ตอนที่แล้วตอนที่ 61 ความผิดปกติของเลือดมืด
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 63 ช่วงเวลาที่น่าขัดใจ

 

ราวกับฝูงช้างเเมมมอธเหยียบย่ำหัวใจของเขา ไม่มีคำใดจะมอบให้กับสิ่งที่เขาเห็นตรงหน้า ชายเเก่นั่นคือพ่อค้าขายปืนไม่ใช่หรือ ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่บ้านนนักล่าเเห่งนี้?

 

เขาเพิ่งถูกพ่อค้าเเก่นั้นโกงการค้าปืน ไม่มีเหตุผลใดที่เขาจะก้าวเข้าไปยังบ้านนักล่า หากการดักทำร้ายชายเเก่นี่มันจะสามารถช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นก็คุ้มค่ากับการถูกโกงเงินไปห้าสิบเหรียญจักรวรรดิ

 

เเต่เเล้วเพียงเเค่เฉียนยี่หันกลับมา ชายเเก่ที่เคาน์เตอร์เงยหน้าเเละจ้องมองมายังเขาทันที

 

เฉียนยี่ตัวสั่นเทาในขณะที่เท้าข้างหนึ่งกำลังจะก้าวไปข้างหน้า เเต่ไม่สามารถก้าวต่อไปได้อีก!

 

เเละใช่ว่าเขาไม่ได้อยากจะออกไปจากที่นี่ เเต่เขาลืมนำอาวุธติดตัวมาด้วยจึงไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวเเม้เเต่ปลายเท้า เเละใช่ดาบที่จี้ด้านหลังของเขานั่นทำให้ยากที่จะเคลื่อนไหว ซึ่งหากเขาฝืนเดินออกจากบ้านนักล่าไปคงไม่พ้นกับการต่อสู้ราวกับพายุ

 

เฉียนยี่พยามสงบสติอารมณ์เเละดูชั้นเชิงการต่อสู้ หากโอกาสที่เขาจะรอดชีวิตมีอยู่น้อยเขาจะไม่ฝืน เเละสิ่งนี้คือสัญชาตญาณที่ติดตัวมาตั้งเเต่อายุเจ็ดปี

 

เฉียนยี่หยุดการเคลื่อนไหวเเละค่อยๆหันกลับมาอย่างช้าๆ

 

ชายร่างใหญ่ทั้งสามในห้องโถงมองมายังเฉยนยี่ด้วยสายตาที่ชื่นชม

 

เเละไม่นาน ชายเเก่ที่ยืนอยู่ก็พูดขึ้น “ เจ้าหนู ถ้าให้ข้าเดาท่าทางของเจ้า เคยไปร้านอาวุธปืน A1 มาก่อนเเล้วสิ่นะ ”

 

เฉียนยี่จ้องชายเเก่ เเละสังเกตเห็นถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

ชายเเก่ที่ร้านปืนดูเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาวุธ เเต่ทว่ามีริ้วรอยมากกว่าชายชราที่ร้านปืนเล็กน้อย ทั้งยังมีความเจ้าเล่ห์ในดวงตา เเตกต่างจากชายเเก่คนนี้ที่มีรอยเเผลเล็กๆบนใบหน้า ความต่างเพียงเล็กน้อยที่เเถบจะมองไม่ออก เเต่สามารถทำให้เฉียนยี่สะดุดตา นั่นก็เพราะเขาเองได้รับการฝึกฝนให้จดจำใบหน้าผู้คน

 

ชายเเก่ผู้นั้นจึงรีบพูดราวกับเขารู้ความคิดเฉียนยี่ “ เจ้านายที่ร้านอาวุธนั่นมันพี่ชายฝาเเฝดของข้า ใครๆต่างเรียกข้าว่า A2 ส่วนคนที่นี่จะเรียกข้าว่าตาเเก่ที่สอง ”

 

เฉียนยี่คิดว่าใบหน้าของเขาตอนนี้คงมีสีสันขึ้นมาบ้าง เเต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรตอบกลับไป

 

“ อยากเป็นนักล่างั้นหรือ? ” ตาเเก่ที่สองถาม

 

“ …ครับบ ” เฉียนยี่ตอบกลับ ทั้งยังรู้สึกว่าตาเเก่ที่สองคงไม่เจ้าเล่ห์เท่าพ่อค้าที่ร้านปืน เเต่ไม่ว่าจะยังไง ภาพที่ร้านปืนยังกลับวนเข้ามาในหัวของเขา

 

ไม่มีคนขี้โกงคนไหนที่จะเเสดงตัวออกว่าเขาเป็นเช่นนั้นหรอกว่าไหมล่ะ?

 

ตาเเก่ที่สองก้มศรีษะลงเเละเดินไปบริเวรเคาน์เตอร์ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบเหรียญทองสัมฤทธิ์หกเหลี่ยมขึ้นมาเเละโยนให้เขา “ เจ้าผ่านบททดสอบเเรกเเล้ว ตอนนี้เจ้าคือนักล่าหนึ่งดาว ”

 

เฉียนยี่รับเหรียญมาโดยไม่รู้ตัว “ ทดสอบ? ”

 

“ ใช่ ข้าเพิ่งมองเจ้าเมื่อครู่ รู้ว่าเจ้ามีฝีมือพอตัว ต่อนี้ไปเจ้าคือสมาชิกที่บ้านนักล่านี้ เก็บสิ่งนั้นให้ดีเสียล่ะ เหรียญนั่นคือของเเสดงตัวสมาชิกบ้านนักล่า ” ตาเเก่ที่สองพูดด้วยความเฉยเมย

 

เฉียนยี่มองไปยังเหรียญทองสัมฤทธิ์ในมือ มันเป็นเหรียญที่ถูกขัดจนเงาเป็นประกาย เเต่เห็นได้ชักว่ามันมีมาอยู่เเล้วระยะหนึ่ง ฝีมือของการทำเหรียญนี้ไม่ต่างจากเด็กเล็กทำ ดาวตรงกลางที่มีขนาดสูงต่ำไม่เท่ากัน รูปร่างคดเคี้ยวบิดเบี้ยว

 

“ ในฐานะนักล่าหนึ่งดาว ข้าสามารถทำอะไรได้บ้าง ” หากไม่ต้องส่งค่าหัวให้ที่นี่ เฉียนยี่เองคงไม่ลำบากใจที่จะเป็นในสมาชิกของบ้านนักล่านี้

 

“ ค่าประสบการณ์ในช่วงเเรก หนึ่งเหรียญเงินจักรวรรดิ ในทุกๆเดือน ” ตาเเก่ที่สองกล่าว

 

ตาเเก่ที่สองกล่าวอย่างไม่เเยเเส เเต่ในใจเฉียนยี่เต้นเเรงด้วยความโกรธเล็กน้อย

 

“ สิทธิของข้าคืออะไรกันล่ะ? ”

 

ตาเเก่ที่สองชี้ไปยังสมุดเก่าๆที่ผนัง “ ทั้งหมดอยู่ในสมุดเล่มนั้นหมดเเล้ว ”

 

เฉียนยี่เดินไปหยิบสมุดเล่มนั้นมา เเม้มันจะเก่าเเค่ไหน เเต่ภายในถูกเขียนไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทุกคำในสุดดูมีพลังในตัวของมัน มันทำให้เฉียนยี่สั่นคลอนจนต้องใช้พลังเเห่งต้นกำเนิดเพื่อให้เขาทรงตัวได้อีกครั้ง

 

กฏนั่นค่อนข้างเรียบง่าย จำนวนค่าธรรมเนียมที่นักล่าส่ง เป็นปัจจัยหลักที่จะสามารถเลื่อนอันดับดาวของพวกเขาว่าจะได้รับสิทธิประเภทใด

 

สิทธิ์หลักๆของนักล่าคือการนำหลักฐานของการฆ่านักรบเผ่าพันธุ์มืดมาเเลกรางวัล ทั้งนี้พวกเขายังสามารถซื้อชุดเกราะเเละอาวุธพิเศษจากบ้านนักล่า รวมไปถึงของพเศษต่างๆ หากสินค้าชิ้นไหนไม่เป็นที่พอใจ บ้านนักล่าสามรถเป็นตัวเเทนในการหาช่างฝีมือเฉพาะนั้นๆได้

 

เพียงค่าหัวอย่างเดียวก็คุ้มค่าเเล้ว เเน่นอนว่านี่คือนักล่าต้องสามารถสังหารนักรบเผ่าพันธุ์มืดได้ในเบื้องต้น หากพูดตัวอย่างง่ายๆนักล่าหนึ่งดาวจะได้รับเงินสิบเหรียบทองต่อเดือน นักล่าสองดาวยี่สิบเหรียญทองต่อเดือน เเละจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ

 

จากเงื่อนไขทั้งหมด เเววตาเฉียนยี่เป็นประกายเเละเปี่ยมด้วยพลัง

 

เฉียนยี่ต้องเก็บอาการดีใจก่อนจะถาม “ ข้าสามารถดูอาวุธเเละชุดเกราะได้หรือไม่? ”

 

“ เเน่นอนอยู่เเล้ว พาเขาไปดูห้องเครื่องมือนักล่าหนึ่งดาวที ”

 

เเละเเล้วก็มีชายหนุ่มดูเฉลียวฉลาดมาจากที่ไหนไม่รู้เดินมา เขาดีดนิ้วเเละเรียกเฉียนยี่ให้ตามไป “ มากับข้าเร็ว ”

เฉียนยี่เดินตามเด็กหนุ่มไปในห้องเก็บของ

 

เเม้นี่จะเป็นเพียงห้องเก็บอาวุธนักล่าหนึ่งดาว เเต่มันเต็มไปด้วยอุปกรณ์มากมาย เฉียนยี่เห็นอาวุธมาตราฐานของกองพลหลักของจักรวรรดิในทวีปตอนบน นั่นคือปืนกำเนิดนรก นี่มันปืนระดับสาม เเละทุกกระบอกคือปืนใหม่!

 

เเต่กระนั้นปืนนี้ถูกประทับตราเครื่องหมายสี่ดาว บ่งบอกว่าสามารถซื้อได้สำหรับนักล่าระดับสี่ดาวเท่านั้น เขาเองก็ยังสงสับว่าของพวกนี้เป็นมาอย่างไร นอกจากนั้นยังมีชุดเกราะยุทธวิธีครบชุด มีดทหารครบทุกรูปเเบบ เป็นคลังเล็กๆที่ครบครันจริงๆ

 

หลังจากสำรวจห้องเก็บของเขาตามเด็กหนุ่มไปจ่ายค่าสมาชิกอย่างเชื่อฟัง 

 

หลังเสร็จสิ้นขั้นตอน เฉียนยี่อดที่จะถามไม่ได้ “ หากนักล่าที่ไม่จ่ายค่าสมาชิกหรือค่าหัว เจ้าจัดการกับพวกเขาอย่างไรหรือ? ”

 

“ เราจะคิดดอกเบี้ยทุกเดือน เดือนละหนึ่งเหรียญทอง ” ชายเเก่ที่สองกล่าว

 

เฉียนยี่รู้สึกประหลาดใจ นั่นเพราะค่าสมาชิกฤดูกาลราคาสามเหรียญทองจักรวรรดิ เเละนักล่าภายใต้สมาชิกต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มอีก ถือเป็นดอกเบี้ยราคาสูงมากโข

 

ราวกับพวกเขาสังเกตเห็นความคิดเฉียนยี่ ชายร่างใหญ่พูดขัดจังหวะ “ หากจะหาเงินไม่ได้ก็หมายความว่านั่นไม่ใช่นักล่าที่เเท้จริง หากสู้ไม่ไหวก็กลับไปเลี้ยงลูกอยู่บ้านเสียเถอะ ”

 

คำพูดของชายร่างใหญ่ฟังดูสมเหตุสมผล

 

เฉียนยี่นำเขี้ยวเเวมไพร์ออกมาที่หน้าตาเเก่ที่สอง “ เเล้วนี่เปลี่ยนเป็นค่าหัวได้ไหม? ”

 

ตามอัตราการเเลกเปลี่ยนบ้านนักล่า เขี้ยวเเวมไพร์ปกติสามารถเเลกเป็นเงินได้หนึ่งเหรียญทองจักรวรรดิ เเละนักล่าต้องสังหารเเวมไพร์อันดับต่ำสุดอย่างน้อยหนึ่งตัวต่อเดือนเพื่อคงสถานะสมาชิกเเห่งบ้านนักล่า

 

กฏนี้ใช้คุณสมบัติสูงพอกับข้อกำหนดนักรบเเมงป่องเเดง เเละไม่ใช่เพียงนักรบอันดับหนึ่งจะสามารถกลายเป็นนักล่าได้

 

เเละเขี้ยวทั้งหกนี้มีราคาสูงมากกว่าค่าเข้าสมาชิกเสียด้วยซ้ำ ภายในใจเฉียนยี่คิด

 

“ หากจำไม่ผิด เขี้ยวนี่คือตระกูลนีเดอร์ฮิลล์ เเวมไพร์ชั้นสูง พวกเขาน่ากลัวเเละเป็นเเวมไพร์อันดับสี่ เช่นนั้นเเล้วคู่นึงมีมูลค่าสิบเหรียญทองจักรวรรดิ ”

 

เฉียนยี่ไม่คาดคิดว่าเเวมไพร์ที่เขาสังหารจะมีภูมิหลังที่น่าสนใจเเละโดดเด่นเพียงนี้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าดีใจที่สุดในตอนนี้คือราคาที่มากกว่าถึงสองเท่า

 

ชายเเก่ที่สองหยิบเหรียญทองสอบเหรียญออกมาพร้อมขวานเเละยื่นให้เฉียนยี่ “ เจ้าได้รับเงินค่าหัวสูงสุดในเดือนนี้ ข้าคงให้มากกว่านี้ไม่ได้เเล้วล่ะ ส่วนขวานนี่เป็นของส่วนตัวที่ข้าอยากจะให้ ”

 

เฉียนยี่หยิบมันขึ้นมาตรวจเช็คอย่างใกล้ชิด

 

ขวานนี้มีขนาดเล็กมาก มันยาวเพียงครึ่งเมตรเเละหัวเเกนเองก็มีขนาดเท่าฝ่ามือเท่านั้น เฉียนยี่เองไ่เเน่ใจว่ามันมาจากอะไร เเต่มันจะมีประโยชน์กับเขาอย่างเเน่นอน

 

เฉียนยี่เหวี่ยงมันเบาๆหนึ่งครั้ง เขารู้สึกถึงพลังอย่างนุ่มนวลในขณะที่เหวี่ยงในอากาศ เเละมีเสียงเบาๆ!

 

เฉียนยี่ดีใจมาก เพราะสิ่งนี้มีประโยชน์มากกว่ากริซเสียอีก 

 

“ ของชั้นดียังไงก็ยากที่จะเถียง ” คนที่สองกล่าวอีกครั้ง

 

ชายเเก่คนที่สองดึงนาฬิกาพกเเบบเก่าออกมา “ เจ้าเด็กนี่เหมาะกับภาระกิจนั้นจริงๆ ”

 

“ เจ้าหมายถึงภาระกิจไหน? ”

 

“ คุณฉีฉี ”

 

ชายร่างใหญ่ทั้งสามหันมามองเฉียนยี่ ดวงตาทั้งสามมองมาที่เฉียนยี่อย่างสงสาร

 

———

 

คะแนน 4.9
กรุณารอสักครู่...