ตอนที่แล้วตอนที่ 19-20
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 23-24

ตอนที่ 21-22


กำลังโหลดไฟล์

ตอนที่ 21 : วิชาขัดสวรรค์สะท้านดวงดาว

“จงหยุดนิ่ง!”

เสียงเบาค่อยเผยออก มันราวกับพลังวิเศษอันไร้ขีดจำกัด ห้วงมิติและเวลาถึงกับถูกจองจำ!

ลั่วฉวนยกมือขึ้นพร้อมชี้ออกไปยังความว่างเปล่า

กึก กึก กึก...

เสียงอันสดใสดังขึ้น มันราวกับบทเพลงอันแสนวิเศษที่เข้าปะทะกลางใจผู้คน

ทุกครั้งที่เสียงดนตรีดัง ลำแสงจะระเบิดออกกลางฟากฟ้า

“ได้อย่างไรกัน?!”

ที่อยู่ไม่ไกลห่าง ฉู่หยุนเฟยเผยออกซึ่งความหวาดกลัว

ภาพฉายจิตวิญญาณของฉู่หยางผิงส่งคลื่นความผันแปรออกมา เห็นได้ชัดว่าตัวเขาไม่คาดคิดว่าการโจมตีของตนจะถูกสลายหายง่ายดายเช่นนี้

“อย่าได้สร้างเรื่องให้ยุ่งยาก”

เพียงครู่ลมหายใจ ลำแสงทั้งหมดสลายหายแตกกระจาย ลั่วฉวนส่งสายตามองทางภาพฉายจิตวิญญาณของฉู่หยางผิงบนฟากฟ้า

ฉู่หยางผิงพลันต้องสะท้านขึ้นในหัวใจ

ลั่วฉวนทำท่าคว้าจับ และดวงจันทราสีเงินนั้นแรกเริ่มเพียงลอยค้างในฟากฟ้า ขณะนี้มันสั่นเทิ้มแล้ว

ฉู่หยางผิงเผยสีหน้าแปรเปลี่ยนรุนแรง เพราะเขาทราบว่าตนสูญเสียการควบคุมจันทราสีเงินที่อัญเชิญออกมาแล้ว!

อัญเชิญจันทราสีเงิน เคล็ดวิชาระดับสูงแห่งตำหนักจันทราสีเงิน ขณะนี้กำลังเผชิญเรื่องราวเกินผู้ใดคาดคิด

จันทราสีเงินสูญเสียการควบคุม การโจมตีอันยิ่งใหญ่ของฉู่หยางผิงไม่อาจใช้งานได้อีก!

ยิ่งไปกว่านั้น สายตาของอีกฝ่ายยังเผยซึ่งความหวาดกลัว จันทราสีเงินที่ควรเป็นเสมือนมายา ขณะนี้ได้ถูกทำให้กลายเป็นมีตัวตนวัตถุ!

“วิชานี้ ขอตั้งชื่อว่าขัดสวรรค์สะท้านดวงดาว!”

เสียงเบาเผยออกดังให้ได้ยิน

ลั่วฉวนตั้งชื่อวิชาซึ่งตนจดจำได้จากชีวิตก่อนหน้า

จันทราสีเงิน ขณะนี้แข็งค้างอยู่กลางฟากฟ้า ขนาดของมันยิ่งมายิ่งใหญ่โต

กล่าวให้ถูกต้องยิ่งกว่า คือจันทราสีเงินนั้นกำลังเคลื่อนคล้อยเข้าใกล้!

แรงกดดันชวนสะพรึงบดขยี้ลงสู่นครจิ่วเหยาที่เบื้องล่าง ภาพฉายจิตวิญญาณของฉู่หยางผิงที่อยู่กลางอากาศคือตัวตนแรกที่ต้องแบกรับ!

ภาพฉายจิตวิญญาณ มันก็เปรียบดังเครื่องฉายภาพยนตร์คุณภาพต่ำ ขณะนี้เกิดคลื่นแทรกซ้อนจนสว่างวูบวาบสลับดำมืด

ขณะเดียวกันนี้เองที่ค่ายอาคมคุ้มกันนครจิ่วเหยาทำงานเต็มกำลัง โล่แห่งแสงพลันเข้าปกคลุมทั้งเมือง

นับเป็นโชคดีที่ภาพฉายจิตวิญญาณนั้นไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มกันของค่ายอาคม

ค่ายอาคมประจำเมืองเผยตัวออก ประชากรแห่งนครจิ่วเหยาอดไม่ได้ที่จะสั่นกลัวขณะรับชมจันทราสีเงินซึ่งร่วงหล่นลงมา!

มนุษย์ผู้ใดจะมีกำลังต้านทานอำนาจแห่งฟ้าดินเช่นนี้ได้?!

“ถึงกับลงมือได้ชวนสะพรึงเพียงนี้? หรือจะมีผู้ยิ่งใหญ่อยู่ในนครจิ่วเหยา?”

“ที่น่าหวั่นเกรงยามนี้ คือค่ายอาคมคุ้มกันนครจิ่วเหยาจะหยุดยั้งการโจมตีนั่นได้หรือไม่? ครั้งนี้พวกเราอาจต้องตกตายกันแล้ว!”

“นี่เป็นศึกระหว่างทวยเทพแล้ว ไฉนจึงดึงสามัญชนไปข้องเกี่ยว...”

ผู้คนนับไม่ถ้วนเริ่มเผยความขมขื่นผ่านทางสีหน้า

ใจกลางนครหลวง

จักรพรรดิแห่งเทียนชิง จี้อู๋ฮุยพลันต้องลุกขึ้นยืน สายตาจับจ้องดวงจันทราสีเงินที่อยู่บนฟากฟ้าไกลห่าง ใบหน้าของผู้สูงศักดิ์ยามนี้ไม่อาจสงบใจลงได้อีกต่อไปแล้ว

“พลังเช่นนี้... เกรงว่าจะเหนือล้ำเสียยิ่งกว่าขอบเขตทดสอบเต๋า ไม่นึกเลยว่านครจิ่วเหยาจะมีผู้แข็งแกร่งเช่นนี้คงอยู่ นึกว่าจะมีตัวตนเช่นนั้นอยู่แต่ภายในเทือกเขาจิ่วเหยาเสียอีก”

“คงได้แต่ต้องคาดหวังแล้ว ว่าผู้อาวุโสท่านนั้นจะยั้งมือ ไม่เช่นนั้นนครจิ่วเหยาคงได้จบสิ้น...”

คำเมื่อกล่าวจบ ความขื่นขมก็ปรากฏผ่านทางสีหน้า

แม้ว่าจักรวรรดิเทียนชิงจะเลิศล้ำในสายตาของสามัญชน ทว่าจี้อู๋ฮุยทราบดีแก่ใจว่าทวีปเทียนหลันกว้างใหญ่เพียงใด จักรวรรดิเทียนชิงก็เปรียบดังดาวน้อยในหมู่ดาวอันกว้างใหญ่ไพศาล

ฉู่หยางผิงหันมองที่ดวงจันทราสีเงินซึ่งร่วงหล่นจากฟากฟ้า ภายในขณะนี้ตื่นตระหนกเป็นล้นพ้น!

อันตราย!

อันตรายเกินไปแล้ว!

จันทราสีเงินที่เคลื่อนคล้อย มันทำให้เขาได้ตระหนักถึงวิกฤตชีวิตที่เข้าใกล้ความตาย!

ตอนที่ 22 : การตัดสินใจของตำหนักจันทราสีเงิน

แม้เรื่องราวเป็นเช่นนี้ ทว่าฉู่หยางผิงไม่อาจหลบหนี เพราะตัวเขาได้ตกเป็นเป้าของพลังแห่งดวงจันทราสีเงินแล้ว!

จันทราสีเงินนั้นรวดเร็ว เพียงพริบตาก็เผยออกซึ่งเส้นทางเคลื่อนคล้อยที่มีอัคคีเพลิงลุกโชนเป็นทางอยู่เหนือศีรษะของฉู่หยางผิง!

อำนาจชวนสะพรึงสะกดลงมา ค่ายอาคมคุ้มกันนครจิ่วเหยาขณะนี้แทบจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า!

ด้วยฐานะจ้าวตำหนักจันทราสีเงิน เขาคือยอดฝีมือของขั้วอำนาจใหญ่ที่ขอบเขตทดสอบเต๋าระดับสูงสุด ดังนั้นตัวเขาจึงไม่อาจหลบหนี และตัวฉู่หยางผิงก็ไม่อาจต้านรับการลงมือครั้งนี้ไว้ได้!

ภาพฉายจิตวิญญาณขนาดกว่าพันเมตรของฉู่หยางผิงตัดสินใจลงมือ

แขนขนาดยักษ์ชูขึ้น มันราวกับคิดค้ำยันดวงจันทราสีเงินซึ่งร่วงหล่น!

ขนาดของดวงจันทราสีเงินนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ภาพฉายจิตวิญญาณขณะนี้ไม่ต่างอะไรกับหนอนที่คิดค้ำยันต้นไม้ใหญ่!

ตู้ม...

เสียงดังสนั่นบังเกิด ผู้คนนับไม่ถ้วนแห่งนครจิ่วเหยาต่างหวาดกลัวจนแทบสิ้นใจ

แสงสุกสว่างสีเงินทะลักล้นออกจากดวงจันทราสีเงิน คลื่นพลังทำลายล้างเริ่มแผ่กระจายออกทั่วทิศ

แทบจะในทันทีนี้ แขนของภาพฉายจิตวิญญาณได้ระเบิดออก ห้วงมิติที่ตั้งอยู่บริเวณนั้นจึงเริ่มบิดเบี้ยวเพราะแรงกดดันอย่างมหาศาล สรรพสิ่งจึงเลือนหาย!

สรรพสิ่งเลือนหาย!

ห้วงมิติรอบด้านแตกสลายกลายเป็นไม่อาจมีสิ่งใดคงสภาพอยู่ได้!

พื้นที่อันดำมืดปรากฏขึ้นบริเวณที่ดวงจันทราสีเงินเข้าปะทะกับแขนยักษ์เมื่อครู่!

แน่นอนว่าเรื่องราวไม่ใช่จบที่ตรงนี้ ทว่าเป็นเพียงเพิ่งเริ่มต้น

ดวงจันทราสีเงินคล้ายยังไม่สิ้นแรง การเคลื่อนคล้อยยังคงดำเนินอยู่

ทว่าภาพฉายจิตวิญญาณของฉู่หยางผิงไม่อาจต้านรับได้อีกต่อไปแล้ว ใบหน้าอีกฝ่ายขณะนี้ถึงกับแตกสลายออกเป็นเศษซาก!

แม้เป็นเช่นนั้น เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องใดกับผู้คนของนครจิ่วเหยา

เพราะขณะนี้ ที่พวกเขาต่างสนใจคือดวงจันทราสีเงินที่ยังเคลื่อนคล้อยเข้ามาใกล้!

“ออกไปให้พ้นทาง”

เสียงเบาเผยออกดังให้ทุกผู้คนได้ยิน

เสียงนี้ไม่ใช่ดัง ทว่าสะท้อนดังทั่วทั้งนครจิ่วเหยา

มันราวกับวาจาสิทธิ์ ดวงจันทราสีเงินนิ่งค้างกลางอากาศ

เพียงชั่วลมหายใจ มันได้แปรเปลี่ยนเป็นพลังงานกระจายหายวับ

ณ ตำหนักจันทราสีเงิน โถงประชุมใหญ่

วันนี้ คณะผู้อาวุโสแห่งตำหนักจันทราสีเงิน รวมถึงศิษย์เอกทั้งหลายต่างมารวมตัวกัน ที่เบื้องหน้าคือบุคคลที่ทุกฝ่ายคุ้นหน้าเป็นอย่างดี เป็นฉู่หยางผิงที่เพิ่งปรากฏตัวผ่านภาพฉายจิตวิญญาณที่นครจิ่วเหยา

การรวมตัวกันวันนี้ ก็เพื่อบุกเข้าสู่เทือกเขาจิ่วเหยา

ระหว่างการสนทนา สีหน้าของฉู่หยางผิงได้แปรเปลี่ยนอย่างมหาศาล กระทั่งว่ากระอักเลือดออกเซ็นซ่าน

สีหน้าที่อหังการแต่เดิมกลายเป็นซีดเผือด ออร่าภายในร่างต้องแปรปรวน

“จ้าวตำหนัก!”

“ท่านจ้าวตำหนัก!”

“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?!”

……

ผ่านไปครู่ ฝูงชนจึงค่อยอุทานเผยออกซึ่งความวุ่นวายอึกทึก

ใบหน้าของฉู่หยางผิงเย็นเยียบ “เศษเสี้ยววิญญาณในจี้หยกที่ข้ามอบให้หยุนเฟยไว้แตกดับไปแล้ว”

คำเพียงกล่าวออก สีหน้าทุกผู้คนจึงต้องแปรเปลี่ยน

ถึงกับทำให้เศษเสี้ยววิญญาณของฉู่หยางผิงแตกดับได้ เช่นนั้นย่อมต้องเป็นผู้เก่งกาจมากล้ำ!

ขณะนี้เองที่สตรีผู้หนึ่งพลันโพล่งเข้ามาในห้องโถง สีหน้าของนางเผยซึ่งความตื่นตะลึง

“ไม่ดีแล้ว ดวงไฟแห่งชีวิตของหยุนเฟยหายไปแล้ว!”

สตรีผู้นี้คือภรรยาของฉู่หยางผิง ดวงตาของนางเผยซึ่งความขื่นขม

“ว่าอะไรนะ!”

ฉู่หยางผิงตื่นตะลึงยามได้ทราบความ ดวงตาขณะนี้หมองหม่นก่อนร่างจะทรุดลงกับพื้น

แม้ฉู่หยุนเฟยเป็นคนอารมณ์ร้อนและดื้อรั้น กระนั้นไม่ว่าอย่างไรก็เป็นสายเลือด ดังนั้นทุกวี่วันพวกเขาจึงปรนเปรออีกฝ่ายอย่างเต็มที่

ครั้งเศษเสี้ยววิญญาณของเขาแตกดับ ฉู่หยางผิงก็คาดเดาได้แล้วว่าฉู่หยุนเฟยเผชิญหน้าศัตรูที่แข็งแกร่ง

กระนั้นก็หาได้คาดคิดไม่ ว่าเพียงระยะเวลาอันสั้น สายเลือดเพียงหนึ่งเดียวของตนจะถูกสังหารที่นครจิ่วเหยา!

ใบหน้าฉู่หยางผิงเย็นเยียบ พลังวิญญาณอันชั่วร้ายบังเกิดขึ้นทั่วทั้งร่าง ผู้คนรอบด้านต่างไม่กล้าพูดกล่าวเพราะเกรงว่าจะไปสะกิดอะไรเข้า

แม้ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องราวใดขึ้น ทว่าฉู่หยางผิงทราบดีถึงสถานที่ซึ่งเศษเสี้ยววิญญาณของตนแตกดับที่นครจิ่วเหยา

“ส่งถ่ายคำสั่งออกไป ผู้อาวุโสทั้งหมดในตำหนักให้เดินทางไปนครจิ่วเหยาพร้อมกับข้า! เรื่องราวที่เกิดขึ้นจี้อู๋ฮุยต้องมีคำตอบ!”

ฉู่หยางผิงออกบัญชาการด้วยตนเอง

“จ้าวตำหนัก เทือกเขาจิ่วเหยานั้นสำคัญยิ่งยวด หากเดินทัพสู่นครจิ่วเหยา ข้าเกรงว่า...”

ชายชรากัดฟันแน่น เป็นเขาไม่อยากกล่าวทว่าก็ต้องกล่าว

“ไม่เป็นไร ข้าจะรับผิดชอบผลที่ตามมาเอง!”

ครั้งนี้ ฉู่หยางผิงสูญเสียความนึกคิดเพราะโทสะ เรื่องอื่นใดมีหรือเขาจะสนใจ?

ยิ่งไปกว่านั้น ตำหนักจันทราสีเงินอย่างไรก็เป็นเพียงแนวหน้าบุกเข้าไป นอกจากนี้สถานการณ์ทางด้านเทือกเขาจิ่วเหยาเพียงเพิ่งเริ่ม ทว่าเรื่องราวที่กำลังจะดำเนินนี้ มันต้องทำให้ขนาดครึ่งทวีปเทียนหลันต้องสะท้านสะเทือน

......

ไม่พลาดการอัพเดตตอนใหม่ ติดตามได้ที่ : https://bit.ly/32ciG6V

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด