ตอนที่แล้วตอนที่26 แท่นศิลากระบี่ฟ้าถูกทำลาย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่28 อักษรคำว่าโชคลาภ

ตอนที่27 ค่ายอาคมสิบสองยันต์สวรรค์

 

“แท่นศิลายันต์สวรรค์! เจ้านั้นกำลังทำบ้าอะไรบนนั้น?”

 

“หรือเขาวางแผนไว้ว่า คล้อยหลังทำลายค่ายกลกระบี่ฟ้าได้แล้ว เป้าหมายต่อไปก็คือพิชิตค่ายอาคมสิบสองยันต์สวรรค์?”

 

“ค่ายกลกระบี่ฟ้าทดสอบปฏิภาณไหวพริบและสัญชาตญาณแห่งการต่อสู้ ในขณะที่ค่ายอาคมสิบสองยันต์สวรรค์เป็นสถานที่ทดสอบของผู้ฝึกจิตวิญญาณ มีเพียงผู้ที่ครอบครองจิตวิญญาณอันแกร่งกล้าเท่านั้นที่สามารถพิชิตมันไปได้ ทอดสายตาเสาะหาทั่วพิภพมาตรได้ว่าพบหนึ่งในหมื่นเท่านั้น! หลายปีที่ผ่านมายังไม่มีใครสามารถพิชิตได้สำเร็จเลยสักคน ไม่แม้แต่คนเดียว!”

 

“ครั้นหนึ่งข้าเคยได้ยินท่านอาจารย์กล่าวว่า ผู้ที่สามารถพิชิตแท่นศิลายันต์สวรรค์ได้ จักต้องเป็นบุคคลผู้มีจิตวิญญาณที่แกร่งกล้าและบริสุทธิ์ยิ่งยวด ทั้งยังต้องมีความสามารถในการร่ายหลอมสร้างยันต์ แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่เด็กนั้นจะพิชิตผ่านไปได้? หรือเขาเองก็เป็นปรมาจารย์จิตวิญญาณคนหนึ่ง?”

 

“ภายในสามร้อยสี่สิบสามอึดใจสามารถทำลายค่ายกลกระบี่ฟ้าที่รุ่นบรรพบุรุษทิ้งไว้ได้ ความแกร่งกร้าวในศาสตร์แห่งการต่อสู้จัดได้ว่าน่าสะพรึงขวัญยิ่ง แล้วมาตอนนี้ยังมีทักษะในด้านค่ายยันต์อาคมอีกด้วยงั้นรึ?!”

 

สายตาทอดมองแต่ละย่างก้าวที่ซ่งโซวเคลื่อนขึ้นไป เสียงฝูงชนดังกระหึ่มทั่วทั้งหน้าประตูวัง

สายตาที่พวกเขาจับต้องช่างเต็มเปี่ยมล้นดูซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ยามนี้กลับไม่ผู้ใดกล้าเย้ยหยันความอีกฝ่ายประเมินพลังตัวเองสูงไปหรือจองหองหยิ่งยโสอีกต่อไปแล้ว

เพราะเด็กหนุ่มคนนี้งำประกายลึกล้ำเพียงใดกลับเป็นที่รู้แจ้งโดยทั่วกัน

อินหยางหันเข้าสบตาชูเสวียเล็กน้อย ซ่งโซวที่สามารถทำลายค่ายกลกระบี่ฟ้าได้ ต่างทำให้ทั้งคู่ตกตะลึงเจือดีใจเป็นอย่างยิ่ง

แต่ก่อนที่ทั้งสองจะฟื้นคืนสติขึ้นได้ องค์ชายของพวกเขาทั้งคู่ก็ขึ้นตรงไปที่แท่นศิลายันต์สวรรค์เบ็ดเสร็จเรียบร้อย!

พวกเขาเคยเห็นทักษะเพลงกระบี่ของซ่งโซวว่าเหนือล้ำเก่งกาจเพียงใด ย่อมทราบถึงความแกร่งกล้าในแง่มุมนี้เป็นอย่างดี

แต่ในด้านค่ายยันต์อาคมแขนงนี้ พวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าซ่งโซวเคยศึกษาเรียนรู้ด้วยงั้นรึ? แม้จะเข้าศึกษาในสถานศึกษาหลินไห่เป็นเวลาสามปีเต็ม แต่อย่าลืมไปเสีย สุดท้ายเขาก็เกือบถูกไล่ออกมา

 

หัวใจของชูเสวียเต้นสั่นโครมดังตึกตัก แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ซ่งโซวจับจ่ายซื้อของจำนวนมากในครานั้น นางก็พลันตระหนักได้ว่า ทั้งหมดล้วนแต่เป็นของใช้สำหรับผู้บ่มเพาะจิตวิญญาณทั้งสิ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างศึกสัประยุทธ์กับซ่งหยู ม่านกำแพงลมที่ปกคลุมรถม้าที่นางสร้างขึ้นก็ยังถูกทำลายลงโดยไร้สาเหตุ ก่อนหน้านางคิดว่าเป็นความผิดพลาดตอนร่ายอาคมเสียเอง แต่ยามนี้ลองพินิจอีกครั้งให้ถี่ถ้วน ปรากฏว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของนางน้อยนี่เอง!

 

 

บนแท่นศิลายันต์สวรรค์มีค่ายอาคมสิบสองยันต์สวรรค์ติดตั้งอยู่ สิ่งนี้เป็นอีกหนึ่งอย่างที่บรรพบุรุษของนิกายหลิงหยุนทอดทิ้งไว้ให้!

แม้ว่านายน้อยของนางจะสามารถทำลายค่ายกลกระบี่ฟ้าได้ แต่ต่อหน้าค่ายอาคมสิบสองยันต์สวรรค์ ไม่ว่าอย่างไรชูเสวียก็อดวิตกกังวลใจมิได้อยู่ดี

 

ในขณะเดียวกัน เหล่าฝูงชนที่อยู่ใต้แท่นศิลา ทีแรกยังคงมองซ่งโซวและคิดเห็นกันในแง่ที่ไม่ดีนัก ทว่าตอนนี้ทุกอย่างกลับไม่แน่และยากจะคาดเดายิ่งนัก

 

มันเป็นป้ายศิลาเหล็กสูงสามสิบฟุตตั้งตระหง่านสิบสองมุมรอบแท่นศิลากว้าง เห็นเช่นนี้คล้ายว่าแท่งป้ายทั้งหมดทำมาจากศิลาเหล็ก แต่ในความเป็นยังมีอีกหนึ่งส่วนประกอบหนึ่งที่ผสมลงในป้ายศิลาเหล็กเหล่านี้ และมันคือจิตวิญญาณมารทองคำ

ตำนานเล่าขานไว้ว่า ไม่ว่าจะเป็นสถานที่แห่งหนใด หากตรงนั้นมีจิตวิญญาณมารทองคำผสมเจือปนอยู่ จะมีวิญญาณชั่วร้ายอาศัยอยู่โดยรอบ นอกจากนี้มันยังเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่ดีที่สุดสำหรับผู้ร่ายเขียนยันต์อาคมขึ้นมา

 

บนป้ายศิลาเหล็กแท่งแรก ซ่งโซวต้องการเขียนคำว่า ‘นภา’

‘ทรงพลังดั่งหางแมงป้อง อักษรงดงามประดุจวิหคเพลิงอมตะ แกร่งกร้าวดุจพญาสิงโต พินิจกลิ่นอายทั้งอ่อนช้อยและหนักแน่นในเวลาเดียวกัน สิ่งนี้คืออะไร?’

 

นี่เป็นคำถามในศิลาเหล็กก้อนแรกและไม่มีใครทราบว่าคำตอบของข้อนี้ก็คือ‘นภา’  แต่ซ่งโซวทราบอยู่ก่อนหน้าแล้วว่า คำตอบที่เหมาะสมที่สุดก็คือคำว่า‘นภา’

แต่หากเป็นสายตาคนปกติทั่วไปต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘มีแต่ผีสางเท่านั้นที่ทราบว่าควรตอบว่าอะไร’

 

ใครจะไปทราบหลินเฟยที่เฝ้าดูอยู่คล้อยหลังพลันเบิกตาเป็นประกาย พลางจับจ้องไปที่ซ่งโซว

“กฎของแท่นศิลายันต์สวรรค์คล้ายกับค่ายกลกระบี่ฟ้า ห้ามใช้พลังปราณและพลังจิตวิญญาณเด็ดขาด ในรอบหมื่นปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าทดสอบทั้งหมดสี่หมื่นหกพันสี่สิบสี่คน แต่คนที่ผ่านป้ายศิลาเหล็กทั้งสิบสองแท่งได้กลับเหลือไม่ถึงครึ่ง ผลจากความล้มเหลวมีเพียงความตาย…”

 

สีหน้าการแสดงออกของชายชราผู้นั้นแปรเปลี่ยนดูสลับซับซ้อนขึ้นทันตา จากสิ่งที่เจ้าหนูคนนี้กำลังทำ มันเท่ากับว่าเขาได้เลิกล้มความตั้งใจที่จะเข้านิกายหลิงหยุนไปเรียบร้อยแล้ว

การทำลายค่ายกลกระบี่ฟ้าถือเป็นการลบลู่นิกายหลิงหยุน!

 

เมื่อเหลียวมองหลานเหมี่ยวซี มุมขอบตาของหลินเฟยกระตุกเล็กน้อยก่อนส่ายหัวอย่างเงียบงัน ดูเหมือนว่าเขาจะมอบอำนาจให้หัวหน้าหอวีรชนมากเกินไป อย่างไรก็ตามทุกอย่างในวันนี้ได้สายเกินแก้แล้ว เขาได้แต่ตำหนิตัวเองซ้ำไปมาอย่างเปล่าประโยชน์

 

พรสวรรค์ที่สุดแสนจะหาได้ยาก แต่นิกายหลิงหยุนกลับเลือกที่จะปฏิเสธเขา ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นี่จะกลายเป็นเรื่องตลกของทุกคนไปอีกนานแสนนาน

หากเด็กหนุ่มคนนี้สามารถพิชิตค่ายอาคมสิบสองยันต์สวรรค์ได้อีก หลังจากนี้คงเป็นดั่งพายุลูกใหญ่ถาโถมใส่หุบเขาโอสถวิญญาณ ทุกคน ณ ที่แห่งนี้รวมไปถึงท่านประมุขต่างต้องรู้สึกผิดไปจนตาย

 

ทันทีทันใดความคิดไม่เหมาะไม่สมควรก็พลันผุดขึ้นในใจ โดยหวังว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะมีใครสักคนสามารถพิชิตยันต์ที่บรรพบุรุษร่ายเขียนขึ้นได้ ทุกคนที่มีระดับพลังจิตวิญญาณต่ำกว่าอาณาจักรย้อนสุริยัน ล้วนต้องตายสิ้น และท้ายที่สุดเด็กคนนั้นก็ต้องจบลงพร้อมโศกนาฎกรรม นี่คือความปรารถนาจากเบื้องลึกใจจิตใจของหลินเฟย ซึ่งเขาเองก็รู้สึกละอายใจเช่นกันที่คิดเช่นนี้

 

ซ่งโซวหาได้ใส่ใจกับคำกล่าวของหลินเฟย เขายังคงยืนหยัดอยู่ต่อหน้าป้ายศิลาเหล็กอย่างใจจดใจจ่อ ตัดขาดจากโลกภายนอกอันวุ่นวายโดยสิ้นเชิง

ค่ายอาคมสิบสองยันต์สวรรค์นี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยปรมาจารย์จิตวิญญาณระดับพระเจ้าก็ไม่ผิด โดยไม่ต้องคิดอันใดให้มากความ การรนหาที่ตายโดยการขึ้นท้าทายเช่นนี้ยังนับว่าเป็นการดูถูกผู้สร้างอย่างมาก

ทว่าอย่าลืมเสีย ในชีวิตก่อนหน้าเขาผ่านแท่นศิลายันต์สวรรค์มาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้ว เช่นนี้นับว่าหาใช่เรื่องยาก

 

 

เขากัดนิ้วชี้เล็กน้อยและจุดประทับเริ่มลากเส้นเขียนคำ แต่ทันใดนั้นพลันมีเสียงระเบิดดังลั่นขึ้นกลางสองหู

เจตจำนงอันแรงกล้าพุ่งเข้าสู่จิตใจของเขาโดยตรง นี่คือเจตจำนงของผู้สร้างค่ายอาคมที่ทิ้งทวนเอาไว้ และมันมิได้อ่อนแรงลงเลยแม้จะผ่านมาเป็นเวลานานแล้ว

แรงสั่นสะเทือนก่อให้เกิดแรงสั่นไหวไปทั่วทั้งห้วงจิตใจ สติสัมปชัญญะของเขาถูกดึงเข้าไปสู่ดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาล ภายในนั้นมีทั้งทะเลเพลิงผลาญ คลื่นวารียักษ์ วายุกระหน่ำ และสายฟ้ากรอกกลิ้งแซ่ซ้อน ทั้งยังประดับประดาเศษหินเศษฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ

 

ซ่งโซวกระพริบตาเล็กน้อยสองสามที ในชีวิตก่อนหน้า เขาเคยใช้ระยะเวลาหนึ่งไปกับการฝึกปรืออยู่ภายในค่ายอาคมสิบสองยันต์สวรรค์ทั้งสิ้นหนึ่งปีเต็ม เข้าออกเป็นจำนวนกว่าสามพันสองร้อยยี่สิบเจ็ดครั้ง!

อย่างไรก็ตามแต่ เขากลับไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ในช่วงเวลาดังกล่าว เขาเพิ่งจะเข้าใจความหมายของคำว่า‘นภา’ก็ยามนี้

นิ้วชี้ของเขาค่อยๆลากยาวเป็นเส้นตรง พลันรู้สึกได้ถึงวังวนแห่งจิตวิญญาณเป็นเกลียวคลื่นมากมายกอปรอยู่รอบตัวเขา พลังงานขุมประหลาดกำลังผลักนิ้วชี้ของเขาออกไป ไม่ก็เบี่ยงทิศทางออก

ซ่งโซวแสยะยิ้มเล็กน้อยและหาสะทกสะท้านอันใดไม่ ไม่ว่าแรงผลักนั้นจะรุนแรงเพียงใด แต่เขาก็พยายามบับเลือดเขียนอักษรให้ตรงกรอบ ถึงจะมีบิดเบี้ยวน่าเกลียดไปบ้าง แต่อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาก็เขียนออกมาใกล้จะสำเร็จเต็มทน

แต่ละเส้นที่ขีดเขียนล้วนกลั่นมาจากความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว เมื่อถึงจังหวะสุดท้ายคล้ายมีพลังงานประหลาดขุมใหญ่พยายามผลักเขากระเด็นออกไป

 

ในช่วงดังกล่าว ทุกคนที่อยู่ด้านล่างแท่นหินต่างจับจ้องเป็นตาเดียว สูดหายใจเย็นแช่มลึกสุดขั้วปอด พวกเขาทราบดีว่า หากทำสำเร็จเด็กหนุ่มคนนี้จะมีชีวิตรอดต่อไป แต่หากไม่ก็เท่ากับตาย!

 

 

หลินเฟยมองเขาตาไม่กระพริบ การจะวาดอักษรคำตอบจักต้องเข้าใจความหมายที่แท้จริงของมันเสียก่อน

สรรพสิ่งบนผืนพิภพแสดงให้เห็นถึงเส้นทางที่แตกต่างกัน และค่ายอาคมนี้เอ่ยถามว่า การผสานสรรพสิ่งทั้งหมดรวมเป็นหนึ่งมันคือสิ่งใด

แล้วเป็นไปได้รึที่ซ่งโซว องค์ชายแห่งหุบเขากังเทียนจะทราบ?

 

เสี้ยวอึดใจต่อมา ทุกคนต่างเห็นรอยยิ้มของซ่งโซวแสยะกว้างบนใบหน้า

“มันหมายถึงนภา! หากไร้ซึ่งสุริยันสิ่งที่ทะยานเคว้งกลางเวหาคือท้องนภา!”

ลากเส้นแนวทแยงพึงบรรจบกันสนิท กวาดล้างขุมพลังงานประหลาดกระจายไปทั่วทุกสารทิศ

เมื่อป้ายศิลาเหล็กถูกเขียนขึ้นโดยสมบูรณ์ มวลพลังจิตวิญญาณพลันเพิ่มทวีขึ้นเป็นสิบร้อยเท่าในอึดใจ

ภายใต้อักษรบนป้ายศิลาเหล็ก ปรากฏเสียงดังฟู่ว คลื่นลมโบกสะพัด

ทุกคนต่างสูดหายใจเข้าลึกแสนลุ้นระทึกยิ่ง

ซ่งโซวรู้สึกได้เพียงว่า ร่างกายของเขาตอนนี้เบาหวิวแทบถูกพัดกระเด็นออกไป นอกจากนี้ยังกระแสพลังประหลาดอันแสนอบอุ่นหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย สิ่งนี้มิได้พุ่งไปยังมหาสมุทรลมปราณของเขา แต่กลับพุ่งไปหาทะเลจิตวิญญาณของเขาแทน!

 

เขามิได้เข้าตรวจสอบใดๆทั้งสิ้น เพราะนี่ยังมิใช่เวลาอันควร จากนั้นสายตาของเขาก็เลื่อนไปยังป้ายศิลาเหล็กแท่งที่สอง

ครั้งนี้มียันต์แปะไว้อยู่ ซึ่งมันเขียนคำว่า‘พิภพ’

 

“ความหมายของพิภพ! ใต้นภาคือผืนพิภพ!”

 

คะแนน 4.2
กรุณารอสักครู่...