ตอนที่แล้วChapter 635: เล่น-ซ่อน-หา
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปChapter 637: พวกเราเจอแกแล้ว (1+2)

 

“มันถูกติดเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” ชายวัยกลางคนถือประวัติการรักษาเอาไว้และดวงตาก็แทบจะถลนออกมา– เขาจำไม่ได้เลยสักนิด 

“ผม…” เด็กชายกลัวพ่อเขาแทบตายแล้ว ดังนั้นจึงขดตัวอยู่หลังผู้เป็นแม่ 

“ตอนนี้ทำไมแกถึงไม่พูดล่ะ? มันเป็นเวลาที่แกต้องพูด แต่แกเลือกที่จะเงียบ?” ชายวัยกลางคนดึงเด็กชายออกมาจากด้านหลังมารดาของเขา เขาคว้าเสื้อเด็กชายแล้วเขย่าเขา ”มันติดเอาไว้ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ตอนนั้นพวกเราอยู่ที่ไหน? คนที่เอามันมาติดไว้หน้าตาแบบไหน?” 

“ที่ชั้นแรก ตอนที่พวกเราเดินผ่านห้องผู้ป่วยห้องหนึ่ง ประตูถูกเปิดแง้มไว้ ผมเห็นมือข้างหนึ่งยื่นออกมาแล้วก็แปะกระดาษนี่บนหลังพ่อ” มันไม่ชัดเจนนักว่าเด็กชายนั้นกลัวพ่อของเขามากกว่าหรือว่ากลัวมือข้างนั้นมากกว่า “ผมอยากจะบอกพ่อตั้งแต่ตอนนั้น แต่หลังจากนั้นใบหน้าหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังประตู ผิวของเขาเป็นสีเทา และเขาก็กระซิบกับผมว่าอย่าบอกความลับนี้ไปเพราะนี่ควรจะเป็นเกมซ่อนหาที่ยุติธรรม” 

“แกเชื่อฟังขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่? เขาบอกให้แกไม่พูดแกก็ไม่พูดงั้นเหรอ?” ชายวัยกลางคนเงื้อมือขึ้นและกำลังจะตบลงมาที่ใบหน้าเด็กชาย “สวะ พวกแกทั้งคู่เลย! แกมันก็ไร้ประโยชน์เหมือนแม่ของแก สักวันฉันคงตายเพราะพวกแกสองคนเนี่ย!” 

เขาจ้องไปที่กระดาษที่เขาถือเอาไว้ และลายมือชุ่ย ๆ บนนั้นก็ทำให้เขาขนลุกซู่ 

“ตาฉันหาแกงั้นเหรอ? มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะทำตามคำสั่งแบบนี้!” ชายวัยกลางคนขยำกระดาษประวัติผู้ป่วยเป็นก้อนกลมแล้วโยนทิ้งลงพื้น บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ว่ารูปของผู้ป่วยนั้นโผล่ออกมาจากกระดาษขยำและมันก็บังเอิญมองตรงไปยังชายวัยกลางคน 

“โชคร้ายชะมัด” เขากระแทกเท้าเหยียบกระดาษขยำก้อนนั้น ชายวัยกลางคนมองไปตามทางเดิน “ปิศาจจากถนนไม่ไล่ตามพวกเราเข้ามาในนี้– มันคงจะยอมแพ้ไปแล้ว พวกเราควรจะเดินเข้าไปในตึกนี่ ตอนที่พวกเราวิ่งเข้ามา ฉันจำได้ว่าเห็นประตูหลังอยู่ที่อีกด้านของตึกนี่” 

หลังจากได้ยินสิ่งที่ลูกของเขาพูด ก็ไม่มีทางที่ชายวัยกลางคนจะเดินกลับไปทางที่พวกเขาผ่านมาก่อนหน้านี้ เขามองห้องพักผู้ป่วยที่เรียงรายอยู่สองข้างทางเดินและฝ่ามือของเขาก็เหงื่อออกชุ่ม 

“พวกเราจะไม่ไปตามหาพี่ชายคนนั้นเหรอ?” เด็กชายถามอย่างระมัดระวังตอนที่เงยหน้าขึ้น 

“หาเขา? แกอยากตายขนาดนั้นเลยเหรอ? เรื่องเร่งด่วนที่พวกเราต้องทำตอนนี้ก็คือออกไปจากที่ที่พระเจ้าทอดทิ้งนี่” ชายวัยกลางคนคว้าไหล่ภรรยาของตนด้วยกริยาหยาบคาย “ดูแลเขาไว้ให้ดี อย่าปล่อยให้เขาเดินไปไหนมาไหน คนที่ในอพาร์ทเม้นท์ผีนั้นมีวิธีการจัดการกับผู้ใหญ่และเด็กต่างกัน…” 

ตอนที่เขาพูด เขาก็เดินไปข้างหน้า แต่ว่าชายกางเกงของเขากลับถูกเด็กชายดึงเอาไว้ “มีอะไรอีก?” 

“พ่อ เขากำลังเล่นซ่อนหากับพวกเรา” 

“เจ้าโง่ ฉันรู้แล้ว” ชายวัยกลางคนเตะเด็กชาย “แกคิดจะเล่นซ่อนหากับผีนั่นในสถานที่ที่เต็มไปด้วยผีอย่างนี้จริง ๆ หรือไง?” 

“แต่ถ้าพวกเราไม่ไปหาเขา เขาก็จะมาหาพวกเราแทน” เด็กชายใช้น้ำเสียงจริงจังอธิบายกติกาของเกม แต่ว่า น้ำเสียงใสซื่อของเขากลับกลายเป็นถ่ายทอดความรู้สึกหวาดกลัวอย่างไม่อาจบรรยายได้เมื่อมันเข้าหูพ่อของเขา 

“ผีนั่น… จะมาหาพวกเรา?” ตามกติกาแล้ว มีโอกาสที่จะเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นจริง ๆ ใบหน้าของชายวัยกลางคนทะมึนลงในทันที ไม่ว่าจะเป็นตามหาผีหรือว่าถูกผีตามหา ทั้งสองอย่างนี้ก็เป็นสิ่งที่เขายากจะยอมรับได้ 

“ไม่ นี่น่าจะเป็นกับดัก ต่อให้พวกเราหาผีนั่นเจอ หลังจากบทบาทเปลี่ยนไปแล้ว มันก็จะยังมาหาพวกเราอยู่ดี! พวกเราต้องออกไปจากที่นี่! พวกเราอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว” ชายวัยกลางคนอุ้มเด็กชายขึ้น เรียกหาภรรยาและเร่งเท้าเดินไปตามทางเดินหนีไฟ 

 

‘ฆาตกร’ ที่เรียกตัวเองว่ามือกรรไกรกำกรรไกรคมกริบเอาไว้ในมือ ยืนอยู่คนเดียวที่ชั้นแรกของโรงพยาบาลของเมือง 

“สัตว์อ่อนแอไปเป็นฝูง มีเพียงแค่สัตว์ร้ายที่ลงมือตัวคนเดียว ดังนั้น ฆาตกรย่อมต้องโดดเดี่ยวเสมอ” หลังมือของมือกรรไกรนั้นมีเส้นเลือดเต้นตุบ เผยให้เห็นว่าเขากระวนกระวายเพียงไหน “เมืองเล็ก ๆ ที่มีหมอกสีเลือดปกคลุม ที่นี่ต่างไปจากที่ในบันทึกของพี่ชายของฉันโดยสิ้นเชิง เขาบันทึกเอาไว้ผิด ๆ หรือว่าฉันขึ้นรถผิดป้ายนะ?” 

มือกรรไกรแตะใบหน้าตัวเอง เมื่อปลายนิ้วปัดผ่านรอยแผล เขาก็ทำหน้าบึ้งจากความเจ็บปวด ตอนที่เขาอยู่คนเดียวเขามีท่าทางต่างไปจากที่เขาเป็นตอนที่อยู่บนรถเมล์โดยสิ้นเชิง 

“เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ก็ต้องทำเหมือนตัวเองเป็นผู้ล่า ฉันไม่สามารถทำผิดแบบเดียวกับพี่ชายทำได้” มือกรรไกรเดินไปข้างหน้าอีกหลายก้าว โรงพยาบาลตอนกลางคืนนั้นน่ากลัวกว่าที่มันเป็นในตอนกลางวัน และถ้าแสงไฟยังไม่เปิด ความน่ากลัวก็เพิ่มพูนขึ้นเป็นหลายเท่า 

“ฉันจะมัวตื่นตระหนกไม่ได้ สถานที่อันตรายที่สุดย่อมเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด การขัดขืนเป็นทางเลือกเดียวที่ฉันจะรอดชีวิตอยู่ได้” นั่นคือสิ่งที่เขาบอกตัวเอง แต่เขาก็พบว่ามันยากมากกับแค่ยกเท้าก้าวเดิน ร่างกายของเขาต่อต้านสิ่งนี้ตามสัญชาตญาณ “ไม่ต้องกลัว ยิ่งกลัวสิ่งพวกนี้เท่าไหร่ ก็มีโอกาสที่พวกมันจะมามากเท่านั้น ระหว่างทาง มีเสียงกรีดร้องของคนอื่นดังมาจากทางอื่นเรื่อย ๆ แต่ฉันเองกลับไม่เจออะไรเลย ดังนั้นนี่จึงพิสูจน์แล้วว่าทฤษฎีของฉันน่ะถูกต้องแล้ว” 

เขากำกรรไกรในมือแน่น หลังจากให้กำลังใจตัวเองอีกหลายคนแล้ว เขาก็ก้าวเท้าเข้าไปตามทางเดินยาวทางซ้าย หลังจากก้าวเท้าก้าวหนึ่ง ก็มีเสียงฝีเท้าสองเสียงก้องอยู่ หนึ่งเป็นของเขา และอีกหนึ่งนั้นเป็นเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้น 

“นั่นเป็นแค่จินตนาการของฉันเท่านั้น ไม่มีอะไรอยู่ด้านหลังฉัน ไม่มีอะไรอยู่ด้านหลัง…” เขาพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก มือกรรไกรกำลังพยายามสะกดจิตตัวเอง– เขารู้สึกเหมือนเขากำลังจะเคยชินกับการมีอยู่ของเสียงนี้แล้ว “ฉันกระวนกระวายเกินไป เสียงนั่นย่อมหายไปเมื่อฉันออกไปจากที่นี่ อีกแค่ห้าหรือหกชั่วโมงพระอาทิตย์ก็จะขึ้น ดังนั้นฉันต้องทนเอาไว้จนถึงตอนนั้น” 

สุดท้ายแล้วมือกรรไกรก็เป็นคนหนึ่งที่เต็มไปด้วยเรื่องราวหนักหนา จู่ ๆ เขาก็หยุดเท้าและยกมือขึ้นตบ ๆ ใบหน้าตัวเอง “นายมาที่นี่เพื่อตามหาพี่ชายของนาย แล้วนายจะเอาแต่คิดถึงตัวเองในเวลาแบบนี้ได้ยังไง?” 

ภาพพี่ชายของเขาผุดขึ้นมาในใจ และมือกรรไกรก็ดูมุ่งมั่นขึ้น “ฉันเตรียมตัวมาห้าเดือนเพื่อวันนี้ ฉันยังมีไพ่ตายซ่อนเอาไว้อีกตั้งมาก ดังนั้นไม่มีเหตุผลให้ฉันต้องตื่นกลัว” 

เขาบังคับให้ตัวเองเลิกกลัว เขาถือกรรไกรไว้ในมือซ้ายและกระเป๋าที่ไม่มีเลือดซึมออกมาแล้วอยู่ในมือขวา 

“รูปลักษณ์ของฉันนั้นดูไม่น่าเข้าใกล้ มีผู้โดยสารคนหนึ่งบนรถเมล์ก่อนหน้านี้ที่ดูคล้ายฉัน– เขาน่าจะเป็นคนที่มีเรื่องราวในใจเหมือนกัน– แต่ว่าการเตรียมการของเขาน่ะไม่ครบถ้วนอย่างฉันหรอก” มือกรรไกรนั้นมั่นใจในตัวเองมาก หรือบางคนอาจจะเรียกว่ามั่นใจอย่างไร้เหตุผล เขาไม่สนใจเสียงฝีเท้าที่ก้องอยู่ด้านหลังและเดินไปตามทางเดินในโรงพยาบาล 

โรงพยาบาลนั้นไม่ใหญ่ และยังมีห้องพักผู้ป่วยไม่มากนัก มือกรรไกรเดินอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังมาจากชั้นสอง 

“นั่นดูเหมือนจะมีบางอย่างมาจากทางเดินหนีไฟ จะเป็นใครกัน?” มือกรรไกรเลียริมฝีปากและคิดภาพบุคลิกที่มักพบเจอของฆาตกรบ้าคลั่งที่เขาเคยดูในหนังและค่อย ๆ คืบคลานขึ้นไปยังชั้นสอง 

ในทางเดินมีลมพัด และประตูห้องพักผู้ป่วยบางห้องก็ถูกเปิดทิ้งไว้ครึ่ง ๆ เพราะไม่มีแสงไฟ ทุกห้องจึงมืด และพอยืนอยู่ที่ด้านนอก ก็ไม่มีทางบอกได้ว่าที่ด้านในนั้นมีอะไรอยู่ 

“มีคนอยู่ที่นี่?” 

มือกรรไกรระมัดระวังทุก ๆ ก้าว เมื่อเขาผ่านห้องพักผู้ป่วยห้องหนึ่งจู่ ๆ เขาก็สังเกตเห็นบางอย่าง เสียงฝีเท้าที่ตางหลังเขามานั้นหายไปแล้ว 

“ทำไมเสียงนั่นถึงหยุดลงล่ะ?” 

ตอนนี้เมื่อมันไปแล้ว เขากลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาด พอหันกลับไปมอง เขาก็พบว่ามีบางคนแปะกระดาษแผ่นหนึ่งเอาไว้บนไหล่ของเขา 

“หาฉันให้เจอสิ?” 

 

 

 

 

 

 

คะแนน 4.6
กรุณารอสักครู่...