ตอนที่แล้ว53.รู้สึกเจ็บแผลเป็นสีดำ
ทั้งหมดรายชื่อตอน

กู้หรูเฟิงขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง และคำตอบที่ให้ยังระบุระยะเวลาแน่นอนลงไปไม่ได้

“ไม่แน่ใจเลย บางคราวก็ยาว บางคราวก็สั้น หลังเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว คล้ายว่าจะยิ่งสั้นลงไปอีก  ทว่าความเจ็บกลับดูรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ” กู้หรูเฟิงเอ่ย

ยามอาการกำเริบ ความเย็นจะช่วยลดทอน ระยะเวลาที่เจ็บปวดไหมนะ? ทว่าลดทอนระยะเวลาที่กำเริบได้ แต่ลดทอนความเจ็บปวดไม่ได้ น่าแปลกมากจริง ๆ

“ช่างมันเถิด ท่านนอนพักก่อน หรือว่าพรุ่งนี้อย่าตามข้าไปเลย หากท่านเกิดเป็นลมกลางทางขึ้นมา แล้วมันจะดีได้อย่างไร?” หลิ่วเจินชักกังวลนิด ๆ  เรื่องที่จะตามไปคงไม่จำเป็นแล้ว

กันไว้ดีกว่าแก้น่าจะดีกว่า หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าโรคนี้คืออะไร ดังนั้นจึงไม่กล้าเดิมพันกับสิ่งที่ยังไม่รู้แบบนี้  ควรเน้นปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า

“มันคงไม่เกิดแล้วล่ะ” เมื่อกู้หรูเฟิงได้ยินหลิ่วเจินบอกว่าจะไม่อนุญาตให้เขาตามไปด้วย ชายหนุ่มพลันผุดลุกขึ้นนั่งทันที

หลิ่วเจินตบไหล่อีกฝ่ายและเอ่ยขึ้น “หากท่านอยากออกไปเล่น ในลานบ้าน หรือในหมู่บ้านก็ออกไปเล่นได้ ไม่ต้องตามข้าขึ้นเขาไปหรอก” หลิ่วเจินนึกเพียงว่าชายหนุ่มอยู่แต่ในบ้านคงรู้สึกเบื่อมาก และอยากไปสูดอากาศ ยืดเส้นยืดสายสักครา

แต่ความจริง กู้หรูเฟิงไม่ได้อยากออกไปเล่น เขาเพียงอยากตามหลิ่วเจินไป หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เขาอยากปกป้องหลิ่วเจิน

“ข้าแค่อยากปกป้องเจ้า” กู้หรูเฟิงเอ่ย เดิมทีคิดว่าหลิ่วเจินน่าจะประทับใจมากทีเดียว

“หืม? ท่านรึ? ท่านนี่นะจะปกป้องข้า?” หลิ่วเจินหลุดหัวเราะเบาๆ  ถึงอย่างไรการหัวเราะดังลั่นคงไม่ดีสักเท่าใด จะดีจะชั่วก็ควรให้หน้าผู้อื่นด้วย

พอเห็นสีหน้าหลิ่วเจิน กู้หรูเฟิงรู้สึกอับอายมาก ที่นางหัวเราะเขาก็สมเหตุสมผลแล้ว ยามนี้ถ้อยคำที่เขากล่าวออกมาช่างเป็นเรื่องเพ้อเจ้อยิ่งนัก ไม่สงสัยเลยที่หลิ่วเจินจะหัวเราะเขา

ดังนั้นชายหนุ่มจึงได้แต่ก้มหน้าหัวเราะเยาะตัวเอง “เช่นนั้นแล้ว..พรุ่งนี้ข้าจะอยู่ที่บ้าน”  ชายหนุ่มรู้สึกค่อนข้างผิดหวัง

“ขอโทษนะ ข้าไม่ได้ตั้งใจ” หลิ่วเจินรู้ว่าพฤติกรรมของนางอาจทำร้ายจิตใจที่แสนอ่อนแอของกู้หรูเฟิง  ดังนั้นนางถึงเอ่ยขอโทษเขาก่อน

กู้หรูเฟิงสั่นศรีษะเล็กน้อย “ข้าไม่เป็นไร เจ้าจะหัวเราะข้าก็ถูกต้องแล้ว ตอนนี้กระทั่งตัวเองข้าก็ยังดูแลไม่ได้  ไม่ต้องพูดถึงการจะปกป้องเจ้าเลย

หลิ่วเจินถอนหายใจเบา ๆ “ขอโทษนะ แต่ข้าคิดว่าการที่ท่านอยู่ที่บ้าน มันดีสำหรับท่าน ข้ายังกลัวท่านจะประสบอุบัติเหตุ และหากเกิดขึ้นมาจริง ๆข้าคงไม่มีทางช่วยเหลือท่านได้ ตอนนี้ท่านบาดเจ็บอยู่ และท่านยังเป็นคนไข้ของข้า ความปลอดภัยย่อมต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด ท่านอยูที่บ้านควรพักผ่อนให้มาก ๆ และฟื้นฟูร่างกาย ท่านว่าอย่างไร?” หลิ่วเจินพูดปะเหลาะกู้หรูเฟิงคล้ายกำลังหลอกล่อเด็ก

“แล้วพรุ่งนี้เจ้าจะกลับมาเมื่อไร?”

หลิ่วเจินสั่นศีรษะเล็กน้อย “ไม่รู้เหมือนกัน หากข้าทำความเร็วได้ดี คงสามารถกลับมาเร็วแต่เนิ่น ๆ  หากช้า ข้าคงกลับมาสาย แต่จะไม่สายเกินไปแน่นอน ข้าย่อมกลับมาก่อนพระอาทิตย์ตกดินแน่” หญิงสาวให้คำมั่นกับกู้หรูเฟิงเพื่อเขาจะได้ไม่วิตกเกินไป

กู้หรูเฟิงพยักหน้าน้อย ๆ เขารู้ตัวเองดี และจะไม่อ้อนวอนขอตามหลิ่วเจินไปอย่างจะเป็นจะตายอีกแล้ว เพราะหากจะตามนางไป  บางทีเขาอาจสะกดรอยตามหลังหลิ่วเจินไป

“เช่นนั้นก็ได้ เจ้ากลับมาเร็วกว่าเดิมหน่อยนะ” กู้หรูเฟิงยอมตกลง

หลิ่วเจินรอจนแผลเป็นสีดำของกู้หรูเฟิงไม่เจ็บอีกแล้ว จึงไปเก็บกวาดพวกหม้อ จานชาม กระบวย และอ่างน้ำบนโต๊ะไปล้าง

ยามกลับมา กู้หรูเฟิงก็ปิดเปลือกตาไปเรียบร้อยแล้ว

เวลาพักผ่อนในยุคโบราณไม่เหมือนในยุคสมัยใหม่จริง ๆ พอฟ้ามืด ก็ต้องไปนอนในพื้นที่เล็กแคบเช่นนั้น ไม่มีกิจกรรมอื่นใด ไม่มีอะไรให้ทำเลย หลิ่วเจินรู้สึกว่า เวลานอนเริ่มเร็วไปสักหน่อย….

ตอนนี้เดาว่าน่าจะประมาณทุ่มถึงสองทุ่มตามนาฬิกาโลกปัจจุบัน

ดังนั้นหลิ่วเจินจึงนั่งอยู่ตรงธรณีประตู โดยอาศัยแสงจันทร์ที่สาดส่องอยู่นอกประตู ทำของใช้บางอย่างและพยายามทำให้ค่อยที่สุดเท่าที่ทำได้

กู้หรูเฟิงยังไม่ได้หลับจริง ๆ เขาแค่ปิดเปลือกตาเพื่อพักผ่อนสมอง ยังไม่ได้นอนหลับ  ชายหนุ่มไม่รู้ว่าหลิ่วเจินกำลังทำอะไรอยู่ด้านนอก จึงอยากนอนรอจนหลิ่วเจินกลับเข้ามาก่อน

คะแนน 4.4
กรุณารอสักครู่...