ตอนที่แล้วตอนที่ 46 สงครามโบเมาท์ (คนเก็บศพ)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 48 วิกฤติ เรือเหาะอับปาง

ตอนที่ 47 สงครามโบเมาท์ (ทัพหลัก)

        เมื่อหมูป่าเขี้ยวเหล็กวิ่งเข้ามามันก็ถูกหยุดไว้ แค่คำพูดเดี่ยวของดอน “หยุด!”

        ร่างกายของมันเเข็งค้างอยู่กลางอากาศ ดอนเดินเข้าไปพร้อมกับหักนิ้วมือไปด้วย “เจ้าต้องชดใช้ด้วยขาอวบอ้วนของเจ้า”

        อู๊ดๆ ๆ

        ดอนทุบที่มันจนแทบจะวิญญาณแตกสลาย แต่สายตาที่มันมองมานั้นยังคงเต็มไปด้วยตวามแค้น มันไม่เข้าใจว่าทำไมต้นเองถึงขยับตัวไม่ได้ หรือเทพพระเจ้าหมูจะลงโทษที่มันกินน้อยเกินไป

        มันจึงสัญญาว่าจะกินให้เยอะขึ้นไปอีก

        “เจ้ายังไม่สำนึกใช่ไหม?” เขาซ้อมมันอีกพักใหญ่จนมันแทบจะร้องออกมาไม่ไหว

        หลังจากที่ดอนเหนื่อยแล้วเขาก็สั่งให้เคนแขวนมันไว้บนต้นไม้โดยใช้เถาวัลย์และเขาก็ออกไปด้วย อารมณ์หงุดหงิด

        เมื่อออกมาจากโลกลูกบาศก์วิญญาณก็เป็นเวลาเย็นแล้ว

คืนนี้แผนการรบของกองกำลังแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ แนวหน้าจุดตั้งรับ 30 กิโลเมตร ครั้งนี้พวกเขาส่งออกไป ถึง 1000 หน่วยเป็นจำนวนถึง 10,000 คน

จุดตั้งรับที่ 2 คือบริเวณตีนเขาของยอดเขาโบเมาท์อีก 300 หน่วยหรือประมาน 3,000 คน

และหน่วยไล่ล่าพิเศษ อีก 2,000 เพราะเมื่อคืนก่อนพวกเขาไม่มีหน่วยไล่ล่า พอถึงตอนเช้ามันก็หนีไปได้อย่างง่ายได้

ทางผู้บัญชาการกองกำลัง ทั้ง 8 เริ่มที่จะทุ่มกำลังออกมามากขึ้นพวกเขาไม่ยอมเป็นเป้านิ่งถูกโจมตีอยู่ฝ่ายเดี่ยวอย่างแน่นอน

เพราะการตั้งรับอย่างเดี่ยวที่ผ่านมา พวกเขาเสียกำลังคนไปถึง 5,000 แล้วและที่สำคัญคือ พวกเขาเป็นอัศวินและนักรบทั้งนั้น

การจะฝึกฝนนักรบอัศวินขึ้นมาทดแทนทั้ง 5,000 คนนี้จะต้องใช้ทรัพยากรที่มหาศาล

        คืนนี้พวกเขากะว่าจะไม่ยอมให้พวกเกสเพนสท์มันถอยหนีไปได้อีก และถ้าเป็นไปได้ก็จะค้นหารังของพวกมันให้เจอเพื่อฆ่ามันทิ้งในตอนกลางวัน

        เวลาสองทุ่มด้านหน้าเครื่องกรีดขวางที่ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อตอนกลาวงวันโดยเกณฑ์คนธรรมดาที่ตกค้างอยู่ในเทือกเขาโบเมาท์

        ขณะนี้นักรบและอัศวินหลายคนกำลังเคร่งเครียดและกดดันสุด ๆ นั้นก็เป็นเพราะว่าพวกมันยังไม่โจมตีมาอีกแม้ว่าจะเป็นเวลา 2 ทุ่มแล้ว

        พวกเกสเพนสท์มันรออะไรอยู่?

        พวกเขาหลายคนได้แต่คิดแบบนั้น ดอนเองก็แปลกใจตอนนี้เขาแต่งตัวเป็นคนเก็บศพ แอบอยู่บนต้นไม้รอย่องใจเย็น เคนลอยอยู่ด้านข้างอย่างเฝ้ารอ

ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้วพวกมันก็ไม่บุกโจมตี

บางคนก็หาวออกมาด้วยความง่วง บางคนล้มตัวลงนอนเพราะคิดว่าพวกมันไม่โจมตีแล้วในคืนนี้

แต่แล้วดอนก็คิดถึงบางอย่างกลยุทธที่พวกมันเคยใช้ เเละเขาก็เคยเจอมาแล้ว “พวกเกสเพนสท์มันอยู่บนต้นไม้!”

ถึงเขาจะตระหนักถึงไปได้แต่มันก็สายไปเสียแล้วเกสเพนสท์จำนวนนับหมื่นกระโดดลงมาจากต้นไม้

“อ๊าค ๆ ” มันร้องคำรามราวกลับเป็นสัญญาณ

ตอนนี้เครื่องขวางกันกลายเป็นไร้ประโยชน์ทันทีเพราะพวกมันใช้การปืนต้นไม้เพื่อข้ามผ่านสิ่งกรีดขวางได้อย่างตามใจชอบ

“อ๊าก ๆ! พวกมันมาแล้ว รีบตั่งแนวรับเร็ว”

“หนีเร็ว!”

การลอบจู่โจมของเกสเเพนสท์นั้นได้ผลเป็นอย่างดี ตอนนี้สถานะการวุ่นวายเป็นอย่างมาก

“ใครหนีมันต้องตาย!!!” ทันใดนั้นก็มีเสียงดังกังวาลไปทั่วสนามรบทุกความสับสนเริ่มกลับมาเป็นปกติ

“ถ่ายทอดคำสั่งไปยังหน่วยต่าง ๆ ให้หน่วยตราเงินเป็นหัวหอกเน้าโจมตีเกสเพนสท์ตาแดงเป็นหลัก หน่วยตราทองแดงและตราเหล็กเน้นโจมตีพวกเกสเพนสท์ตาขาว หน่วยไล่ล่ารอพังสัญญาณ”

“คนที่บาดเจ็บถอยกลับไปแนวตั้งรับที่สอง”

ผู้นำกองกำลังที่ 2 สั่งออกมานักรบที่อยู่ด้านข้างเริ่มส่งคำสั่งออกไปทางตราของหน่วยต่าง ๆ

ตอนนี้ผู้นำกองกำลังทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่ยอดเขาแล้ว ยกเว้นกองกำลังที่ 1 และ 3 เท่านั้นที่ประจำอยู่ที่เมืองอัสซาเมีย

สถานะการเริ่มกลับมาเข้าที่ การรอบโจมตีของเกสเพนสท์เริ่มใช้ไปได้ผล

เสียงการต่อสู็ดังขึ้นมาอยู่ต่อเนื่อง ดอนที่ตอนนี้เฝ้ารออยู่ก็เข้าร่วมค่อยเก็บเกสเพนสท์ที่หลงฝูงออกมา

การต่อสู่กินเวลาถึง 4 ชั่วโมงแล้วแต่จำนวนของเกสเพนสท์ที่โจมตีเข้ามาก็ยังไม่ลดจำนวนลงเลยแม้แต่น้อยจนเข้าเริ่มกังวลแล้ว

“ถ้าดูจากจำนวนเกสเพนสท์ที่ตาย 50,000 ตัวในชั่วโมง 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา พวกมันน่าจะถอยกันได้แล้วแต่นี่มันกลับโจมตีเข้ามาอย่างต่อเนื่องราวกลับว่า…” ผู้นำกองกำลังที่ 4 กล่าว

“ราวกลับว่ากองทัพหลักของพวกมันมาถึงแล้ว” ผู้นำกองกำลังที่ 2 กล่าว

“ตอนนี้ทางเบื้องบนของสถาบันว่าอย่างไรบ้าง?” ผู้นำกองกำลังที่อีกคนถาม

“เบื้องบนสั่งให้เตรียมถอยทัพและรวบรวมทรัพยากรทั้งหมดเท่าที่จะทำได้กลับไปที่หอคอยเอราธาเมีย”

“สายข่าวเรารายงานมาว่าทางภูมิภาคทางตอนเหนือถูกพวกลัทธิบูชาปีศาจยึดไปเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว ทางสหพันธ์กำลังถอยทัพกลับมาเพื่อรักษากองกำลังหลักไว้”

“ส่วนทางภูมิภาคตะวันออกดูเหมือนทางองค์กรขนนกทองคำและองค์กรพฤกษาโลหิตจะกล่าวโทษต่อสหพันธ์ที่ปกปิดข้อมูลของลัทธิบูชาปีศาจจนทำให้เกิดเหตุโศกนาฏกรรม จึงประกาศแยกตัวและไม่ขออยู่ภายใต้สหพันธ์อีกต่อไป”

“และที่ภูมิภาคตะวันตกก็กลายเป็นดินแดนขององค์กรมืดไปแล้ว เพราะสหพันธ์ไม่มีกำลังทหารและอำนาจมากพอ”

ปัง!

ผู้นำกองกำลังที่ 10 ทุบโต๊ะอย่างแรงและด่าออกมาด้วยความโกรธ “บัดซบเอ้ย ตอนนี้มนุษย์เราถูกโจมตีจากพวกที่เข้าฝ่ายกับปีศาจ แต่ไม่ยอมสามัคคีกัน กลับเอาไปแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์กัน” 

“ตอนนี้ดินแดนทางใต้ก็วุนวายและองค์กรส่วนใหญ่ก็ยังคงถูกโจมตีโดยลัทธิบูชาปี 2และเกสเพนสท์อยู่ พวกเราสถาบันจอมอาคมเอราธาเมียจึงต้องรักษาทุกกองกำลังและอำนาจไว้ให้มากที่สุด”

“ถ้าพวกทัพหลักของเกสเพนสท์บุกเข้ามาก็ให้ใช้เรื่อเหาะอพยพผู้ใช้พลังและอะศวินหนีออกจากเทือกเขาโบเมาท์ทันที เพราะพวกเขาคือ รากฐานของสถาบันจอมอาคมเอราธาเมียของพวกเรา”

ผู้นำกองกำลังทุกคนได้แต่พยักหน้าเงียบ ๆ

ตูม !

เสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังมาจากสนามรบที่แนวหน้า

ทันใดนั้นก็มีอัศวินเข้ามา “รายงานตอนนี้มีเกสเพนสท์ตาดำจำนวน 3 ตัวโจมตีอยู่ที่แนวหน้า”

“ใครจะเป็นคนไปจัดการมัน ?” ผู้นำกองกำลังที่ 2 กล่าว

ทุกคนหันไปมองหน้ากันไปมาไม่มีใครอาสาออกมาสักคน จนกระทั้ง ผู้นำกองกำลังที่ 10 ลุกขึ้นมาและกล่าว “ข้าไปเอง!!”

“งั้นข้าไปด้วย” ผู้นำกองกำลังที่ 5 และ 6 กล่าวออกมา ทั้งสามคนพยักหน้าให้กันและเดินออกมามุ่งหน้าไปที่แนวหน้าทันที

ดอนยืนอยู่ห่าง ๆ และมองการปะทะกันของเกสเพนสท์ตาดำและจอมอาคม เนื่องจากการต่อสู้ของพวกเขารุนแรงอย่างมากดังนั้นจอมอาคมทั้งสามคนจึงพยายามลากเกสเพนสท์ตาดำทั้งสามตัวให้ออกห่างไปจากแนวหน้าของสนามเพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ นักรบและผู้ใช้พลังฝึกหัดของฝ่ายตนให้ได้มากที่สุด

“ฝนกำลังตก ไปจัดการกันต่อเถอะ” ดอนยืนมือออกไปลองหยดน้ำฝนที่ตกลงมา

จากนั้นเขาก็วิ่งออกไปจักการเกสเพนสท์ที่หลงฝูงและเก็บศพของเกสเพนสท์ที่ตายเพื่อเป็นพลังงานให้กลับลูกบาศก์วิญญาณ

ตอนนี้พลังงานในลูกบาศก์วิญญาณมีอยู่ 35,000 หน่วย ยิ่งสายฝนตกลงมาอากาศก็ยิ่งเย็นลงเรื่อย ๆ สภาพร่างกายของนักรบก็ยกเหื่อยล้าจากความหนาวเย็นและการต่อสู้ที่ยาวนานหลายชั่วโมง

นักรบบางส่วนล่าถอกลับไปที่แนวป้องกันที่สองแล้ว เกสเพนสท์ตาดำยิ่งออกมามากขึ้น 

“ฮ้า !” ดอนฆ่าเกสเพนสท์ตาขาวที่ติดอยูในคาถาหลุมศพด้วยมีดสั้นเงาจันทร์(อาวุธพลังงาน ระดับ 3 ที่ได้มาจากห้องทดลอง)ตัวมีดผ่าเข้าไปในร่างของมันได้อย่างง่ายได้

ตอนนี้เขาต้องประหยัดพลังจิตจึงได้ใช้มีดสั้นเงาจันทร์แทนคาถาหอกดินที่กินพลังจิตมาก

อีก 1 ชั่วโมงก็จะเช้าแล้ว เขาได้แต่หวังว่าฝนจะหยุดตกและอุณหภูมิจะสูงขึ้นในตอนเช้าพวกมันจะได้หยุดโจมตีและถอยกลับไป

แต่ความหวังของเขาก็ช่างริบหรี่เพราะสายฝนยังตกอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกเลย

“เคน ศพตรงนั้นมีกี่ตัว?” ดอนถามเคนที่พึ่งกลับมาจากการสำรวจ

“มี 40 กว่าตัวท่านจะไปเอาหรือไม่?” เคนกล่าวตอบพร้อมกับหันไปดึงวิญญาณเกสเพนสท์อีกตัวและกินอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้พลังของเคนพัฒนาเร็วมากเนื่องจากได้กินวิญญาณที่บิดเบี้ยวของเกสเพนสท์และวิญญาณอาฆาตไปหลายตัว

ดอนคิดอยู่ว่าเขาจะกลับไปที่ยอดเขาเลยหรือไม่เพราะมันใกล้เช้าแล้ว

“ไปจัดการศพทั้ง 40 ตัวพวกพวกนั้นก่อนก็แล้วกันค่อยกลับ”

เคนและดอนมุ่งหน้าไปที่สนามรบแนวหน้าทันที หลังจากจัดการซากเกสเพนสท์ทั้งหมดเสร็จเขาก็หันไปเห็นพื้นที่โล่งไกล้ ๆ กัน

“เจ้าไปดูบริเวณนั้นหรือยัง?”

“นายท่าน ข้ายังไม่ได้ไปดู” เคนกล่าวออกมา

“งั้นไปดูกันเถอะเพื่อจะมีอะไรดี ๆ”

ตอนนี้ต้นไม้และพื้นดินเต็มไปด้วยหลุมบ่อและเศษซากที่หักโค้นลง

ร่างของนักรบที่ใส่เกาะเหล็ก ร่างของผู้ใช้พลังงานฝึกหัดที่ใส่ชุดคุมสีเทานอนตายกันอยู่เกลื่อนกราดเต็มไปหมด

“เกิดอะไรขึ้นตรงนี้?” ดอนมองไปรอบ ๆ และเดินหลบไปมาในเงาของซากต้นไม้อย่างระวัง และเขาก็เห็นหลุมขนาดใหญ่ตรงกลางมีร่างของเกสเพนสท์ที่นอนตายอยู่

และเขาก็เข้าใจทันทีดูเหมือนว่าพวกนี้จะตายเพราะเกสเพนสท์ตาดำ

“มันจะให้พลังงานได้เท่าไหร่?”  เขามองไปที่ร่างเกสเพนสท์ตาดำด้วยตาที่เป็นประกาย

เคน ลอยมาหยุดข้างดอนและพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น “นายท่านข้าต้องการวิญญาณที่บิดเบี้ยวที่อยู่ในหัวใจของมัน”

ซู่ !

ดอนรีบยกมือขึ้นมาทำสัญลักษณ์ว่าให้เงียบเพราะเข้าสัมผัสได้ว่ากำลังมีบางอย่างตรงมาทางนี้

ดอนรีบหลบหลังท่อนไม้ทันและแอบมองมัน

พวกมันคือเกสเพนสท์ ดวงดาของมันเป็นสีแดงดุดโลหิดเข้มจนน่ากลัวเป็นอย่างมาก

มันกำลังกัดกินร่างของเกสเพนสท์ตาดำ และมันไม่ได้มีแค่ตัวเดี่ยวแต่มีถึง 10 ตัวไม่ใช่แค่นั้นพวกมันกินร่างของศพมนุษย์คนอื่น ๆ ที่อยู่ในบริเวณเดี่ยวกันด้วย

ทันใดนั้นก็มีเกสเพนสท์ตัวหนึ่งเดินออกมามันแต่งเหมือนกับมนุษย์ทั้งการเดินและรูปร่าง ยกเว้นก็แต่ดวงตาที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ หูแหลมและสีผิวที่ขาวซีดจนหน้าตกใจ

ถ้าเขาไปเห็นมันที่อื่นก็คงคิดว่าเป็นมนุษย์อย่างแน่นอน

เกสเพนสท์ทุกตัวในบริเวณนี้ดูจะเคารพมันเป็นอย่างมาก มันเดินไปที่ร่างของเกสเพนสท์ตาดำที่ตาย จากนั้นก็ควักหัวใจของเกสเพนสท์ตาดำออกมาและกลืนมันลงไปทั้งอย่างนั้น

ดอนพยายามมองหน้ามันให้ชัดและก็ต้องตกใจเพราะมันไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น ไดมอสนั้นเอง

(ไดมอส เกสเพนสท์ที่ขวางทางดอนข้ามทางเชื่อหินแล้วตกไปในเหวพร้อมกับงูยักษ์)

“มันยังไม่ตายอีกเหรอ” ดอนมองไปที่มันและพึมพัมออกมา

        ดอนพยายามอยู่ให้นิ่งที่สุด เพื่อไม่ให้พวกมันหาเจอตอนนี้มีเกสเพนสท์ตาแดงเดินมาทางเขาตัวหนึ่ง

        มันหยุดอยู่หน้าท่อนไม้ที่เข้าแอบอยู่และกล้มกินซากของอัศวิน

        สายฝนที่ตกลงมาช่วยกบกลิ่นของเขา ดอนค่อย ๆ ขยับตัวให้จมลงไปในน้ำฝนที่ขังอยู่ในหลุม

        ส่วนเคนก็ลอยเข้าไปในลูกบาศก์วิญญาณแล้ว

        เมื่อรอสักพักเกสเพนสท์ตัวนี้ก็ยังคนกินต่อ ดอนกำลังคิดว่าจะจัดการมันเลยหรือไม่ แต่เขาก็ไม่ทำและนอนรอมันออกไปเอง

        เพราะนอกจากไดมอสแล้วยังมีเกสเพนสท์ตาแดงอีกนับ 10 ตัว

‘6 โมงเช้าแล้ว’ ท้องฟ้าเริ่มสว่าง แต่มันก็ไม่มากนัก เพราะสายฝนและกลุ่มเมฆที่บดบดบังราวกับว่าดินแดนแห่งนี้จะไม่เห็นแสงของตะวันอีกต่อไป

ทันใดนั้นก็ดูเหมือนว่าไดมอสจะเรียกพวกมันทั่ง 10 กลับและมุ่งหน้าออกไป

“ในที่สุดพวกมันก็ถอยกลับไป” ดอนลุกออกมาจากเองน้ำแต่แล้วเขาก็คิดบางอย่างได้ “ไม่ถูกต้อง การต่อสู้ยังไม่หยุดลง”

เสียงของการต่อสู้ยังคงดังต่อเนื่อง

ทันใดนั้นดอนก็หยิบตราหัวหน้าหน่วยขึ้นมาเพราะมันมีข้อความส่งมา “แจ้งทุกหน่วยให้ถอยกลับมาที่แนวป้องกันที่ 2 ที่บริเวณตีนเขาของยอดเขาโบเมาท์เดี่ยวนี้”

ข้อความถูกส่งซ้ำ ๆ ออกมาอีกหลายครั้ง

แต่แล้วอยู่ ๆ พื้นดินก็สั่นสะเทือน สายฝนก็สั่นไหว อนุภาคพลังงานในอากาศเริ่มที่จะควบคุมไม่ได้

“เกิดอะไรขึ้น?” ดอนถึงกลับตกใจเขาเป็นถึงผู้ควบคุมที่มีความสามารถในการควมคุมอนุภาคพลังงานที่แทบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบในขั้นนี้

แต่ตอนนี้มันราวกลับว่าอนุภาคพวกนี้ได้เสียสมดุลไป

ตูม !

ทันใดนั้นก็มีพลังงานแสงสีเทาพุ่งขึ้นจากผืนดินห่างจากยอดเขาโบเมาท์ไป 100 กิโลเมตร แทงทุเมฆฝนที่อยู่บนท้องฟ้า จนเมฆกระจายตัวออกเป็นวงกว้าง

คลื่นที่มันปลดปล่อยออกมาเสียงดังมากจนแม้แต่ดอนที่อยู่ห่างออกไปจากมันถึง 70 กิโลเมตรยังต้องเอามืออุดหูไว้

“อ๊าก!” เขาทิ้งตัวลงกลับพื้นและดิ้นไปมาด้วยความเจ็บปวด

หลังจากนั้น 10 นาทีในที่สุดมันก็หยุดลง

ดอนถึงกลับหมดแรงมีเลือดไหลออกจากหูมันเจ็บมาก เขาต้องพยุงตัวขึ้นมา

แต่แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจ เมื่อมีสีขาวของบางสิ่งตกลงจากท้องฟ้า

“หิมะ” ดอนมองไปรอบข้างมันเต็มไปด้วยหิมะที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและเสาแสงสีเท่าที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน

“ทัพหลักพวกมันมาถึงแล้ว”

……………………………………………..

witterry : ลงนิยายทุกวัน เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ เวลา 18.00 น. วันละ 1 ตอน (ถ้าแต่งไปไกลจากที่ลงแล้วจะลงแถมให้) ขอบคุณที่เข้ามาติดตามอ่านนะครับ

คะแนน 3.3
กรุณารอสักครู่...