ์ตัวใหญ่กระเด็นออกมาอย่างรวดเร็วนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น หลายคนถึงกับตื่นตกใจไม่ถึงสองลมหายใจก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังมาจากด้านใน กลุ่มคนของทั้งสองฝ่ายต่างกำชับอาวุธในมือแน่น ชั่วน้ำเดือดก็มีชายหนุ่มผู้หนึ่งสวมชุดผ้าไหมสีขาวมัดผมหางม้าก้าวเดินออกมาพร้อมกับลากใครบางคนออกมาด้วย แน่นอนว่าคนที่เขาลากออกมาเป็นสงหยินจวิน

กลุ่มของสงหยินจวินที่อยู่ใกล้รีบพุ่งทะยานเข้าหาชายหนุ่มด้านหน้าทันที ดาบและกระบี่ถูกฟาดฟันออกมาอย่างรวดเร็ว ปราณดาบและกระบี่พุ่งเข้าหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว แต่ทว่ากลับได้ยินเสียงพร่ำบ่นดังแว่วออกมา

“ข้าบอกท่านแล้วว่าทำแบบนี้มันไม่ได้ผล”

สิ้นเสียงกล่าวชายหนุ่มก็กระทืบเท้าลงพื้นดิน เปรี้ยง วงอักขระศักดิ์สิทธิ์สีฟ้าปรากฏกลายเป็นม่านพลังต้านรับปราณดาบและกระบี่ เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เสียงสะบัดมือดังแว่วแส้แข็งสีดำก็ปรากที่มือขวาไม่นานชายหนุ่มก็พุ่งทะยานออกไปฟาดหวดแส้แข็งในมือ ปราณแส้แข็งสีฟ้าห้าเล่มพุ่งทะยานเข้าปะทะกลุ่มคนที่ฟาดฟันปราณดาบและกระบี่เสียงดังสนั่น เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง ทันใดนั้นก็มีเสียงเอ่ยวาจาของหญิงสาวดังขึ้นมาจากด้านหลังชายหนุ่ม

“เจ้าเป็นผู้ใดกัน”

“ข้าสามารถบอกกล่าวนามของข้าได้ แต่ว่าแม่นางเก็บกระบี่เสียก่อนได้หรือไม่”

หญิงสาวถึงกับขมวดคิ้วจ้วงแทงกระบี่ไปที่ด้านหลังของชายหนุ่ม ทันใดนั้นก็มีเกราะสายฟ้าปรากฏออกมาต้านรับพร้อมกับมีเถาวัลย์สีฟ้าพุ่งรัดตัวหญิงสาวเอาไว้ ประกายสายฟ้าพุ่งออกมาเผาไหม้หญิงสาวกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ชายหนุ่มเมื่อหันไปมองเกราะสายฟ้าและเถาวัลย์ก็สลายหายไป

“ต้องโทษตัวแม่นางเองที่คิดลงมือกับข้าก่อน”

เขาสะบัดมือซ้ายนำขวดยาออกมาพร้อมกับยืนให้แก่หญิงสาว

“ต้องขออภัยเช่นกันตัวข้ามีนามว่าเนี่ยฟง”

หญิงสาวนางนั้นรีบรับขวดยาของเนี่ยฟงมาเมื่อเปิดจุกขวดยาก็พบกับกลิ่นหอมเฉพาะของเม็ดยาสีทอง

“เจ้าเป็นคนของพวกเทพอย่างนั้นรึ”

เนี่ยฟงถึงกับขมวดคิ้วหันไปจ้องมองหญิงสาวนางนั้น

“อย่าเอาข้าไปเทียบกับเทพบัดซบพวกนั้น เอาละข้าคงไม่สะดวกที่จะบอกกล่าวสิ่งใดกับท่านที่นี่ได้ หากมีโอกาสเราคงได้พบกันแม่นาง”

สิ้นเสียงกล่าวเนี่ยฟงก็พุ่งทะยานออกไปจากสนามรบอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หญิงสาวจ้องมองแผ่นหลังลับตาไป ไม่นานเนี่ยฟงก็พุ่งทะยานออกจากสนามรบอย่างรวดเร็ว

“เจ้าไม่ชอบการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เช่นนั้นรึไอ้หนู”

“แน่นอนว่าข้าชอบเพียงแต่ว่าท่านนำข้ามายังสนามรบกลางที่รกร้างเช่นนี้ แล้วเมื่อไหร่ข้าจะพบเมืองเล่า อีกอย่างข้ามาที่นี่เป็นครั้งแรก”

สิ้นเสียงกล่าวของเนี่ยฟงก็ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับของลุ่ยกง เขาทำได้แต่ส่ายศีรษะไปมาไม่นานก็มีกิเลนอัสนีปรากฏกายออกมาด้านหน้าเขารีบถีบเท้าขึ้นหลังกิเลนอัสนีพุ่งทะยานขึ้นบนท่องฟ้ามุ่งหน้าไปตามทาง

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด