ตอนที่แล้วตอนที่ 219 ดาราคราม
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 221 แต่งงาน

ตอนที่ 220 วิถีปีศาจ


“อาจารย์ ท่านกินนี่ก่อน”

เหนือภพนำลูกกลอนคืนปราณและยาฟื้นเลือด ให้อาจารย์สาวกินเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ หลังจากที่มุกดาราได้รับยา เธอก็รีบปรับสภาพร่างกายโดยทันที เธอต้องรีบดูดซับลูกกลอนคืนปราณเพื่อฟื้นฟูลมปราณที่เธอสูญเสียไปกว่าเจ็ดส่วน ให้ฟื้นกลับคืนมามากที่สุด

ต่างจากเหนือภพ เขาไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น ซึ่งนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เหนือภพรู้สึกได้อย่างชัดเจน ว่าตัวเองนั้นแตกต่างจากคนอื่นจริง ๆ ไม่เพียงร่างกายที่ฟื้นฟูได้เร็วมากแตกต่างจากมนุษย์อื่น ๆ การฟื้นฟูปราณของเขาก็ไม่ต่างจากการฟื้นฟูบาดแผล แค่เขาได้อยู่นิ่ง ๆ พักสักหน่อย เขาก็ดีขึ้นเอง

มุกดาราต้องใช้เวลานานกว่าปกติถึงสามเท่าในการฟื้นฟูลมปราณ เนื่องจากปราณธรรมชาติที่อยู่ภายในอากาศของแคว้นอมตะนั้นมีน้อยยิ่งนัก ต่างจากทวีปดารา ที่ในเวลาปกติเธอจะฟื้นฟูปราณทั้งหมดได้ภายในหนึ่งชั่วโมง

ขณะที่เหนือภพรออาจารย์ฟื้นปราณ เขาก็หันไปพูดคุยกับเพื่อนเก่า เพื่อสอบถามความเป็นอยู่และความเป็นมาเป็นไป จึงได้รู้สาเหตุว่าทำไมซวยซวยมาอยู่ที่นี่ได้

เหนือภพขมวดคิ้วสงสัย

“ข้าไม่เข้าใจ ทำไมสมุทรถึงรู้ว่าข้ากำลังตกอยู่ในอันตราย”

“เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้หรอก พอข้ารู้ว่าเจ้าเกิดเรื่อง ข้าก็มาในทันทีก็เท่านั้น เอ่อนี่ เจ้าเจอน้องข้าเฮงเฮงบ้างไหม”

ด้วยความที่เป็นฝาแฝดกัน ความผูกพันในความรู้สึกย่อมมีมากกว่าพี่น้องทั่วไป ทำให้พวกเขาคิดถึงกันเสมอ แม้จะแยกห่างกันไปเพื่อทำตามความฝันตัวเอง

เหนือภพเหล่าเรื่องเกี่ยวกับเฮงเฮง ที่เขาเจอในสนามสอบตอนเลื่อนแรงค์ D ที่เมืองหลวงอมตะ และในหมู่บ้านโอปะ ที่เฮงเฮงถูกร่างมืดครอบงำจนอาละวาดไปทั่ว ซึ่งเรื่องราวเหล่านั้นก็ทำให้ผู้เป็นพี่ชายอย่างซวยซวยเป็นกังวล เพราะเขารู้ดีว่าน้องชายต้องเผชิญกับอะไรบ้าง จนเกิดมีความคิดแวบขึ้นมาว่า พวกเขาทั้งสองควรกลับมาอยู่ด้วยกันจะดีกว่า

“พี่ซวยซวย !”

เสียงหวานใสของหญิงสาวตะโกนขึ้นจากที่ไกล ก่อนเธอจะรีบวิ่งเข้ามาด้วยความเร็ว

เมื่อซวยซวยเห็นเช่นนั้นก็ยิ้ม แล้วลุกยืนขึ้นรับร่างของหญิงสาว ที่พุ่งกระโจนเข้าสวมกอดชายหนุ่มหน้าตี๋ด้วยความคิดถึงและห่วงหา

“พี่ ! ท่านไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ”

หญิงสาวดูเป็นกังวลมาก หลังจากที่เธอเห็นเหตุการณ์ภูเขาหายแหว่งไปครึ่งลูกกับตา ซึ่งเหตุการณ์นั้นก็ทำให้นักสำรวจที่ออกตามหาหัวหน้าสาขา ต้องจบชีวิตโดยที่แม้แต่ร่างกายก็หาไม่พบ

ใบหน้าหญิงสาวเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา

“เด็กน้อย ข้าไม่เป็นอะไร”

ซวยซวยลูบหัวหญิงสาวด้วยความอบอุ่น เหนือภพที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ถึงกับเบือนหน้าหนี ด้วยความรู้สึกบาดตาบาดใจ หญิงสาวคนนี้ทำให้เขาอดคิดถึงพราวจันทร์ไม่ได้ ไม่รู้ว่านางเป็นอย่างไรบ้างแล้ว

“เหนือภพ ข้าขอตัวก่อน ไว้มีโอกาสค่อยไปเจอกันที่เมืองหลวง”

เมื่อซวยซวยกล่าวลา เหนือภพก็พยักหน้าน้อย ๆ พลางโบกมือลาเพื่อนด้วยสายตาขอบคุณ จนกระทั่งชายหนุ่มหญิงสาวพากันจากไป

ดวงตาคมกริบหันมามองบุหรง ที่เวลานี้กำลังคุดคู้ ขดตัวนอนอยู่บนพื้นดิน

เฮ้อ

ชายหนุ่มพ่นลมหายใจ ในเวลาอย่างนี้นางยังมีกะจิตกะใจจะนอนหลับอีก หากพวกเขากลับไปที่วิทยาลัย ก็ไม่รู้ว่าคนอื่น ๆ จะคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับนาง เวลาผ่านไปแค่ไม่ถึงเดือน แต่นางกลับเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้

จากสาวเซ็กซี่เย้ายวนเต็มไปด้วยเสน่ห์ กลับกลายเป็นสาวตุ้ยนุ้ยที่แสนจะขี้เกียจ แม้แต่ก่อนนางจะขี้เมาไปบ้าง แต่นางก็เป็นคนมุ่งมั่นในการทำตามความฝัน กระตือรือร้นในการฝึกฝนทักษะ แต่มาบัดนี้ดูเหมือนนางจะไม่หลงเหลืออะไรเลย

ชายหนุ่มรู้สึกกังวลเล็กน้อย ว่าตัวเขาเองจะกลายเป็นแบบนี้เมื่อไหร่ หากไม่เป็นเพราะลมปราณพุทธะที่มีอานุภาพในการสงบจิตใจเพื่อดับกิเลสในใจคน บางทีเขาคงถูกบาปแห่งความทระนงครอบงำไปแล้ว

“น่าสนใจ ข้าไม่คิดว่ายังมีคนฝึกตนด้วยวิถีปีศาจอยู่”

มุกดาราเอ่ยขึ้น หลังจากที่เธอสังเกตบุหรงมาสักพัก ความจริงเธอสังเกตบุหรงมาตั้งแต่ในหมู่บ้านตระกูลเหนือแล้ว พอได้เห็นบุหรงใช้ปราณคุ้มครองร่าง ตอนนั้นเธอถึงได้เข้าใจ

“วิถีปีศาจ ?”

“ข้าจะอธิบายยังไงดีล่ะ ถ้าจะเล่าข้าคงต้องเท้าความให้เจ้าฟังก่อน ว่าการฝึกลมปราณไม่ได้มีเพียงวิถีสวรรค์เช่นเจ้ากับข้า หรือสำนักส่วนใหญ่ฝึก แต่ยังคงมีวิถีปีศาจ วิถีอสูร และวิถีมาร ซึ่งแต่ละวิถีก็มีการฝึกฝนลมปราณแตกต่างกันออกไป แบ่งแยกออกได้ตามสี วิถีปีศาจลมปราณพวกเขาจะมีสีม่วงอมดำ วิถีอสูรมีลมปราณสีแดงเลือด วิถีมารมีสีหมึกดำ ส่วนวิถีสวรรค์มีสีทองดุจดวงตะวันในผู้มีพรสวรรค์ แต่ในผู้ไร้พรสวรรค์อย่างเราจะมีสีเหลืองนวลคล้ายแสงของดวงจันทร์”

เมื่อเห็นสีหน้าแสดงความสนใจของเหนือภพ มุกดาราก็อธิบายต่อ

“ซึ่งวิถีต่าง ๆ นั้นเจ้าอาจจะไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยิน มันก็ไม่แปลก เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ได้รับการยอมรับ พวกมันนับเป็นวิถีนอกรีต”

มุกดาราพูดจบก็ลุกขึ้นยืดแข้งยืดขา จากนั้นใช้มือปัดฝุ่นผงที่เกาะติดตามตัว โดยเฉพาะที่บั้นท้าย

“แต่ว่าวิถีมันก็แค่แนวทางการฝึก จะดีจะชั่วมันก็ขึ้นอยู่กับผู้ฝึกเอง ดังนั้นเจ้าอย่าได้อคติกับมัน โดยเฉพาะเจ้าที่เป็นคนตระกูลเหนือ โลกใบนี้ยังมีอะไรอีกมากที่มองเพียงฉากนอกไม่ได้”

“ครับ”

“ถ้าหากข้าจำไม่ผิด เมืองปัญญามีสาขาของหอเก้าสมบัติอยู่ ช่วยพาอาจารย์เจ้าไปที อาจารย์เจ้ารู้สึกว่าควรต้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียหน่อย”

หญิงสาวพูด พลางสูดดมร่างกายตัวเอง ที่มีกลิ่นเหงื่อและกลิ่นเหม็นไหม้ปนกลิ่นคาวเลือดเจือจาง หญิงสาวรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก อีกทั้งยังอาย ไม่มั่นใจในตัวเอง จนไม่กล้าที่จะเข้าใกล้ศิษย์ของตัวเอง

เหนือภพตอบรับ ก่อนจะก้มลงไปจับแขนของบุหรง เพื่อจูงนางให้เดินกลับเข้าเมือง ชายหนุ่มค่อนข้างชินกับการเป็นคนดูแลรุ่นพี่ หากไม่มีเขาสักคนนางคงแย่ แม้ชายหนุ่มจะหนักใจแต่ก็ไม่ได้ปริปากบ่นอะไร

จนกระทั่งพวกเขาพากันมาถึง ‘ร้านเก้าสมบัติ’ หนึ่งในสาขาของหอเก้าสมบัติ ดูเหมือนว่าวันนี้ทางร้านจะมีการประมูลสินค้าครั้งใหญ่ ทำให้มีผู้คนมารวมตัวกันคับคั่ง

การปรากฏตัวของทั้งสามคนสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วอากาศ แม้พวกเขาจะยืนอยู่เพียงหน้าประตูร้านเก้าสมบัติ โดยที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไร ก็ยังสร้างแรงกดดันมหาศาล ทำให้ผู้คนที่อยู่ภายในหอประมูลรู้สึกอึดอัด คล้ายว่าอากาศจับตัวเป็นน้ำแข็ง

พวกเขาทั้งสามเหมือนจะรู้ตัวแล้วว่าสร้างความลำบากให้กับผู้อื่น จึงพากันก้าวเท้าถอยหลัง พลางเก็บกดพลังปราณในกาย เพราะไม่อยากให้ใครเดือดร้อน

เมื่อเหนือภพเห็นอาการของผู้คนเป็นเช่นนั้น เขาก็เข้าใจดี ในตอนที่เขายังคนเป็นชายหนุ่มธรรมดา ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโลกนี้มีการฝึกลมปราณ หรือมีขอบเขตพลังที่เหนือล้ำขึ้นไปอีก ยามที่เขาได้พบหน้าอาจารย์ในครั้งแรก เขาก็รู้สึกแย่แบบนี้เช่นกัน แม้นางจะไม่ได้คิดร้ายต่อเขา แต่แรงกดดันของพลังลมปราณที่อยู่ภายในร่างนั้น ใช่ว่าจะควบคุมได้ดังใจ หากคนที่มีระดับพลังต้อยต่ำกว่ามาก ๆ หรือเป็นคนธรรมดา ก็จะถูกคลื่นพลังปราณทำร้าย

ส่วนสาเหตุนั้นก็เป็นเพราะพลังปราณเปรียบเสมือนสิ่งมีชีวิตประเภทหนึ่ง ที่มีความบ้าคลั่งทระนงตน และโอ้อวด ยามที่มันเผชิญหน้ากับขุมพลังอื่น มันก็จะเกิดการสะกดข่มกัน มันอยากกดขี่พลังอื่นเพื่อแสดงอำนาจและพลังที่เหนือกว่า

ยามรักษาการณ์ของร้านเก้าสมบัติวิ่งกรูกันออกมาสองทาง จากนั้นพวกเขาก็วิ่งวนไปวนมาเพื่อสืบหาความผิดปกติ พวกเขาไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน จึงคิดว่าร้านกำลังถูกโจมตี ทว่าพวกเขากลับวิ่งวุ่นราวกันหนูติดจั่นที่หาอะไรไม่เจอ

“ไม่คิดว่ามาตรฐานการป้องกันของหอเก้าสมบัติแคว้นเจ้า จะต่ำต้อยเพียงนี้”

มุกดาราพึมพำอย่างไม่ค่อยพอใจ

เหนือภพส่ายหน้าน้อย ๆ อย่างพูดไม่ออก เมื่อเขาได้เจอสาขาใหญ่อย่างทวีปดารามาแล้ว มันทำให้มุมมองของเขาค่อนข้างเอนเอียงเข้าข้างผู้เป็นอาจารย์

“ช่างไร้ค่า ไร้ประโยชน์”

ในฐานะที่เธอเป็นผู้ดูแลหอเก้าสมบัติสาขาหลัก ดังนั้นร้านสาขาที่ไร้มาตรฐานจึงทำให้เธอค่อนข้างหงุดหงิด มุกดารากวาดตามองไปยังจุดต่าง ๆ ของอาคารขนาดใหญ่ที่ซุกซ่อนแมลงตัวน้อยที่กำลังเตรียมพร้อมรับการโจมตี ทว่าพวกเขาไม่รู้เลยหรือว่าเจ้าแมลงพวกนี้มันไร้ประโยชน์ หากมียอดฝีมือตั้งใจมาก่อกวนจริง ๆ เชื่อได้เลยว่าเจ้าพวกแมลงคงไม่มีโอกาสจะได้ร้องสักแอะ

ซึ่งเหนือภพเองก็สัมผัสได้ ในเมื่ออาจารย์ยังไม่ได้สั่ง เขาก็ได้แต่เพียงยืนเงียบเพื่อศึกษา และเรียนรู้จากอาจารย์ให้มาก

ในสายตาของชาวแคว้นอมตะ หอเก้าสมบัติเบื้องหน้า คือสถานที่ยิ่งใหญ่หรูหราไม่ด้อยไปกว่าพระราชวังเมืองหลวงอมตะ ทว่าในสายตาของมุกดารานั้น คอกม้าของเธอยังใหญ่กว่านี้เสียอีก มันคงถึงเวลาที่เธอจะต้องเด็ดขาดกับสาขาย่อยพวกนี้

“ใครคือหัวหน้าสาขา ไสหัวออกมาพบข้าบัดเดียวนี้ !”

หญิงสาวตะโกนก้อง เสียงกังวานใสถูกขยายด้วยพลังปราณระดับขอบเขตจิตวิญญาณ ก่อเกิดคลื่นความถี่สูง สั่นสะท้านจิตใจผู้คนจนล่องลอย ผู้ที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดภายในหอเก้าสมบัติอย่างหัวหน้ารักษาความปลอดภัย ที่เตรียมตัวจะทะยานออกไปสั่งสอนผู้บุกรุก ก็ถึงกับร่วงล้มลงไปกับพื้น เลือดไหลซึมออกมาจากหู ก่อนจะสลบไป

จากนั้นไม่นานผู้ดูแลหอเก้าสมบัติเหมือนจะรู้ได้ว่าใครมาเยือน มันก็รีบวิ่งออกมาจากหอเก้าสมบัติด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ก่อนจะทรุดตัวคุกเข่าทำความเคารพ ก้มหน้ามองต่ำด้วยร่างกายสั่นเทา เพราะความกลัวและกดดันจากลมปราณที่อบอวล

“ข้าน้อยอินวิชิต ไม่ทราบว่าจ้าวหอสูงสุดจะมาเยือนในวันนี้ ขออภัยในความไม่สะดวก และโปรดยกโทษที่พวกข้าเสียมารยาทขอรับ”

อินวิชิตนับเป็นผู้ฝึกลมปราณขั้นกายพื้นฐาน ขั้นกลาง ในแคว้นอมตะนับว่าเป็นผู้แข็งแกร่งระดับต้น ๆ หรือเทียบได้ตามเกณฑ์ของแคว้นอมตะ ก็มีแรงค์ประมาณแรงค์ B แต่เมื่อเขามาอยู่เบื้องหน้ามุกดารา เขายังมีฐานะต่ำกว่าข้ารับใช้ภายในหอเก้าสมบัติทวีปดาราเสียอีก  ซึ่งพวกข้ารับใช้นั้นมีระดับลมปราณขั้นต่ำสุด ก็กำลังกายก่อเกิดขั้น 3

เหนือภพเฝ้ามองด้วยความรู้สึกอึ้ง เขาไม่คิดว่าพลังจะเป็นคำตอบของทุกอย่าง ขอมีเพียงพลังก็สามารถชี้ไม้เป็นทอง ชี้ทองเป็นกระรอกได้ ทุกอย่างล้วนถูกกำหนดโดยผู้มีพลังสูงสุด

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด