ตอนที่แล้วStory 3 Extra Chapter - ขอเพียงแค่...
ทั้งหมดรายชื่อตอน

                ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เช่นนี้ บนถนนอันกว้างใหญ่แน่นขนัดไปด้วยเหล่าผู้คนเดินขวักไขว่สวนกันไปมา พวกเขาต่างออกมาหาความสำราญใจ ไม่ว่าจะมาคนเดียวหรือกับเหล่าคนสำคัญ บรรยากาศโดยรอบเลยโอบล้อมไปด้วยความสนุกสนาน ทว่าในหมู่คนเหล่านั้น มีกระแสความไม่พอใจของชายคนหนึ่งถูกส่งไปยังน้องสาวตัวเองที่กำลังเร่งฝีเท้ามาเดินข้างกายเขา พร้อมทำหน้าให้ดูน่าสงสารที่สุด

                “พี่ชุน หนูขอโทษ” เด็กสาวเดินมาคว้าแขนของพี่ชายพลางกะพริบตาปริบๆ

                ฝ่ายชายไม่แสดงอาการอะไรออกไป เพียงแค่มองด้วยหางตาเท่านั้น แต่ภายในใจอารมณ์ขุ่นเคืองกลับลดลงฮวบฮาบเมื่อเห็นน้องสาวที่น่ารักออดอ้อนเช่นนี้

                “ต่อไปหนูจะไม่กินของพวกนั้นแล้วก็ได้” เสียงหวานเอ่ยย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นพี่ชายยังไม่หายโมโห

                เหตุของเรื่องมาจากช่วงเช้าของวัน พี่ชายของเธอ ชุน เขามักกลับมาที่บ้านช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เพราะงานที่มหาวิทยาลัยของพี่นั้นเยอะมาก และตัวมหาวิทยาลัยก็อยู่ไกลจากบ้านหลายกิโลเมตร หากคิดจะไปกลับคงไม่แคล้วเผลอหลับอยู่ข้างทางเพราะเหนื่อยสะสมเป็นแน่ คุณลุงกับคุณป้าผู้รับเลี้ยงพวกเธอจึงอนุญาตให้ชุนเช่าหอและพักแถวนั้นแทน

                ทว่าในช่วงนี้ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองของพวกเธอเดินทางไปเที่ยวรอบโลกตามความฝันของพวกเขา ทำให้จากเดิมที่บ้านมีคนอาศัยอยู่สี่ชีวิต จึงลดเหลือเพียงคนเดียว นั่นก็คือชิโอรินั่นเอง

                ชิโอริคิดว่าตัวเองไม่มีปัญหาเรื่องการอยู่คนเดียว เพราะเธอเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย และไม่ได้ขี้เหงาขนาดนั้น แต่ดูเหมือนพี่ชายจะไม่คิดเช่นนั้น เมื่อเห็นสภาพภายในห้องครัวซึ่งมีฝุ่นจับเล็กน้อยราวกับไม่มีคนใช้งานตลอดสัปดาห์ ตู้เย็นอันว่างเปล่าปราศจากของสดใดๆ และถุงขยะที่เต็มไปด้วยอาหารสำเร็จรูปกับบะหมี่ถ้วยเท่านั้น แถมยังมีกองอยู่หลายถุงอีกต่างหาก

                …สงสัยเธอคงจะเป็นคนกินง่ายอยู่ง่ายไปกระมัง

                “แน่ใจ?” เสียงคล้ายไม่เชื่อถือในคำพูดของเด็กสาวดังเข้าหู ทำให้ชิโอริชะงักเล็กน้อย

                “ก็…ไม่แน่” เธอพึมพำเสียงเบา พลันดึงสติตัวเองกลับมาเถียงกับพี่ต่อ “เอ๊ย! ไม่สิ หนูจะพยายามไม่กินอาหารพวกนั้นแล้ว พี่หายโกรธนะ”

                “ถ้าอย่างนั้นเธอจะกินอะไร”

                “ก็ทำกินเองไง”

                “ไหนบอกว่าขี้เกียจทำ” ชุนถามกลับทันที

                “หนูไม่ขี้เกียจแล้วก็ได้ เพราะงั้นพี่ไม่ต้องมาอยู่เป็นเพื่อนหนูเลย” เด็กสาวให้คำมั่นสัญญากับอีกฝ่าย แต่มีหรือที่คนเป็นพี่จะเชื่อมันง่ายๆ

                ครั้งก่อนชิโอริก็สัญญาแบบนี้กับเขา แล้วเป็นอย่างไรเล่า…ผลมันก็ออกมาเหมือนเดิมน่ะสิ

                ชุนส่ายหน้าให้กับความขี้เกียจตัวเป็นขนของน้องสาว “แล้วเราจะกินอาหารฝีมือตัวเองได้งั้นเหรอ”

                เด็กสาวสะอึกราวกับโดนจี้ใจดำ

                พี่ชายเธอพูดถูก ฝีมือการทำอาหารของเด็กสาวนั้นถือว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนคนอื่นยังไม่กล้าท้าขอลองชิม เธอพยายามเข้าครัวหลายครั้งแล้วทว่าผลลัพธ์กลับเหมือนเดิม…รสชาติห่วยแตกเหมือนเดิม

                ทั้งๆ ที่ทำตามสูตรทุกอย่างแล้วแท้ๆ ชิโอริคิดอย่างปลงตก

                แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญว่าเด็กสาวจะกินอาหารฝีมือตัวเองได้หรือไม่ แม้กินไม่ได้ก็ต้องฝืนกลืนมันลงไป เพราะไม่เช่นนั้นพี่ชายของเธอจะกลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านเหมือนเดิม และนั่นยิ่งทำให้ชุนเหนื่อยมากขึ้นเพราะการเดินทาง อีกทั้งการที่ต้องมาดูแลอาหารการกินให้เธออีก

                ชิโอริไม่อยากเป็นภาระให้เขา

                “กินได้สิ เดี๋ยวนี้ฝีมือหนูเก่งขึ้นเยอะแล้วนะ”

                “งั้นเหรอ งั้นวันนี้ทำอาหารให้พี่ชายคนนี้กินหน่อยสิ” เขาตวัดสายตากลับมามองใบหน้างามซึ่งเริ่มเหงื่อตก

                “เรื่องนั้นมัน…” ชิโอริเอ่ยเสียงเบาแล้วเงียบไป

                เห็นเด็กสาวแสดงท่าทางกระวนกระวายใจเช่นนั้น ผู้เป็นพี่ได้แต่ถอนหายใจออกมาพลางยื่นมือไปลูบหัวน้องของตน

                “เข้าใจแล้วๆ พี่อยู่หอต่อก็ได้ ไม่ต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นหรอก” ชุนเลื่อนมือจากบนศีรษะมายังหัวคิ้วซึ่งขมวดอยู่ “ทำหน้าแบบนี้บ่อยๆ ระวังหน้าแก่กว่าพี่นะ”

                ได้ยินเช่นนั้นความรู้สึกโล่งใจก็โผล่ขึ้นมาแวบแรก และถูกแทรกด้วยความขุ่นเคืองในประโยคต่อมา

                “ไม่มีทางอ่ะ ใครๆ ก็บอกว่าหนูหน้าเด็ก เชิญพี่แก่ไปคนเดียวเถอะ” ว่าจบก็แลบลิ้นใส่ชุนพร้อมกระโดดหนีฝ่ามือที่พยายามลงโทษเธอโทษฐานปากเสีย แต่ไม่นานชิโอริก็เดินกลับไปคล้องแขนคุณพี่ชายเหมือนเดิม

               

                ทั้งคู่เดินเข้าซูเปอร์มาเก็ต หาซื้อของสดเพื่อแทนที่ความว่างเปล่าของตู้เย็นที่บ้าน เมื่อถึงเวลาทำอาหาร ชุนบังคับให้น้องสาวตัวเองที่ตั้งใจจะนอนแผ่อยู่บนโซฟาให้มาเข้าครัวด้วย

                “พี่ทำคนเดียวก็ได้หนิ” ชิโอริเถียงพลางทำหน้าบูด

                “ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วเมื่อไหร่เธอจะทำอาหารเป็นสักที” เขาว่า “หรืออยากให้พี่กลับมาอยู่ที่บ้าน หือ?”

                ได้ยินคำขู่แบบนั้นชิโอริจึงจำยอมกลายเป็นลูกมือให้พ่อครัวจำเป็น เธอพยายามจำวิธีทำและเทคนิคต่างๆ ให้เข้าสมอง แต่พอถึงเวลาที่ชุนให้เด็กสาวลองทำบ้าง มันกลับออกมาเละเทะจนชายหนุ่มยกมือก่ายหน้าผาก

                “ทั้งๆ ที่ทำเหมือนพี่ชุนทุกอย่างแล้วแท้ๆ …ทำไมกันนะ” ชิโอริบ่นออกมา ใบหน้าเคร่งเครียดอีกรอบ ทว่าพอเห็นพี่ชายวิ่งวุ่นในครัวเพื่อทำอาหารและคอยเก็บกวาดซากต่างๆ ที่เธอทิ้งไว้ให้ รอยยิ้มขบขันพร้อมกับแววตานึกสนุกก็ปรากฏบนใบหน้า

                กว่าทั้งสองจะจัดการทำอาหารเสร็จก็ผ่านไปอีกพักใหญ่ ชุนเดินมานั่งบนโต๊ะกินข้าวอย่างหมดแรง เขาถอนหายใจให้กับความขี้แกล้งของน้องสาว แต่ครั้นเงยหน้าสบกับดวงตาระยิบระยับและรอยยิ้มอันสดใสของเด็กสาวแล้ว จากไร้เรี่ยวแรงกลับเหมือนพลังงานถูกเติมเต็ม ริมฝีปากยกขึ้นยิ้มอย่างอ่อนโยน

 

                เช้าวันใหม่

                สองพี่น้องตื่นขึ้นมาเตรียมตัวออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้า พวกเธอรับประทานอาหารเช้าให้เรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน

                วันนี้ชิโอรินัดกับชุนว่าจะไปซื้อของด้วยกัน เพราะรองเท้าคู่เก่าที่ชิโอริใส่ตั้งแต่สมัยมัธยมต้นจนถึงตอนนี้มันขาดแล้ว เด็กสาวจึงจำใจทิ้งรองเท้าคู่โปรดของตัวเองไป

                “ปกติไม่เห็นจะหวงของขนาดนั้นนี่ ทำไมครั้งนี้ดูอาลัยอาวรณ์นักล่ะ” ชุนอดถามไม่ได้

                “ก็มันเป็นของที่พี่ซื้อให้หนูเป็นของขวัญตอนเข้าเรียนมัธยมได้นี่ จำไม่ได้เหรอคะ” เธอตอบพลางทำหน้าเศร้า นึกย้อนถึงช่วงเวลานั้นจนไม่ทันสังเกตเห็นถึงสายตาอบอุ่นที่มองมา

                ชุนลูบหัวเด็กสาวเป็นเชิงปลอบโยน “คราวนี้พี่ก็จะซื้อให้เราเหมือนเดิม เพราะงั้นหายเศร้าได้แล้ว”

                ทั้งสองเดินมายังแผนกขายรองเท้าสำหรับสตรี ชิโอริลองอยู่นานโดยมีชายหนุ่มเป็นผู้ออกความเห็น กว่าจะได้ของที่ต้องการต้องเสียเวลาอีกพักหนึ่ง

                พวกเธอเดินดูสินค้าต่ออีกหน่อย ระหว่างทางก็เจอของที่ชิโอริอยากได้โดยบังเอิญหลายต่อหลายครั้ง

                “พี่ชุน หนูอยากได้ชิ้นนี้อ่ะ” ชิโอริเอ่ย ใช้มือยกตุ๊กตาหมีขนฟูน่ากอดขึ้นมาชูให้พี่ชายเห็น

                “อ๊ะ หนังสือเล่มใหม่ออกแล้วงั้นเหรอ” เธอพูดขึ้นยามเดินผ่านหน้าร้านหนังสือ

                และตอนที่เธอเดินผ่านร้านขายเสื้อผ้าแล้วเผลอพึมพำออกมาว่า “สวยจัง”

                และอีกหลายครั้งที่ชิโอริทั้งตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจพูดออกมา ชุนจะเข้าไปในร้านนั้นแล้วออกมาพร้อมกับของที่เด็กสาวอยากได้ตลอด

                คนเป็นน้องมองในมือใหญ่ จากนั้นเลื่อนสายตาไปมองหน้าอันหล่อเหลาของพี่ตัวเอง เธอยืนมองตาปริบๆ อยู่นานจนคนเป็นพี่ต้องพูดเรียกสติ

                “อยากได้ไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มยื่นถุงบรรจุโคมไฟอ่านหนังสืออันใหม่ของชิโอริให้

                “คือ…หนูแค่ล้อเล่นเฉยๆ” ชิโอริพูดพลางหัวเราะแห้งๆ ออกมา เกาแก้มแก้เก้อ

                คนเป็นพี่ได้ยินดังนั้นก็แทบถลึงตามองน้องตัวแสบ ทว่าก่อนจะได้ทำอะไรต่อ มือนุ่มก็ยื่นมารับของชิ้นนั้นไปและกอดแขนข้างที่ว่างเอาไว้แน่น

                เธอหัวเราะ “คิกๆ โอ๋เอ๋นะ ก็หนูไม่คิดว่าพี่จะซื้อให้ทุกอย่างแบบนี้น่ะสิ” แล้วเอาหัวถูแขนชายหนุ่ม “ขอบคุณมากนะคะพี่ชุน”

                ความอบอุ่นแผ่ตรงเข้าหัวใจ เขาอยากจะยกมือขึ้นมาลูบหัวน้องคนนี้เสียจริง ถ้าไม่ติดว่าแขนข้างหนึ่งถูกพันธนาการไปด้วยอ้อมแขนเล็กๆ ของเด็กสาว ส่วนอีกข้างกำลังถือถุงมากมาย

                “แต่พี่ไม่จำเป็นต้องซื้อให้หนูเยอะขนาดนี้ก็ได้นะ วันนี้เราตกลงกันแค่จะมาซื้อรองเท้าไม่ใช่เหรอ”

                ชุนไหวไหล่ “ก็พี่อยากซื้อให้”

                “เดี๋ยวเงินเก็บก็หมดหรอก”

                โดนน้องสาวดุไปแบบนั้น ฝ่ายพี่ชายจึงได้แต่หัวเราะแล้วพากันไปรับประทานอาหารกลางวัน ในครั้งนี้ชิโอริบังคับให้เขาเลือกร้านที่ถูกหน่อยเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายบ้าง

                หลังผ่านมื้อกลางวันไป ชุนลากน้องสาวมายังร้านเครื่องประดับ เขาบอกว่าอีกไม่กี่วันจะถึงวันเกิดเพื่อนผู้หญิงของตัวเองที่มหาวิทยาลัยแล้ว เลยอยากให้ชิโอริช่วยเลือกของขวัญให้หน่อย

                สองพี่น้องยืนเลือกกันอยู่พักหนึ่งโดยมีเสียงหวานให้คำแนะนำตลอด ไม่นานพวกเขาจึงออกจากร้านพร้อมกับกล่องใบเล็กน่ารักซึ่งถูกตกแต่งด้วยกระดาษสีสันสวยงาม

                พวกเธอเดินไปยังม้านั่งหน้าร้านเดิมและนั่งลงพักเหนื่อย

                จนผ่านไปสักครู่หนึ่ง ชุนจึงเอ่ยถามน้องว่า “หายเมื่อยยัง”

                “อืม…ยังปวดขาอยู่นิดหน่อยค่ะ ทำไมเหรอ หรือว่าพี่มีของที่อยากได้อีกเหรอคะ” เด็กสาวเงยหน้า เลิกนวดขาตัวเองแล้วมองคนข้างกาย

                “อืม เป็นงานของมหาลัยน่ะ”

                “ถ้างั้นพี่ไปซื้อเลยก็ได้ ทิ้งของพวกนี้ไว้ที่นี่ เดี๋ยวหนูอยู่เฝ้าให้เอง”

                ชุนขมวดคิ้ว ถามว่า “แน่ใจเหรอ”

                เห็นความกังวลแสดงออกมาทางสีหน้าชัดเจนของพี่ชาย เธอจึงเร่งพยักหน้าพลางทำเสียงสดใสให้ดูน่าเชื่อถือกว่าเดิม “อื้ม! ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไปเถอะ”

                เขาลังเลอยู่สักพักแล้วค่อยพยักหน้าลง กำชับไม่ให้เด็กสาวไปไหนและสัญญาว่าจะรีบกลับมา ชิโอริได้แต่หัวเราะให้กับความเป็นห่วงเกินพอดีของพี่ พลางมองแผ่นหลังกว้างไกลออกไป

                พอพ้นสายตาของชุน ชิโอริจึงหันมองรอบๆ เพื่อดูว่าแถวนี้ไม่มีคน เธอจึงวางใจว่าจะไม่มีใครมาขโมยของ เด็กสาวลุกขึ้น เดินเข้าร้านขายเครื่องประดับร้านเดิม ผ่านไปสักพักก็ออกมาพร้อมกับกล่องเล็กๆ หนึ่งกล่อง

                เด็กสาวเดินมานั่งที่เดิม เธอตรวจสอบอีกครั้งว่าของยังอยู่ครบหรือไม่ เมื่อไม่มีอะไรหายไปจึงเอื้อมไปหยิบกล่องซึ่งเพิ่งซื้อมาถือไว้แน่น สมองคิดถึงสิ่งที่ตั้งใจจะทำต่อไป

                ผ่านไปราวสามสิบนาที ร่างสูงของชายหนุ่มอันคุ้นเคยพลันปรากฏอยู่ตรงหน้าเด็กสาว มือเก็บโทรศัพท์พกพาลงกระเป๋าสะพายพลางจ้องอีกฝ่าย

                “กลับมาแล้วเหรอคะ”

                เจ้าของร่างสูงพยักหน้าแล้วนั่งลงข้างๆ พร้อมถุงอุปกรณ์ในมือ ใบหน้าคมประดับด้วยหยาดเหงื่อเล็กน้อย ทั้งๆ ที่ชุนไม่ใช่คนขี้ร้อนและตอนนี้ยังอยู่ในตัวห้างแท้ๆ ชิโอริจึงเดาว่าเขาคงรีบเพื่อมาหาเธอแน่ๆ

                คิดได้เช่นนั้นก็ต้องกลั้นยิ้มให้กับความน่ารักของพี่ตัวเอง

                ชิโอริปล่อยให้ชุนนั่งพักจนลมหายใจกลับมาคงที่เหมือนเดิมแล้ว จึงยื่นของซึ่งอยู่ในมือตัวเองมาตลอดสามสิบกว่านาที

                “หือ?” ชายหนุ่มมองกล่องใบเล็ก เลิกคิ้วสงสัย เด็กสาวจึงอธิบาย “ของตอบแทนค่ะ วันนี้พี่อุตส่าห์ซื้อของให้หนูตั้งเยอะทั้งที”

                “ปกติพี่ก็ซื้อให้เราเยอะนะ”

                “ก็ตอนนั้นหนูกำลังเก็บเงินอยู่ไง” เธอยู่หน้าลง ส่งค้อนให้อีกฝ่าย

                ชุนส่งเสียงหัวเราะแผ่วเบาให้กับท่าทางของชิโอริ เขารับมันมาแล้วเปิดดู ก็พบกับแหวนดีไซน์เรียบทว่าสวยงามวงหนึ่ง ชุนเงยหน้ามองอีกฝ่ายทันที “แหวนเหรอ”

                “อืม หนูเพิ่งซื้อมาจากร้านเมื่อกี้เอง เห็นช่วงนี้พี่บอกว่าอยากลองใส่แหวนดูก็เลยไปปรึกษากับพนักงาน เขาเลยแนะนำแหวนวงนี้มาให้” เธอยกมือข้างขวาขึ้นให้พี่เห็นแหวนบนนิ้วของตน “ถึงมันจะเป็นแหวนคู่ก็เถอะ”

                เห็นพี่ชายเงียบชิโอริเลยเอ่ยต่อ “จริงๆ หนูตั้งใจจะให้พี่ทั้งสองวงนั่นแหละ แต่คิดอีกทีไม่เอาดีกว่า ให้พี่ไปซื้อให้แฟนในอนาคตของพี่เอง ส่วนของชิ้นนี้ก็ถือเป็นสิ่งเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนพี่น้องเป็นไงคะ”

                ชิโอริยิ้มให้กับคำพูดของตัวเองพร้อมพยักหน้าลง ทว่าความคิดหนึ่งพลันแล่นเข้ามาในหัว เธอยิ้มล้อเลียนพี่ตนเอง “หรือว่าพี่ชุนกลัวผู้หญิงคนอื่นเข้าใจผิดว่ามีแฟน แล้วจะไม่มีใครเอางั้นเหรอ”

                “นี่ยัยชิโอริ พี่ยังไม่ทันได้พูดอะไรสักนิดเลย” ชุนขยี้หัวคนตรงหน้าด้วยความหมั่นไส้ถึงความแก่แดดของน้องสาว

                เด็กสาวหัวเราะร่าออกมา คนเป็นพี่ได้แต่ยิ้มอ่อนใจให้กับความเป็นเด็กของอีกฝ่าย แม้เป็นเช่นนั้นมือกลับกำกล่องนั้นไว้แน่น เขาสบตากับน้องสาวแล้วพูดว่า “พี่จะรักษาอย่างดี ขอบคุณนะ”

                “อย่ามัวแต่รักษาจนลืมใส่นะคะ”

                ชุนตอบรับคำของเธอพร้อมยกมือทั้งสองขึ้นเหมือนยอมจำนน ท่าทางของเขาทำให้ชิโอริยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม

                ทั้งคู่นั่งต่ออีกพักหนึ่งจึงลุกไปยังลานจอดรถเตรียมตัวกลับบ้าน ฝ่ายหญิงผู้เดินตามหลังอีกฝ่ายตลอดทางได้แต่จ้องมองแผ่นหลังนั้น แววตาเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายผิดกับท่าทางก่อนหน้า ไม่นานริมฝีปากก็ถูกยกขึ้นอีกครั้ง ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกแตกต่างจากครั้งก่อน

                รอยยิ้มอันเศร้าสร้อยราวกับจำใจยอมรับบางอย่างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้กระนั้นพี่ชุนของเธอก็ไม่อาจเห็นมัน

คะแนน 4.2
กรุณารอสักครู่...