ตอนที่แล้วตอนที่25 รนหาที่ตาย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่27 ค่ายอาคมสิบสองยันต์สวรรค์

ตอนที่26 แท่นศิลากระบี่ฟ้าถูกทำลาย

 

เศษไม้ปลิวว่อนกระจายไปทั่วทุกสารทิศ หุ่นเชิดอีกตัวถูกบดขยี้ไม่เหลือชิ้นดีภายใต้คมกระบี่ของซ่งโซว เหล่าฝูงชนที่เฝ้ามองอยู่ด้านล่างแท่นศิลา ยามนี้เริ่มจับกลุ่มพูดคุยเกี่ยวกับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ราวกับว่าความประหลาดใจและความอัศจรรย์ใจที่อัดอั้นอยู่นานได้ระเบิดออกมาในคราวเดียว

เหล่าศิษย์สาวกนิกายหลิงหยุนจำนวนหนึ่งเดินตรงออกมาจากวัง ประมาณร้อยคนเศษ ดวงตาของแต่ละคนถึงกับแข็งค้างขึ้นโดยพลัน ในห้วงความคิดเต็มไปด้วยความสับสนเหลือเชื่อ

 

“คนที่ยืนอยู่บนแท่นศิลานั้นเป็นใครมาจากไหน? ตั้งแต่สมัยอดีตกาลคนที่รอดชีวิตออกจากค่ายกลกระบี่ฟ้ามีน้อยจนนับนิ้วได้  กล่าวกันว่ามีเพียงผู้เดียวที่อยู่รอดได้นานถึงสี่ร้อยอึดใจในรอบหนึ่งหมื่นปี แต่นี่ไม่เพียงอยู่รอด…ทว่ากลับทำลายหุ่นเชิดเหล่าไปได้โดยง่ายเพียงนี้เชียวรึ?”

 

“เขาหยิบใช้เพียงเพลงกระบี่พื้นฐานตั้งแต่ต้นจวบจนปัจจุบัน หรือนี่คือสิ่งที่เรียกว่า…สูงสุดสู่สามัญ?”

 

“ไม่เพียงวิชากระบี่เท่านั้น แม้แต่ฝีเท้าเองก็เช่นกัน!”

 

“เด็กหนุ่มอายุประมาณสิบสามปี เชี่ยวชาญแกร่งกล้าจนบรรลุถึงจุดสูงสุดคืนสู่สามัญได้แล้ว? เพลงกระบี่ที่เขาใช้ถึงจะเป็นแค่ระดับพื้นฐาน แต่ความแม่นยำและเฉียบคมกลับไร้ที่ติ! อย่างที่ศิษย์พี่กล่าวไปล้วนถูกต้องแล้ว! ไม่ว่าจะเป็นสุดยอดเพลงกระบี่หรือสุดยอดพื้นฐานต่ำสุด ขอเพียงใจถึงแก่นแท้ มันก็สามารถรัดเร้นพลังอันยิ่งใหญ่ออกมาได้! เหลือเชื่อยิ่งนัก…”

 

 

ณ ด้านหน้าประตูวัง สองเยาวชนหนุ่มสาวจับจ้องภาพฉากตรงหน้าด้วยความตกตะลึง

ทีแรกที่ซ่งโซวย่างเท้าขึ้นเหยียบกับดัก พวกเขาทั้งคู่ล้วนคิดเช่นเดียวกันว่า อีกฝ่ายได้ย่างเท้าเข้าสู่ปรโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยามนั้นทั้งสองต่างมองเห็นผลลัพธ์ได้ค่อนข้างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เพียงไม่กี่ชั่วอึดใจต่อมา สองเยาวชนหนุ่มสาวนั้นกลับมองพลาดไปโดยสิ้นเชิง ในช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด อีกฝ่ายกลับสามารถทำลายค่ายกลกระบี่ฟ้าได้จริงๆ

 

“ซ่งโซวผู้นี้น่าทึ่งยิ่งนัก!”

หลังจากปิดปากเงียบไปครู่ใหญ่ สาวน้อยนางนั้นพลันได้สติฟื้นตัวอีกครา แก้มเนียนขาวประดุจหิมะเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความหลงใหล

“ข้า เก้อเหิ่นหยุน ใช้ชีวิตอยู่มาสิบสี่ปีเต็ม นี่เป็นครั้งแรกที่มีใครบางคนทำให้ข้าสนใจได้ถึงเพียงนี้ หากคนผู้นี้มิได้มาจากตระกูลซ่ง ใครจะไปรู้…บางทีข้าอาจแต่งงานกับเขาก็เป็นได้ เฟยไป๋เขาแข็งแกร่งกว่าเจ้าจริงๆ!”

 

“แม้เพลงกระบี่ของเขาจะเป็นเพียงขั้นพื้นฐาน แต่เต๋าแห่งกระบี่ที่แฝงเร้นกลับกว้างใหญ่ไพศาลหาสิ้นสุดไม่!”

ชายหนุ่มพยักหน้าด้วยความชื่นชม ต่อหน้าวาจาของสาวน้อยนางนั้น เขาหาได้ปฏิเสธไม่และกล่าวต่อว่า

“อย่างน้อย ตอนนี้ข้าก็อ่อนแอกว่าเขาจริงๆ! แต่ภายในสิบปี จักพิสูจน์ให้เห็นว่า สุดยอดอัจฉริยะแห่งจักรวรรดิตงหลินก็ยังคงเป็นข้ามิใช่เขา!”

 

เก้อเหิ่นหยุนสะดุ้งเล็กน้อย แม้แต่คนที่อายุมากกว่าอย่างนางก็ไม่สามารถทำลายค่ายกลนี้ได้ โดยใช้กระบี่เพียงเล่มเดียว ตั้งแต่เยาว์วัยจนปัจจุบันยังไม่มีผู้ใดทำให้นางสะทกสะท้านได้ถึงเพียงนี้ ทว่าตอนนี้ทั้งชายหนุ่มผู้นั้นกลับทำให้นางต้องเอ่ยวาจาเช่นนั้นออกไป

 

สาวน้อยนางนั้นหัวเราะร่วนพลางคิดไปว่า หากซ่งโซวผู้นั้นมิได้อับโชค ไม่มีเส้นลมปราณคู่ ความสำเร็จในอนาคตของเขาจะยิ่งใหญ่สักเพียงใด?

 

แน่นอน! ยามนี้ยังมีอีกคนผู้หนึ่งที่กำลังจับจ้องซ่งโซวตาไม่กระพริบเช่นกัน!

 

หลานเหมี่ยวซีทีอยู่ตรงขอบบันไดชั้นแรกหน้าวัง ใบหน้าตอนนี้ดูซีดขาวราวกับแผ่นกระดาษ  ดวงตาไสววูบคู่นั้นจ้องการเคลื่อนไหวของซ่งโซวอย่างไม่ละสายตา เขาหวังเพียงว่า ขอให้อีกฝ่ายพลาดท่าสักกระบวนท่าและถูกหุ่นเชิดที่เหลือทะลวงขั้วหัวใจให้สิ้นซากไปเสีย

ก่อนหน้านี้ที่เห็นหุ่นพังไปต่อหน้าต่อตา หลานเหมี่ยวซีรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่ทว่าตอนนี้กลางทรวงอกของเขากลับเปี่ยมล้นไปด้วยความเกลียดชัง แทบอยากจะฉีกร่างเด็กนั่นให้ขาดออกเป็นชิ้นๆ!

 

ไอ้ขยะนี่มันมีดีอันใดนักหนา? ไฉนมดปลวกตัวนี้เขาถึงเหยียบมันไม่ตาย? เพลงกระบี่อันไร้ที่ติที่โลดแล่นในช่วงหมื่นปีที่ผ่านมา กลับถูกทำลายลงง่ายดายเช่นนี้?

สีหน้าของหลานเหมี่ยวซีคล้ายอมแมลงวันเน่าเอาไว้ในปาก มันเปลี่ยนเป็นสีเขียวสลับม่วงไม่หยุดหย่อน เขาสัมผัสได้ว่ามีหลายต่อหลายคนกำลังมองมาทางเขาด้วยสีหน้าเศร้าโศก เบื้องลึกภายในใจเจ็บแปลบถึงทรวง

คมกระบี่ยาวเข้าสะบั้นผ่าคู่ขาของหุ่นเชิดเป็นแนวทแยง ความรวดเร็วดุจสะเก็ดโลหะสาดประกายวาบ หุ่นเชิดตัวนั้นเสียหลักล้มคะมำ ซ่งโซวไม่รีรอยกคมกระบี่เสียบทะลวง‘หัวใจ’ของมันทะลุปักพื้น เสี้ยวอึดใจต่อมาซ่งโซวเร่งฝีเท้าร่นถอยกลับไปยังตำแหน่งเดิมโดยไวราวกับสายฟ้ากลับถิ่น

 

บริเวณโดบรอบมีเศษชิ้นส่วนของหุ่นเชิดอยู่เกลื่อนกลาดไปหมด ไม่เพียงขัดขวางการเคลื่อนไหวของหุ่นเชิดด้วยกันเอง แต่มันยังเข้าจำกัดการเคลื่อนไหวของเขาอีกด้วย

ซ่งโซวเริ่มหอบถี่เนื่องจากเส้นลมปราณคู่ยังคงขัดแย้งกันตลอดเวลา ราวกับว่ามันทั้งคู่จะฉีกออกจากกันได้ทุกเมื่อ ซ่งโซวเพ่งสมาธิจดจ่ออยู่กับหุ่นเชิดที่เหลือ

หุ่นเชิดทุกตัวที่เขาสังหารทิ้งไปตั้งแต่คราแรก ซ่งโซวมักปิดฉากโดยการทะลวง‘หัวใจ’ของมัน กระแสไอเย็นนั้นได้หลอมรวมเป็นสายใหญ่ไหลบ่าเข้าสู่กายา ช่วยฟื้นฟูร่างกายของเขาได้ ทั้งยังเสริมแกร่งให้แก่ตัวเขาอีกด้วย ยิ่งเวลาผ่านไปพละกำลังของเขามิได้ลดต่ำลงอย่างที่คิดไว้ในทีแรก

จิตใจของเขาค่อนข้างมั่นคงดุจหินผา เสียงรบกวนภายนอกที่ดังแซ่ซ้องมิอาจเข้ารบกวนห้วงสมาธิของเขาได้แม้แต่น้อย

ความอัปยศอดสูหรือเกียรติยศอะไรนั้น เขาโยนทิ้งไว้ด้านหลังหาได้สนใจไม่ ในสายตาของเขามีเพียงหุ่นเชิดตรงหน้าเท่านั้น

 

ขณะเดียวกันหุ่นเชิดทั้งสามที่ล้อมกรอบอยู่รอบตัวเขา ยามนี้ได้ผนึกกำลังช่วยกันโจมตีใส่ จนซ่งโซวต้องร่นถอยกลับมาหลายก้าว แต่ทันใดนั้นเองเขาก็สวนโต้กลับทันทีด้วยคมกระบี่ที่มีความว่องไวดุจอสรพิษฉก ทะลวงลำคอของหุ่นเชิดสองตัวรวดในหนึ่งกระบวน ก่อนที่จะพวกมันจะตอบสนองได้ทันเสียอีก

 

แสงกระบี่ตัดผ่านเป็นแนวนอน สะบั้นลำคอของหุ่นเชิดตัวที่เหลือเต็มกำลัง บางครั้นบางคราเกิดเสียงโลหะแหลมปะทะกันดังเสียดหู ประกายไฟกระเซ็นทั่วสารทิศ ก่อนที่คมกระบี่จะพิฆาตจุดตายของหุ่นเชิดจนแน่นิ่งไป

มิทราบว่าหุ่นเชิดพวกนี้มีความแข็งแกร่งเพียงใด บอกได้แค่ว่าความทนทานของร่างกายพวกมันเทียบเทียมได้กับระดับมหาบรรพชนยุทธ์! หากซ่งโซวพลาดท่าแม้แต่กระบวนเดียว เท่ากับตีตั๋วลงนรกทันที

อย่างไรก็ตาม สายตาคู่นั้นของซ่งโซวยังคงมุ่งมั่นปราศจากความอ่อนแอแม้นสักนิด ในทางตรงข้ามกลับส่องสว่างยิ่งกว่าเดิม

กระบวนที่สี่สิบสี่ของเพลงกระบี่พื้นฐาน กระบี่ย้อนฟ้า!

 

“หุ่นเชิดตัวที่สิบแปดลงมือ!”

 

ทันใดนั้นกระบี่คมคลื่นวายุพลันหมุนโคจรเป็นวงเกลียว ผลักกระบี่ของหุ่นเชิดตอนนั้นกระเด็นหลุดมือไป ก่อนปรากฏประกายเงาสีเขียวเข้าโฉบโจมตีอย่างรวดเร็ว ประดุจอสรพิษฉกเหยื่อ คมกระบี่ยาวแทงทะลุหุ่นเชิดตัวสุดท้ายลงในพริบตา

 

เมื่อซ่งโซวกวาดตามองโดยรอบอีกครั้ง ทั่วทั้งแท่นศิลาเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง ไม่มีหุ่นเชิดอีกต่อไปในเวลานี้ พวกมันเหลือเพียงซากชิ้นส่วนกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น

ณ ปัจจุบันบนแท่นศาลากระบี่ฟ้าไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่แล้ว นอกจากซ่งโซวที่ยืนตระหง่านอยู่เช่นนั้น

ผ่านไปชั่วครู่ ซ่งโซวถอนจิตสมาธิออกมา จิตสังหารในทีแรกค่อยๆคลายอ่อนลงอย่างแช่มช้า

สามารถเห็นได้ทันทีว่าสายตาที่หลินเฟยจับจ้องเขาในตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับที่ฝูงชนใต้แท่นศิลาจับจ้องอยู่เลย มันเปี่ยมล้นไปด้วยความไม่น่าเชื่อและตื่นตะลึงผสนเจือปนกันไป

 

ซ่งโซวแสยะยิ้มเย็นเล็กน้อย สีหน้าแววตาแสดงท่าทีดูถูกอย่างชัดแจ้งก่อนเอ่ยปากเย้ยหยันขึ้นว่า

“สามร้อยสี่สิบสามอึดใจ ก็สามารถทำลายค่ายกลอันภาคภูมิใจของนิกายหลิงหยุนได้แล้ว!”

 

เพียงประโยคเดียวที่เอ่ยลั่นออกไป ต่างทำให้เหล่าศิษย์สาวกนิกายหลิงหยุนไม่พอใจกันยกใหญ่ แต่สุดท้ายพวกเขาก็พูดอะไรไม่ออกอยู่ดี

ไม่เพียงอยู่รอดถึงหนึ่งร้อยอึดใจ แต่เขายังใช้เวลาแค่สามร้อยกว่าอึดใจก็สามารถทำลายค่ายกลกระบี่ฟ้าทิ้งได้โดยสมบูรณ์!

 

บุคคลเช่นนี้มีทุนรอนมากพอที่จะลั่นวาจาเย่อหยิ่งได้!

นอกจากเด็กหนุ่มคนนี้ที่สร้างปาฏิหาริย์บนแท่นศิลากระบี่ฟ้าได้แล้ว ก็ไม่มีผู้ใดที่จะมีคุณสมบัติเอ่ยลั่นวาจาเช่นนี้ได้

พวกเขาเคยหลงคิดด้วยซ้ำไปว่า ค่ายกลกระบี่ฟ้าที่บรรพชนทิ้งไว้ให้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อสร้างปัญหาให้กับชนรุ่นหลังเท่านั้น ไม่มีใครบนผืนพิภพแห่งนี้ที่สามารถทำลายค่ายกลนี้ได้โดยห้ามใช้พลังปราณ

 

แต่วันนี้พวกเขาเห็นเป็นประจักษ์แก่สองตาแล้ว!

 

แต่ละคนได้แต่ยืนมองอ้าปากจนขากรรไกรค้างเติ่ง และได้แต่นิ่งเงียบพูดอะไรไม่ออก

หวงอี้ซึ่งยืนอยู่ข้างหลานเหมี่ยวซีได้แต่ถอนหายใจไม่หยุดหย่อน ศิษย์พี่อาวุโสของเขากล่าวดูถูกอีกฝ่ายเกินไป น่าอับอายโดยแท้ที่ก่อนหน้าสบประมาทอีกฝ่ายไปมากมายถึงเพียงนั้น

 

กระบี่คมคลื่นวายุในมือซ่งโซวปรากฏรอยบิ่น คมกระบี่แตกร้าว เมื่อเห็นเช่นนั้นเขาจึงปักมันทิ้งไว้ที่กลางแท่นศิลากระบี่ฟ้า ก่อนจะเหลือบมองไปทางแท่นยันต์สวรรค์ที่อยู่ด้านซ้ายมือ

 

โดยไม่ลังเลอันใด เขากระโดดลงจากแท่นศิลากระบี่ฟ้า ขึ้นไปยังแท่นศิลาอีกแห่งที่อยู่ด้านซ้ายมือด้วยความมั่นใจ

เมื่อเห็นซ่งโซวย่างสามขุมเดินผ่าน โดยสัญชาตญาณ เหล่าศิษย์สาวกนิกายหลิงหยุนต่างหลีกทางให้เป็นแถวยาว เปิดทางให้ซ่งโซวเดินตรงไปสู่แท่นยันต์สวรรค์ที่อยู่ด้านซ้าย

 

 

 

 

 

คะแนน 4.2
กรุณารอสักครู่...