ตอนที่แล้วตอนที่ 123 โทษทีนะเพื่อนยาก
ทั้งหมดรายชื่อตอน
        เมื่อมิ่งจากไป เหนือภพก็ได้มีโอกาสอยู่ตามลำพังอีกครั้ง
 
        ‘เจ้ารู้ได้ไงว่าเขาจะฟังข้า’
 
        เหนือภพถามพญานาคในใจ แต่รอยู่นานเขาก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับกลับมา
 
        ‘เจ้าหลับอีกแล้วเหรอ’
 
        เหนือภพสงสัย ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างเซ็ง ๆ มันช่วยไม่ได้จริง ๆ ดูท่าเขาคงต้องเคลื่อนไหวด้วยตัวเองบ้างแล้ว
 
        เขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงไปตามหลังคาเรือนยอดของต้นไม้ใหญ่เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตเห็นโดยง่าย ถึงแม้ตอนนี้จะยังเป็นเวลากลางคืนอยู่ก็ตาม แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเช้าแล้ว เหนือภพต้องระวังตัวเป็นพิเศษ ขณะเคลื่อนที่สายตาของเขาก็กวาดมองไปยังพื้นที่ใกล้ ๆ กับป่ากล้วย ที่นั่นยังมีเสียงต่อสู้ดังอึกทึกคึกโครม ระหว่างเฮงเฮงร่างมืดกับฮันเตอร์ของบ้านฮันเตอร์หลวง เหนือภพไม่คิดว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงนี้ พวกฮันเตอร์จะยังคงยืนหยัดอยู่ได้ เพราะเหนือภพรู้ดีว่าเฮงเฮงร่างมืดนั้นรับมือได้ยากเพียงไร
 
        อีกทั้งขอบเขตการต่อสู้และความเสียหายยังลามไปยังพื้นที่ข้างเคียง โชคยังดีที่ยังมีชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาดู พวกเขาต่างช่วยกันดับไฟป่าไม่ให้ลุกลามเข้ามาในหมู่บ้าน และไม่ให้ลามเข้าไปในพื้นที่เพาะปลูกพืชผลทางเกษตร รวมถึงการปกป้องป่าบริเวณใกล้เคียงอันเป็นระบบนิเวศสำคัญของพื้นที่แถบนี้ด้วย พวกเขาสามารถป้องกันได้ทั้งหมด ยกเว้นเพียงพื้นที่ฝั่งของป่ากล้วยที่มีฝูงอสูรวานรอยู่ ที่นั่นทั้งคนและสัตว์อสูรต่างก็วุ่นวายกันไปหมด
 
        ส่วนจิตกับพรานบุญ เมื่อยามถูกจัดการหมดแล้ว พวกเขาทั้งสองก็พากันหลบหนีออกนอกหมู่บ้านโอปะได้สำเร็จตามคำพูดของสางลำไพร 
 
        ส่วนสางลำไพรนั้นดูเหมือนจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากมากกว่าใคร เธออาศัยจังหวะที่เวรยามส่วนใหญ่ออกไปข้างนอก แล้วบุกทะลวงข่ายอาคมเข้าไปด้วยตัวเอง แม้เธอจะบุกเข้าไปได้จริง แต่เธอก็ไม่สามารถปกปิดตัวตนได้มิดชิด ข่ายอาคมพังทลายลงพร้อมกับสัญญาณเตือนคนทั้งบ้าน 
 
        ผู้ใหญ่บ้านตื่นตัวขึ้นมาทันที เขานำกำลังคนที่เหลืออยู่ไม่กี่คนตรวจค้นเรือนอย่างละเอียด ใช้เวลาเพียงไม่นานสางลำไพรก็ถูกผู้ใหญ่บ้านพบตัวก่อนที่เธอจะหาบันทึกโครงการลับเจอ
 
        “เจ้าเป็นใคร”
 
        ผู้ใหญ่บ้านกวาดมองผู้บุกรุกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขารู้ในทันทีว่านั่นคือผู้หญิง ด้วยท่าทางการเคลื่อนไหว และความทะมัดทะแมงที่เขารับรู้ได้ เขาก็มั่นใจว่าเธอยังอยู่ในวัยสาว แต่มีอย่างหนึ่งที่ทำให้เข้าหงุดหงิดใจ นั่นคือเขามองไม่เห็นใบหน้าของเธอ ไม่รู้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน เพราะเธอสวมใส่ชุดสีดำหลายชั้น แถมยังมีผ้าพันคอสีดำที่เธอนำมาคลุมผมและพันรอบใบหน้าจนดูเหมือนมัมมี่ที่โผล่มาแค่ดวงตาลึกล้ำคู่หนึ่ง
 
        สางลำไพรชะงักมองผู้ชายมีอายุที่น่าจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน เธอเห็นว่าเขาเป็นแค่ชายถือไม้เท้า แต่งตัวด้วยกางเกงผ้าฝ้ายขายาว เสื้อยืดแขนสั้น ผิวพรรณค่อนข้างดี แม้จะเหี่ยวย่นตามวัยไปบ้าง ทว่าแค่มองปราดเดียวเธอก็ประเมินว่าเขาคือผู้ใหญ่บ้านที่เหมือนพวกลูกขุนนางที่อยู่ดีกินดีคนหนึ่ง และเบื้องหลังของผู้ใหญ่บ้านก็มีลูกสมุนตามมาอีกสองคน
 
        ‘แผนแตกแล้วหรือ’
 
        เธอไม่เข้าว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมเหนือภพจึงดึงความสนใจของผู้ใหญ่บ้านไปไม่ได้ อย่างไรก็ตามนาทีนี้เธอคงหนีออกไปง่าย ๆ ไม่ได้แล้ว คงต้องสู้กันสักหน่อย อย่างน้อยเธอก็ต้องได้อะไรติดมือออกไปบ้าง เธอหันมองรอบกายเพื่อหาทางหนีทีไล่ แต่เธอก็เห็นว่าในห้องนี้มีแต่ชั้นหนังสือเรียงรายอยู่เต็มไปหมด
 
        สางลำไพรกำผงแป้งสีดำเอาไว้ในมือ แล้วก็ขว้างลงไปที่ข้อเท้าตัวเองอย่างแรง
 
        ฟุ่บ !
 
        ควันสีดำคลุ้งขึ้นมาเต็มห้อง ยังไม่ทันที่สางลำไพรจะทันได้หลบออกไปพ้นทาง ผู้ใหญ่บ้านก็ตอบโต้กลับมาเสียก่อน
 
        ผู้ใหญ่บ้านไม่พูดพร่ำทำเพลงเขา เขาตวัดมือไปทางผู้บุกรุกเป็นเวลาพร้อม ๆ กับที่เหล่าโหงพรายพุ่งเข้าโจมตีสางลำไพร โหงพรายมีนับสิบตัวคือวิญญาณที่เขาเลี้ยงไว้แล้วผูกด้วยอาคมเอาไว้ใช้งาน มันไม่ดื่ม ไม่กิน ไม่มีร่างกาย และมันไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่มันพุ่งเข้ามาด้วยเสียงหวีดหวิว เกิดเป็นเงาพร่าเลือนขยับไปมาอยู่กลางห้อง 
 
        สางลำไพรขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าผู้ใหญ่บ้านจะตอบโต้ได้เร็วขนาดนี้ แต่เขาคงไม่รู้ว่าเธอคือใคร ในด้านวิชาไสยเวทย์นั้นทุกคนต่างร่ำลือว่าเธอคือที่สุดของที่สุดในหมู่คนรุ่นเดียวกัน หากมีคนบอกว่าเธอเป็นที่สอง ก็คงไม่มีใครกล้าอยากเป็นที่หนึ่ง
 
        สางลำไพรไม่รอช้า เธอล้วงมือเข้าไปในย่าม กำเอาข้าวสารเสกที่เตรียมเอาไว้ขึ้นมาบริกรรมคาถาด้วยบทสั้น ๆ ก่อนจะเป่ามันลงไปที่มือข้างนั้น แล้วเธอก็สาดข้าวสารออกไปปะทะโหงพรายโดยตรง ข้าวสารเม็ดเล็กลอยค้างอยู่กลางอากาศ แต่หากสังเกตดี ๆ จะพบว่าข้าวสารเรียงตัวกันอยู่กลางอากาศในรูปทรงคล้าย ๆ กับฝุ่นผงที่ติดตามตัวคน เสียงกรีดร้องโหยหวนจากโหงพรายนับสิบดังแสบแก้วหู ก่อนที่พวกมันจะสลายกลายเป็นควันหายไป 
 
        ผู้ใหญ่บ้านนิ่วหน้า
 
        “ไสยเวทย์งั้นรึ เจ้ารู้วิชานี้ได้ยังไง เจ้าเกี่ยวข้องยังไงกับพรานบุญ”
 
        สางลำไพรไม่เคยคิดจะตอบ เธอวิ่งวนค้นมาหลายห้องแล้ว แต่ละห้องล้วนเป็นห้องว่างเปล่า หรือไม่ก็เป็นห้องนอน ห้องรับแขกธรรมดาทั่วไป จนในที่สุดเธอก็ทะลุมาถึงห้องนี้ และหากจะคิดให้ถี่ถ้วน พวกผู้ใหญ่บ้านตามหาตัวเธอพบในเวลาอันรวดเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร หรือผู้ใหญ่บ้านตั้งใจมุ่งเข้ามาที่ห้องนี้ตั้งแต่แรก สางลำไพรจึงคิดว่าบันทึกลับน่าจะอยู่ในห้องนี้
 
        เธอกวาดสายตาไปทั่วห้องหนังสือขณะพึมพำบริกรรมคาถา แล้วก็พึมพำออกไปว่า
 
        “จัดการมันให้แม่”
 
        กุมารทองได้ยินเช่นนั้นก็ขานรับเสียงใสก่อนจะพุ่งชนผู้ใหญ่บ้านในเวลาเพียงเสี้ยววินาที ผู้ใหญ่บ้านกะพริบตารับรู้เรื่องราว แต่มันก็ช้าไปเสียแล้ว เขาถูกชนจนกระเด็นทะลุฝาผนังไม้ออกไปถึงอีกห้องหนึ่ง ส่วนลูกสมุนอีกสองคนก็กระเด็นตาม ๆ กันไปในวินาทีต่อมา
 
        ระหว่างที่กุมารทองของเธอกำลังช่วยถ่วงเวลาเอาไว้ให้ สางลำไพรก็รีบรื้อค้นข้าวของทั้งบนโต๊ะและในลิ้นชัก แถมยังหยิบหนังสือออกมาตรวจดูทีละเล่ม หากเล่มไหนไม่ใช่เธอก็จะโยนทิ้ง จนมีหนังสือเกลื่อนกลาดเต็มพื้นห้อง ขณะนั้นห้องข้างก็กำลังมีการต่อสู้กันอยู่อย่างไม่ออมแรงกัน สางลำไพรมองไปยังฝาผนังที่แตกทะลุ เธอสัมผัสได้ว่ากุมารทองกำลังอ่อนแรงลง เธอมีเวลาอีกไม่มากแล้ว
 
        “เป็นแบบนี้ได้ยังไง”
 
        สางลำไพรตัดสินใจหยิบตุ๊กตาปั้นวัวควายหนึ่งคู่ออกมาจากย่าม เธอบริกรรมคาถา ก่อนจะส่งมันออกไปทั้งควายธนูและวัวธนู เธอหวังว่าจะเล่นงานผู้ใหญ่บ้านให้จนมุม แล้วเธอก็จะรีบค้นหาบันทึกโครงการลับ วัวธนูและควายธนูขยายรูปร่างจนกลายเป็นสัตว์ธนูโลหะขนาดใหญ่ยักษ์ ทว่าพวกมันกลับเคลื่อนที่ได้รวดเร็วว่องไวราวกับลูกธนู 
 
        พลั่ก ! 
 
        เธอกวาดหนังสือที่ไม่ใช่ทิ้งไปจนหมดตู้ จากนั้นเธอก็สังเกตเห็นประตูลับที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือ หากเมื่อครู่เธอไม่รีบร้อนจนเกินไป เธอคงจะสังเกตเห็นมันเร็วกว่านี้
 
        สางลำไพรดึงชั้นหนังสือให้ล้มลงมา นาทีนี้เธอจะทำเสียงดังอย่างไรก็คงไม่มีใครสนใจแล้ว เพราะเสียงต่อสู้ที่อยู่ห้องข้าง ๆ นั้นดังกว่ามากนัก ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะต่อสู้ติดพันจนทะลุออกไปถึงห้องอื่น ๆ แล้วก็เป็นได้ จากนั้นเธอก็ใช้หมัดธนูมือทำลายประตูที่ถูกลงกุญแจล็อกเอาไว้จนพังทั้งแถบ ก่อนจะผงะกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า
 
        “นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย” 
 
        “แม่จ๋า แม่จ๋า หนูไม่ไหวแล้ว”
 
        กุมารทองหายตัวมาปรากฏกายอยู่ข้างสางลำไพรพร้อมกระตุกชายเสื้อของเธอ ด้วยสภาพบาดเจ็บหนัก สีหน้าทรมานปนหวาดกลัวของกุมารทองทำให้สางลำไพรเป็นกังวล
 
        “ไม่ต้องสู้แล้วลูก ไปเอาเอกสารในห้องนั้นให้แม่ แล้วช่วยพวกหล่อนก็พอ”
 
        สางลำไพรพูดกับกุมารทองอย่างอ่อนโยนก่อนที่เธอจะละสายตาจากห้องลับ แล้วหันไปมองทางผนังที่ทะลุจนสภาพดูไม่ได้ ด้วยสายตาที่แปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดชิงชัง เธอเหลืออดกับคนพวกนี้แล้ว
 
        แต่ยังไม่ทันที่สางลำไพรจะก้าวออกไปต่อสู้ด้วยตัวเอง ตุ๊กตาปั้นวัวธนูและควายธนูของเธอก็พุ่งทะลุผนังห้องเข้ามาหยุดอยู่แทบเท้าสางลำไพร พวกมันหดตัวเล็กลงจนกลายเป็นหุ่นเหมือนเดิมแล้วก็แตกสลายเป็นผุยผงต่อหน้าต่อตาของเธอ
 
        “นี่มัน…”
 
        เธอยังพูดไม่จบประโยค เรือนไม้หลังใหญ่โตก็สั่นสะเทือนทั้งหลัง โครงสร้างของมันต้องแบกรับแรงสั่นสะเทือนและความเสียหายมากมาย และในตอนนี้มันก็ดูเหมือนจะประท้วงว่ามันคงจะคงรูปร่างอยู่ได้อีกไม่นาน
 
        สางลำไพรเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ถึงกับผงะถอยหลังไป เธอเห็นวานรร่างใหญ่ยักษ์ที่สูงอย่างน้อย ๆ ก็สามเมตร มันพุ่งเข้ามาเหวี่ยงกำปั้นขนาดมหึมาใส่สางลำไพร แม้เธอจะร่ายอาคมเกราะเพชรคุ้มกายแล้ว ทว่าแรงอัดกระแทกจากวานรยักษ์ตัวนี้กลับมีมากเพียงพอที่จะทำให้สางลำไพรกระอักเลือด แม้หมัดของมันจะเจาะเกราะป้องกันของเธอไม่ได้ แต่คลื่นกระแทกที่เกิดจากพละกำลังมหาศาลเป็นสิ่งที่เกราะอาคมไม่อาจป้องกันได้ทั้งหมด
 
        ร่างของสางลำไพรถูกกระแทกจนกระเด็นทะลุฝาผนังไปหลายชั้น เธอหยุดตัวเองไม่ได้จนกระทั่งร่างของเธอทะลุออกไปนอกเรือนใหญ่โตมโหฬารของผู้ใหญ่บ้านภายในเสี้ยววินาที 
 
        อั่ก !
 
        เธอพบว่าตัวเองกำลังนอนกระอักเลือดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ขนาดกว่าสามคนโอบ ต้นไม้ยังคงสั่นไหวจากการถูกเธอกระแทก ใบไม้ปลิวว่อน ร่วงเกลื่อนกลาด แต่ยังไม่ทันที่ใบไม้เหล่านั้นจะตกถึงพื้น วานรยักษ์ก็พุ่งตามมาติด ๆ ด้วยความเร็วชั่วพริบตา มันเตรียมอัดกำปั้น หวังซัดเข้าที่ใบหน้าของสางลำไพรเพื่อปลิดชีวิตเธอ แต่โชคดีที่เธอมีของดีติดตัวอยู่ไม่น้อย ดังนั้นแม้การโจมตีของวานรยักษ์จะเข้าเป้า แต่มันก็ไม่อาจสัมผัสโดนเป้าหมายคล้ายกับว่ามีม่านอาคมอันแข็งแกร่งปกป้องสางลำไพรเอาไว้ 
 
        เมื่อแรงอัดที่แฝงมากับหมัดยักษ์ไม่สามารถอัดใส่หญิงสาวได้โดยตรง พลังวานรจึงกระจายออก กลายเป็นการบดขยี้ต้นไม้ใหญ่จนแตกละเอียดเป็นผุยผง ส่งผลให้ร่างกายอันบอบบางของหญิงสาวที่ได้รับการปกป้องจากม่านอาคมทะลุผ่านโคนต้นไม้กระเด็นกระดอนตามแรงอัดของกำปั้นลิงยักษ์ที่ไถหน้าดินเป็นคันร่องยาวไกลกว่ายี่สิบเมตร
 
        วานรยักษ์ทำท่าทางเหมือนจะวิ่งตามไป แต่มันกลับถูกผู้ใหญ่บ้านขัดขึ้นเสียก่อน
 
        “ไม่ต้องตาม มันโดนหมัดนั้นของเจ้าเข้าไป ต่อให้มีม่านอาคมคุ้มกาย มันไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้ว”
 
        วานรยักษ์ค่อย ๆ หดกายเล็กลง จนมีขนาดเท่ามนุษย์ผู้ชาย ก่อนจะค่อย ๆ กลายร่างคืนเป็นมิ่ง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนเดิม แต่ที่แปลกไปคือในตอนนี้เขามีร่างกายเปลือยเปล่า มัดกล้ามทั่วกายพองโดดเด่นเตะตา  ผู้ใหญ่บ้านเบือนหน้าหนี แล้วก็โยนเสื้อผ้าให้มิ่งสวมใส่ 
 
        “รีบใส่เสื้อผ้า ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว พวกเราต้องย้ายที่”
 
        มิ่งพยักหน้า 
 
        “ครับ”  
 
 
 
 
 
คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...