ตอนที่แล้วตอนที่ 36 บุปผาฝันร้าย
ทั้งหมดรายชื่อตอน

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

หยางเสวี่ยชิงจู่โจมอย่างไม่คิดชีวิต  ทำให้ทุกคนในตระกูลไป๋ตื่นตระหนกไปตาม ๆ กัน  และผู้ที่นางโจมตีก็คือไป๋จ้านสงซึ่งอยู่ใกล้เกินไปและไร้การป้องกันอย่างสิ้นเชิง  และเขายังคาดไม่ถึงอีกด้วยว่าหยางเสวี่ยชิงจะยอมสละชีวิตเพื่อจู่โจม!

 

สำหรับตระกูลหยาง ทุกคนต่างอยู่ในอาการตกใจสุดขีด!

 

แม้ว่าคนตระกูลหยางจะตระหนักดีว่าในวันนี้  คนทั้งตระกูลจะต้องตายลงที่นี่  แต่เมื่อเห็นคนในตระกูลต้องมาตายไปต่อหน้านั้นเป็นเรื่องที่โหดร้ายจนเกินไป  โดยเฉพาะผู้นำตระกูลหยางและคนอื่น ๆ สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก

 

“เสวี่ยชิง กลับมานี่!”

 

แม้ว่าผู้นำตระกูลหยางจะตะโกนออกไปอย่างดุดัน  ทว่าหยางเสวี่ยชิงได้ตัดสินใจแล้ว นางจะหยุดได้อย่างไร?

 

ในสายตาของนาง  สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในโลกนี้มีเพียงปราณแท้จริงที่เพิ่มสูงขึ้นและไป๋จ้านสงที่อยู่เบื้องหน้าเท่านั้น!

 

ในเวลานี้  ประตูไม้สีแดงที่แตกละเอียด ทหารยามที่นอนเกลือกกลิ้งอยู่ตรงประตูถูกกระแทกพร้อมกับเสียงอันดัง  ภายใต้ความตกใจและสายตาที่สับสนของทุกคน เด็กหนุ่มสาวคู่หนึ่งรีบรุดเข้ามาในห้องโถง ผู้ที่นำเข้ามาเตะทหารยามที่ขวางอยู่ให้พ้นทางจนกระเด็นไปยังเสามังกรในห้องโถง

 

เมื่อพวกเขาเห็นเด็ก ๆ เหล่านั้น  ทุกคนถึงกับตะลึงจนอ้าปากค้าง!

 

คนตระกูลไป๋มองเด็กพวกนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา  แม้แต่ผู้นำตระกูลไป๋ผู้แสนเจ้าเล่ห์ เมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความตระหนกตกใจ!

 

แต่สำหรับคนตระกูลหยาง พวกเขากลับรู้สึกราวกับฝันไป โดยเฉพาะหยางชิงเสวียนและคนอื่น ๆ ลูกของพวกเขาที่คิดว่าตายไปเสียแล้วยังมีชีวิตอยู่  นับเป็นเรื่องประหลาดใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับพวกเขาจนปรับลมหายใจไม่ทัน

 

ความรู้สึกของการเฝ้ารอความช่วยเหลือในช่วงเวลาที่สิ้นหวัง และเมื่อความช่วยเหลือนั้นมาถึงอย่างฉับพลัน  ทำให้สีหน้าของทุกคนยังคงแข็งทื่อ

 

ภายใต้สายตาที่ตกตะลึงของทุกคน  หลงเฉินก็พาคนอื่น ๆ อีกสามคนเดินเข้ามาในห้องโถงด้วยท่าทีเย็นชา

 

หยางอู่ลากคอไป๋ซื่อตงซึ่งมีสีหน้าหวาดกลัวและทั่วทั้งร่างสั่นเทิ้ม  ในขณะที่หยางหลิงชิงและหยางหลิงเยวี่ยกุมชะตาชีวิตของไป๋จื้อซิงอยู่  ส่วนหลงเฉินนั้นลากคอไป๋ซื่อจีและไป๋ซื่อเฉินด้วยมือเดียวเข้ามาในห้องโถงใหญ่

 

ในเวลานี้ ทั้งไป๋ซื่อจีและไป๋ซื่อเฉินมีเลือดโชกชุ่มอยู่บนเสื้อผ้า พวกเขาเสียเลือดไปมากจนทำให้ตัวซีดเผือด  และหลงเฉินก็ลากพวกเขามาตามทางในห้องโถงจนกลายเป็นรอยเลือดที่ลากยาวไปบนพื้น

 

ในตายตาของคนตระกูลไป๋  ภาพที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายและน่าตกใจอย่างยิ่ง!

 

โดยเฉพาะผู้เป็นพ่ออย่างไป๋จ้านสง  เมื่อเห็นลูกชายอยู่ในสภาพเจียนตายและหายใจรวยริน หัวใจของพวกเขาก็แทบระเบิดออกมา

 

สีหน้าท่าทางและสายตาที่ไป๋จ้านสงมองหลงเฉินนั้นเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ  แต่แล้วก็ค่อย ๆ เต็มไปด้วยจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัว

 

เมื่อหลงเฉินเดินเข้ามา หยางเสวี่ยชิงเห็นเขาเป็นคนแรกและพบกับสายตาหมองหม่นของเขา  หยางเสวี่ยชิงหยุดการโจมตีและมองหลงเฉินด้วยความงุนงง  ในเวลานั้น ผู้นำตระกูลหยางก็ดึงนางกลับมาได้ทันเวลา

 

หยางเสวี่ยชิงรู้สึกราวกับตนเองตกอยู่ในห้วงฝัน

 

ในสายตาของนาง  ทุกคนล้วนอันตรธานหายไป และมีเพียงเด็กหนุ่มเบื้องหน้า ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิและเย่อหยิ่ง ในมือถือรางวัลแห่งชัยชนะที่ได้จากสงคราม  เขาเดินเข้ามาในห้องโถงที่เป็นของยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองพฤกษาหมอก!

 

ดวงตาของหยางเสวี่ยชิงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า!

 

และหลงเฉินก็เห็นนางกำลังจะจู่โจมไป๋จ้านสงเมื่อครู่

 

ก่อนที่เขาจะมาถึง  เรื่องเหลือเชื่อที่สุดที่หลงเฉินได้ยินมาก็คือหยางเสวี่ยชิงทรยศตระกูลหยาง  ซึ่งเป็นสิ่งที่เขามิอาจรับได้อย่างเด็ดขาด  แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าไป๋ซื่อเฉินพูดออกมาเพียงเพื่อที่จะได้ครอบครองหยางหลิงชิงเท่านั้น

 

ตอนนี้ความรู้สึกที่ตึงเครียดของหลงเฉินได้คลายลงเล็กน้อย

 

อย่างไรก็ตาม  เมื่อมองสีหน้าและสภาพของคนตระกูลหยาง  หลงเฉินก็ตระหนักได้ว่าพวกเขาถูกวางยาพิษ

 

ก่อนที่เขาจะมาที่นี่ หลงเฉินได้สอบสวนไป๋ซื่อตงเกี่ยวกับชนิดของยาพิษ และเขาก็ได้รู้ว่าในตระกูลไป๋มียาแก้พิษบุปผาฝันร้ายแฝงอยู่

 

ไป๋ซื่อตงและไป๋จื้อซิงยังคงมีสติ ดังนั้นเมื่อเห็นว่าตนเองได้กลับมาหาครอบครัวแล้ว  พวกเขาจึงตะโกนด้วยความตื่นตระหนก

 

“ท่านพ่อ!  ท่านปู่! ช่วยข้าที!  ช่วยข้าด้วย!”

 

หยางอู่และคนอื่น ๆ ต่างก็อยู่ในอาการหวาดวิตกโดยเฉพาะเด็กสาวทั้งสอง  แต่เมื่อพวกเขาเห็นว่ายังมีอีกร่างหนึ่งอยู่เบื้องหน้าและยังยืนหยัดปกป้องพวกเขาอย่างไม่ลดละ  พวกเขาจึงรู้สึกโล่งใจได้ในที่สุด

 

ในเวลานี้ ทุกคนเห็นว่าท่ามกลางเหล่าเยาวชนตระกูลหยาง  ผู้ที่เป็นผู้นำนั้นหาใช่หยางอู่ หากแต่เป็นหลงเฉินผู้เลื่องชื่อผู้นี้ต่างหาก!

 

ไป๋ซื่อเฉินและไป๋ซื่อจีต่างเป็นยอดฝีมือที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเจ็ด  และไป๋ซื่อเฉินก็เป็นที่รู้จักในนามอัจฉริยะลำดับหนึ่งของเมืองพฤกษาหมอกที่มีอายุเพียงยี่สิบปี  แต่ในตอนนี้ ทั้งสองคนที่เป็นความภาคภูมิใจของตระกูลกลับถูกหลงเฉินลากเข้ามาราวกับสุนัขตายซาก  นั่นหมายความว่าพวกเขาทั้งสองได้พ่ายแพ้ให้กับหลงเฉินแล้วมิใช่หรือ?

 

นี่เป็นเรื่องที่ไร้เหตุผลเกินไป  จึงเป็นธรรมดาที่จะไม่มีผู้ใดเชื่อ ในเวลานี้ ทุกคนในตระกูลไป๋ต่างตระหนักถึงผลลัพธ์ว่าลูกหลานของตระกูลไป๋กลายเป็นฝ่านพ่ายแพ้ในการแข่งขันล่าสัตว์อสูร

 

ผู้นำตระกูลไปลุกขึ้นยืนและมองไปที่หลงเฉินด้วยสายตาเย็นชา  คลื่นพลังรุนแรงพุ่งตรงมาที่หลงเฉิน เขาเอ่ยขึ้น

 

“ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีลูกไม้บางอย่างซ่อนไว้สินะ ถึงได้เอาชนะตระกูลไป๋ในการแข่งขันล่าสัตว์อสูรได้  นิสัยใจคอและฝีมือของเจ้านับได้ว่าไม่เลว  หากแต่ความแข็งแกร่งเพียงเท่านี้  เจ้ายังจะกล้ายืนต่อหน้าพวกเราเช่นนี้อีกรึ? รนหาที่ตายแท้ ๆ!”

 

เมื่อเห็นว่าลูกหลานที่มีฝีมือโดดเด่นถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส  ผู้นำตระกูลไป๋จึงรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจไม่ต่างกัน

 

ไป๋ซื่อจีกระอักเลือดสีดำออกมา  เห็นได้ชัดว่าอวัยวะภายในของเขาบาดเจ็บอย่างรุนแรง  แม้ว่าเขาจะได้รับการรักษาในวันนี้ เขาก็ต้องใช้เวลารักษาตัวและพักฟื้นนานนับปี  ถึงตอนนั้น ทักษะยุทธ์ของเขาอาจถดถอยลงมาก  สีหน้าของไป๋ซื่อเฉินแดงก่ำและยังคงกุมเป้าของตนเองไว้  ใครก็ตามที่ได้เห็นคงรู้ดีว่าเขาได้รับชะตากรรมเดียวกับไป๋ซื่อซวิน

 

ไม่มีลูกหลานสืบทอด  สำหรับตระกูลไป๋แล้ว คำคำนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวและน่าเดือดดาลไม่น้อย!

 

คงไม่เป็นไรหากหลงเฉินลงมือไปเพียงครั้งเดียว  และพวกเขาก็ทนมันได้จนถึงทุกวันนี้ แต่ตอนนี้หลงเฉินกลับลงมืออีกครั้ง!

 

เมื่อเห็นสภาพน่าสังเวชใจของลูกหลานตระกูลไป๋  คนตระกูลไป๋ก็รู้สึกเกรี้ยวกราดอย่างที่สุด

 

เวลานี้ ชายวัยกลางคนของตระกูลไป๋คนหนึ่งที่อยู่ใกล้หลงเฉินมากที่สุดจู่โจมเขาในทันที  ชายคนนั้นคงเป็นน้องชายของไป๋จ้านสง  แม้ว่าหลงเฉินจะไม่แน่ใจในตัวตนของคนผู้นั้น  แต่เมื่อเห็นว่าเขาพุ่งตรงเข้ามาและใช้ดัชนีสวรรค์ทมิฬ  มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นชา

 

การลอบโจมตีอย่างฉับพลันของคนตระกูลไป๋ทำให้ตระกูลหยางทุกคนต่างร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก  ผู้นำตระกูลหยางและคนอื่น ๆ ตระหนักถึงความแข็งแกร่งของหลงเฉิน  พวกเขาต่างต้องการเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยหลงเฉิน

 

โดยเฉพาะหยางเสวี่ยชิงที่ได้เจอเรื่องสะเทือนอารมณ์ราวกับดิ่งลงเหว  บุคลิกของนางเปลี่ยนไปอย่างมากในตอนนี้  ไป๋จ้านสงที่นางเคยคิดว่าแข็งแกร่งกลับกลายเป็นปีศาจร้าย  และลูก ๆ ของเขา ไป๋ซื่อเฉินและไป๋ซื่อจีที่นางเคยชื่นชมกลับกลายเป็นคนนอก  อย่างไรก็ตาม นางพุ่งความสนใจไปที่หลงเฉินเพียงคนเดียว

 

หยางหยุนเทียนที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มคนเบี่ยงสายตาออกจากลูกสาวสุดรักที่ดูจะสบายดีในตอนนี้  เขามองไปที่หลงเฉินพร้อมกับท่าทีที่เปลี่ยนไป

 

เรื่องที่หลงเฉินฆ่าลูกชายของเขานั้นแตกต่างออกไปจากสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้อย่างสิ้นเชิง  ความรู้สึกของการสูญเสียเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองนั้นเจ็บปวดแสนสาหัสสำหรับหยางหยุนเทียนที่อยู่ในวัยกลางคนอย่างมาก

 

เมื่อเห็นว่าคนในตระกูลของตนเป็นฝ่ายลงมือและฉวยโอกาสก่อน  ทุกคนในตระกูลไป๋ต่างก็หัวเราะชอบใจ

 

พวกเขารู้ถึงความสามารถของหลงเฉินและเชื่อว่าหลงเฉินจะต้องใช้วิธีสกปรกบางอย่างจึงสามารถทำให้ลูกหลานตระกูลไป๋ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

 

อย่างไรก็ตาม  พวกเขากลับไม่คิดว่าวิธีสกปรกที่พวกเขาใช้ในวันนี้เป็นเรื่องน่าอัปยศอดสูอย่างแท้จริง!

 

หลงเฉินและคนอื่น ๆ เกรงว่าพวกเขาจะถูกขัดขวางก่อนที่จะมาถึงห้องโถงใหญ่  ดังนั้นพวกเขาจึงลอบเข้ามาทางกำแพง  ในเวลานั้น ผู้คนที่มาร่วมงานต่างไม่รู้ว่ากำลังเกิดเรื่องน่าสนใจขึ้นในห้องโถงที่อยู่ไม่ไกลนัก

 

“ระวังตัวด้วย!”

 

เมื่อเห็นว่าสายเกินไป ทุกคนในตระกูลหยางจึงเตือนร้องหลงเฉินด้วยความเป็นห่วง อย่างไรก็ตาม หลงเฉินมีความมุ่งมั่นแน่วแน่  ดัชนีสวรรค์ทมิฬนั้นคล้ายคลึงกับกระบวนท่าที่ไป๋ซื่อจีใช้   แต่ทว่า…

 

หลงเฉินทำหน้าเยาะเย้ย  เขายกไป๋ซื่อเฉินและไป๋ซื่อจีขึ้น จากนั้นก็วางลงตรงหน้าพวกเขา ในขณะเดียวกัน  อีกมือหนึ่งพลันบังเกิดปราณสีแดงที่หมุนวนอย่างรวดเร็วในฝ่ามือ

 

เมื่อเห็นไป๋ซื่อเฉินและไป๋ซื่อจี คนของตระกูลไป๋ที่ใช้ดัชนีสวรรค์ทมิฬก็หน้าซีดด้วยความกลัว และล้มเลิกความตั้งใจที่จะใช้ดัชนีสวรรค์ทมิฬ  ในเวลานั้น คนในตระกูลไป๋ก็ร้องเตือนไป๋จ้านยวิ๋นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

“จ้านยวิ๋น!  ระวังตัวด้วย!”

 

ไป๋จ้านยวิ๋นงุนงง แต่ในขณะที่ร่างของไป๋ซื่อเฉินและไป๋ซื่อจีถูกปล่อยลงที่พื้น และมีเพียงรอยยิ้มบนใบหน้าของหลงเฉิน  ไป๋จ้านยวิ๋นรู้สึกได้ว่ารอยยิ้มนั้นมีบางสิ่งเคลือบแฝงอยู่อย่างน่าประหลาด  และในครู่ต่อมา  ระเบิดแสงสีแดงของเงามังกรศักดิ์สิทธิ์ก็พุ่งเข้าใส่หน้าอกของเขา  ไป๋จ้านยวิ๋นกระอักเลือดออกมา สีหน้าซีดเผือดไปในทันที!

 

เขากระเด็นออกไปราวสิบเชียะและกระแทกเข้ากับกำแพงด้วยเสียงดังสนั่น  จากนั้นก็ร่วงลงมา ไร้ซึ่งวี่แววของชีวิต

 

ไป๋จ้านยวิ๋นตายเสียแล้ว!

 

‘ผนึกมังกร!’

 

ชื่อของผนึกมังกรผุดขึ้นในใจของทุกคน  พวกเขารู้ดีว่าหลงเฉินครอบครองผนึกมังกร  แต่มิอาจจินตนาการได้ว่าจู่ ๆ เขาก็สามารถควบคุมผนึกมังกรได้อย่างน่าอัศจรรย์ด้วยมือเดียวได้อย่างไร?  

 

แม้แต่คนในตระกูลหยางก็มีเพียงสามคนเท่านั้นที่สามารถใช้ผนึกมังกรได้ด้วยมือข้างเดียว!

 

และผู้ที่ตกใจมากที่สุดคือหยางเสวี่ยชิง  นางมองไปที่เด็กหนุ่มผู้เต็มไปด้วยจิตวิญญาณมุ่งมั่นด้วยสายตางุนงงและเห็นความมั่นใจเต็มเปี่ยมในสายตาของเขา  ต่อหน้ายอดฝีมือตระกูลไป๋หลายคน  เขาคนเดียวเท่านั้นที่ดูเหมือนจะทนกับแรงกดดันเหล่านั้นได้  เขาช่างเหมือนหลงฉิงหลานเสียจริง

 

‘จะเป็นไปได้ไหม ว่าทั้งสองคนพ่อลูกถูกโชคชะตากำหนดมาให้เป็นหายนะในชีวิตข้า’

เมื่อนางนึกไปถึงหลงฉิงหลาน  นางจึงไม่แปลกใจอีกต่อไปที่หลงเฉินสามารถใช้ผนึกมังกรได้ด้วยมือข้างเดียว และสามารถสังหารยอดฝีมือตระกูลไป๋ซึ่งบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเจ็ดได้

 

สำหรับนาง  ไม่ว่าจะเป็นหลงฉิงหลานหรือหลงเฉิน  เมื่อพวกเขาแสดงความสามารถออกมาในหมู่คนรุ่นเดียวกัน ก็ไม่มีใครเทียบฝีมือที่เก่งกาจของพวกเขาได้

 

เหมือนที่ไป๋จ้านสงต้องพ่ายแพ้อย่างย่อยยับให้กับหลงฉิงหลานเมื่อนานมาแล้ว

 

คนตระกูลหยางต่างตกตะลึงกับผนึกมังกร  และเมื่อคนตระกูลไป๋เห็นว่าไป๋จ้านยวิ๋นตายคาที่เช่นนั้น  หัวใจของพวกเขาจึงตื่นตระหนกและเกรี้ยวกราด

 

โดยเฉพาะผู้นำตระกูลไป๋   ไป๋จ้านยวิ๋นเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขา  และเป็นผู้ที่กำลังจะบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปด  เขาไม่คิดว่าไป๋จ้านยวิ๋นจะต้องมาตายไปทั้งอย่างนี้!

 

บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นในทันที คนตระกูลไป๋ที่แข็งแกร่งกว่าขอบเขตชีพจรมังกรระดับแปดต่างปลดปล่อยคลื่นพลังรุนแรงออกมา  จากนั้นก็ตั้งกระบวนท่าและพุ่งเข้าใส่หลงเฉิน  ทว่าหลงเฉินกลับไม่ตื่นกลัวเลยแม้แต่น้อย  มือข้างหนึ่งยังคว้าคอของไป๋ซื่อจีอยู่

 

“หากพวกเจ้าอยากเห็นลูกหลานคนเก่งของตระกูลไป๋ตาย  และไป๋จ้านสง หากเจ้าอยากจะเห็นลูกชายตัวเองตายไปต่อหน้าต่อตาด้วยน้ำมือของข้า เจ้าจะลองดูก็ได้  ข้าขอรับรองว่าไม่ถึงอึดใจจะไม่มีใครเหลือรอดชีวิต!  แม้ว่าพวกเจ้าจะทำลายตระกูลหยางได้  ลูกหลานทั้งสี่คนก็จะถูกฝังไปกับพวกเราด้วย ข้าอยากจะรู้จริง ๆ ว่าในเมื่อไม่มีพวกเขาแล้ว  ตระกูลไป๋จะสืบสกุลต่อไปได้อย่างไร?”

***************************

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...