ตอนที่แล้วChapter 8: นักดาบปีศาจกังโอ (จบ)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปChapter 9: ราชินีแมงมุม Alishi 1 (จบ)

*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

——————————————————————————————————

 

มีบางอย่างที่เขาต้องทำก่อนจะเข้าห้องบอส.

“แสตท”

ถ้าคุณอยากจะตีกับบอส คุณก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม.

 

[ค่าแสตทหลัก]

 

Physical: 31 (+20)  (กายภาพ)

Mental: 31 (+20)     (จิตใจ)

Magic: 32 (+20)      (เวทย์มนต์)

Sense: 31 (+20)     (เซ้นส์=อบิลิตี้ในการใช้สกิลครับ)

ค่าแสตทพ้อยที่เหลืออยู่: 42

 

พวกค่าแสตทหลักของเขาได้เพิ่มมา20แต้ม ตอนที่เปลี่ยนคลาสเป็น Demonic Swordsman(นักดาบปีศาจ) แต่เขายังไม่ได้อัพค่าที่ได้จากเวลอัพซักแต้มเลย.

จนถึงตอนนี้ กังโอได้คิดมาตลอดว่าจะอัพค่าอะไรถึงจะคุ้มที่สุดดี.

แต่หลังจากชนะ Karash และขโมยค่า Magic มาได้ เขารู้แล้วว่าต้องทำอะไร.

‘อัพทุกอย่างลง Sense ดีกว่า’

กังโอยัดค่าทุกอย่างลงไปที่ Sense.

Sense ไม่เพียงแค่เพิ่มพลังและเอ็ฟเฟ็คของสกิลเท่านั้น มันยังเพิ่มโอกาสที่สกิลจะออกด้วย.

แถมมันยังลด MP ที่ต้องใช้และคูลดาวน์ของสกิลอีกด้วย.

เหนือสิ่งอื่นใดเลยคือมันจะทำให้ค่าความชำนาญเพิ่มเร็วขึ้น ซึ่งมันยากกว่าเพิ่มเลเวลอีก.

กังโอคิดว่าจะอัพแต่ค่า Sense หลังจากนี้ไป.

การอัพแต้มลง Sense ทั้งหมด, โอกาสที่ Darkness Strike จะติดก็เพิ่มขึ้นซึ่งหมายความว่ามันจะช่วยเพิ่มแสตทให้เขาด้วย.

พูดอีกอย่างคือ เขากำลังโลภ เขาอยากได้ทั้งค่าความชำนาญของสกิลและแสตทเลย.

“ชั้นอัพแสตทไปหมดแล้ว รีบเข้าไปล้มบอสเลยดีกว่า”

กังโอผ่านประตูทางเข้าไป.

ห้องบอส Spider Queen ดูอย่างกับหลุดออกมาจากหนังผีเลย.

มันมีใยแมงมุมอยู่ทุกที่ และซากของมอนส์เตอร์ที่แห้งตายแล้ว. ภาพซากไข่ของแมงมุมสามารถทำให้คนหนีหางจุกตูดไปได้เลย.

ตรงกลางของห้องมีรังขนาดใหญ่ที่ทำจากใยแมงมุมสีขาวอยู่.

Spider Queen Alishi (ราชินีแมงมุมอลิชิ) นอนอยู่บนรังนั่นพร้อมกับ Earth Shade Spiders 4ตัวคอยคุ้มกันเธอ. (เอิร์ธเฉดสไปเดอร์=แมงมุมสีเฉดดิน)

‘นั่นสินะ Alishi’

กังโอมองไปทางตัวเธอ. (ขอแปลแบบใช้คำเรียกเพศนะครับ ยังไงซะบอสก็มีชื่อ)

เขาคาดไว้ว่าเธอน่าจะมีเลเวลประมาณ30.

จากรูปร่างแล้วเธอดูเหมือนพวก Earth Shade Spiders ตัวอื่นๆ.

แค่ว่าตัวเธอนั้นใหญ่เป็นสองเท่าและตัวเธอมีสีส้มกับมีลายคล้ายๆหน้าผีอยู่.

กังโอมั่นใจว่าเธอต้องมีสกิลพิเศษอะไรอยู่แน่ๆ.

‘ถ้าคิดถึงเรื่องความสามารถพิเศษของเธอแล้วล่ะก็ น่าจะโค่นเธอด้วยตัวคนเดียวยากแน่’

การผสมผสานของสุดยอดสหัชญาณ, คลาสลับและดาบปีศาจแร๊งSSของเขานั้นทำให้เขาOPอยู่ก็จริง. (เผื่อคนไม่รู้ศัพท์เกมนะครับ op= overpower = เก่งเว่อ,เว่อเกิน)

ถึงอย่างงั้น การตายมีข้อเสียร้ายแรงกับผู้ครอง Demon Sword Ubist มากกว่าผู้เล่นทั่วๆไป.

หากเขาตาย เขาอาจจะเสียดาบปีศาจไปไม่ก็กลายเป็นมอนส์เตอร์ที่ถูกดาบปีศาจควบคุมตลอด24ชม.

เขาจึงต้องการหลักประกันก่อนที่จะสู้กับบอสลึกลับตัวนี้.

พูดง่ายๆคือ…!

‘ชั้นต้องการคนช่วย’

คนแรกที่เขานึกถึงคือ Burkan. ถ้าเขามา ต่อให้ Alishi มีลูกเล่นอะไรซ่อนอยู่มันก็ไม่มีความหมาย. เขาคงฆ่าเธอได้ในดาบเดียว.

‘ถ้าคุณเผชิญหน้ากับก๊อบลินก็คงไม่มีเหตุผลที่จะเรียกผู้พิชิตมังกรมา. ถ้าอย่างงั้นก็ต้อง…’

กังโอแสยะยิ้ม. มีคนที่เหมาะกว่าแว่บมาในหัว.

 

***

 

กังโอกลับไปที่อารีน่าใต้ดินของ Holiseum.

“โอ้ น้องชาย” Burkan ทักทาย.

เควสการต่อสู้กับคน100คนไม่สามารถรับได้อีกแล้ว.

ฉะนั้น ข่าวลือที่ว่ามีคนทำเควสผ่านก็ได้แพร่ออกไป.

“พี่ชาย, ท่านสบายดีหรือไม่?”

เนื่องจากเขาอยากได้บางอย่างจาก Burkan เขายิ้มแบบสุภาพ.

“ก็ ดาบปีศาจมันไปแล้ว ก็ อื้อ ข้าสบายดี”

Burkan พูดราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก.

“ทำไมดาบปีศาจถึงถูกทิ้งไว้ที่นี่ล่ะ?” กังโอถาม รู้สึกตะหงิดใจขึ้นมาทันที.

“อาจารย์ Valan โยนภาระมาให้ข้า. เขาทิ้งหินอัญมณีอดาแมนเที่ยมไว้ด้วย.”

เรื่องราวชีวิตของนักดาบ Valan ที่เขาได้เห็นมากับตาจากการผ่านบททดสอบแห่งดาบปีศาจ!

นักดาบคนเดียวกันนั่นคืออาจารย์ของ Burkan.

“ขณะที่เขาจะจากไป อาจารย์ Valan บอกข้าว่าให้ส่งดาบปีศาจต่อให้คนที่คู่ควร. ถ้าจะให้พูดง่ายๆ ข้าก็แค่คนกลาง”

นั่นคือเหตุผลที่ ‘การต่อสู้กับคน100คน’สุดหินนั่น ได้เริ่มขึ้น.

“หินอดาแมนเที่ยมด้วยรึ?”

“อาจารย์ Valan ค้นพบมันด้วยเช่นกัน. เขาบอกข้าให้คอยพิทักษ์มันจากคนที่ไม่คู่ควรหรือใครก็ตาม” Burkan ยิ้มกว้างแล้วพูดต่อ “นั่นแหละเหตุผลที่ข้าส่งเจ้าไปหานักขุด. เพราะถ้าหากเจ้าพบแล้ว ข้าจะได้เป็นอิสระซักที”

“อึ่ย นั่นหรอเหตุผลที่ท่านเขียนจดหมายแนะนำมา?”

“ช่าย เพราะงั้นรีบๆตามหา Bower เร็วเข้า เจ้าจะได้เอามันไปซักที”

เหตุผลที่กลาดิเอเตอร์ผู้ไร้เทียมทาน Burkan ติดแหง่กอยู่อารีน่าใต้ดินเป็นเพราะดาบปีศาจกับหินอดาแมนเที่ยมนี่เอง.

“ถ้าอย่างงั้น Valan นี่ อยู่ไหนแล้วล่ะ?” กังโอถาม.

เขาจะไม่เสียใจเรื่องนี้ ใช่ปะ?

“ไม่รุ. ผ่านมาซักพักแล้วที่ข้าไม่เห็นเขา เขาอาจจะมีหรือไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็ได้. ไม่สิ เขาน่าจะยังมีชีวิตอยู่. เขาคือคนที่สามารถเลี่ยงความตายได้เลยนะ. ทำไมล่ะ? อยากไปหาเขารึ?”

“ป่าว ขอบคุณนะ” กังโอพูดขึ้นมา “ว่าแต่ Darion อยู่ไหน?”

เหตุผลทั้งมวลที่เขากลับมาก็เพราะ Darion.

“Darion!” Burkan ตะโกน และ Darion วิ่งออกมาจากทางเดินอีกฝั่งหนึ่ง. (Darion ยังไม่ตายโว้ย)

นี่คือครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าของเขา แต่เขากลับดูเหมือนประเภท “เจ้าชายหนุ่ม“ เขาทั้งดูดีมีสเน่ห์และผิวดี. คนตั้งมากมายทำไมเจ้า Darion มันดูเท่ขนาดนี้วะ?! เหรี้ยจริงๆ.

 

“เจ้า!”

ทันทีที่เขาเห็นกังโอ สีหน้าของเขาเริ่มเดือดดาล.

“โอ้ เฮ้ เป็นไงบ้าง? ตาเจ้าโอเคไหม?”

กังโอยกมือขึ้นมาและทำท่ากวนๆ.

“เจ้าคนสกปรก ไอ้ทุเรศหน้าไม่อาย!” Darion พูดอย่างเกรี้ยวกราด.

“ระวังหน่อย Darion. เขาไม่เพียงแต่ผ่านการต่อสู้กับคน100คน แต่ทั้งยังเป็นผู้ครองดาบปีศาจและน้องชายของข้านะ”

อย่างที่คิดไว้เลย ระบบของกลาดิเตอร์เหมือนกับทหารเป๊ะ.

ในทางทหาร, กังโอนี่น่าจะเป็นถึงระดับลูกนายพลไม่ก็เป็นหลานนะบางที.

เขาไม่มีแร๊งที่จะมาโม้นะแต่เขามีคนใหญ่คนโตหนุน!

“ทำไมท่านถึงได้ไปสนับสนุนคนอย่างมัน…”

“Darion” เขาพูดอย่างดุดัน และ Darion ก็ปิดปากทันที.

แม้ว่าตาของเขาจะดูเหมือนวอนหาความเป็นธรรมก็ตาม.

“พี่ชาย ข้าขอยืมตัว Darion ไปซักพักได้หรือไม่?”

“ทำไมล่ะ?”

เขาพูดไม่ได้ว่า ‘อะไรของมึง ทำไม? กุจะใช้มันเยี่ยงทาสไง’

“ตอนข้าสู้กับเขาครั้งสุดท้าย ข้ารู้สึกว่าเขามีปัญหาด้านจิตใจ. ข้าต้องการแก้ไขจุดอ่อนนี้ของเขา” กังโอพูด.

“ได้เลย!” Burkan ตอบรับอย่างง่ายดาย.

“อาจารย์!” Darion เรียกอาจารย์ของเขาด้วยน้ำเสียงกังวลและน้ำตาคลอเบ้า.

Burkan ปิดปากสนิท. มันคือสัญญาณอันหนักแน่นว่าเขาจะไม่ฟัง Darion อีก.

“ไปกันเลย Darion!”

Darion ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตามกังโอไป ราวกับว่าเขาเป็นวัวที่กำลังถูกลากไปเชือดในโรง.

กังโอออกจาก Holiseumไปและลาก Darion ไปที่ตรอกซอยลับๆ.

คะแนน 3.3
กรุณารอสักครู่...