ตอนที่แล้วEP.79 เนียร์ผู้เสียสละ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปEP.81 เลือดบริสุทธ์

เหงื่อของเลนซี่ที่ไหล่ออกมาตามตัวทำให้ผมรู้ได้ว่า

เขากำลังรวบรวมพลังที่มีทั้งหมดไปที่มีดดาบของเขา

แต่นี่ก็คือโอกาสเดียวของผมที่จะรวบรวมพลังขึ้นมา

เหมือนกัน ผมตั้งสมาธิที่มีทั้งหมดเพื่อโฟกัสพลัง KI

ไปยังที่ฝ่ามือจนทำให้มันไปกระทบกับใบมีดที่อยู่ในมือ

ของเลนซี่ถึงมันจะร้อนมากแค่ไหนแต่ผมก็ตัดสินใจที่จะไม่

โยนมันทิ้งแน่นอน

 

 

 

 

    ปัญหาเดียวที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็คือร่างกายทั้งตัวของผม

อ่อนแอจนเกินไปและตัวผมเองก็ไม่ได้มีพลัง Ki มากพอ

ที่จะใช้รักษาทุกส่วนในร่างกาย ตอนนี้สิ่งที่รู้สึกได้ก็คือ

ใบหน้าของผมเริ่มไหม้และดูเหมือนว่าจะละลายไปใน

อีกไม่ช้า

 

 

 

 

<สกิล Mana Eater เริ่มเปิดใช้งาน>

<คุณสมบัติไฟ +1>

<คุณสมบัติไฟ +1>

<คุณสมบัติไฟ +1>

…………..

 

 

 

 

   เสียงการแจ้งเตือนยังคงดังก้องอยู่ในหัวผม ยิ่งเสียงดัง

มากขึ้นเท่าไหร่ เปลวไฟที่อยู่ในตัวผมก็จะเพิ่มมากขึ้น

เท่านั้นและมันก็จะดูเหมือนว่าแย่ไปยิ่งกว่าเดิม

 

 

 

 

    “มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ?!” เลนซี่ตะโกนออกมาดัง

พร้อมกับพยายามที่จะดึงมีดดาบกลับไป 

 

 

 

 

    เขาพยายามที่จะเตะผมอยู่หลายต่อหลายครั้ง

จนเลือดตามลำตัวผมเริ่มไหลออกมาอย่างไม่หยุด

แต่ผมเองก็เลือกที่จะไม่ยอมปล่อยจนกว่าผมจะได้รับ

พลังไฟทั้งหมด

 

 

 

 

“นายนี่มันโง่จริงๆ! ยอมตายไปง่ายๆสะก็จบ” เลนซี่

จู่โจมผมเรื่อยๆอย่างไม่หยุดเพื่อหวังแค่ว่าเขาจะดึง

ดาบกลับไปให้ได้ 

 

 

 

 

     และเสียงแจ้งเตือนก็หยุดลงในที่สุดผมจึงปล่อยมือออกจาก

เลนซี่จนทำให้เขากระเด็นถอยหลังไปนิดนึง ร่างกายผมมีแต่

รอยแผลเต็มไปหมดและความรู้สึกอ่อนแอก็กลับมาอีกครั้ง

ถุงมือที่ได้มาแข็งแกร่งกว่าที่ผมคิดไว้และผมก็รู้สึกว่ามีอะไร

เหลวๆไหลออกมาจากถุงมือและจะดูเหมือนว่าชิ้นส่วนกระดูก

ของผมมีการแตกหัก ใบหน้าของผมตอนนี้ครึ่งนึงมีรอยไหม้

ที่มาจากเปลวไฟและซีโครงผมที่ปวดขนาดนี้คงเป็นเพราะ

จากแรงเตะของเลนซี่

 

 

 

 

      ทุกสิ่งที่ผมทำล้วนแล้วมาจากสัญชาติญาณทั้งนั้น

มีเพียงสองอย่างที่ผมเองก็ยังไม่แน่ใจกับมันเท่าไหร่

อย่างแรกคือ Mana eater จะทำงานก็ต่อเมื่อใช้กับ

อาวุธที่ทำมาจาก คริสตรัลของสัตว์เวทมนตร์เท่านั้น

เพราะถ้าสังเกตุว่าใช้กับอาวุธธรรมดาทั่วไปก็จะ

ไม่มีประโยชน์อะไรเลยแต่กับการต่อสู้ที่ผ่านมาผมพบ

ว่ามันทำงานได้ดี แต่ผมเองก็ยังต้องการเช็คอะไรอีก

สักอย่าง

 

 

 

 

       ผมยกหมัดทั้งสองขึ้นมาตั้งท่าพร้อมที่จะต่อสู้อีกครั้ง

ถุงมือในมือผมส่องประกายแสงสีส้ม แดงออกมาและ

ความรู้สึกร้อนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนเปลวไฟก่อตัวล้อมรอบ

ไปจนถึงแขนของผม จนลามไปถึงนิ้วของผมก็ถึงปกคลุม

ไปด้วยเปลวไฟเป็นที่เรียบร้อย

 

 

 

 

    อย่างที่สองก็คือผมสามารถใช้พลัง Ki ร่วมกับพลังอื่นๆได้

ตามหลักการที่ผมคิดคือ Mana และ Ki คือสิ่งเดียวกันแต่ผู้คน

ใช้วิธีไหนในการใช้ Mana ทำให้เปลวไฟขึ้นมาได้และตอนนี้

ตัวผมเองก็สามารถพลัง Ki และ Mana ในการให้ไฟขึ้นมาแล้ว

ผมจะใช้พลังนี้ไปกระตุ้นเซลล์ในร่างกายและถุงมือเพื่อที่จะ

สร้างอาวุธไฟด้วยตัวผมเอง

 

 

 

 

    “นายมันคือปีศาจชัดๆ พวกเราคิดถูกแล้วที่คิดจะ

กำจัดนายให้จบๆไปสะ”

 

 

 

 

    เลนซี่พยายามที่จะใช้ดาบที่ปกคลุมด้วยเปลวไฟโจมตีผม

และตั้งใจเหวี่ยงดาบมาที่ถุงมือแต่มันก็ทำให้หน้าของเขา

ตกลงไปที่พื้นเพราะความสามารถของพลัง Mana Eater

คือการดึงดูดไฟออกได้อย่างดี มันไม่ได้หยุดไฟหรือยืมมันมา

แต่มันเหมือนกับการขโมยจากคนนึงและเพิ่มพลังทั้งหมด

มาในร่างกายของผม

 

 

 

 

      ผมเดินเข้าไปใกล้ๆเลนซี่และดึงมืดดาบในมือของเขา

ออกมาพร้อมกับยกไปหน้าเขาขึ้นและยกตัวเขาสูงให้ลอย

บนอากาศ

 

 

 

 

     “ไม่ ไม่ ไม่” เลนซี่กรีดร้อง

     

 

 

 

 

 

     ใบหน้าของเลนซี่เริ่มไหม้อย่างช้าๆจนเปลวไฟลามไปยังร่างกาย

จนแทบจะเกรียมไหม้ พลังของผมเริ่มเบาลงช้าและหายล่วงลงไป

บนพื้นในที่สุด

 

 

 

 

     แกรี่ค่อยๆเดินเข้ามาหาผมด้วยสภาพที่ยังไม่ค่อยโอเค

เท่าไหร่นักแต่เขาเองก็พยายามรวบรวมพลังที่มีทั้งหมด

เดินเข้ามา

 

 

 

 

      “เรย์! ทั้งแขนและใบหน้าของนายเหมือนจะมีรอยไหม้

เล็กน้อย ฉันต้องรีบพานายไปโรงพยาบาลให้ไวที่สุด!” แกรี่พูด

ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและน้ำตาที่ไหลตกลงมากจาดวงตา

ทั้งสองข้าง

 

 

 

 

     ผมอยากจะตอบสิ่งที่แกรี่พูดแต่ปากของผมก็ละลาย

ไปบางส่วนแล้ว

 

 

 

 

     และทันใดนั้นก็มีเงาของใครบางคนที่กำลังเดินเข้า

มาหาพวกเราอย่างช้าๆและทันทีที่ผมเริ่มมองเห็นได้ชัด

ก็พบว่านั่นคือมาสเตอร์เค

 

 

 

 

       “แกรี่ ! นายไปต่อสู้กับอะไรมาทำไมเป็นหนักได้ขนาดนี้”

เขาร้องถามด้วยน้ำเสียงที่ตกใจและเป็นกังวล

 

 

 

 

        “พวกเขาไม่อยู่แล้วครับแต่เรย์กำลังต้องการความช่วยเหลือ”

 

 

 

 

       มาสเตอร์เคเริ่มสำรวจพื้นที่ๆอยู่รอบๆเขาก็พบว่ามีร่องรอย

ของไฟไหม้และรอยยิงธนูอยู่ในทุกพื้นที่ เหล่าพวกต้นไม้ที่เคย

สีเขียวสดใสก็กลายเป็นต้นสีดำเพราะเปลวไฟที่ลุกลาม สิ่งที่เหลือ

ที่ไว้มีแค่ร่องรอยพวกนี้และก็อาวุธของเขาเพียงเท่านั้น

 

 

 

 

       มาสเตอร์เคหยิบอาวุธที่วางอยู่ที่พื้นขึ้นมาก็สังเกตุได้ว่า

นี้คืออาวุธชิ้นสีแดงที่เลนซี่เคยใช้อยู่เป็นประจำ

 

 

 

 

         “ต้องคือพวกเขาแน่ๆ เรื่องนี้ผมคงต้องแจ้ง วินฟอร์ต”

 

 

 

 

     ในขณะที่มาสเตอร์เคกำลังวุ่นวายกับการสำรวจความเสียหาย

บริเวณรอบๆและหาร่องรอยที่คนร้ายทิ้งไว้ ก็มีอัศวินสายดำสี่คน

เดินเข้ามาหาพวกเรา พวกเขาคือนักเรียนชั้นปีที่สาม เขาเข้ามา

ช่วยพยุงทั้งผมและแกรี่ไปหาที่นั่งพัก

 

 

 

 

         ดวงตาของผมช่างอ่อนล้าและร่างกายทั้งตัวก็ถูกเผาไหม้

สิ่งเดียวที่จะดีที่สุดสำหรับผมตอนนี้คือหลับตาทั้งคู่ลงเพื่อพักผ่อน

 

 

 

 

        เมื่อผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่านี่คือที่ๆผมคุ้นเคยนั่นเอง

จะเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจากโรงพยาบาล ผมรู้สึกถึงความหนักที่

ตรงบริเวณช่วงขาและเมื่อมองไผก็พบว่าซอลเวียกำลังนอนทับ

ขาของผมอยู่

 

 

 

 

      “เธอนอนอยู่ที่นี่มาทั้งคืนแล้ว” แกรี่พูด

 

 

 

 

       และเมื่อผมมองไปที่ด้านซ้ายก็พบว่าแกรี่เองก็นอนอยู่

บนเตียงของโรงพยาบาลเหมือนกัน ร่างกายของพวกเราทั้ง

คู่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลแต่ตอนนี้พวกเราน่าจะกลับมาเป็น

ปกติแล้ว

 

 

 

 

     และทันใดนั้นซอลเวียก็ลืมตาขึ้น

 

 

 

 

     “เรย์….” เธอเรียนผมด้วยเสียงที่เบาและฟังค่อนข้าง

ตกใจที่ไหนที่สุดผมก็ฟื้นสักที

 

 

 

 

           “เรย์ ในที่สุดนายก็ฟื้นขึ้นมาสักที” ซอลเวียพูดประโยค

เดิมๆแบบนี้กับผมวนไปวนมาอยู่หลายครั้ง

 

 

 

 

       “ผมหลับไปนานเท่าไหร่” 

 

 

 

 

       “สามวันแล้วหล่ะที่นายหมดสติไป”

 

 

 

 

     ผมรีบเอามือขึ้นมาจับใบหน้าของตัวเองในทันที

เพราะผมจำได้ว่ามีหลายจุดที่เป็นรอยไหม้จากเปลวไฟ

แค่นั้นยังไม่พอริมฝีปากของผมละลายรวมกันแต่ตอนนี้

ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติแล้ว และเมื่อ

มองไปยังมือทั้งสองข้างก็พบว่ารอยแผลที่มีก็กลับ

มาเป็นปกติ

 

 

 

 

       “นายไม่ต้องกังวลไปเรย์ ทุกอย่างในร่างกายนาย

กลับมาเป็นเหมือนปกติแล้ว”

 

 

 

 

      “เป็นไปได้ไง?” ผมถามด้วยความงง

 

 

 

 

      “นั่นเป็นสิ่งที่เราอยากรู้เหมือนกันแต่พวกเราก็ไม่รู้จริงๆ

ดูเหมือนว่าร่างกายของนายจะมีการรักษาด้วยตัวเอง 

ทั้งรอยแผลไหม้และบาดแผลภายในต่างๆ หรือทุกอย่าง

ก็กลับมาเหมือนเดิมแล้ว ทั้งทีหมอและพยาบาลต่างพากัน

ตกใจเพราะร่างกายของนายค่อนข้างแปลก จากที่ฉันไปค้นหา

ข้อมูลจากในตำรามาก็เจอว่าร่างกายของนายเหมือน………”

และซอลเวียก็หยุดพูด

 

 

 

 

       “เหมือนกับอะไร?”

 

 

 

 

      “ร่างกายของนายสามารถรักษาตัวเองได้เหมือนกับ

พวกสัตว์เวทมนตร์ ยิ่งมีเวลาในการพักฟื้นมากเท่าไหร่

พลัง Ki ในตัวนายก็จะทำหน้าที่รักษาบาดแผลที่เกิดขึ้น

ให้กลับมาสมบูรณ์แบบในที่สุด”

 

 

 

 

         “เรย์ ฉันเห็นร่างกายของนายตอนมาถึงที่นี่ พวกเราทุกคนเห็น

จากสภาพนายแล้วคิดว่านายอาจจะต้องอยู่ในสภาพนั้นตลอดไป

มันเกิดอะไรขึ้นกับพวกนายกันแน่?”

 

 

 

 

        จากนั้นพวกเราก็ตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้กับ

ซอลเวียฟัง ทั้งวิธีการที่เหล่าพวกคนร้ายเข้ามาจู่โจมเราหรือ

เรื่องที่หนึ่งในคนที่อยู่ภายใต้หน้ากากสีแดงนั้นคือเลนซี่ 

แต่เธอเองก็ดูไม่ตกใจกับเรื่องที่พวกเราเล่าให้ฟัง

 

 

 

 

           เธอพูดขึ้นมาว่าเหมือนตอนที่เปลวไฟฟขึ้นมา เธอเอง

ก็ถูกโจมตีด้วยชายคนนึงที่ส่วมหน้ากากเหมือนกันและเมื่อ

เธอมองหาเลนซี่เพื่อที่จะขอความช่วยเหลือแต่ก็หาเขาไม่เจอ

จนทำให้ไม่มีทางเลือกและเดินทางกลับหอพักทันที

 

 

 

 

         หลังจากที่พวกเราทั้งสามคนได้ผลัดกันประติดประต่อ

เรื่องราววุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ๆประตูก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ

ผมค่อนข้างตกใจเมื่อคนที่เปิดเข้ามานั้นคือรูมเมทของพวกเรา

นี่เอง แต่ไม่เพียงเท่านั้นยังมีฝาแฝดผมแดงเดินเข้ามาด้วย 

ผมจำทั้งพวกเขาได้ดีจากการเทรนนิ่งอัศวินมังกรในวันนั้น

หลังจากที่ทุกคนเดินเข้ามากันหมดแล้ว มาสเตอร์เคก็เดินเข้ามา

พร้อมกับปิดประตูลง

 

 

 

 

       อะไรเกิดขึ้นกันแน่ ผมชักงงไปหมดแล้ว




คะแนน 3.4
กรุณารอสักครู่...