ตอนที่แล้วเรื่องสยองที่ 17 : คืนปล่อยของ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปเรื่องสยองที่ 19 : ความจริงที่ยากจะเชื่อ

เรื่องสยองที่ 18 : คนที่คาดไม่ถึง


แสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องผ่านเข้ามาทางกระจกประตูที่แตกละเอียดภายในห้องคอนโดของพี่น้ำในตอนเช้า พี่น้ำไม่ได้นอนหลับต่อหลังจากวิญญาณพ่อของตัวเองถูกขังไว้ในบาเรียโปร่งแสงของไอ้คีย์ ผมเองก็นั่งอยู่ข้างเขาจนกระทั่งเช้าเช่นกัน เราสองคนไม่ได้พูดอะไรกันมาก ไอ้คีย์ออกไปส่งวิญญาณแล้วก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย มันคงอยากให้พี่น้ำอยู่ปรับความเข้าใจกันกับผม แต่ก็อย่างที่บอก เราคุยกันถามคำตอบคำ ส่วนไอ้ชาผมคิดว่ามันหลับเป็นตายตั้งแต่เมื่อคืน ขนาดเสียงกระจกแตกมันยังไม่ลุกตื่นออกมาดูเลย คงจะเที่ยง ๆ นั่นแหละ วันนี้ไม่มีเรียนด้วย

พี่น้ำไม่ได้แสดงท่าทีว่าอึดอะไรที่ผมนั่งอยู่เป็นเพื่อนเขาตลอดสามสี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เป็นผมซะอีกที่รู้สึกเหมือนคนที่ทำผิดแล้วเพิ่งกำลังนั่งสำนึกอยู่ จริง ๆ มันก็เป็นแบบนั้นนั่นแหละ พอเรื่องทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางหลังจากพ่อพี่น้ำถูกขังในบาเรียไอ้คีย์ ผมก็พูดอะไรไม่ออก เมื่อนึกถึงเรื่องไม่ดีที่ทำไว้ตอนเย็นของเมื่อวาน กะว่าจะขอโทษแต่บรรยากาศตอนนี้มันยังไม่เหมาะ พี่น้ำนั่งมองพ่อของตัวเองที่คลุ้มคลั่งหลายชั่วโมงอยู่ในบาเรียของไอ้คีย์ด้วยความเจ็บปวด พ่อพี่น้ำเอาแต่พูดว่าจะเอาพี่น้ำไปอยู่ด้วย แล้วใช้ร่างวิญญาณของตัวเองชนเข้ากับบาเรียไอ้คีย์แต่ก็ออกมาไม่ได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เป็นผม ผมก็คงเจ็บที่เหมือนกันเห็นคนที่เรารักเป็นแบบนี้ แต่พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้นอกจะนั่งมอง

และรอเวลา ...

ทันทีแสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้ามาบริเวณนั้น วิญญาณของพ่อพี่น้ำก็เริ่มสงบลงเหมือนอย่างที่ไอ้คีย์บอกไว้ ว่าถ้ารอถึงตอนเช้ามนตราที่สุจิตราแม่เลี้ยงพี่น้ำทำไว้จะหายไป และมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ผมเห็นควันสีดำเริ่มลอยออกมาจากวิญญาณพ่อของพี่น้ำและค่อย ๆ จางหายไปกับสายลม

พี่น้ำลุกจากเตียงวิ่งออกไปหาไอ้คีย์นอกห้องทันทีเพื่อมาปล่อยวิญญาณพ่อของตัวเองให้หลุดพ้นจากการกักขัง ไม่นานผมก็เห็นร่างของไอ้คีย์กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามพี่น้ำเข้ามา พี่น้ำดีใจจนน้ำตาไหลเมื่อเห็นวิญญาณพ่อของตัวเองกลับไปเป็นปกติ ผมเองก็ดีใจไปกับเธอด้วย เพราะนี่คงเป็นการลาครั้งสุดท้ายระหว่างเธอและพ่อแล้ว

เรื่องราวระหว่างผมกับพี่น้ำถูกเล่าตั้งแต่ตอนเราสองคนประสบอุบัติเหตุและสลับร่างกัน จนตอนนี้จริง ๆ แล้วพี่น้ำอยู่ในร่างของผม และตัวผมเองกลายเป็นวิญญาณอยู่แบบนี้ พ่อพี่น้ำฟังจบก็น้ำตาไหลออกมาทั้ง ๆ ที่อยู่ในสภาพวิญญาณแบบนั้น สองพ่อลูกนั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ แม้ว่าจะสัมผัสตัวกันไม่ได้ก็ตาม ผมเลือกที่จะออกมารอข้างนอกห้อง เช่นเดียวกันกับไอ้คีย์ พวกเราปล่อยให้พี่น้ำนั่งคุยกับพ่ออย่างเป็นส่วนตัว

อิฐกับคีย์เดินออกจากห้องไปแล้ว น้ำมองไปยังพ่อตัวเองด้วยความคิดถึง อยู่ดี ๆ น้ำตามันก็ไหลออกมาเป็นทาง เมื่อรู้ว่าจะไม่มีวันได้เจอพ่ออีกแล้วเป็นครั้งที่สอง เจ้าตัวทำท่าจะเข้าไปกอดแต่ก็รู้ดีว่าสัมผัสวิญญาณพ่อของตัวเองไม่ได้ ตอนแรกก็คิดว่าตัวเองทำใจได้หลังจากงานเผาศพ แต่ไม่เลย เธอไม่อยากสูญเสียใครไปอีกแล้ว ทำไมพ่อต้องมาจากเธอไปเพราะผู้หญิงคนนั้นด้วย

“น้ำ น้ำจริง ๆ หรอลูก” เกรียงไกรพูด มองหน้าลูกสาวทั้งน้ำตาแบบไม่อาย

“ค่ะพ่อ นี่น้ำเอง” น้ำพูดตอบกลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม

“พ่อขอโทษนะที่ทำร้ายลูก ขอโทษที่พ่ออยู่รอลูกฟื้นขึ้นมาไม่ได้” เกรียงไกรพูดต่อ เอามือโปร่งแสงของตัวเองยกขึ้นมา ก่อนพยายามลูบลงไปบนหัวของน้ำที่อยู่ในร่างของอิฐโดยไม่ให้ทะลุผ่าน

“หนูไม่โกรธพ่อเลย เพราะมัน เพราะมันคนเดียวที่ทำให้ครอบครัวเราเป็นแบบนี้” น้ำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดและเสียใจ สิ่งที่เกิดขึ้น มันเลวร้ายเกินกว่าที่เธอจะทนได้ ที่แม่เธอต้องตายสาเหตุก็เพราะผู้หญิงคนนั้น แถมพ่อเธอยังมาตายด้วยฝีมือคนคนเดิมอีก แล้วไหนจะสิ่งที่เธอโดนกระทำ คงไม่มีใครบนโลกนี้ทนได้อีกแล้วกับคนแบบนั้น

“พ่อขอโทษที่เอาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในครอบครัวเรา ขอโทษจริง ๆ”

คนเป็นพ่อพูดออกมาจากใจ มันเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา ที่นอกใจภรรยาและไปทำสุจิตราท้อง

“ว่าแต่เรื่องของน้ำ ผู้ชายคนนั้น คนที่เขาให้น้ำยืมร่าง เขากับเพื่อนดีกับน้ำไหม” เกรียงไกรพูดเปลี่ยนประเด็น

“ค่ะพ่อ อิฐกับเพื่อนของอิฐดีกับน้ำมาก โดยเฉพาะอิฐ น้ำรู้สึกผิดกับเขามาก ที่ต้องมารับกรรมของน้ำเป็นวิญญาณเร่ร่อนแบบนี้ น้ำอยากคืนร่างให้เขาอย่างเร็วที่สุด”

คนเป็นพ่อพยักหน้าอย่างเข้าใจ แค่นี้ก็หายห่วงแล้วที่รู้ว่าที่ผ่านมาลูกสาวของเขาก็ยังมีใครคอยดูแล

“พ่อดูจากสายตาของเขาพ่อก็รู้แล้ว ว่าเขาชอบน้ำ” เกรียงไกรพูดพร้อมกับมองหน้าลูกสาวตัวเองที่ซ้อนทับกับใบหน้าของอิฐในร่างเดียวกัน

“ค่ะ หนูก็เพิ่งรู้ความรู้สึกเขาเมื่อไม่นานนี้เอง”

“แล้วกับเอกล่ะลูก พ่อไม่รู้ว่าเรื่องระหว่างเรากับเอกเป็นยังไงนะ แล้วไหนจะเรื่องเจ้าหนุ่มเจ้าของร่างนี้อีก แต่ตลอดเวลาที่น้ำนอนอยู่โรงพยาบาลมาเดือนกว่า เขามาเยี่ยมน้ำตลอด บางคืนเขาก็มานอนเฝ้าน้ำในวันที่พ่อไม่ได้มานอนเฝ้า เขารักลูกมากนะน้ำ ตอนนี้ลูกไม่เหลือใครแล้ว ลูกควรขอความช่วยเหลือจากเขา เขามีอาชีพ มีการงานที่มั่นคง พ่อเชื่อว่าถ้าลูกไปบอกความจริงกับเขา เขาต้องเชื่อลูกและยอมช่วยลูกแน่ ไม่ว่าลูกจะเลือกทางไหนพ่อก็เคารพการตัดสินใจของลูก”

น้ำนิ่งไปสักพักหลังจากได้ยินสิ่งที่พ่อตัวเองพูดถึงเอก

ทำไม ...

ทำไมอิฐไม่เคยบอกเธอเรื่องนี้เลย ว่าเอกมาเยี่ยมเธอและมาเฝ้าเธอบ่อยขนาดนั้น

จริงอยู่ที่เธอไม่อาจให้อภัยคนรักที่คบกันมาหลายปีที่นอกใจเธอได้ แต่เวลาที่ผ่านไปหนึ่งเดือนกว่า มันทำให้รู้ว่าเธอยังรักเอกอยู่ ทุกครั้งที่เจอเขา สายตา รอยยิ้มอบอุ่นที่เขาเคยมอบให้ เธออยากได้มันคืนกลับมา

มันอาจจะจริงอย่างที่อิฐพูด

เธอยังรักเอกอยู่ ...

“สุจิตราไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ ลูกต้องระวังตัวมาก ๆ ทั้งร่างที่อยู่โรงพยาบาล และวิญญาณของลูกที่อยู่ที่นี่ พ่ออยากจะเตือนลูกไว้” เกรียงไกรพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเครียด

“เตือนเรื่องอะไรคะพ่อ”

“ไอ้ปกรณ์ มันเป็นชู้กับสุจิตรา พวกมันร่วมมือกันอยู่”

“ว่าไงนะพ่อ ! พี่ปกรณ์หรอคะ” น้ำพูดขึ้นมาอย่างตกใจ นึกถึงชายหนุ่มวัยสามสี่กว่าที่เป็นมือขวาของพ่อตัวเอง ซึ่งเธอนับถือเขามาเป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง เพราะพ่อของเธอรับเขามาเลี้ยงจากบ้านเด็กกำพร้า นึกไม่ถึงเลยว่าคนเราจะเนรคุณกันได้ขนาดนี้ ทำได้แม้กระทั่งกับผู้มีพระคุณ

“ใช่ พ่อชุบเลี้ยงงูพิษไว้ในบริษัทมาเกือบสิบปี ไม่เคยคิดเลยว่าคนที่หักหลังพ่อจะเป็นคนใกล้ตัวขนาดนี้” เกรียงไกรพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนทั้งโกรธทั้งผิดหวัง เขาคิดมาเสมอว่าปกรณ์เป็นลูกชายคนหนึ่งของเขาด้วยซ้ำไป

“น้ำจะจับพวกมันเข้าคุกให้ได้ พ่อไม่ต้องห่วงนะ น้ำสัญญา พวกมันต้องถูกลงโทษที่ทำกับพ่อแบบนี้” น้ำพูดขึ้นมา มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ เสียแรงที่นับถือ เสียแรงที่ไว้ใจ

“พวกเราไม่มีหลักฐานอะไรเลยน้ำ ที่ทำได้ตอนนี้คือพ่ออยากให้น้ำฟื้น สัญญากับพ่อนะว่าอย่าเอาตัวเองไปเสี่ยง พ่อรู้ว่าเวลาพ่อมีมากก่อนพ่อจะไป พ่อมีอย่างหนึ่งอยากจะขอ”

“อะไรคะพ่อ” น้ำถามคนเป็นพ่อ

“เรื่องมิ้งค์”

ทันทีที่น้ำได้ยินชื่อของน้องสาวต่างมารดาก็เม้มปากเกือบเป็นเส้นตรง เธอไม่ปฏิเสธว่าเธอเกลียดแม่ยังไง เธอก็เกลียดลูกแบบนั้นด้วยความอคติ เธอเกลียดคนที่ทำลายครอบครัวเธอ ทำให้แม่เธอต้องฆ่าตัวตาย น้ำไม่เคยพูดคุยกับมิ้งค์เลยสักคำเดียวตั้งแต่สองคนแม่ลูกนั้นเข้ามาในชีวิตของเธอ เธอมองมิ้งค์เป็นธาตุอากาศไม่มีตัวตนเสมอ ไม่อยากยุ่ง ไม่อยากจะเข้าใกล้ ต่างคนต่างอยู่

“มิ้งค์เป็นน้องของน้ำนะ พ่อเข้าใจว่าน้ำรู้สึกยังไง แต่มิ้งค์ไม่ได้นิสัยเหมือนสุจิตรานะ คนเราไม่ได้เหมือนกันทุกคนนะน้ำ”

“น้ำไม่อยากไปยุ่งกับมัน ต่างคนต่างอยู่เถอะพ่อ” น้ำพูดออกไปมองหน้าพ่อของตัวเองอย่างไม่เข้าใจ

อยู่กันแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ...

ทั้ง ๆ ที่เธอพยายามแยกตัวออกห่างพวกนั้นก็ตามรังควาญไม่เลิก

“น้ำ มิ้งค์เขาไม่มีใครแล้วนะ พ่อเชื่อว่าอีกไม่นานสุจิตราต้องได้รับกรรมในสิ่งที่เขาก่อ แล้วถ้าตอนนั้นเหลือมิ้งค์แค่คนเดียว น้ำสัญญากับพ่อได้ไหมว่าน้ำจะคอยดูแลมิ้งค์แทนพ่อ” เกรียงไกรพูดออกมา

อีกคนที่เขาเป็นห่วงก็ลูกสาวคนเล็กของเขานี่แหละ

น้องสาวที่พี่สาวไม่เคยยอมคุยด้วยเลย ...

“ถือว่าเป็นคำขอสุดท้ายของพ่อนะน้ำ พ่อขอร้อง”

น้ำนิ่งไปแปบหนึ่งก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้าตอบรับคำขอของพ่อ ถ้านั่นเป็นคำขอสุดท้ายของพ่อก่อนจะจากไป เธอก็จะยอมทำตาม สองพ่อลูกนั่งคุยอะไรไปเรื่องเปื่อยจนเกือบเย็น จนในที่สุดคีย์บอร์ดกับอิฐก็เดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง

ผมกับไอ้คีย์เดินเข้าไปหาพี่น้ำอีกครั้งเกือบหกโมงเย็นของวัน พี่น้ำนั่งคุยกับพ่อเกือบทั้งวันเลยวันนี้ ส่วนไอ้ชาตื่นขึ้นมาก็ออกไปข้างนอกกับใยไหม พวกเราก็ไม่ได้เข้าไปขัดอะไรเพียงแต่เอาอาหารเครื่องดื่มเข้าไปให้ตอนช่วงเที่ยงของวัน ไอ้คีย์เข้าไปคุยกับพ่อพี่น้ำว่าอยากส่งวิญญาณพ่อพี่น้ำไปพิพากษาภายในวันนี้ก่อนพระอาทิตย์จะตก วิญญาณอยู่ได้ถึง 13 วันก่อนจะไปหายมทูตก็จริง แต่ไอ้คีย์บอกว่าสุจิตราน่าจะยังมีของที่ใช้ทำพิธีเรียกวิญญาณพ่อพี่น้ำกลับไปอยู่ได้ ทางที่ดีควรจะส่งพ่อพี่น้ำไปจากโลกนี้ให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาในภายหลัง

พี่น้ำกับพ่อลากันเป็นครั้งสุดท้ายโดยมีไอ้คีย์เป็นคนส่งวิญญาณพ่อพี่น้ำไปรับการพิพากษา ก่อนที่พ่อพี่น้ำจะไป เขาเข้ามาคุยอะไรบางอย่างกับผม

“ชื่ออิฐใช่ไหมน่ะเรา” พ่อพี่น้ำพูดกับผมพร้อมกับรอยยิ้ม

“ครับ”

“ขอบคุณนะที่ช่วยดูแลน้ำตลอดเวลาที่ผ่านมา จนกว่าน้ำจะเข้าร่างตัวเองได้ สัญญากับฉันได้ไหมว่าพวกนายจะอยู่ช่วยจนถึงที่สุด”

“ผมสัญญาครับ” ผมพูดออกไป ยังไงผมก็ตั้งใจจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว

พ่อพี่น้ำยื่นมือมาตบไหล่ผมเบา ๆ พร้อมกับพูดขอบคุณอีกครั้ง แล้วเดินเข้าไปหาไอ้คีย์เพื่อให้มันส่งตัวเองไปรับการพิพากษาตามปกติ มือของพ่อพี่น้ำจับกับมือของไอ้คีย์ ไม่นานวิญญาณพ่อของพี่น้ำก็ค่อย ๆ จางหายไป ทิ้งไว้แต่พวกเราสามคนคือ ผม ไอ้คีย์ พี่น้ำ ที่ยืนอยู่

“พี่น้ำ”

“อิฐ”

ผมกับพี่น้ำเรียกชื่อกันพร้อมกัน ผมคิดว่าควรเคลียร์เรื่องระหว่างเราสักที ผมอยากจะขอโทษกับสิ่งที่ทำกับเขาเมื่อวานจริง ๆ

“กูออกไปข้างนอกนะ” ไอ้คีย์พูดจบมันหยิบกระเป๋าสะพายพร้อมเดินออกไปนอกห้อง ตอนนี้จึงเหลือแต่พี่น้ำกับผมสองคนที่อยู่ที่นี่

“อิฐพูดก่อน”

“พี่รู้แล้วใช่ไหมว่าผมคิดยังไงกับพี่ ผมขอโทษที่ทำแบบนั้นกับพี่แล้วยังอารมณ์เสียใส่พี่อีก ผมรู้ว่าตอนนี้พี่ยังไม่ได้รู้สึกอะไรกับผม แต่ผมขอได้ไหมพี่น้ำ เปิดโอกาสให้ผมหน่อย จนกว่าพี่จะกลับเข้าร่างได้ ผมเชื่อว่าผมจะทำให้พี่รู้สึกดีกับผมได้ แต่ถ้าถึงตอนนั้น พี่ยังคงยืนยันคำตอบเดิม ผมก็เข้าใจ” ผมพูดออกไปยาวเหยียด ผมคิดว่าตัวเองแฟร์พอที่จะยอมรับความจริงได้ เรื่องเมื่อวานมันเป็นความผิดพลาดและความอารมณ์ร้อนของผมเอง

“พี่ก็ขอโทษที่พูดกับอิฐแรงไปเมื่อวาน อิฐเป็นคนช่วยเหลือพี่มาตลอด แต่เรื่องของความรู้สึก พี่ก็ไม่อยากโกหกตัวเองต่อไปอีกแล้ว มันก็เหมือนอย่างที่อิฐว่าไว้ พี่ยังคงรักเอกอยู่”

“มันถึงเวลาที่พี่ควรจะเผชิญหน้าและบอกความจริงกับเขาสักที ยังไงร่างพี่ต้องย้ายออกมาจากโรงพยาบาลนั่น สุจิตราไม่ปล่อยพี่ไว้แน่”

“พี่หมายความว่าไงครับพี่น้ำ” ผมถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ พี่น้ำคิดจะทำอะไรกันแน่

“พี่จะเล่าเรื่องของเราให้เอกฟัง”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด