ตอนที่แล้วบทที่ 20 วิเวียน(อ่านฟรี 20-11-2020)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 22 เป็นแขก(อ่านฟรี 26-11-2020)

บทที่ 21 โบนัส(อ่านฟรี23-11-2020)


บนที่ดินที่เช่ามาจากวิสเคานท์เลสลี่โรงงานที่สร้างขึ้นเมื่อสามวันก่อนก็เสร็จหมดแล้ว

อันที่จริงการบอกว่าสถานที่แห่งนี้เป็นโรงงานก็เกินไปหน่อยเพราะว่าโรงงานที่ว่าก็เป็นแค่อาคารธรรมดาๆเท่านั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าท่อนไม้มาประกอบกันมีพื้นที่น้อยกว่าห้าร้อยตารางเมตรเสียอีก

ถ้าจะเรียกมันว่าอะไรก็คงจะต้องเรียกกระท่อมปฏิบัติการเล็กๆ

แต่ว่ามันไม่ได้มีทางเลือกเวลามีไม่มากเท่าใหร่นัก พวกเขาเช่าที่ดินจากวิสเคานท์มาได้แค่สิบวันการที่ไฮนซ์สามารถหาคนได้มากพอที่จะสร้างกระท่อมขนาดใหญ่เช่นนี้ขึ้นมาได้ก็ถือว่ามีความสามารถมากแล้ว

“ถ้าเขามีความคิดที่ยืดหยุ่นและการมองการใกลที่มากขึ้นเขาอาจจะนับได้ว่าเป็นซีอีโอที่มีความสามารถคนหนึ่งเลย” ซูยี่มองไปที่ไฮนซ์ที่กำลังยุ่งอยู่กับคุมการผลิตในหัวใจของเขาเต็มไปด้วยความเศร้า

คนที่มีความสามารถนั้นหายากที่พูดมาไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่วิจัยเท่านั้นแต่รวมถึงผู้บริหารด้วย

ตอนนี้ซูยี่สามารถพึ่งได้แค่ไฮนซ์เท่านั้นดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วเขาจึงต้องมอบงานบริหารให้กับไฮนซ์ทั้งหมด

ต้องบอกว่าไฮนซ์ทำได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการผลิตหรือการขายเขาก็ทำได้อย่างถูกต้อง ทำให้งานออกมาได้ไม่ติดขัดและดำเนินไปอย่างราบรื่น

แต่นั่นก็คือทั้งหมด

ไฮนซ์เคยเป็นเพียงเจ้าของร้านธรรมดาขอบเขตความรู้ของเขามีจำกัด เขาโดดเด่นมากในเรื่องทั่วๆไป แต่เขาไม่มีความรู้ในระดับสูงทำให้เขสไม่สามารถตัดสินใจและตอบสนองต่อสิ่งต่างๆได้มากนัก

หลายครั้งซูยี่ต้องดูแลสถานการณ์ทั่วไปและให้คำแนะนำแก่เขา นอกจากนี้ซูยี่ยังต้องใช้ความคิดในเรื่องต่างๆค่อนข้างมาก

หากมีใครสักคนที่มีความสามารถมากกว่าไฮนซ์ในแง่ของการบริหารไม่เพียงแต่ซู่ยี่จะมีอิสระมากขึ้นเขายังสามารถมุ่งเน้นไปที่การวิจัยและแผนระยะยาวของเขา ในขณะเดียวกันก็จะทำให้ ไฮนซ์เป็นอิสระทำให้เขามุ่งเน้นไปที่การจัดการช่องทางการผลิตและการขาย สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มผลผลิตได้มาก

“ฉันจะหาคนมีพรสวรรค์แบบนี้ได้ที่ไหน” ซูยี่รู้สึกกังวลเล็กน้อย

“ท่านประธานฉันขอพูดคุยกับคุณได้ไหม” ทันใดนั้นเสียงเล็กๆของเด็กก็ดังมาจากข้างๆเขาทำลายความคิดของซูยี่

ซูยี่หันไปมองและประหลาดใจเล็กน้อย“โอรินนายทำงานเสร็จแล้วเหรอ?”

เด็กตัวจ้ำม่ำเล็กน้อยคนนี้เป็นหนึ่งในนักเรียนสามสิบคนที่เขาคัดเลือกมาจากสถาบันเวทมนตร์บารอนริกแต่เขาแตกต่างจากเด็กอีกยี่สิบเก้าคนที่มาจากครอบครัวปกติหรือยากจน นักเรียนคนนี้ชื่อว่าโอริน เซตาเมนเป็นบุตรชายของวิสเคานท์เซตาเมนใน เมืองบันต้าเขาเป็นขุนนางที่แท้จริง

เมื่อเขาเห็นภูมิหลังของเด็กคนนี้ในตอนแรกซูยี่รู้สึกประหลาดใจมาก เด็กคนนี้ที่มีภูมิหลังทำไมเขาต้องมาทำงานที่นี่และทำงานให้เขาด้วย?

คำตอบของโอรินทำให้ซูยี่พูดไม่ออก เขาบอกว่าเขามาที่นี่เพื่อหาประสบการณ์ชีวิตและสนใจเรื่องพัดลมเวทมนตร์มากเขาจึงมาที่นี่เพื่อศึกษาเรื่องนี้

ซูยี่คิดย้อนกลับไปว่าแบบนี้เขาแค่สมัครเพราะเขาอยากสนุก เมื่อเขารู้ว่าการทำงานในโรงงานนั้นน่าเบื่อเพียงใดเขาก็คงไม่อยู่ต่อไป

ซูยี่ต้องการปฏิเสธเขา แต่ไม่มีเหตุผลที่เหมาะสมที่จะปฏิเสธเขา นี่เป็นเพราะเขามาจากนักเรียนกลุ่มแรกที่ได้รับคัดเลือกจากสถาบันเวทมนตร์บารอนริกและโอรินเป็นที่รู้จักในฐานะอัจฉริยะด้านเวทมนตร์ในโรงเรียนดังนั้นหากเขาไม่สามารถหาเหตุผลใด ๆ ที่จะปฏิเสธเขาได้มันจะส่งผลต่อการรับสมัครของเขาในอนาคต

ไม่ต้องพูดถึงว่านักเรียนอย่างโอรินมีตระกูลที่ร่ำรวยและมีความสามารถด้านเวทมนตร์สูงเต็มใจที่จะทำงานเพื่อเขานี่เป็นการกระตุ้นนักเรียนคนอื่น ๆ ในโรงเรียนไดเป็นอย่างดี

ดูสิแม้แต่โอรินก็เต็มใจมีอะไรที่คนอื่นจะไม่พอใจหรือเปล่า?

ซูยี่จึงคัดเลือกโอรินมาด้วยความกังวล

เขาไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากทำงานมาหนึ่งสัปดาห์โอรินไม่เพียงแต่ยืนหยัดในงานนี้เท่านั้น แต่เขายังทำงานทั้งหมดที่ได้รับอย่างพิถีพิถัน เนื่องจากความสามารถทางเวทย์มนตร์ที่โดดเด่นของเขาเขาสามารถสร้างรูปแบบเวทมนตร์ที่ดีกว่านักเรียนคนอื่น ๆ ซึ่งมีผลดีกว่า

การกระทำนี้ทำให้ซูยี่ได้เห็นเขาในแง่มุมใหม่

“ผมทำงานในตอนเช้าเสร็จแล้ว” โอรินตอบเสียงดังฟังชัด

ซูยี่มองไปยังทิศทางของนักเรียนคนอื่น ๆ ที่กำลังทำงานอยู่ เขาพบว่ามีอีกบางคนที่เสร็จงานตอนเช้าแล้วและกำลังพักผ่อนอยู่เขาจึงพยักหน้าว่า“ อืมดีมาก นายต้องการปรึกษาอะไรกับฉัน เป็นการของานเพิ่มเหรอ? พูดมาได้เลยตราบใดที่เป็นคำขอที่สมเหตุสมผลฉันก็จะทำให้”

“ถ้าเป็นการร้องของานก็มี ตัวอย่างเช่นสถานที่นี้ร้อนเกินไปผมจึงขออย่างยิ่งให้คุณติดตั้งรูปแบบเวทย์น้ำแข็งขนาดใหญ่มิฉะนั้นจะส่งผลต่อประสิทธิภาพและความกระตือรือร้นในการทำงานของเรา”

ซูยี่เผยรอยยิ้มที่ขมขื่นและพูดพร้อมกับส่ายหัว“ฉันกลัวว่าจะไม่สามารถทำได้ ที่บ้านของนายก็มีรูปแบบเวทย์น้ำแข็งขนาดใหญ่ดังนั้นนายก็น่าจะรู้ว่าค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและบำรุงรักษามันมีค่าใช้จ่ายเท่าไร ฉันไม่สามารถจ่ายได้ในตอนนี้ แต่ตอนนี้ทนรอจนกว่าฉันจะสร้างแอร์เวทมนตร์แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นมาก”

“แอร์เวทมนตร์?” โอรินตาสว่างแล้วถามอย่างตื่นเต้น“เจ้านั่นคืออะไร? มันเป็นเครื่องเวทมนตร์ชนิดใหม่ใช่หรือไม่? ประธานช่วยบอกรายละเอียดได้ไหม ผมสนใจมันมาก!”

ซูยี่ตระหนักว่าเขาพูดมากไปและโบกมืออย่างรวดเร็ว“สิ่งนี้เป็นเพียงความคิดตอนนี้ฉันยังไม่ได้เริ่มศึกษา อย่างน้อยก็ยังไม่เสร็จในฤดูร้อนนี้ดังนั้นนายไม่ควรถามเกี่ยวกับเรื่องนี้”

“โอ้… ... ดูเหมือนว่าจะยังเป็นความลับอยู่นะ” โอรินพยักหน้าอย่างผิดหวัง แต่เขาก็เชื่อฟังไม่ถามต่อ

“เอาล่ะไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้ ฟังจากน้ำเสียงของนายแล้วคงไม่ได้มีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่มั้ย” ซูยี่เปลี่ยนหัวข้ออย่างรวดเร็ว

เมื่อได้ยินคำถามนี้โอรินเผยให้เห็นถึงความตื่นเต้นและหยิบพิมพ์เขียวออกมาจากหน้าอกของเขา

“ประธานดูสินี่คือรูปแบบเวทย์ลมหมุนที่ผมพัฒนาขึ้นเมื่อคืนนี้ คุณคิดอย่างไร?”

“รูปแบบเวทย์ลมหมุน?” ซูยี่มองไปที่โอรินอย่างอยากรู้อยากเห็น เขาไม่คิดว่าเด็กน้อยที่จารึกรูปแบบเวทมนตร์อยู่ที่นี่จะสามารถค้นคว้าเรื่องนี้ได้

แน่นอนว่าเขาไม่โง่พอที่จะขัดความกระตือรือร้นของโอริน เมื่อมองไปที่พิมพ์เขียวทันใดนั้นเขาก็ส่งเสียงโอ้และมองมันอย่างจริงจัง

หลังจากนั้นไม่นานซูยี่ก็เงยหน้าขึ้นและมองไปที่โอรินด้วยความงุนงง“รูปแบบเวทย์ลมหมุนนี้ถูกพัฒนาโดยนายคนเดียว?”

โอรินผายมือออกพร้อมกับพูดด้วยความภูมิใจ“เป็นผมคนเดียวที่ค้นคว้ามันขึ้นมา”

มันเหมือนกับการได้พบกับโอรินเป็นครั้งแรกสำหรับซูยี่ เขามองดูเขาก่อนจะตบบ่าและกล่าวชมว่า“ดีมากไม่น่าแปลกใจที่ผู้อำนวยการเชียเรอร์บอกว่านายเป็นผู้มีความสามารถพิเศษด้านเวทมนตร์ที่หายากของสถาบันเวทมนตร์บารอนริกโต ต่อไปฉันจะปฏิบัติกับนายอย่างเหมาะสม”

โอรินหัวเราะก่อนจะชี้ไปที่พิมพ์เขียวในมือของซูยี่“ท่านประธานคุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับรูปแบบเวทมนตร์นี้? หากเทียบกับรูปแบบเวทลมหมุนอันก่อนเป็นยังไงบ้าง”

ซูยี่หัวเราะ“นายก็เห็นว่าฉันชมนายอยู่นะ คำตอบมันก็ต้องใช่แน่นอนอยู่แล้ว แม้จะยังไม่ได้ทดสอบประสิทธิภาพของมันแต่ฉันก็บอกได้เลยว่าด้วยการปรับปรุงครั้งนี้จะทำให้ลดภาระของพัดลมเวทมนตรได้มากขึ้นเล็กน้อย”

"อา? มันแค่เล็กน้อย?“โอรินผิดหวังมาก” ประธานใครบอกรูปแบบเวทมนตร์ที่คุณออกแบบนั้นโดดเด่นเกินไปแทบไม่มีข้อบกพร่องเลย ผมทำทุกอย่างที่ทำได้แล้วแต่ก็ทำให้มันดีขึ้นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

ซูยี่ตบไหล่โอรินและพูดอย่างจริงจัง“นายต้องไม่ดูถูกการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยนี้ ฉันบอกนายได้เลยว่าสำหรับเครื่องจักรเวทมนตร์แล้วการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ล่วนแต่สำคัญ พูดให้ถูกต้องก็คือไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงใหนก็สำคัญทั้งนั้น อย่าดูถูกการดัดแปลงของตัวเองเพราะมันสามารถลดอัตราการใช้ผลึกเวทย์ของพัดลมเวทมนตร์ได้เล็กน้อย วิธีนี้จะช่วยให้ผู้ที่ซื้อพัดลทเวทมนตร์จากเราสามารถประหยัดเงินได้มากขึ้น สำหรับเราสิ่งนี้ทำให้ผู้คนเต็มใจที่จะซื้อพัดลมเวทมนตร์มากขึ้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือมันจะเพิ่มชื่อเสียงของพัดลมเวทมนตร์เฟรสเทคของเรา ความหมายของสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่นายสามารถเข้าใจได้ในตอนนี้”

โอรินตะลึงกับสิ่งที่ซูยี่พูด เขาคิดว่าตัวเองได้ทำการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่ทำไมประทานถึงพูดว่ามันสำคัญขนาดนั้น

คิดแล้วเขาก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมา

เขาเพียง แต่แก้ไขรูปแบบเวทย์ลมหมุนโดยไม่สนใจเขาไม่ได้คิดเรื่องนี้มากนัก การได้รับการยอมรับจากซูยี่นั้นเพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาพอใจ

จู่ๆซูยี่ก็ดึงโอรินด้วยแขนและพาเขาไปที่ที่นักเรียนคนอื่น ๆ กำลังทำงานอยู่

เขาได้พบกับสายตาสงสัยของนักเรียนทั้งยี่สิบเก้าคนและไฮนซ์ ซูยี่ยกแขนของโอริน ขึ้นสูงและพูดเสียงดังว่า“ทุกคนฟังนะโอรินเพิ่งเสนอการปรับเปลี่ยนรูปแบบเวทย์ลมหมุนกับฉัน หลังจากที่ฉันยืนยันการเปลี่ยนแปลงนี้แล้วมันจะมีผลในเชิงบวกต่อพัดลมเวทมนตร์ดังนั้นตอนนี้ฉันจะแจ้งให้ทราบว่าเนื่องจากโอรินทำการดัดแปลงนี้เขาจะได้รับโบนัสการวิจัยพิเศษจาก บริษัท จำนวนเงินคือ… .. สิบเหรียญทอง!”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด