ตอนที่แล้วตอนที่ 115 ยอมโดนประณาม
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 117 สังหารไปอีกหนึ่ง

ตอนที่ 116 การเป็นที่ต้องการและการยอมรับ


ตอนที่ 116 การเป็นที่ต้องการและการยอมรับ

“ริคเตอร์เตรียมตัวสับเปลี่ยนตำแหน่งกับอามมี่...Switch!!” เจสเปอร์รีบร่ายเวทย์รักษาให้กับริคเตอร์ผู้พิทักษ์ประจำปาร์ตี้ของเขาอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะรีบสั่งให้อามมี่เข้าไปช่วยเหลือเด็กหนุ่มคนนี้ออกมาจากวงล้อมของ Nightmare Warrior อัศวินรัตติกาล

ด้วยสกิลรักษา(Heal) ของเจสเปอร์ที่ใช้ออกมาได้อย่างทันถ่วงที ส่งผลให้พลังชีวิตที่เกือบจะหมดไปของริคเตอร์กลับฟื้นคืนขึ้นอีกครั้ง โดยสกิลรักษาที่ว่านี้เป็นผลมาจากแหวน The Majestic Lure Ring หรือแหวนคู่ที่เจสเปอร์สวมใส่เอาไว้คู่กับไอรีน

“ถ้าไม่ได้สกิลรักษาช่วยไว้...ผมคงตายไปแล้ว” ริคเตอร์ที่รอดพ้นจากความตายมาได้อย่างหวุดหวิด เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองปลอดภัยแล้วก็รีบยกน้ำยาฟื้นพลังขวดใหญ่ขึ้นดื่มโดยทันที แถมยังได้สกิลปายาของเจ้ซันนี่ ที่ตั้งรับอยู่ด้านหลังช่วยฟื้นคืนขึ้นอีกแรง

นี้ก็เป็นเวลาสักพักแล้วที่กลุ่มของพวกเขาต้องรับมือกับการบุกโจมตีของอัศวินรัตติกาลหรือ Nightmare Warrior ที่เป็นมอนสเตอร์ประจำชั้นแห่งนี้ด้วยความยากลำบาก เนื่องจากจำนวนและปริมาณของพวกมัน ที่มากกว่ามอนสเตอร์ในชั้นแรกเกือบ 2 เท่า ทำให้กลุ่มของพวกเขาตัดสินใจที่จะถอยร่นไปตั้งหลักยังห้องเล็กใกล้ๆ เพื่อที่จะรับศึกศัตรูอัศวินรัตติกาลเหล่านั้นเพียงแค่ทางเดียว

“หิมะน้อย พลังเวทมนต์ของเธอเหลืออยู่อีกเท่าไหร่?”

เจสเปอร์เอ่ยปากถามหิมะน้อยด้วยความกังวล เนื่องจากในเวลานี้หิมะน้อยกลายมาเป็นผู้ที่ทำค่าความเสียหายมากที่สุดจาก เวทมนต์ AOE ที่เธอได้เรียกใช้ออกมา โดยเวทยมนต์ของเธอเมื่อประกอบกับเวทมนต์พื้นที่พลังธาตุ (Fire Area) ที่ช่วยเสริมคุณสมบัติประจำธาตุนั้นให้กับผู้ที่ยืนอยู่ในวงเวทย์ของเจสเปอร์เข้าไปด้วยแล้ว ส่งผลให้พลังเวทย์ของเธอมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นและดูเหมือนตัวเธอก็เริ่มที่จะติดใจรสชาติความเสียหายที่เพิ่มมากขึ้นนี้ เข้าไปอย่างไม่อาจถอนตัว

‘ตูมมมม!!’

“ยังเหลืออยู่อีก 15 เปอร์เซ็นต์ พี่เจสดูเวทมนต์ของหนูสิ รุนแรงมากเลยใช่ไหม!!” หิมะน้อยตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงแจ่มใสเหมือนเด็กสาวที่กำลังก้าวพ้นวัยระเริง ส่งยิ้มที่มีความสุขนั้นให้กับเจสเปอร์ก่อนที่จะชี้นิ้วกระโดดไปมาให้เจสเปอร์ผู้เป็นหัวหน้ากิลด์ได้ดูถึงค่าความเสียหายที่เธอทำได้

เจสเปอร์แม้อยากที่จะร้องห้ามไม่ให้เธอใช้พลังเวทมนต์ที่เหลืออยู่อีกเพียงน้อยนิดเหล่านั้น ซึ่งใกล้ที่จะหมดลงไปทุกที แต่เมื่อเขาได้มองเข้าไปในดวงตาที่มีความสุขของเด็กสาวคนนี้ความคิดที่จะร้องห้ามก็ได้อันตธานหายไป เพราะดวงตาที่เขามองเห็นนั่นมันเจือไปด้วยความน้อยเหนือต่ำใจที่มาจากเด็กคนนี้

‘เธอคงลำบากมากสินะ ที่ต้องอยู่ภายใต้ร่มเงาของพี่สาวทั้ง 3!’

เด็กสาวคนนี้ไม่เคยพูดสิ่งที่เก็บอยู่ในใจออกมา ไม่เคยแสดงกริยาที่ไม่สุภาพออกมาแม้เธอจะปวดร้าวเพียงใด เธอยังคงเป็นน้องสาวที่น่ารักประจำกิลด์ของพวกเขาอยู่เสมอตลอดเวลา แต่เบื้องหลังรอยยิ้มที่มีความสุขนั้นกลับแฝงไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจของเด็กสาวที่กำลังอยู่ในช่วงวัยผลัดเปลี่ยน โดยสาเหตุเหล่านั้นเกิดจากการที่เธอเอาตัวเองเข้าไปเปรียบเทียบกับพี่สาวทั้ง 3 คน โดยไม่ตั้งใจนั่นเอง

ไม่แปลกนักที่เด็กวัย 18 ปีจะมีความคิดเหล่านี้เกิดขึ้นภายในจิตใจ เพราะวัยรุ่นทุกคนในช่วงนี้สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง ไม่ใช่ของเล่นราคาแพงหรือเสื้อผ้าสวยๆงาม แต่มันเป็นสิ่งที่เรียบง่ายและผู้ใหญ่มักมองข้ามไปนั้นก็คือ ‘การเป็นที่ต้องการและการยอมรับ’

วัยรุ่นส่วนใหญ่มักแสดงออกแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมและสิ่งรอบข้าง บางคนอาจเรียกร้องการเป็นที่ยอมรับโดยการมีเรื่องชกต่อย เป็นหัวโจ๊กของแก็งค์อันธพาลหรือตั้งใจเรียนสุดชีวิตเพื่อให้ได้ทุนการศึกษาเป็นต้น แต่พื้นฐานทั้งหมดที่พวกเขาทำคือการได้มีจุดยืนเล็กๆในสังคมอันกว้างใหญ่

หิมะน้อยมาร์กี้เองก็เช่นกันเธอที่อยู่ในสภาพแวดล้อมและอยู่ภายใต้การเอาใจใส่ของพี่สาวทั้ง 3 คน อย่างไอรีน เจ้ซันนี่ พี่สาวบับเบิ้ลรวมถึงสมาชิกในกิลด์ Rising Sun ทุกคนเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม แต่จุดยืนของเธอในกิลด์นั่นช่างคลุมเครือ ไม่ชัดเจนเหมือนกับ ริคเตอร์ที่อยู่ในช่วงวัยเดียวกันนี้มากพอสมควร

ส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเพราะริคเตอร์เป็นเด็กผู้ชายและผู้ชายก็มักจะมีวิธีจัดการตามสไตล์ในแบบของผู้ชายที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ ซึ่งเจสเปอร์เองก็ตัดการปัญหาที่ว่านั่นด้วยการฝึกริคเตอร์ให้หนักขึ้น มอบภาระหน้าที่ที่สำคัญและไม่สำคัญให้ริคเตอร์เป็นคนจัดการและหัดให้หนุ่มน้อยคนนี้รู้จักการแก้ปัญหาด้วยตัวของเขาเอง ซึ่งนั่นทำให้ริคเตอร์รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าในที่แห่งนี้มากขึ้น

แต่สำหรับหิมะน้อยมาร์กี้ด้วยความที่เธอเป็นเด็กผู้หญิง การที่เจสเปอร์จะไปทำตัวคล่องแวะสนิทสนมมากจนเกินไป เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมไม่ว่าจะอยู่ในฐานะหัวหน้ากิลด์หรือพี่ชายในครอบครัวก็ตาม ซึ่งนั่นทำให้เขาไม่ได้สังเกตเลยว่า ภายในจิตใจของจอมเวทย์สาวคนนี้กำลังเผชิญกับปัญหาความสับสนในตัวเอง

“พลังเวทย์ของเธอแรงมากจริงๆเอายังงี้ งั้นมาลองแข่งกันดูระหว่างเธอกับฉันใครกันจะสามารถทำค่าความเสียหายได้มากสุดภายในชั้นนี้ดูดีไหม” เจสเปอร์ตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม พร้อมกับเอออ้อไปตามกระแส ของหิมะน้อยที่ชี้ให้เขาดูถึงค่าความเสียหายที่เธอได้จากการระเบิดพลังใส่ อัศวินรัตติกาล Nightmare Warrior ที่กำลังตีฝ่าแนวป้องกันของอามมี่ เพื่อที่จะไล่ล่าสังหารศัตรูผู้บุกรุกเหล่านี้ให้สิ้นซาก

“ได้เลย! แต่หนูขอเวลาไปเติมพลังเวทมนต์ก่อน โอเคไหม?”

“ตามสบาย ไปขอน้ำยาฟื้นพลังเวทมนต์กับเจ้ซันนี่ได้เลย เจ้เขาเตรียมรอให้เธออยู่แล้วเป็นกรณีพิเศษ” เจสเปอร์ขยิบตาให้กับเจ้ซันนี่ที่อยู่อีกฟากให้ได้รับรู้ ก่อนที่เด็กสาวคนนี้จะวิ่งไปทางเธอด้วยความร่าเริง

โดยก่อนหน้านั่นเจสเปอร์ได้แอบส่งข้อความส่วนตัวเพื่อพูดคุยสอบถามพฤติกรรมที่ผ่านๆมาของหิมะน้อยจากเจ้ซันนี่เพื่อที่จะเอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นวิธีในการแก้ไข พร้อมทั้งบอกให้เธอทราบถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในใจของน้องสาวคนนี้ทั้งหมดแล้ว เจ้ซันนี่เมื่อได้รับฟังก็เข้าใจอย่างรวดเร็วเพราะเธอเองในชีวิตจริงก็มีน้องชายอยู่คนหนึ่งเช่นเดียวกัน

หลังจากที่หิมะน้อยได้ฟื้นค่าพลังเวทมนต์จนพอใจแล้ว การแข่งขันของทั้งสองคนก็ได้เริ่มขึ้น ห้องเล็กๆที่พวกเขาใช้เป็นฐานเพื่อรับมือกับมอนสเตอร์ไม่ให้บุกเข้ามา บัดนี้ได้ถูกผู้เล่นทั้งสองคนแปรเปลี่ยนให้เป็นห้องสังหาร ภายใต้การร่วมมือของสมาชิกคนที่เหลือคนอื่นๆและ NPC องค์หญิงซีซีเรีย ที่ถูกใช้ให้มาเป็น ‘กระสอบทรายชั่วคราว’ ทดแทนตำแหน่งของทวิสเต็ดและสลิป 2 ผู้กล้า

“ทำไมเรื่องลากมอนสเตอร์ต้องเป็นหน้า นายกับฉันทุกที ลูกพี่ไม่คิดจะใช้คนอื่นบางเลยหรือไง? แต่ฉันก็เข้าใจการกระทำของลูกพี่นะ เขาคงมองเห็นว่าฉันกับนาย หน้าตาดี มีเสน่ห์ดึงดูด ล่ะมั้ง!!ถึงมอบหน้าที่นี้ให้กับเรา ว่าไหมทวิสเต็ด?”

“. . .!!”

‘ตูบบบ’ ‘ตึงงงง’ ‘เกร๊งง’ ‘กึกก’ เพียงไม่กี่นาทีนับตั้งแต่ ทวิสเต็ดและสลิปออกไปลากมอนสเตอร์ เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ได้ดังไล่หลังชายทั้งสองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเสียงกระทบของชุดเกราะเก่าๆที่ผุพังกระทบกับพื้นหิน หรือจะเป็นเสียงฝีเท้าหนักๆที่ทิ้งน้ำหนักยามออกวิ่ง ล้วนแล้วแต่ได้ยินก้องไปทั่วตามทางเดินบริเวณชั้น 2

แต่ถึงกระนั่นเสียงฝีเท้าที่ตกกะทบกับพื้นของอัศวินรัตติกาล Nightmare Warrior จะดังกึกก้องสั่งแค่ไหน ก็ไม่อาจที่จะกลบเสียงร้องโวยวายของผู้เล่นชายคนหนึ่งที่กำลังร้องเรียกขอความช่วยเหลือ

“ลูกพี่ช่วยด้วย!! ใครก็ได้ช่วยที!! ไอ้ทวิสตี้เอ้ยทวิสเต็ดมันบ้าไปแล้ว มันลากฝูง หุ่นกระป๋องพวกนี้มาหมดทั้งชั้นเลย มีใครได้ยินฉันบางง!!”

เสียงของสลิปที่ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือได้ดังกลบฝีเท้าของอัศวินรัตติกาลที่ไล่ตามมาไปจนหมด แต่ภายใต้เสียงร้องเหล่านั้น สลิปก็พลันได้ยินเสียงที่เย็นยะเยือกของนักฆ่าคู่หูของเขาที่พูดขึ้นมาเหน็บแนมตนในตอนต้น

“เป็นยังไงบางล่ะพ่อหนุ่มหน้าตาดี? ดึงดูดพอไหม หรือจะเอามินิบอสประจำชั้นมาด้วยเลย!!”

‘ลูกพี่...ทีหลังอย่าให้ผมต้องมากับไอ้นักฆ่าโรคจิตคนนี้อีกเลย!!’

เจสเปอร์และหิมะน้อยเริ่มต้นการล่าสังหาร Nightmare warrior อย่างดุเดือด ลูกบอกไฟที่ได้รับการส่งเสริมจากพื้นที่เวทมนต์ของเจสเปอร์ช่วยให้เวทย์สกิล AOE ของหิมะน้อยรุนแรงมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ไฟที่ร้อนแรงเผาพลาญอัศวินรัตติกาลให้ทุกข์ทรมานไปตัวแล้วตัวเล่า ทิ้งไว้เพียงเศษซากของกองไอเท็มที่ดรอปออกมาและค่าประสบการณ์จำนวนมากที่ไหลเวียนเข้าสู่ตัวละครของพวกเขา ราวกับสายน้ำที่ไหลเชียว

‘หวังว่าการเก็บเลเวลในครั้งนี้ จะช่วยให้เธอมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นนะ หิมะน้อย!!’ เจสเปอร์ไม่ได้หวังที่จะพูดประโยคนี้ให้จอมเวทย์สาวคนนี้ได้ยินอยู่แล้ว เขาเพียงแค่มองดูรอยยิ้มที่หิมะน้อยยิ้มออกมาอย่างมีความสุขและเก็บถ้อยคำเหล่านี้ไว้อยู่ในใจของเขาเท่านั้น ‘ดั่งพี่ชายที่รักและหวงแหนน้องสาวตัวน้อยคนหนึ่ง’

การล่าสังหารอัศวินรัตติกาลเป็นเพียงแค่การแสดงฉากหนึ่งที่เขาจงใจสร้างขึ้นมาเพื่อเรียกความมั่นใจให้กับหิมะน้อยก็เท่านั่นเอง ส่วนเรื่องของการแข่งขันทำดาเมจ เจสเปอร์ก็แค่ยกพวกมันขึ้นมาเป็นข้ออ้างให้ดูแนบเนียนสอดคล้องกับละครฉากนั่นของเขา เพื่อไม่ให้เป็นที่ครหากับคนอื่นๆที่คิดว่าเขาให้ท้ายเอาใจหิมะน้อย

“เอาล่ะ!เตรียมตัวรับมือกับมินิบอสประจำชั้นให้ดี หนทางเรายังอีกยาวไกล”

เมื่ออัศวินรัตติกาลตัวสุดท้ายล้มลง เสียงคลื่นลมและพลังงานบางอย่างที่เสียดสีกันจากพลังเวทย์สายมืด ก็ดังขึ้นจากหน้าบันไดที่ทอดตัวขึ้นชั้นที่ 3 โดยมินิบอสพ่อมดมืด Dark Magic ที่ประจำอยู่ที่ชั้น 2 มีรูปร่างที่ใหญ่กว่ามินิบอสตัวแรกอยู่เล็กน้อย แต่สิ่งที่ทำให้ตัวมันเหนือกว่าผู้พิทักษ์ชั้นที่ 1 ก็คงจะเป็นความแข็งแกร่งทีมันแผ่กลิ่นอายออกมากดข่ม พวกเขาในทันทีที่พบหน้า

แต่ทว่าความแข็งแกร่งที่มันแสดงออกมานั่น ไม่ได้ทำให้สมาชิกในกิลด์ Rising Sun กลัวเกรงเลย เพราะอะไรน่ะหรือ? คำตอบก็คือ ‘พวกเขาคือกลุ่มคนที่สามารถล้มบอสแผนที่มาแล้วยังไงล่ะ!!’ ลำพังแค่กลิ่นไอจากมินิบอสตัวเล็กๆเช่นนี้ มีหรือจะเทียบบอสแผนที่ได้

“ลุยย!”

ทุกคนต่างกระชับอาวุธของตัวเองเอาไว้อย่างมั่นคง ก่อนที่จะวิ่งเข้าใส่ มินิบอส ด้วยกำลังใจที่เต็มเปี่ยม พร้อมกันกับองค์หญิงซีซีเรียที่พุ่งสวนตามมา

“ภารกิจนี้เป็นข้าที่พาพวกท่านมา...จะให้ข้านั่งอยู่เฉยๆดูพวกท่านต่อสู้ได้อย่างไร?”

...โปรดติดตามตอนต่อไป...

เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

www.facebook.com/writelazy

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด