ตอนที่แล้วตอนที่ 33 เพียงแค่คิดถึง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 35 วันแห่งการฝึกฝน

ตอนที่ 34 จบลงอย่างสมบูรณ์


ตอนที่ 34 จบลงอย่างสมบูรณ์

"พี่ชาย!"

เสียงเรียกและมือเล็กๆที่เอื้อมมาจับมือของเขาเอาไว้ทำให้มู่อี้ตื่นจากภวังค์ทันที เขาก้มลงไปมองเนี่ยนหนิวเอ้อร์อยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี

เรื่องที่เกิดขึ้นกับเนี่ยนหนิวเอ้อร์ทำให้เขานึกถึงตัวเองอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าพ่อแม่ของตนเองนั้นเป็นใครและเขาก็ไม่มีความทรงจำใดๆก่อนอายุ 6 ขวบเลย ความทรงจำส่วนใหญ่ของเขาเกี่ยวข้องกับชายชราเท่านั้น พูดได้เลยว่าชายชราคือผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเขามากที่สุด

หลังจากชายชราจากไปเขาก็เหมือนสูญเสียทุกๆอย่าง จึงทำให้เขาเข้าใจความรู้สึกของเนี่ยนหนิวเอ้อร์ในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี

หลังจากมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่งมู่อี้ก็ถามขึ้นมาเบาๆว่า "เนี่ยนหนิวเอ้อร์อยากจะตามพี่ชายออกไปไหม?"

ก่อนหน้านี้การไม่มีพ่อและแม่ทำให้มู่อี้รู้สึกกดดันอยู่เล็กน้อย แต่เขารู้สึกรักและเอ็นดูเนี่ยนหนิวเอ้อร์และบางทีประสบการณ์ในวัยเด็กของเขาอาจจะมีประโยชน์สำหรับนาง เขารู้สึกได้ว่าเนี่ยนหนิวเอ้อร์เป็นเหมือนกับน้องสาวจริงๆของเขาเลย

เขาอยากจะดูแลน้องสาวคนนี้ให้มากกว่านี้

"อื้ม" เนี่ยนหนิวเอ้อร์พยักหน้า หลังจากแม่ของนางจากไปนางก็คิดว่ามู่อี้คือคนที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับนางมากที่สุด

ในตอนนี้มู่อี้ก็ได้ยินเสียงที่ดังมาจากสวนหลังบ้าน หลังจากได้ยินคำตอบของเนี่ยนหนิวเอ้อร์เขาก็เดินออกมาจากป่าไผ่และเห็นว่ซูจงซานกำลังยืนอยู่พร้อมน้ำตาบนใบหน้า

มู่อี้สูดหายใจเข้าลึกๆแต่เขาก็เดินไปที่ด้านหน้าของอีกฝ่ายและก้มศีรษะลงพร้อมกับพูดว่า "ข้าต้องขอโทษด้วย ข้าไม่อาจส่งลูกสาวของท่านกลับไปเกิดใหม่ได้"

ซูจงซานเช็ดน้ำตาของเขาออกและส่ายศีรษะ "มันไม่ใช่ความผิดของท่านนักพรตหรอก ข้าเข้าใจลูกสาวของข้าเป็นอย่างดี ถ้าหากว่านางไม่ต้องการจะไปไม่ว่าใครก็บังคับนางไม่ได้ แต่ไม่คิดเลยว่านางจะไม่อยากเห็นหน้าข้าที่เป็นพ่อของนางอีกแล้ว"

"นั่นเป็นเพราะว่านางไม่อยากจะทำให้ท่านผู้อาวุโสซูต้องโศกเศร้าไปมากกว่านี้ขอรับ นางคงรู้ดีว่าการมาบอกลาท่านผู้อาวุโสซูในสภาพที่วิญญาณกำลังจะแตกสลายคงเป็นเรื่องที่โหดร้ายเกินไป" มู่อี้สามารถเข้าใจความคิดของมารดาของเนี่ยนหนิวเอ้อร์ได้ นางไม่ได้มีความรู้สึกโกรธเคืองพ่อแม่ของตนเองหลงเหลืออยู่เลย

แต่นางคือคนผิดหรือไม่? ในสายตาของทุกๆคนตอนนี้นางคือคนผิดของเรื่องนี้และนางเองก็ไม่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้เลย แต่ในความคิดของนางนั้นนางไม่ใช่คนผิดแต่นางก็มีส่วนผิดอยู่ด้วยเช่นกัน นางมีความผิดอย่างรุนแรงที่ทำให้คนที่รักนางต้องโศกเศร้าเสียใจ

ท้ายที่สุดแล้วมันก็ไม่สำคัญว่านางจะผิดหรือถูกอีกต่อไป นางได้ฝากให้มู่อี้ช่วยดูแลเนี่ยนหนิวเอ้อร์ นอกจากนี้นางยังทำให้มู่อี้ได้มีความสัมพันธ์กับตระกูลซูด้วยเช่นกัน แม้ว่าตระกูลซูอาจจะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคตแต่ความสัมพันธ์นี้ก็สามารถช่วยเหลือมู่อี้ได้

"ช่างเป็นเด็กที่โง่เขลาจริงๆ" ซูจงซานกัดฟันพูดออกมา

"ท่านผู้อาวุโสซูไม่ต้องเสียใจไปหรอกขอรับ นางบอกเองว่าทุกสิ่งทุกอย่างคือสิ่งที่นางเลือกเองและนางไม่มีทางเสียใจกับสิ่งที่เลือกแน่นอน แต่นางรู้สึกว่านางยังติดค้างท่านผู้อาวุโสอยู่ขอรับ" มู่อี้พูดต่อไป

ความจริงแล้วความทรงจำของเขาที่หายไปนั้นเขาไม่เคยรู้สึกเสียดายมันเลย ถ้าหากว่าเขาเลือกได้อีกครั้งเขาก็อยากให้เป็นเหมือนเดิมแบบตอนนี้ ในโลกใบนี้เขาไม่ต้องการให้หัวใจของตนเองต้องมีความทรงจำที่น่าเศร้าใจไปมากกว่านี้และเขาไม่อยากให้หัวใจของตนเองหลงทางอยู่ภายในโลกที่ชั่วร้าย

เมื่อคิดถึงช่วงเวลา 8 ปีที่เขาได้เดินทางไปยังที่ต่างๆมากมายมู่อี้ก็รู้สึกขอบคุณท่านปู่ของเขาเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าในช่วงเวลา 8 ปีที่ผ่านมาท่านปู่จะไม่ได้สอนอะไรเขาในเรื่องเกี่ยวกับลัทธิเต๋าเลย เขาไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการบ่มเพาะทางจิตวิญญาณเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่บ่มเพาะจิตใจของตนเองไปเรื่อยๆเท่านั้น

ถ้าหากไม่มีคำสอนของท่านปู่และประสบการณ์มากมายที่ผ่านมาตลอด 8 ปีนั้นก็คงไม่มีมู่อี้ในทุกวันนี้และการบ่มเพาะของเขาก็จะเชื่องช้าลงไปมาก

นี่คือความจริงที่เขารู้สึกได้

และเมื่อเขาบ่มเพาะ เขาไม่จำเป็นต้องบ่มเพาะในด้านร่างกายแค่บ่มเพาะในด้านจิตใจเท่านั้น

ทันใดนั้นมู่อี้ก็รู้สึกได้ว่าเขาสามารถสัมผัสความรู้สึกบางอย่างที่อยู่ภายในจิตใจของตนเองได้ มันเหมือนกับว่ากำแพงที่มองไม่เห็นที่ในจิตใจของเขาได้พังทลายลงไปแล้วและเขาสามารถข้ามผ่านมันไปได้

แม้ว่าจะก้าวต่อไปได้เพียงแค่ครึ่งก้าวเท่านั้นแต่เมื่อกำแพงได้พังทลายลงไปแล้วมู่อี้ก็มั่นใจมากๆเขาจะสามารถก้าวต่อไปได้อย่างราบรื่น ตราบใดที่จิตใจของเขายังมั่นคงเขาก็สามารถก้าวต่อไปได้ จนก้าวสุดท้ายของเขาจะไปหยุดอยู่ที่ระดับความยากของการฝึกจิตใจขั้นสุดท้าย

การก้าวเดินไปในหนทางนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากหัวใจของเขา เขาก็แค่ต้องก้าวเดินตามหัวใจของตนเองไปเท่านั้น

ระดับความยากแรกของการบ่มเพาะจิตใจนั้นแบ่งออกเป็น 3 ช่วงซึ่งมีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกันและทั้ง 3 ช่วงนี้ยังเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการบ่มเพาะด้านจิตวิญญาณอีกด้วย

พลังที่แข็งแกร่งก็ย่อมต้องการจิตใจที่แข็งแกร่งในการแบกรับเอาไว้ด้วยเช่นกัน ถ้าหากว่าจิตใจของเขาไม่ได้แข็งแกร่งมากพอพลังที่แข็งแกร่งนั้นก็จะทำลายตัวของเขาเอง

เมื่อมู่อี้เริ่มเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างได้มากขึ้นเขาก็รอเวลาที่ตนเองจะได้บ่มเพาะครั้งต่อไปทันที

นั่นคือการไปถึงระดับความยากขั้นที่ 2 ของการบ่มเพาะจิตใจ

แต่มันก็ยังเร็วเกินไปที่จะพูดแบบนี้ได้ มู่อี้รู้สึกประหลาดใจในตอนนี้แต่สีหน้าของเขาก็ยังเป็นปกติและไม่ได้แสดงอาการใดๆออกมา นี่คือประโยชน์ที่ได้จากการบ่มเพาะทางวิญญาณของเขาอย่างแน่นอน

ซูจงซานมองมาที่มู่อี้ เขาก็รู้สึกได้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้านั้นมีอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากเดิมเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่อาจบอกได้ว่าความแตกต่างนั้นคืออะไร

"ท่านนักพรตเต๋า แล้วเสี่ยวหรูได้ทิ้งลูกของนางเอาไว้หรือไม่?" ซูจงซานถามกลับมาทันที

"เมื่อมารดาของเนี่ยนหนิวเอ้อร์จากไป ข้ารับปากนางว่าจะดูแลเนี่ยนหนิวเอ้อร์แทนนางเอง เพราะเหตุนี้ข้าจึงหวังว่าท่านผู้อาวุโสซูจะไม่ว่าอะไรในเรื่องนี้ ถ้าเทียบกันแล้วเนี่ยนหนิวเอ้อร์นั้นแข็งแกร่งกว่าข้าเสียอีกและข้าก็จะดูแลนางไม่ต่างจากน้องสาวคนหนึ่งของข้าเลย เมื่อเนี่ยนหนิวเอ้อร์เติบโตขึ้นมาในอนาคต ข้าจะให้นางกลับมาหาท่านผู้อาวุโสซูอีกครั้ง" มู่อี้พูดพร้อมกับก้มศีรษะขอโทษ

เพราะเนี่ยนหนิวเอ้อร์ก็ถือเป็นหลานสาวคนหนึ่งของซูจงซาน แม้ว่าแม่ของนางได้ฝากฝังให้เขาดูแลนางแล้วแต่เขาก็ต้องอธิบายเรื่องนี้ให้ซูจงซานเข้าใจอย่างชัดเจน

"ดูเหมือนว่านี่จะเป็นทางที่ดีที่สุดแล้วสินะ" ซูจงซานถอนหายใจออกมาจากนั้นเขาก็พยักหน้า เพราะเขาเองก็รู้ดีว่าให้เนี่ยนหนิวเอ้อร์ติดตามมู่อี้ไปคือทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเขาไม่เต็มใจจะดูแลหลานสาวของตนเองแต่เขาต้องพิจารณาถึงตระกูลซูทั้งตระกูลและคงไม่มีใครยินดีที่เนี่ยนหนิวเอ้อร์จะอยู่ที่นี่กับพวกเขาด้วยแน่นอน กลับกันให้นางตามมู่อี้ไปอย่างน้อยที่สุดนางก็จะได้มีชีวิตที่ปลอดภัยในอนาคตและเขาเองก็รู้สึกมั่นใจในตัวเลือกนี้ด้วยเหมือนกัน. .

"ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ข้าสมควรทำอยู่แล้วขอรับ" มู่อี้ตอบกลับมา

"นอกจากนี้ยังมีบางเรื่องที่ข้าอยากจะรบกวนท่านผู้อาวุโสซู"

"ท่านนักพรตเต๋าโปรดพูดมาเถอะ แม้ว่าข้าจะต้องใช้เงินทั้งหมดของตระกูลซูแต่ข้าก็จะทำตามคำขอของท่านพรตเต๋า" ซูจงซานตอบกลับมาทันที

"มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอกขอรับแต่ข้าแค่ต้องการให้ท่านผู้อาวุโสซูหาคนที่สามารถย้ายป่าไผ่ที่อยู่ในสวนหลังบ้านแห่งนี้ไปไว้บนภูเขาได้" มู่อี้ชี้ไปที่ป่าไผ่ที่อยู่ตรงหน้าเขา

"เรื่องนี้ท่านวางใจได้เลย แต่การย้ายป่าไผ่ในฤดูกาลนี้คงจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่?" ซูจงซานพยักหน้าแต่เขาก็ยังพูดความสงสัยในใจของตนเองออกมา

"ท่านผู้อาวุโสวูโปรดวางใจได้เลย เรื่องนี้ข้ามีวิธี" มู่อี้ยิ้ม เหตุผลที่ป่าไผ่แห่งนี้สามารถเติบโตได้อย่างงดงามนอกจากเรื่องฮวงจุ้ยแล้วเหตุผลหลักเป็นเพราะต้นไผ่ของเนี่ยนหนิวเอ้อร์ ตราบใดที่ต้นไผ่ได้อยู่รวมกันกับต้นไผ่ของเนี่ยนหนิวเอ้อร์ก็ไม่ต้องกลัวว่าไผ่ต้นอื่นๆจะตายเลย

เมื่อมู่อี้ตัดสินใจพาเนี่ยนหนิวเอ้อร์ไปด้วยเขาย่อมไม่ยอมทิ้งป่าไผ่แห่งนี้ไปแน่นอน เพราะนี่คือต้นไผ่ที่ล้ำค่าและมันยังมีประโยชน์มากต่อการเจริญเติบโตของเนี่ยนหนิวเอ้อ

เมื่อเห็นมู่อี้พูดออกมาแบบนี้ ซูจงซานก็พยักหน้ารับปากทันที

หลังจากที่ท้องฟ้ามืดลงมู่อี้ก็ถือต้นไผ่เล็กๆเอาไว้ในมือของเขาและกลับไปที่ภูเขาอย่างเงียบๆ

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด