ตอนที่แล้วประกาศเปิดอ่านฟรีถึง31ตอน!!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่68+69

            ตอนที่66 ข้าไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณคนอื่น

 

ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าใด แสงสีเขียวยิ่งเปล่งประกายสว่าง กวาดกว้างไปทั่วทั้งผนังถ้ำ

            เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงบริเวณที่ลึกที่สุด พวกเขาก็รู้สึกราวกับได้ก้าวย่างเข้าสู่อีกพิภพหนึ่ง         

            ต้นไม้สูงหยั่งรากลึกทั่วพื้นถ้ำ กิ่งก้านแตกแขนงกว้างใหญ่ไพศาล ส่องแสงสะท้อนสีเขียวเย็น บ่อน้ำเบื้องล่างดิ่งลึกราวกับไร้สิ้นสุดสู่ความตาย อย่างไรก็ตามมีสมุนไพรหลากสีสันผิดแปลกล้อมรอบบ่อน้ำ

            นี่มัน!”

            หลู่เชียนสุ่ยเห็นสมุนไพรเหล่านั้น ใบหน้าอันงดงามเหลือบเย็นของเขาเปลี่ยนไป

            บุปผาสวรรค์อมตะ หยาดน้ำค้างไป๋เกา ผลกลีบม่วง ดอกประกายม่วง มีดอกไม้แปลกประหลาดมากมาย ทั้งหมดล้วนหายากยิ่งนัก

            เนื่องด้วยความตื่นเต้นของนาง หลู่เชียนสุ่ยเร่งปรี่ตรงก้าวออกไป อย่างไรก็ตามกลับถูกขุมพลังที่มองไม่เห็นเหวี่ยงร่างของนางถอยกลับไปทันที นางเซกระเด็นกลับไปหลายก้าวจนเกือบล้ม โชคดีที่ตันไถ่หยวนเอื้อมมือออกไปรับนางได้ทันท่วงที

            ตรงกันข้ามฝ่ามือขนาดใหญ่ของเขาช่างอบอุ่นนัก แม้ชั้นในของนางและแพรพรรณมากมายโอบอุ้มเอาไว้ ทว่านางก็ยังรู้สึกร้อนดั่งไฟลวก

            แก้มแดงระเรื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง หลู่เชียนสุ่ยร่นถอยหลังปรี่ห่างออกจากอ้อมกอดของเขา นางไอกระแห่มสองสามทีกล่าวว่า

            ขอบคุณ

            ตันไถ่หยวนหาได้สนใจนางและถอนมือออกไป สองมือพัลวันวูบวาบ คล้ายว่ามือคู่นั้นดูดซับรัศมีเรืองแสงโดยรอบ คล้ายก่อนตัวขึ้นเป็นลูกพลังโปร่งแสงปะทะกับกำแพงที่มองไม่เห็นและแตกออกอย่างรวดเร็ว

            กลิ่นสมุนไพรสุดข้นครักอบอวลไปทั่วทั้งถ้ำ

            ท่านสร้างค่ายกลเอาไว้งั้นรึ?!”

            หลู่เชียนสุ่ยทราบได้ในทันใด

            ข้าต้องการเพียงบุปผาสวรรค์อมตะกับดอกประกายม่วงเท่านั้น

            คล้อยหลังที่ชายคนนั้นกล่าวขึ้น เขาพลันยกมือขึ้นโบกไปมากลางอากาศเล็กน้อย สมุนไพรทั้งสองชนิดนั้นร่อนบินเข้ามือโดยตรง ขณะกล่าวต่อว่า

            ที่เหลือเป็นของเจ้า

            จากนั้นตันไถ่หยวนก็หลับตาลงอีกครั้ง และก้าวถอยออกมา

            หลู่เชียนสุ่ยยืนแข็งค้างไปพักหนึ่ง เท่าที่นางทราบมาจากความทรงจำของจอมเทพโอสถท่านนั้น สมุนไพรแต่ละชนิดที่เหลือล้วนเป็นส่วนประกอบของโอสถระดับห้าทั้งสิ้น สมุนไพรเหล่านี้หายากเป็นอย่างยิ่งในผืนพิภพแห่งนี้ ล้วนเป็นที่หมายปองของทุกคน

            อย่างไรก็ตาม ชายคนนี้กลับต้องการเพียงสองชนิดจากทั้งหมด ส่วนที่เหลือกลับไม่แยแส…

            เขาคนนี้แปลกคนนัก!

            หลู่เชียนสุ่ยส่ายหัวพลางเดินเข้าไปเก็บเกี่ยวสมุนไพรเหล่านั้นมา

            การจะรวบรวมเก็บรักษาสมุนไพรเหล่านี้จำต้องใช้วิธีที่แตกต่างกัน และนี่เป็นความลึกเชิงลึกที่น้อยคนนักจะเข้าใจ!

            เมื่อหลู่เชียนสุ่ยเริ่มเก็บเกี่ยว ตันไถ่หยวนก็ลืมตาขึ้นเล็กน้อยเฝ้าสังเกตนางอย่างเงียบงัน เมื่อแลเห็นนางเก็บเกี่ยวสมุนไพรต่างๆด้วยวิธีเฉพาะทาง คล้ายเผยแววประหลาดใจเล็กน้อยส่องสะท้อนจากดวงตาแสนเย็นชานั้น

            หลู่เชียนสุ่ยครุ่นคิดคาดเดาไปพลางเก็บเกี่ยวสมุนไพรไปพราง ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นว่า

            ข้าทราบว่าไฉนท่านต้องการสมุนไพรทั้งสองชนิดนี้ นี่เป็นส่วนประกอบหลักของโอสถทำลายผนึก

           

นางกัดริมฝีปากเล็กน้อยและจ้องไปยังรอยเลือดปีศาจสีแดงบนหน้าผากของตันไถ่หยวนและกล่าวว่า

            ข้าไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณคนอื่น เพื่อเป็นการตอบแทน ข้าสามารถบอกเจ้าได้ว่า สูตรโอสถทำลายผนึกมีอะไรบ้าง

            นี่เป็นคำถามที่ตันไถ่หยวนต้องการจะถามนางเมื่อพวกเขาทั้งคู่พบกันอีกครั้ง

            แสงสว่างเปล่งจ้าโฉบแผ่นแววตาของตันไถ่หยวน อย่างไรก็ตามความเยือกเย็นบนใบหน้ากลับมิได้ลดลงเลย

            หลังจากนั้นหลู่เชียนสุ่ยก็บอกสูตรโอสถสำหรับหลอมกลั่นโอสถทำลายผนึกโดยละเอียด

            ในท้ายที่สุดนี้ ตันไถ่หยวนพยักหน้าเล็กน้อยสื่อว่าตนเข้าใจแล้ว

            หลู่เชียนสุ่ยถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางมองไปยังต้นไม้สีเขียวขนาดมหึมาตรงหน้า แสงบ่อน้ำเย็นพลันสะท้อนวิบวับกับตัวกึ่งก้างแสนงามตานัก

            ข้าสงสัยเสียเล็กน้อย พี่ไถ่หยวนทราบหรือไม่ว่านี่คือต้นอะไร?”

            ตั้งแต่ทีแรกที่นางพบเห็นต้นไม้นี้แล้ว ดั่งสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดอันน่าแปลกประหลาดและความแกร่งกล้าของมัน

            เพียงว่าภายในความทรงจำของจอมเทพโอสถท่านนั้นกลับมีมหาศาลไร้สิ้นสุด หลู่เชียนสุ่ยไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมดในเวลาอันสั้น จึงไม่ทราบว่าต้นไม้ต้นนี้คือชนิดใด ดังนั้นจึงใช้เรื่องสูตรโอสถทำลายผนึกเพื่อสร้างคุณน้ำใจแก่ตันไถ่หยวน เพื่อถามคำถามข้อนี้

 

            ตอนที่67 ช่วยทำอะไรสักอย่าง!

 

ตันไถ่หยวนไร้ซึ่งความรู้สึกประดุจเทพผู้ไม่แสดงอารมณ์ต่อผู้คน

            ตำนานต้นไม้เทวะสวรรค์กล่าวไว้ว่า มันสามารถเติบโตได้ในทุกสภาพแวดล้อมมีพลังฟ้าดินปอกร

            คำอธิบายของของเขาช่างน่าประทับใจนัก หลู่เชียนสุ่ยครุ่นคิดอย่างมึนงงเล็กน้อย

            แล้วข้าสามารถถอนออกได้หรือไม่?”

            “…”

ตันไถ่หยวนปิดปากเงียบจับจ้องนาง

            หลู่เชียนสุ่ยทราบดีว่า การแบกต้นไม้ขนาดมหึมาเช่นนี้กลับมันเป็นความคิดที่โง่เง่าเพียงใด แต่นางก็คิดจริงตามที่กล่าว แม้ว่านางจะมิทราบว่ามีอะไรอยู่ภายในนั้น ทว่ามันราวกับกำลังโบกมือเรียกนางอยู่

            ข้าควรไปลองสัมผัสมันดีหรือไม่?

            หลู่เชียนสุ่ยย่างก้าวออกตรงทันที

            อย่างไรก็ตามแต่ เพิ่งเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว เรียวมืองามของนางกลับถูกรั้งไว้

            หลู่เชียนสุ่ยเหลียวหลังกลับมอง จับจ้องไปทางตันไถ่หยวน

            มันอันตราย

            พลางได้ยินแบบนั้น หลู่เชียนสุ่ยดูประหลาดใจมิใช่น้อยและเอ่ยถามว่า

            ท่านหมายถึงมีสัตว์อสูรเฝ้าอยู่งั้นรึ?”

            ตอนที่พวกเขาอยู่ด้านนอก ตันไถ่หยวนเคยกล่าวไว้ว่า ภายในถ้ำแห่งนี้มีอยู่สองอย่าง หนึ่งคือสมุนไพร สองคือสัตว์อสูร ทีแรกนางลืมเรื่องนี้ไปสนิท ยิ่งไปกว่านั้นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ดูทรงคุณค่าเช่นนี้ สัตว์อสูรที่คอยเฝ้าพิทักษ์หาใช่ชนชั้นกินเจไม่ นางต้องการรวบรวมสมุนไพรและของมีค่าเหล่านี้ก็จริง แต่ก็ไม่ต้องการเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรสุดแกร่งกร้าวเช่นกัน

            “ถูกต้อง

            ตันไถ่หยวนเอ่ยตอบ สายตาอันเยือกเย็นนั้นเฝ้าพินิจไปที่ผิวน้ำสีเย็นเรียบนิ่งนั้น

            หลู่เชียนสุ่ยกวาดสายตามองตามอีกฝ่ายไป ทันใดนั้นเองนางพลันเห็นว่า ผิวน้ำนั้นก่อเกิดฟองอากาศปรากฏขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด จากบ่อน้ำสีเย็นยามนี้เดือดพล่านในพริบตา

            ทันใดนั้นเอง…

            ซู่ววว!

            เงาดำสุดกล้าแกร่งปรากฏกายขึ้นเหนือน้ำ ก่อนที่หลู่เชียนสุ่ยจะรู้สึกฟื้นตัว พลันถูกร่างหนึ่งโอบอุ้มเอาไว้และเร่งปรั่ถอยห่างนับหลายสิบฉื่อ

            กลิ่นอายสุดแกร่งกล้าสาดสะท้าน กระจายทั่วผิวน้ำกระเพื่อมสั่น น้ำค้างเกล็ดขาวกระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็วจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า

             ชั้นน้ำแข็งบางปกคลุมทั่วคิ้วของหลู่เชียนสุ่ย ด้วยเหตุนี้นางพลันหนาวสั่นไปทั้งตัว

            อาณาจักรปรับวิญญาณระดับเจ็ดของนางในยามนี้กลับไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง!

            “หนีเร็ว!”

            สุ้มเสียงของหลู่เชียนสุ่ยดังขึ้นทันทีท ถึงแม้นนางไม่เต็มใจที่จะชวดต้นไม้ลึกลับนี้และหนีออกไป แต่ยามนี้ย่อมเข้าใจดี สิ่งใดเป็นสิ่งใด และนางก็หาใช่คู่มือของสัตว์อสูรตัวนี้ได้เลย

            ตันไถ่หยวนอุ้มร่างบางของยาง คู่เท้ากระตุบวูบเตรียมหลบหนีออกไปทันที

            ทว่า…

            วูวว วูวว วูววว…

            กิ่งไม้แตกแขนงสาขาสีเขียวที่ส่องประกายพลันตื่นขึ้นราวกับมีชีวิตขึ้นมา พวกมันส่ายไปมายืดยาวออกไป

            กิ่งก้านสาขาเหล่านี้ยืดยาวออกไปคล้ายกับเถาวัลย์ดูบิดปริ้วคล่องแคล่วนัก เป้าหมายของพวกมันค่อนข้างชัดเจน ในพริบตาเดียว เถาวัลย์เหล่านั้นก็เข้าพันข้อเท้าของหลู่เชียนสุ่ยจับแน่นในทันที

            ตันไถ่หยวนรู้สึกสัมผัสได้ชัดแจ้ง พร้อมหยุดชะงักในบัดดล

            หลู่เชียนสุ่ยเหงื่อแตกพลัก นางก้มศีรษะช้อนสายตาลง จับจ้องไปยังข้อเท้าของตนที่ถูกเถาวัลย์พวกนี้พัลวัน ยามนี้ตกใจสุดขีด

            ข้าควรทำอย่างไรดี?”

            ต้นไม้เทวะสวรรค์กำลังดึงนางเข้าไปใกล้ๆ ทว่านางกลับไม่สามารถเอาชนะสัตว์อสูรผู้พิทักษ์ตนนี้ได้

            ตันไถ่หยวนเร่งวางนางลง ปั้นสีหน้าราวกับเรื่องนี้หาได้เกี่ยวข้องอันใดกับเขา

            หลู่เชียนสุ่ยกัดฟันแน่นกล่าวว่า

            พี่ไถ่หยวน ท่านช่วยข้าได้หรือไม่?”

            ตันไถ่หยวนมองนางอย่างเฉยเมย

            ทันทีทันใด เขายื่นมือออกมาโดยไม่มีบอกกล้าวและสอดเข้าสัมผัสเนินอกอันนุ่มนิ่มของนางโดยตรง มืออุ่นของเขาซุกอยู่ใต้แพรพรรณของนาง นางพลันหน้าแดงขึ้นทันที เสียงหัวใจสั่นระรัวถี่เร็ว

            นี่มันบ้าอะไรกัน?

            หลู่เชียนสุ่ยตกใจอย่างมากในทีแรกสัมผัส ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธจัด นางคำรามขึ้นว่า

            ใครขอให้เจ้าช่วยแบบนี้?!”

            อย่างไรก็ตาม หลู่เชียนสุ่ยจำได้ว่า เมื่อนางตกจากหน้าผาและร่างกระแทกเข้ากับโขดหินอย่างแรง ยามนั้นเขาที่เข้ามาช่วยเหลือก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เช่นกัน

            แต่ฤทธิ์โอสถควรจะกระจายหมดฤทธิ์ไปนานแล้ว นี่เขาคิดว่านางขอความช่วยเหลืออีกฝ่ายในด้านใดกันแน่?!

            เมื่อหลู่เชียนสุ่ยคำรามใส่ตันไถ่หยวนไปคำหนึ่ง เขาก็เอามือที่สอดออกไปทันทีพร้อมหันไปอีกด้านหาได้สนใจนางอีกต่อไป

            เถาวัลย์ที่พันรอบข้อเท้าของนางเริ่มบีบแน่นรุนแรงขึ้น พวกมันดูท่าไม่ค่อยพอใจนัก และเริ่มไต่ขึ้นยังน่องขาของนาง หลู่เชียนสุ่ยยามนี้เริ่มสัมผัสได้ถึงภัยวิกฤตหนักเข้า เร่งเอ่ยขึ้นทันทีว่า

            ตันไถ่หยวน ข้ากำลังจริงจัง! ช่วยทำอะไรสักอย่างกับมันที!”

           

 

 

คะแนน 3.9
กรุณารอสักครู่...