ตอนที่แล้วตอนที่27 ค่ายอาคมสิบสองยันต์สวรรค์
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่29 ทำลายแท่นศิลายันต์สวรรค์

ตอนที่28 อักษรคำว่าโชคลาภ

 

ณ เชิงเขาโอสถวิญญาณ สายพิรุณร่วงโรยไม่หนักไม่แรง มวลเมฆสีดำทมิฬปกคลุมไปทั่วคล้ายยามรัตติกาล แสงสว่างจากฟ้าร้องไสววูบวาบทั้งน่านนภา

ไกจจากเสาประตูทางเข้าหุบเขาโอสถวิญญาณ ปรากฏร่างทั้งสองที่กำลังแหงนขึ้นมองยอดเขาบนรถม้า

 

ผ่านมาครึ่งชั่วยามแล้ว ไฉนพวกนั้นยังไม่ลงมาอีก? ลุงเสี่ยว เจ้าเห็นอยู่บนหุบเขาจริงแน่รึ? คงไม่มีอะไรผิดพลาดกระมัง?”

คนที่เอ่ยปากกล่าวขึ้นเป็นเยาวชนหนุ่มคนหนึ่ง พินิจจากใบหน้าหล่อเหลาประดุจหยกขาว แลดูไปมีหลายจุดคล้ายกับซ่งโซวไม่น้อย สีหน้าการแสดงออกในปัจจุบันเปี่ยมล้นไปด้วยความสงสัย

คนข้างกายเขาเป็นชายวัยสามสิบต้น สีผิวออกไปทางเหลืองเล็กน้อย คล้อยหลังได้ยินเช่นนั้นพลันคลี่หัวเราะเบาๆและกล่าวว่า

ไม่ต้องห่วงไป นายน้อยซ่งหลิน เจ้าหลานเหมี่ยวซีเป็นถึงหัวหน้าหอวีรชน ทั้งยังสนิทกับศิษย์พี่ของนายน้อยซ่งซี ในเมื่อเขาตอบตกลงที่จะช่วยแล้ว เราก็มั่นใจได้ บัวหิมะเก้าหยินเพียงหนึ่งต้นก็มากเกินพอที่จะกระตุ้นให้เขาปฏิบัติตามสั่งแล้ว

 

หากซ่งโซวอยู่ตรงนี้ เขาย่อมสามารถจดจำน้ำเสียงนี้ได้อย่างชัดแจ้ง ปรากฏว่าเป็นเฟิงเสี่ยวที่สนทนากับอินหลางเมื่อหลายเดือนก่อน

 

ซ่งหลินยังคงดูกังวลมิคลายใจ คู่คิ้วขมวดขึ้นแน่นและกล่าวว่า

ข้าย่อมทราบเรื่องนั้นดี แต่แม้น้องชายคนนี้จะไม่สามารถบ่มเพาะพลังปราณได้ ทว่าเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เขามีพรสวรรค์ในเส้นทางแห่งการต่อสู้ในระดับแนวหน้า หากได้รับการประเมินจนเข้าสู่นิกายหลิงหยุนได้ ยามนั้นจักยิ่งเป็นเรื่องลำบากสำหรับเราที่จะลงมือ อย่าลืมไปเสียในมือของพวกมันมีป้ายตราหลิงหยุนทับทิมชาด

 

 

นายน้อยซ่งหลินไม่ทราบคงมิแปลกว่า ภายในนิกายใหญ่เขาทำงานกันอย่างไร!”

เฟิงเสี่ยวเค้นเสียงหัวเราะเยาะคำโต รอยยิ้มเหยียดบนมุมปากแฝงเร้นไปด้วยความดูถูก

นิกายใหญ่โตมากมีปัญหาภายในเป็นของคู่กันอยู่เสมอ ซึ่งนิกายหลิงหยุนเองก็ต้องมีบางคนที่ไม่ชอบใจนักเรื่องสิทธิพิเศษเหล่านี้ สุดท้ายนี้ขยะอย่างมันมีใครจะต้องการ? เพียงรู้ว่าตัวมันมีเส้นลมปราณคู่ ผู้คนก็ต่างก็ผลักไสไล่ส่งแล้ว เว้นเสียแต่ มันจะสามารถพิชิตค่ายกลกระบี่ฟ้า หรือไม่ก็ผ่านด่านค่ายอาคมสิบสองยันต์สวรรค์ที่เหล่าบรรพบุรุษของนิกายหลิงหยุนทิ้งเอาไว้ได้

 

ซ่งหลินดูตื่นตกใจเล็กน้อยพลันส่ายหัวทันที

ไม่มีใครสามารถพิชิตค่ายกลกระบี่ฟ้าไปได้ ส่วนค่ายอาคมสิบสองยันต์สวรรค์ ไม่มีใครที่มีระดับชั้นต่ำกว่าอาณาจักรเคียงฟ้าสามารถผ่านไปได้! ซึ่งลืมไปได้เลยสำหรับเจ้านั้น แม้แต่บุคคลที่ได้การยอมรับจากนิกายหลิงหยุนยังมิอาจพิชิต แต่อย่างไรก็ตาม นี่เป็นงานแรกที่พี่ซงซีไว้วางใจและมอบหมายให้ข้ามาดูแล ดังนั้นจึงไม่อยากให้เกิดข้อผิดพลาดอันใดเด็ดขาด!”

 

ในขณะที่กล่าว ซ่งหลินก็เงยขึ้นมองหุบเขาอีกครั้งพลางพึมพำว่า

ตอนที่ท่านลุงยังอยู่ มันมักทำตัวหยิ่งผยองคิดว่าตัวเองเป็นใหญ่ ทั้งยังสั่งให้พวกเขาก้มกราบเคารพนับถือในตัวมันเป็นเวลาหลายปี ที่ผ่านมา ซ่งโซวมันก็แค่เศษสวะตัวหนึ่ง ที่แม้แต่บ่มเพาะพลังยังไม่มีปัญญา ไฉนถึงจำต้องทนให้มันขี่หลังพวกเราอยู่ตลอดเวลา? รอจนกว่ามันจะเดินทางลงจากหุบเขา ข้าจะบดขยี้มันให้จมดิน สร้างความอัปยศครั้งใหญ่สลักจำกลางใจ มาตรได้ว่า ช่วยชำระล้างปมในใจข้าโดยสิ้น!”

 

เฟิงเสี่ยวอดรู้สึกกระอักกระอวนอดได้เมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่แล้วอย่างไร เขาก็เคยรับใช้ราชาปีศาจคนก่อนมาเช่นกัน วาจาคำกล่าวเหล่านี้จึงดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่นัก หลังจากลังเลเล็กน้อย เขาพลันส่ายหัวกล่าวขึ้นว่า

องค์ชายซ่งโซววไม่ว่าจะมีพรสวรรค์อย่างไร แต่สุดท้ายก็ไร้ซึ่ง่คุณสมบัติที่จะขึ้นเป็นผู้นำได้ ทั้งหมดเป็นเพราะสิ่งที่เขาเคยกรพทำลงไปทั้งสิ้น เรื่องนี้หาโทษคนอื่นได้ไม่

 

ทอดสายตามองตามซ่งหลิน เฟยเสี่ยวรู้สึกผิดปรพหลาดอยู่หลายส่วน ไม่มีใครทราบเลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างข้างบนนั้น แต่ถึงอย่างไรก็ไม่น่าจะนานได้ขนาดนี้…

 

 

……………………

 

 

ณ วังบนยอดเขา ปัจจุบันกลับกลายเป็นความว่างเปล่าโดยสิ้น ทั้งศิษย์ชั้นในและนอก หรือแม้แต่ศิษย์สาวกที่เฝ้าเวรยามอยู่ต่างก็แห่เข้ามารวมตัวกันใต้แท่นศิลายันต์สวรรค์ เพื่อเฝ้าดูเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังท้าทายอย่างดุเดือด

สายตาที่เฝ้ามองของพวกเขาโดยส่วนใหญ่ หาใช่ความโกรธเกรี้ยวหรือริษยา พวกเขาเพียงจับจ้องอยู่บนนั้นด้วยความตื่นตาตื่นใจ ไม่ละสายตาออกมาแม้แต่วินาทีเดียว

 

ป้ายศิลาเหล็กที่เก้า ยันต์เขียนว่าดินแดนส่วนป้ายศิลาเหล็กที่เหลือคงไม่ยากเกินมือเขา…

 

ค่ายอาคมสิบสองยันต์สวรรค์ แบ่งได้เป็น นภา, พิภพ, หยิน, หยาง, ทอง, ไม้, ไฟ, ดินแดน, น้ำ, ลม, สายฟ้าและโชคลาภ หลังจากไขปริศนาได้ยันต์อันอื่นๆจะสำแดงตัวอักษรออกมา และหน้าที่ของเราจพต้องคัดลอกอักษรเหล่านั้นเขียนลงไปบนป้ายศิลาเหล็ก แต่สิ่งที่ยากที่สุดของค่ายอาคมนี้คือจุดเริ่มต้น หากผ่านขั้นแรกมาได้ก็ไม่ควรมีจุดใดสร้างปัญหาให้เขาอีกต่อไปแล้ว

 

ข้าไม่คิดไม่ฝันเลยว่า บนผืนพิภพแห่งนี้จะมีผู้ใดสามารถคัดลอกอักษรเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องใช้พลังจิตวิญญาณ สิ่งหนึ่งที่พึงทราบ ระหว่างการคัดลอกอักษรลงไป จะมีมวลพลังงานประหลาดคอยขัดขวาง! ข้ารู้สึกละอายใจเหลือเกิน…

 

เจ้ากล่าวเช่นนี้ยังคงเร็วเกินไป แม้จุดเริ่มต้นอย่างคำว่านภายากเข็ญยิ่ง แต่จุดที่ยากที่สุดยังคงอยู่กับตัวอักษรสุดท้ายอย่างโชคลาภการจะคัดลอกอักษรลงไปจำต้องเข้าใจความหมายของคำนั้นๆอย่างถ่อแท้ โชคลาภหาได้มีรูปธรรมดั่งคำอื่นๆ และเป็นไปไม่ได้แน่นอนที่เขาจะเข้าใจได้!”

 

ท่ามกลางฝูงชนน้อยใหญ่ เก้อเหิ่นหยุนเฝ้ามองซ่งโซวไม่ห่างพร้อมดวงตาที่เปล่งประกายวิบวับ นางร้องอุทานลั่นด้วยความหลงใหลว่า

สิบสองยันต์สวรรค์นั้นก็เอาเขาไม่อยู่แล้ว! เฟยไป๋! ข้าควรทำอย่างไรดี? ยิ่งมองเขาเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งรู้สึกหลงรักเขาเข้าไปทุกที! ข้า…ข้าหักห้ามใจตนเองไม่ไหวอีกต่อไป…

 

เฟยไป๋ที่ยืนอยู่ข้างๆพลันสะดุ้งโหย่ง ก่อนจะเร่งสงบสติอารมณ์โดยไวและกล่าวว่า

พวกเราประเมินเขาต่ำเกินไปในทีแรก ไม่เพียงเพลงกระบี่ของเขาที่ยอดเยี่ยมไร้ที่ติ แม้กระทั่งทักษะอาคมของเขาเองก็ยังเหนือชั้นยิ่ง เหิ่นหยุน หากเป็นเจ้า เจ้าสามารถคัดลอกอักษรได้กี่ตัวในทั้งสิบสอง

 

หากรวมอักษรนภาด้วยก็เป็นสิบเอ็ด

เก้อเหิ่นหยุนลอบคางตนเองไปมาอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะเหลียวมองป้ายศิลาเหล็กแท่งสุดท้ายด้วยความสิ้นหวัง

ป้ายศิลาเหล็กแท่งสุดท้ายมีสีแตกต่างจากที่เหลือโดยสิ้นเชิง มันเป็นสีเงินแวววับส่องสว่าง วัสดุทำจากศิลาแสงเมฆา มันมิได้สูงค่าไปกว่าจิตวิญญาณมารทองคำ แต่เพียงว่ามีคุณสมบัติพิเศษที่หาไม่ได้ในจิตวิญญาณมารทองคำ

 

มีเพียงคำว่าโชคลาภเท่านั้นที่นางไม่สามารถคัดลอกมาเขียนได้

 

เส้นทางแห่งโชคลาภ นากเกินกว่าจะเข้าใจได้อย่างถ่องแท้จริงๆ มีอยู่จริงบนผืนพิภพหรือไม่ยังหาข้อพิสูจน์มิได้ด้วยซ้ำ มีคำกล่าวที่ว่าชีวิตอยู่เหนือโชคลาภ แต่น่าเสียดายที่เหล่าบรรพบุรุษยังไม่ประสบความสำเร็จถึงขั้นนั้นได้ในชั่วชีวิตของพวกเขา จึงสร้างได้เพียงค่ายอาคมสิบสองยันต์สวรรค์เท่านั้น ส่วนอักษรที่ลึกล้ำกว่าอย่างจักรวาลและอนันต์กล่าวได้ว่าเข้าใจได้ยากเสียยิ่งกว่าสรรพสิ่ง แม้แต่ร่องรอยการดำรงอยู่ของทั้งสองอักษรนี้ ก็ยังมิอาจรับรู้ได้

 

เมื่อกล่าวถึงเส้นทางแห่งยันต์อาคม เก้อเหิ่นหยุนก็พยักหน้าเชิงว่าเห็นด้วย

 

เฟยไป๋พยักหน้าเช่นกันก่อนจะเปลี่ยนเรื่องว่า

ข้าคิดว่า หากต้องการจะทำลายค่ายกลกระบี่ฟ้า ยังต้องใช้เวลาอีกประมาณสองปีเป็นอย่างต่ำ เจ้าเองก็น่าจะใช้เวลาประมาณข้าเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม การจะพิชิตค่ายอาคมสิบสองยันต์สวรรค์นี่… จะว่าไปแล้ว ซ่งโซวคนนั้นเขียนออกมาได้ค่อนข้างน่าเกลียดนัก

 

สายโลหิตลากเส้นยาวที่ซ่งโซวกำลังคัดคอกอยู่นั้น ไม่ว่าผู้ใดต่างกล่าวได้เป็นเสียงเดียวกันว่า เชื่องช้าประดุจเต๋าคลาน ทั้งยังมีเส้นบิดเบี้ยวไม่น่าชื่นชมพิสมัยเลยแม้แต่น้อย

 

เจ้าเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ จะไปรู้เรื่องอันใด?”

เก้อเหิ่นหยุนเค้นเสียงเย็นเอ่ยวาจาเย้ยหยั่นเข้าข่ม ขณะที่คู่ดวงเนตรยังคงจับจ้องไม่คลายอ่อน ออกจากอักษรที่ซ่งโซวกำลังวาดเขียน นางกล่าวว่า

โดยห้ามใช้พลังจิตวิญญาณใดๆช่วยเหลือ แค่จะวางนิ้วประทับกัยป้ายศิลาเหล็กเหล่านั้นก็ยากเย็นมากแล้ว แม้เส้นอักษรจะหงิกงอบิดเบี้ยวดูไม่สวย แต่นั้นก็กอปรไปด้วยพลังอาคมครบถ้วนสมบูรณ์! มิทราบเลยว่า ในจักรวรรดิตงหลินมีบุคคลที่มีจิตวิญญาณแกร่งกล้าขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อใด ทอดสายตาเสาะค้นทั่วทั้งจักรวรรดิตงหลิน มีคนแบบเขาไม่เกินห้าแน่นอน

 

สุ่มเสียงหวานของนางพลันหยุดชะงักลง สายตาจับคงจับจ้อบซ่งโซวไม่ยคลายอ่อนและกล่าวขึ้นอย่างมั่นใจว่า

ข้าตั้งสินใจแล้ว! หากเขาสามารถคักลอกยันต์ตัวสุดท้ายได้ ต่อให้ข้าต้องไล่ตามเขานับพันหมื่นลี้ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องเป็นของข้า! และเป็นของข้าแก่เพียงผู้เดียว!”

 

เฟยไป๋หดระเบิดเสียงหัวเราะมิได้ต่อวาจาอันดื้อรั้นเอาแต่ใจเช่นนั้นของนาง เป็นเช่นนี้สักพักใหญ่ก่อนจะกล่าวมาเคร่งขรึมดังเดิม เขายังคงจับจ้องไปที่แท่นศิลา พินิจสีหน้าดูจริงจังขึ้นหลายส่วน

 

ซ่งโซวในปัจจุบันกำลังคัดลอกคำว่าสายฟ้าอยู่ ลากเลือดตวัดวาดลากเส้นเป็นสายยาว

พวกเขาทั้งสองยังมิได้ใส่ใจเท่าใดนัก เพราะความยากของอักษาคำนี้ยังคงด้อยกว่าคำว่าหยินและหยาง ดังนั้นในเมื่อเขาผ่านอักษรหยินและหยางมาได้อย่างง่ายดาย เช่นนั้นคำว่าสายฟ้าเองก็ไม่ควรยากเกินมือของเขา

อย่างไรก็ตามแต่ จุดวัดเป็นตายอยู่กับคำว่าโชคลาภมันคือตัวอักษรสุดท้ายที่ยากที่สุดอย่างที่เห้อเหิ่นหยุนกล่าวไป เช่นนี้แล้วซ่งโซวจะสามารถพิชิตผ่านไปได้หรือไม่?

 

คะแนน 4.2
กรุณารอสักครู่...