ตอนที่แล้วตอนที่ 211 ยาระดับลี้ลับ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 213 ถูกสิ่งสู่

ตอนที่ 212 ชายผู้มีระดับต่ำต้อย


“ข้าไม่เข้าใจระดับขอบเขตพลังอะไรที่ท่านว่ามา  เท่าที่ข้ารู้คือระดับพลังของผู้มีพรสวรรค์นั้นจำแนกเป็นระดับปราณอาคมหนึ่งถึงร้อย แล้วก็จำแนกเป็นระดับตามแรงค์ F E D C”

“สูงเพียงแค่ C งั้นหรือ”

“ไม่รู้สิ ข้าไม่เคยพบเจอฮันเตอร์แรงค์สูงกว่านี้”

มุกดาราแปลกใจนิดหน่อย แต่พอเห็นสีหน้าของเหนือภพที่ดูไม่รู้ความอะไรเลย เธอจึงอธิบายให้เหนือภพเข้าใจถึงขอบเขตพลังให้ชัดเจน

“ความจริงระดับแรงค์ไม่ได้มีแค่  F  E  D  C  แต่ยังมี B  A  S  SS และ SSS ซึ่งไม่ใช่ระดับพลังของผู้มีพรสวรรค์อย่างใด มันเป็นเพียงระดับของฮันเตอร์ ที่จำแนกตามด้วยการทดสอบ ยิ่งระดับสูงเท่าไหร่ ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ยิ่งมีมาก หากจะอธิบายให้ชัดเจน ระดับแรงค์มันเพียงแค่ยศตำแหน่งและศักดินาในวงการฮันเตอร์ ซึ่งเป็นสังคมหลักของโลกใบนี้ ไม่แปลกที่เจ้าจะเข้าใจผิดว่ามันคือขอบเขตพลัง”

เหนือภพพอจะเข้าใจตามที่เธอว่า เพราะเมื่อนึกย้อนไปถึงตัวเองในสมัยก่อน เขาสามารถพัฒนาความสามารถขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ยังมีแรงค์แค่แรงค์ F นั่นเป็นเพียงเพราะเขาไม่เข้าร่วมการทดสอบเลื่อนระดับ ดังนั้นความสามารถและระดับแรงค์จึงเป็นคนละเรื่องกัน

“ถ้าเช่นนั้นแล้วพลังล่ะ พวกเราจะสามารถแยกพลังของผู้มีพรสวรรค์ยังไงครับ”

“พลังก็คือสิ่งที่เราเรียกวันว่า ‘ระดับฝึกฝน’ แต่วิธีการฝึกฝนระหว่างผู้ไร้พรสวรรค์กับผู้มีพรสวรรค์นั้นแตกต่างกัน และมีชื่อเรียกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วก็มีระดับและขอบเขตพลังใกล้เคียงกัน”

จากนั้นมุกดาราก็อธิบายให้เหนือภพฟัง ระดับการฝึกฝนของผู้มีพรสวรรค์และไร้พรสวรรค์นั้น ตามหลักสากลแล้วแบ่งออกเป็น 3 ขอบเขตใหญ่ นั่นคือขอบเขตกายเนื้อ ขอบเขตจิตวิญญาณ และขอบเขตสัมผัสสวรรค์

ขอบเขตแรกที่เรียกว่า ขอบเขตกายเนื้อ สามารถแบ่งเป็น 3 ช่วงเริ่มต้น  ได้แก่ สามพื้นฐาน สิบกำเนิดแท้   และสามเหนือ

สามพื้นฐาน

ผู้ไร้พรสวรรค์เรียกว่า กายขั้นต่ำ กายขั้นกลาง และกายขั้นสูง

ผู้มีพรสวรรค์เรียกว่า รากฐานอาคมต่ำ รากฐานอาคมกลาง และรากฐานอาคมสูง

หกกำเนิดแท้

ผู้ไร้พรสวรรค์เรียกว่า กำลังกายแท้ก่อเกิด ขั้น 1 ถึง 10

ผู้มีพรสวรรค์เรียกว่า ปราณอาคมแท้ก่อเกิด ขั้น 1 ถึง 10

สามเหนือ

ผู้ไร้พรสวรรค์เรียกว่า  กายเหนือมนุษย์ กายเหนือดิน และกายเหนือฟ้า

ผู้มีพรสวรรค์เรียกว่า  ปราณเหนือมนุษย์ ปราณเหนือดิน และปราณเหนือฟ้า

ส่วนขอบเขตใหญ่ที่สองคือ ขอบเขตจิตวิญญาณ แบ่งออกไปเป็น 6 เส้นทางการฝึก เรียกว่า 6 สัมผัสวิญญาณ ได้แก่ จักขุวิญญาณ , โสตวิญญาณ , ฌานวิญญาณ , ชิวหาวิญญาณ , กายวิญญาณ และมโนวิญญาณ แต่ละหนทางฝึกฝนนั้น มีเพียง 3 ขั้น คือขั้นพื้นฐาน ขั้นเข้าใจ และขั้นรู้แจ้ง

“โอ..ที่แท้เป็นเช่นนี้ แต่ข้ายังมีข้อสงสัย ขอบเขตสัมผัสสวรรค์กับขอบเขตกายสวรรค์หลอมรวมนั้น อยู่ระดับใด ข้าไม่เห็นว่าท่านจะพูดถึง”

เหนือภพถาม หากเขาสามารถทำได้ เช่นนั้นการเก็บโอสถทองห้าประสานไว้ ก็จะช่วยให้เขาทะลวงสู่ขอบเขตที่เหนือกว่า แน่นอนว่าสิ่งที่เหนือภพคิดมุกดาราย่อมดูออก นางจึงพูดออกไปตรง ๆ เพื่อให้ชายหนุ่มเลิกเพ้อฝัน การเก็บโอสถทองห้าประมานไว้มีแต่ลากปัญหาเข้ามา มิสู้ขายมันเพื่อเอาเงินไปพัฒนาตัวเองในด้านอื่นจะดีกว่า

“ขอบเขตสัมผัสสวรรค์ และกายสวรรค์หลอมรวมนั้น เป็นขีดสุดของการฝึกฝนขอบเขตใหญ่ที่สาม นอกเหนือจากจ้าวดาราทั้ง 9 แล้ว ก็ไม่เคยมีใครเหยียบย่างขึ้นไปถึงระดับนั้นมาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว”

ทันทีที่เหนือภพได้รับคำตอบใบหน้าเขาก็ห่อเหี่ยวลง เขาคงต้องตัดใจ เพราะมันเป็นไปไม่ได้

มุกดารามองเหนือภพด้วยความสงสารนิด ๆ

“การฝึกฝนต้องทำกันตั้งแต่เด็ก ๆ อีกอย่างด้วยความที่เจ้าเป็นผู้ไร้พรสวรรค์ เจ้าในตอนนี้หากเริ่มฝึกฝนต่อให้มีปาฏิหาริย์ก็คงไปได้แค่ ขอบเขตจิตวิญญาณ และไม่อาจข้ามผ่านไปได้ไกลมากกว่านี้”

“ข้าต้องทำได้”

“ข้าไม่ได้ดูถูกความสามารถเจ้า แต่กฎเกณฑ์โลกของเราเป็นแบบนั้น อนาคตของเราถูกตัดสินมาตั้งแต่ที่พวกเราเกิดมาเป็นคนไร้พรสวรรค์แล้ว”

ซึ่งมุกดาราเองก็อยู่ในระดับนี้เช่นกัน  นางไม่ใช่เด็กสาวดังรูปกายที่ปรากฏ แต่นางเป็นหญิงสาวที่ผ่าเวลามาแล้วแปดสิบปี เป็นเพราะเธอบรรลุขั้นเข้าใจของเส้นทางกายวิญญาณ จึงสามารถคงรูปลักษณ์ของวัยสาวไว้ได้

เหนือภพเลิกคิ้ว

“ตอนนี้ท่านถึงระดับขอบเขตจิตวิญญาณขั้นไหนแล้ว”

“ขั้นเข้าใจ”

เหนือภพพยักหน้าน้อย ๆ แล้วแววตาของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นความมุ่งมั่น

“แล้วข้าล่ะ ท่านว่าตอนนี้ข้าถึงขั้นไหนแล้ว ข้าผ่านขอบเขตกายเนื้อแล้วหรือยัง”

มุกดาราได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาปนสงสาร

“ข้าขอพูดตรง ๆ นะ พลังของท่านยังไม่มากพอจะเข้าสู่ระดับกายขั้นต่ำ”

“ไม่จริงน่า”

เหนือภพเบิกตากว้าง นี่มันอะไรกัน เขาทุ่มเทเพิ่มความแข็งแกร่งมาถึงขนาดนี้แล้ว แต่เขายังมีคุณสมบัติต่ำกว่าระดับแรกของขอบเขตกายเนื้อ

“อย่าคิดมากเลยท่าน ตราบที่เรายังมีชีวิต เราก็ยังมีโอกาส ขอเพียงหาของดีมาบำรุงร่างกาย ท่านก็ยังสามารถก้าวไปได้ ท่านก็ขายยาขวดนี้ แล้วทำอย่างทำมาตลอดสิคะ คุณลูกค้าผู้ทรงเกียรติ”

เหนือภพพยักหน้า เวลานี้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังล่องลอย ไร้จิตวิญญาณ มีอะไรหลายอย่างที่เขาไม่รู้อีกมาก กว่าจะรู้ก็อาจจะสายเกินกว่าที่จะเข้าใจมัน

“ได้ ข้าจะขายมันให้กับท่าน”

เหนือภพตัดใจ มิสู้ขายของล้ำค่านี้ไป แล้วกอบโกยเอาวัตถุดิบทรัพยากรมาพัฒนาตัวเขาเองดีกว่า ซึ่งมุกดาราก็ช่วยเหลือเต็มที่ นางให้ทรัพยากรฝึกฝนเท่าที่เหนือภพต้องการ โดยเหนือภพขอเน้นเนื้อสัตว์อสูร ตัวยาบำรุงที่เสริมความแข็งแกร่งของร่างกาย อีกทั้งยังมีตำราแนวทางวิธีการฝึกฝนตัวเอง เพื่อเลื่อนระดับขีดจำกัดของร่างกาย และวิชาที่สนับสนุนการฝึกฝนอีกหลายเล่ม

มุกดาราให้ของราคาสูงพวกนี้แก่เหนือภพไปล่วงหน้า หลังจากที่การประมูลขายลุล่วงแล้ว เธอค่อยมาคิดเงินหักลบกลบหนี้ให้ภายหลัง

“เอ่อ ข้ามี อีกเรื่องจะขอร้อง” เหนือภพพูดพลางเก็บของใส่กระเป๋า

“ลูกค้าผู้ทรงเกียรติอย่างท่าน พูดได้เท่าที่ต้องการเลย หากข้าช่วยได้ข้าจะช่วยเต็มที่”

ใบหน้าของมุกดาราเริ่มปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยน แตกต่างจากที่ผ่านมาที่เธอมักเย็นชาอยู่เสมอ

“พอดีมีตำราที่บอกรายละเอียดกับสิ่งของ วัตถุดิบ ยา อาวุธ เครื่องป้องกัน และสัตว์อสูรทั้งหมดที่มีในโลก หรืออะไรทำนองนี้ มีไหมครับ”

“พวกสารานุกรมสินะ”

“ครับ”

“เอ่อ..”

มุกดารามีท่าทีลำบากใจ แน่นอนว่าของพวกนี้เธอย่อมมี เพราะมันเป็นคลังความรู้ที่ทำให้หอเก้าสมบัติสามารถค้าขาย และกอบโกยกำไรจากสินค้าได้ทุกชิ้น ดังนั้นมันจึงค่อนข้างเป็นข้อมูลลับ ต่อให้มีเงินก็ยากที่จะยอมซื้อขาย

“เอ่อ เรื่องนี้แม้ข้าอยากจะให้ท่านดู แต่ก็ต้องให้เบื้องบนเป็นคนตัดสินใจ แต่ถ้าเป็นสารานุกรมพื้นฐานปกติที่ซื้อขายกันได้ ข้าก็สามารถมอบให้ท่านได้โดยไม่คิดเงิน”

“งั้นก็ได้ครับ พอดีข้าอยากรู้จักโลกนี้ให้มากขึ้น แค่นั้นก็พอครับ”

เหนือภพยิ้มอย่างขอบคุณ เขาไม่คิดมาก เขาพอจะรู้ว่าถ้าไม่มีผลประโยชน์ที่มากพอ การจะขอดูสารานุกรมที่รวบรวมทุกอย่างทั้งโลกไว้ในนั้นคงยาก ดังนั้นเหนือภพจึงรู้ว่าต้องค่อย ๆ เรียนรู้สิ่งที่มีก่อน เพราะแค่นั้นมันก็เยอะมาก จนไม่รู้ว่ากี่วันถึงจะอ่านหมด

พอจัดการทุกอย่างเสร็จ เหนือภพก็กลับมาที่มิติบรรพกาล แม้ตอนแรกเขาตั้งใจจะพามุกดารามาที่นี่เพื่อประเมินของ แต่เขากลับเปลี่ยนใจ มิสู้ค่อย ๆ เรียนรู้จากสารานุกรม พยายามทำความรู้จักสิ่งของวัตถุดิบให้มาก เขาเชื่อว่าแค่นั้นก็เป็นต่อได้แล้ว

ทางด้านเวหาเพลิงที่กำลังเฝ้ารอเหนือภพออกมาจากหอเก้าสมบัติ เขาดักรออยู่นานสองนาน แต่เหนือภพก็ไม่ได้เดินผ่านประตูออกมา แม้แต่มุกดาราที่ติดตามมาเพื่อส่งลูกค้าคนสำคัญ และเฝ้าสอดส่องความปลอดภัยให้เหนือภพ ก็ยังต้องตกตะลึง เพราะชายหนุ่มหายแวบไปทันทีที่ก้าวผ่านกรอบประตู ความประหลาดนี้ทำให้คำถามจำนวนมากผุดขึ้นมาในหัวของเธอ

เมื่อเหนือภพกลับมายังมามิติบรรพกาล เวลาภายในนี้ก็ผ่านไปแล้วหลายเดือน เพราะช่วงเวลาแตกต่างกัน ซึ่งบุหรงก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจเหนือภพนัก เธอจึงไม่รู้ว่าเหนือภพหายตัวไปเป็นเวลานาน

พอเหนือภพกลับมา เขาก็ใช้เวลาศึกษาภาพและข้อมูลสิ่งของจากสารานุกรมแขนงต่าง ๆ ภายในห้องหนังสือ โดยอ่านซ้ำไปซ้ำมา เพื่อให้สมองจดจำมากขึ้นเรื่อย ๆ  หากว่างก็นั่งสมาธิในห้องฝึกวิชา ฝึกเดินลมปราณพุทธะ บางครั้งก็หันมาศึกษาการฝึกกำลังภายใน สลับกับการวนไปหลอมสร้างอาวุธเพื่อฝึกฝีมือ ฝึกวิชาต่อสู้สม่ำเสมอ

เขาคิดเสมอว่าอีกาทองคำนั้นต้องเฝ้ารอเขาอยู่ในนครทองแน่ เขาจึงต้องเร่งเพิ่มความแข็งแกร่ง ด้วยการกินเนื้อสัตว์อสูรที่ได้มา ซึมซับมันพร้อมกับเดินลมปราณราชันย์ยักษา

เหนือภพได้ใช้ชีวิตวนเวียนแบบนี้นานนับเจ็ดสัปดาห์ ชายหนุ่มจึงสามารถสำเร็จปราณราชันย์ยักษา ขั้นผิวหนังสำเร็จ ร่างกายเสมือนมีเกราะเพชรห่อหุ้มเอาไว้ มันแข็งแกร่งจนเขามั่นใจว่าครั้งนี้ต่อให้โดนลูกศรจากพวกนักรบทองคำพวกนั้น เขาก็ไม่ระคายเคือง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มั่นใจว่าจะต่อกรกับอีกาทองคำได้ กลิ่นอายความแข็งแกร่งของมันเหนือกว่ามุกดาราเล็กน้อย และแทบไม่ต่างจากเวหาเพลิง

ดังนั้นเขาต้องมั่นใจว่า เขาแกร่งเทียบเท่ากับมุกดารา เขาจึงจะสามารถมีชีวิตรอดออกไปได้ ทว่าการฝึกฝนตัวเองนั้นทำได้ยากมาก หลักการฝึกฝนนั้นก็ซับซ้อน หนึ่งในข้อความการฝึกฝนบอกว่า ก็แค่ฝึกร่างกายตัวเองให้แข็งแกร่ง ใช้ทรัพยากรมาบำรุงเพื่อเสริมประสิทธิภาพ เขาก็จะสามารถจะขยายขอบเขตของกำลังกายขึ้นได้ แต่เขากลับไม่ค่อยเข้าใจหลักการของมันเท่าไหร่ ทำให้ในตอนนี้ แม้แต่ระดับสามพื้นฐาน อย่างกายขั้นต่ำ เขายังไม่เห็นแววที่จะสำเร็จ

หรือว่าเขาทำอะไรผิดพลาดไป...

มีเพียงแค่ลมปราณราชันย์ยักษาเท่านั้น ที่ดูเหมือนจะไปกับร่างกายของเขาได้

ลมปราณราชันย์ยักษา แบ่งออกเป็นห้าขั้นหลัก ได้แก่ ผิวหนัง กระดูก  เส้นเอ็น อวัยวะ และเลือด แต่ละขั้นหลักแบ่งออกเป็นอีก 5 ระดับย่อย ซึ่งตอนนี้เขาสำเร็จขั้นผิวหนังไปแล้ว อีกสี่ขั้นที่เหลือก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม

เหนือภพคิดว่าเขาจะฝึกฝนผ่านลมปราณราชันย์ยักษาดีกว่า ไม่จำเป็นต้องฝึกตามหลักการฝึกฝนตำราที่ได้มา ก็สามารถทะลุขีดจำกัดความเป็นมนุษย์เข้าสู่ช่วงที่สองได้ ซึ่งลมปราณราชันย์ยักษาระบุไว้แบบนั้น

‘หากสำเร็จทั้งห้าขั้น จะสามารถก่อกำเนิดกำลังภายในแท้จริง ซึ่งจะสามารถทะลุขีดจำกัดความเป็นมนุษย์’

เขาสามารถสำเร็จขอบเขตกายเนื้อ โดยที่ไม่ต้องลำบาก เสียเพียงเวลาและทรัพยากรเท่านั้น

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด