BHSY ตอนที่ 1 – เลือก?

          ในห้องที่มือสลัว ลู่สือได้นอนขดตัวอยู่บนเตียงเล็กๆของเขา ขณะที่สายตาของเข้าจ้องมองออกไปข้างหน้า มองดูแสงไฟกระพริบบนหน้าจอ

          ที่นี่คือที่ไหน?

          หลังจากใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ลู่สือก็สามารถเรียบเรียงความคิดที่เหลือยู่ในใจของเข้า และปรับตัวเข้ากับสภาพในปัจจุบัน

          ที่เข้าพบเจออยู่ในตอนนี้ไม่ใช่มิติอื่น หือช่วงเวลาในอดีต แต่มันคืออนาคต

          อนาคตหลังจากสองพันปีผ่านไป

          ในปัจจุบัน มนุษย์มีการพัฒนาขึ้นมากกว่าสองพันปีก่อนอย่างมาก พวกเขาสามารถออกสำรวจไปในที่ต่างๆของจักวาล ได้ค้นพบสิ่งมีชีวิตนอกโลกมากมาย ที่ทั้งเป็นมิตร และศัตรู เนื่องจากการค้นพบในครั้งนี้ทำให้พวกเขาได้รับประโยชน์มากมาย แต่ต้องแลกมาด้วยสงครามดวงดาวเช่นเดียวกัน

          เช่นเดียวกับในอดีตที่มีสงครามมากมายเพื่อแย่งชิงทรัพยากรต่างๆ เพียงแค่ในปัจจุบัน สงครามที่เกิด ไม่ได้เกินขึ้นระหว่างมนุษย์อีกต่อไป

          ในการต่อสู้กับเผ่าพันธุ์ต่างๆ มนุษย์พบว่าพวกเขานั้นช่างอ่อนแออย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีกำลังรบ พวกเขาแทบจะไม่สามารถต่อกรกับอีกฝ่ายได้เลย 

          ถ้าพวกเขาล้มเหลวนั้นหมายถึงจุดสิ้นสุดของมนุษยชาติ

          โชคดีที่มนุษย์มีสัมพันธ์ที่ดีกับเอลฟ์ ทำให้พวกเขาเข้ามาช่วยแก้ไขสงครามในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามในสงครามครั้งนี้มนุษย์ก็ได้ล้มตายไปเป็นจำนวน

          ภายได้ความสิ้นหวัง ความเจ็บปวด ทำให้พวกเขาเข้าใจถึงศักยภาพของสิ่งทีชีวิต ทำให้พวกเขาเข้าใจถึงการมีตัวตนของพลังในจักรวาล ที่ถูกเรียกว่า “พลังมืด” พลังมืดคือพลังให้จักรวาล พวกมันมีอยู่ทั่วแห่งหน ไม่สามารถมองเห็น และจับต้องได้ แต่สามารถรับรู้ได้ด้วยกายและจิตใจ

          การดูดซับพวกมันจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย และมอบชีวิตที่ยืนยาวให้ ด้วยความสำคัญดังกล่าว ทำให้สหพันธ์มนุษย์ได้บรรจุพลังมืดเป็นศาสตร์ที่จำเป็นต้องศึกษา

          เป็นผลให้ทักษะการต่อสู้ถูกพัฒนาขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ผู้คนจำนวนมากให้ความสนในการฝึกฝนพวกมัน นอกจากนี้ผู้ที่ประสบความสำเร็จจนได้เป็น “นักรับ” พวกเขาจะได้รับชื่อเสียงที่มากมาย ฐานที่ยกระดับ ชีวิตที่เป็นอิสระ และมีชีวิตนิรันดร์ ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องการที่จะเป็นนักรบ

          เจ้าของร่างคนเก่าก็เป็นหนึ่งในนั้นเขามีความฝันที่จะเป็นนักรบที่เก่งกาจ

          แต่เขาก็ได้ตายก่อนเวลาอันควร เนื่องจากผลกระทบในการสอบเข้าวิทยาลัย โดยการรอบเข้าวิทยาลัยนั้นจะวัดจากระดับการฝึกฝนการเป็นนักรบ โดยความมานะพยายามอย่างหนักทำให้เขาสามารถพัฒนาตัวเองขึ้นเป็นนักรบขั้นกลางได้ ทำให้เขาได้รับคัดเลือกเข้าสู่วิทยาลัยละดับกลาง แต่ด้วยผลกระทบจากการพยายามในการสอบเข้าทำให้ความสามารถของเขาถูกจำกัด ไม่สามารถฝึกฝนได้อีกต่อไป การเป็นผู้ไร้ซึงพรสวรรค์

          ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้แฟนของเขาบอกเลิกเขาอย่างไร้เยื่อไยหลังจากที่เธอได้รับรู้ข่าวของเขา ด้วยฐานะที่ดี หน้าตาที่งดงาม ให้เธอทอดทิ้งเขาอย่างไม่ไยดี อย่างไรก็ตามก็มีหญิงสาวมากมายต้องการคบกับเขาแม้เขาจะไร้ความสามารถเนื่องจากใบหน้าหล่อเหล่าของเขา และฐานะที่ดีของเขา

          อย่างไรก็ตามในสายตาของลู่ซื่อก็มีแต่การฝึกฝนเท่านั้น ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่งทุกอย่าง

          ด้วยความเด็ดเดี่ยวในใจ เขาก็ยังจะฝืนต่อต้านโชคชะตาของเขา และฝืนดึงดันไป ด้วยกำลังใจครอบครัวที่อบอุ่น และน้องสาวที่น่ารัก แต่ถึงอย่างไรเค้าก็ไม่โอกาสอีกแล้ว

          นี่คือความทรงจำที่ลู่สือได้รับสืบทอดมา

          “หลับให้สบายเถอะ ฉันจะดูแลพ่อแม่ และน้องสาวของนายเอง”

          แต่อย่างไรก็ตามเรื่องที่ลู่สือคนก่อนกลายเป็นคนไร้พรสวรรค์นั้นคือความจริง ไม่สามารถหลบหลีกไปได้ แม้ว่าลู่สือในตอนนี้จะมีความสามารถเท่าไหร่ ก็ยังเป็นเรื่องยากหาไม่มีพรสวรรค์ควบคู่ไปด้วย

          ความจริงมักจะกระแทกหน้าคุณอยู่เสมอ

          หากไร้ซึ่งพรสวรรค์ ก็มีแต่ต้องเพียงฝึกฝนอย่างหนักเท่านั้น?

          ลู่สือไม่พอใจกับสถานะนี้ของเขาอย่างมาก ในอดีตเขานั้นเป็นคนที่มีความสามารถในทุกด้าน แต่พลาดท่าตายไปด้วยอุบัติเหตุหลังจากที่ทำการก้าวข้ามพระเจ้า (เดินทางข้ามกาลเวลา) ครั้งนี้เขาก็ได้รับโอกาสในการคืนชีพอีกครั้ง ดังนั้นมันยังไม่เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการของเขา แม้เขาจะมีครอบครัวที่ดี หน้าตาที่หล่อเหลา น้องสาวที่น่ารัก แต่นี้ก็ไม่สิ่งที่เขาต้องการทั้งหมด?

          คำตอบคือไม่ เขาต้องการแข็งแกร่ง และเหนือกว่าผู้อื่น

          ดาวหลางเทียน นั้นตั้งอยู่บนอยู่ในสหพันธ์มนุษย์ เป็นพื้นที่ๆมีความปลอดภัยอย่างมาก แม้ตอนนี้เขาจะไม่สามารถกลายเป็นนักรบที่แข็งแกร่งได้ แต่เขาก็สามารถมั่นใจได้เลยว่าจะไม่ได้รับอันตรายใดๆ  นี่เป็นสิ่งที่ลู่สือพึงพอใจอย่างมาก

          “ฉันจะดูหน่อยสิว่า ฉันจะทำยังกับร่างกายนี้ดั แต่ตอนนี้ฉันต้องพักผ่อนเสียก่อน”

          “นอน” ในตอนนี้เขาต้องพักผ่อนก่อน ยังมีแผนการอีกมากมายสำหรับเขาในวันพรุ่งนี้ หลังจากคิดได้เขาก็ไม่รอช้า

          หลังจากที่ได้รับความทรงจำที่ถ่ายทอดมา จิตใจของเขาก็อ่อนล้าอย่างมาก มันเป็นเรื่องง่ายที่เขาจะหลับลงไปในตอนนี้ หลังจากที่เขาหลับตาลงไป สติของเขาก็ค่อยจางหายไป ในไม่ช้าดวงตาของเขาก็ตกไปอยู่ในความมืด

….

          เมื่อลู่สือลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีฟ้าหมดแล้ว มีแสงสีทองสาดส่องลงมาเล็กน้อยบนใบหน้าของเขา มันทั้งอบอุ่น และเบาสบาย

          สายลมที่พัดผ่าน และกลิ่นของหญ้าที่ผสมเข้ากับกลิ่นดินพวยพุ่งเข้ามาในโพรงจมูกของเขาทำให้จิตวิญญาณของเขาสั่นไหว

          แน่นอนว่านี่อากาศบริสุทธิ์ทำให้ผู้คนรู้สึกดี  ลู่สือถอนหายใจออกมา พร้อมปรากฏรอยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าของเขา

 

          จากนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็หยุดนิ่งและเปลี่ยนไป “เดี๋ยวก่อนดูเหมือนจะอะไรผิดไป?”

          ตอนนี้เขากำลังนอนหงายมองท้องฟ้าสีฟ้าคราม ที่ไร้เมฆอยู่อย่างนั้นหรอ! !!

          ไม่ใช่เขากำลังหลับอยู่บนเตียงอย่างนั้นเหรอ?

          ลู่สือลุกขึ้นนั่งมองไปรอบ ๆ อย่างกระวนกระวายใจ ในตอนนี้หัวของเขาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมากมาย

          ขณะนี้เขานั่งอยู่บนทุ่งหญ้าสีเขียวขจี พร้อมกับน้ำค้างในยามเช้าบน สายลมพัดที่อ่อนโยนกำลังประทะกับใบหน้าและทุ่งหญ้าก็แกว่งไปมาเหมือนคลื่นตามกระแสของสายลม

          ทิวทัศน์ที่งดงาม แต่คำถามคือทำไมเขาถึงมาที่นี่? แล้วเขามาได้ยังไง?

          ลู่สือโมโหเล็กน้อย นี่เขาเพิ่งข้ามกาลเวลาอีกครั้งหลังจากที่พึ่งข้ามมันไปอย่างนั้นรึ?

          การก้าวข้ามพระเจ้า (สามารถเดินทางข้ามกาลเวลา) มันคือเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้  แม้จะสามารถเดินทางท่องไปในการเวลาได้แต่เขาก็สามารถระบุหรือควบคุมสิ่งต่าง นอกจากนี้ด้วยผลกระทบทำให้เขาต้องตายและมาอาศัยอยู่ในร่างคนอื่น มันทำให้ความพยายามทั้งหมดของเขามันแทบจะไร้ค่าในเวลานี้ เขาไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย จุดเริ่มต้นของความฝัน กลายเป็นการเอาชีวิตรอด เป็นการบิดเบือนธรรมชาติของมนุษย์ ทำลายศีลธรรม ที่หมดนี่คืออะไร ลู่สือมองย้อนไปถึงอดีต

          ในตอนนี้เขานำมือของเขาสัมผัสกับต้นหญ้าอย่างแผ่วเบา และดึงพวกมนขึ้นมา ในท้องของเขาเกิดเสียงดัง “จ๊อกๆ”

          เกิดคำถามที่ขึ้นมาในหัวของเขา เช้านี้หญ้าพวกนี้คืออาหารของเขาอย่างนั้นหรือ?

          ทันใดนั้นดวงตาของลู่สือก็สว่างขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ขบขัน

          “ฉันต้องฝันไปแน่ ๆ!”

          เขายิ้มอย่างมั่นใจและยื่นมือออกไปแล้วหยิกไปที่ต้นขาอย่างแรง

 

          “… “

          ทันใดนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของลู่สือก็เปลี่ยนไป มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทำให้ปากของเขากระตุกโดยไม่รู้ตัวและเขาก็แอบเกลียดตัวเองเมื่อสิบวินาทีที่แล้ว ที่คิดว่ามันคือความฝัน

          โชคดีที่ไม่มีใครเห็นเขาในเวลานี้ ถ้ามีคงเป็นอากาศที่รับรู้เท่านั้น

          “ข้ามมาอีกครั้ง แล้วจริงรึ?”

          ทันใดนั้นลู่สือก็ได้ยินเสียงร้องเบาๆจากด้านหลังของเขา ที่กำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ มันทำให้เหงื่อเย็นปรากฏขึ้นที่แผ่นหลังของเขา โดยไม่รอช้าเขาได้หันกลับไปมองมันในทันใด

          “โพรงหญ้า!” ลู่สือถอนหายใจโดยไม่รู้ตัวโดย เมื่อมองข้างในนั้น

          สิ่งที่เขาพบคือ กระต่ายขาวตัวน้อยๆ!

          อย่างไรก็ตามกระต่ายสีขาวตัวนี้ค่อนข้างแปลกเพราะมันไม่ใช่กระต่ายขาว ‘ตัวน้อยๆ’ อีกต่อไป

          แต่มันเปลี่ยนไปเป็นกระต่ายที่สูงหนึ่งเมตร?

          เมื่อมองไปที่กระต่ายสีขาวตัวใหญ่ตัวนี้ ลู่สือก็อดคิดไม่ได้ว่านี่ คืออาหารเช้าของเขาหรือ เมื่อมองไปที่หัวสีขาวของมัน เขาก็แอบสงสารมัน  “หรือเราจะกินแค่ตัวของมันดี และทิ้งหัวของมันไป?”

          ไม่ไม่ไม่!

          “หัวกระต่ายอร่อยตาย! ห้ามทิ้งเด็ดขาด!”

 

คะแนน 4.0
กรุณารอสักครู่...
แบ่งปัน