ตอนที่แล้วตอนที่ 24
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 26

ตอนที่ 25


ตอนที่ 25

ซูฮยอนยืนมองศพของคิมเยอึนที่นอนคอหักอยู่กลับพื้น

ซูฮยอนเริ่มสงสัยเธอตั้งแต่หน้าดันเจี้ยนก่อนหน้านี้แล้ว

เขารู้อยู่แล้ว ว่าจะมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นกับปาร์ตี้นี้

เพราะฉะนั้นเขาจึงมาสมัครเป็นลูกมือให้ลีจุนโฮ

แต่พอซูฮยอนเจอคิมเยอึนครั้งแรก เขาก็เริ่มคิดว่ามันแปลกๆ

เธอไม่เคยเจอคนอื่นๆในปาร์ตี้เลยสักคน

แต่เธอกลับเชื่อในสัญชาตญาณของเธอ แล้วคอยเล่าเรื่องที่ไม่ดีให้ซูฮยอนฟัง

เพื่อเสื้ยมในเขาแตกแยกกับเพื่อนๆ

แต่…

<<ซูฮยอนรู้ได้ยังไงเหรอ>>

ลีจุนโฮและสมาชิกคนอื่นๆในปาร์ตี้ จากมุมมองของซูฮยอนพวกเขาไม่มีอะไรน่าสงสัยเลยสักนิด

ถึงแม้จะไม่มีอะไรน่าสงสัย แต่ซูฮยอนก็ต้องจับตาดูพวกเขาเอาไว้อยู่ดี

ส่วนคิมเยอึน เธอพยายามพูดคุยกับเขาตั้งแต่ปากทางเข้า

เนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะเป็นข่าวลือแล้วความสงสัยของสมาชิกปาร์ตี้ซะมากกว่า

แต่เธอหารู้ไม่ ว่าซูฮยอนมีชีวิตมาแล้ว 2 ชาติ

เมื่อซูฮยอนเริ่มแสดงฝีมือ เขาก็สังเกตการณ์แสดงออกทางสีหน้าของสมาชิกไปด้วย

มีเพียงสองคนเท่านั้นที่แสดงสีหน้าบูดบึ้งออกมา นั้นก็คือ คิมเยอึน และ ลีอึนมี

ส่วนสมาชิกปาร์ตี้คนอื่นๆ เมื่อเห็นถึงฝีมือที่ร้ายกาจของซูฮยอน

พวกเขาก็แสดงสีหน้าโล่งใจออกขึ้นมา

ทั้ง คิมโซอึน กับ ลีอึนมี คนที่ซูฮยอนสงสัยมากที่สุดคงเป็น คิมเยอึน

เหตุเป็นเพราะ สีหน้าของ ลีอึนมี แสดงออกมาอย่างเปิดเผยไม่ปิดบัง

ส่วนสีหน้าของ คิมเยอึน เธอพยายามจะซ่อนมันไว้

<< หล่อนยังคงเป็นมือสมัครเล่น ถ้าปล่อยไว้อีกซัก 2-3 ปี หล่อนอาจเป็นนักแสดงมืออาชีพก็ได้>>

ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่ได้เป็น 'ผู้ตื่นขึ้น' ของกิลด์ดัมพ์อย่างเป็นทางการ

แต่ในอนาคตเธอจะต้องเป็นสมาชิกหลักของกิลด์ดัมพ์อย่างแน่นอน

ด้วยความที่กิลด์ดัมพ์เป็นกิลด์ที่รวบรวมเหล่าอาชญากรรมไว้มากมาย

การที่จะเข้าสังกัดด้วยจึงต้องมีบททดสอบพิเศษให้ทำ

ไม่แน่เหตุการณ์ต่างๆที่ 'ผู้ตื่นขึ้น' เสียชีวิต อาจเป็นบททดสอบพิเศษ เพื่อคัดคนเข้า กิลด์ดัมพ์ก็ได้

<<ตอนนี้..การดำรงอยู่ของกิลด์ดัมพ์ ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก>>

จนถึงตอนนี้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้มีกิลด์ดัมพ์อยู่

มันยังเหลือเวลาอีกหลายปีกว่ากิลด์ดัมพ์จะเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป

“เห้..พวกเราจะทำไงกันนะต่อดี?”

“จะทำอะไรได้อีกหล่ะ นอกจากวิ่งหนี เตรียมขาให้พร้อมด้วยหล่ะ ไม่งั้นได้ตายแน่ๆ”

ซูฮยอนมองดูสมาชิกปาร์ตี้ที่กำลังวุ่นวาย

ต้องขอบคุณที่ประตูเปิดอยู่ด้านหลัง ซึ่งมันไม่ไกลจากจุดที่พวกเขาอยู่มากนัก

อามินซอกที่โม้ตัวเองว่าเก่งนักเก่งหนา กลับใส่เกียร์หมาวิ่งออกไปก่อนคนแรก

เมื่อลีจุนโฮเห็นคนอื่นๆเริ่มออกวิ่ง เขาก็ตะโกนบอกซูฮยอนให้รีบตามมา

“พวกเราตามไปเร็ว พวกเราต้องวิ่งให้เร็วที่สุดในชีวิต เร็วเข้าวิ่ง”

“เดียวก่อน อย่างพึ่งรีบ”

“ทำไมกัน”

“ถ้าพวกเราสนใจแต่วิ่งหนี พวกเราได้ตายกันหมดแน่”

[คุณเหลือเวลาอีก 30 วินาที]

ไม่มีเวลาเหลือแล้ว

ลีจุนโฮถามซูฮยอนเป็นครั้งสุดท้ายด้วยอาการร้อนรน

“นายคิดแผนอะไรดีๆออกอีกแล้วเหรอไง”

“พวกคุณวิ่งหนีไปให้เร็วที่สุด แล้วทิ้งผมไว้ก็พอ เดียวผมตามไปทีหลัง”

“พูดบ้าอะไรกัน ในเมื่อพวกเรามาด้วยกัน พวกเราก็ต้องหนีไปด้วยกันสิ”

[คุณเหลือเวลาอีก 20 นาที]

ดูเหมือนเวลาจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถ้ายังยืนบื้อกันอยู่ยังงี้ต่อไป พวกเขาได้ตายกันหมดแน่

เพื่อนของเขา คิมบารึม ตะโกนเรียกให่พวกเขาทั้ง 2 คนไปที่ประตูเร็วๆ

“ไม่ต้องห่วงผม คุณหนีไปก่อนเถอะ”

มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้อีกไหม คำตอบคือไม่เลย

อีกอย่างลีจุนโฮก็ยังไม่เคยเห็นซูฮยอนใช้สกิลอย่างเต็มที่เลยซักครั้ง

ไม่แน่เขาอาจจะมีไผ่ตายซ่อนไว้อีกก็ได้

ไม่นานลีจุนโฮก็ตัดสินใจได้..

“ถ้างั้น..ฉันหวังว่านายจะรอดชีวิตนะ โชคดี”ลีจุนโฮหันหลังกลับไปแล้ววิ่งไปที่ประตู

ลีจุนโฮใช้สกิล สวิ๊ฟ ออกมา ไม่นานร่างกายของเขาก็คอยๆหายไปจากสายตาของซูฮยอน

[คุณเหลือเวลาอีก 10 วินาที]

10 วินาทีสุดท้าย

เมื่อเห็นทุกคนจากกันไปไกลแล้ว ซูฮยอนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ในที่สุด ฉันก็ได้อยู่คนเดียวสักที”

เขานวดบริเวณท้ายทอยไปมา

หลังจากที่ซูฮยอนต้องอ้อมฝีมือของตัวเองเอาไว้เป็นเวลานาน

ตอนนี้ถึงเวลาเอาจริงสักที

<<ตอนนี้ไม่ว่าเขาจะทำอะไร ก็ไม่มีใครมองเห็น>>

ซูฮยอนยิ้มแล้วกันไปมองเส้นทางที่พวกลีจุนโฮวิ่งหนีไป

<<ระยะห่างระหว่างเขากับลีจุนโฮ ห่างกันพอสมควร พวกลีจุนโฮคงมองไม่เห็นแน่ๆ>>

“ตอนนี้”

คลึ้น คลึ้น

ประตูที่ล็อคอยู่ เริ่มเปิดออกอย่างช้าๆ

ไม่ช้า ข้อความอันสุดท้ายก็ปรากฏออกมา

[โปรดมีชีวิตให้ได้]

ตูม

ประตูถูกเปิดออกมาอย่างรวดเร็ว

กี้ กี้ กี้

มีมอนสเตอร์หลายร้อยตัว พากันวิ่งกรูไปหาซูฮยอน

ไม่นานแสงสว่างของเปลวเพลิงก็ลุกโชนขึ้น

ซูฮยอนใช้ สกิล เพลิงพิโรธ ออกมาอีกครั้ง

เขาควบคุมเปลวเพลิง ให้หมุนวนรอบดาบและร่างกายของเขา

“เครื่องชักร้อนแล้วสิ”

กี้ กี้ กี้

ซูฮยอนใช้การเคลื่อนไหวรูปแบบใหม่ แล้วพุ่งตรงไปหามอนสเตอร์ราวอุกกาบาต

ขณะนั้นเอง..

ฉัวะ

ฉัวะ

ทุกครั้งที่ซูฮยอนพุ่งผ่านมอนสเตอร์

ร่างกายของพวกมันจะถูกเปลวเพลิงของซูฮยอนเผาไหม้

จนพวกมันดำเป็นตอตะโก

แต่ด้วยจำนวนที่เยอะเกินไป ทำให้เขาไม่สามารถจัดการมันได้ทั้งหมด บางส่วนก็หลุดรอดไปจากการโจมตีของซูฮยอน

เมื่อเห็นว่ามีมอนสเตอร์หลุดรอดไปได้

ซูฮยอนก็ใช้การเคลื่อนไหวรูปแบบใหม่ ไปดักหน้าพวกมันอีกครั้ง

“พวกแกจะไปไหน”

โฮกกกก

ไม่รู้เป็นเพราะสัญชาตญาณหรือคำสั่งของระบบกันแน่

ถึงแม้ทุกคนจะผ่านประตูไปแล้วก็ตาม

แต่พวกมอนสเตอร์ ก็พยายามไล่ตามพวกลีจุนโฮอย่างเอาเป็นเอาตาย

พวกมันไม่สนใจซูฮยอนเลยสักนิด

ฟรึบ

ซูฮยอนใช้สกิลกระโดด จนร่างกายของเขามายืนอยู่ตรงหน้าประตู

เขาทำการเอื้อมมือแล้วปิดประตูลงทันที

“ถ้าพวกแกอยากผ่านประตูบานนี้ไป พวกแกต้องผ่านฉันไปก่อน”

[คุณใช้สกิลยั่วยุ]

[ศัตรูรอบๆตัวของคุณ จะเห็นคุณเป็นศัตรูของมัน]

ตอนนั้นเองดวงตาของมอนสเตอร์ก็เริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมเป็นสีดำ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นสีแดงดุจโลหิต

มันมองซูฮยอนด้วยสายตาโกรธจัด

“มาสิมอนสเตอร์ที่น่ารัก มาฆ่าฉันเลย”

* * *

ขาที่กำลังวิ่งอย่างบ้าคลั่งของลีจุนโฮอยู่ๆก็ค่อยๆช้าลง

ลีจุนโฮวิ่งมาเรื่อยๆ ไม่นานเขาก็มาถึงจุดที่คิมบารึมกำลังรอเขาอยู่

“เห้ หยุดทำไมวิ่งต่อสิ”

“ฉัน ใจคอไม่ค่อยดีเลย”

“เป็นอะไรอีก”

คิมบารึมไม่อาจทำความเข้าใจกับคำพูดของลีจุนโฮได้

“นายไปก่อนเลย”

ลีจุนโฮหันหลังกลับไป แล้วเตรียมตัววิ่งกับไปเส้นทางเก่า

แต่มีหรือ คิมบารึม จะปล่อยให้เขาไป

เขายืนมือออกไปบล็อกเส้นทางของลีจุนโฮทันที

“เห้ย นายเป็นบ้าหรือไง นายจะไปช่วยเขา นายก็รู้กำลังของตัวเองดี ไปก็ถ่วงซูฮยอนเปล่าๆ”

“ฉันรู้ แต่ว่าถ้ารวมฉันไปด้วยอีกคน ไม่แน่เปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตของซูฮยอนอาจเพิ่มขึ้นก็ได้”

ทำไมเขาถึงพึ่งมาคิดได้เอาตอนนี้..

บอกตามตรง เขาก็กลัวความตายเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเขาจึงเลือกวิ่งหนีโดยไม่ลังเล

แต่เมื่อเขาวิ่งมาได้สักพัก เขาก็รู้สึกสำนึกผิด

ถ้าซูฮยอนเป็นอะไรไป มันจะเป็นบาปติดตัวเขาไปตลอดชีวิต

“ฉันต้องรีบไป ไม่แน่เขาอาจมีชีวิตอยู่” ลีจุนโฮพูดพร้อมกลับเดินผ่านคิมบารึมไป

“เฮ้ ถ้านายหนีไปตอนนี้ ฉันเชื่อว่าในอนาคตนายจะมีชีวิตอย่างสุขสบาย นายลองคิดดูดีๆ”

ลีจุนโฮแตะไหล่ของคิมบารึมแล้วพูด

“ฉันคิดดีแล้ว ในฐานะหัวหน้าปาร์ตี้ ฉันจะทิ้งให้ซูฮยอนแบกรับภาระอยู่คนเดียวได้ไงจริงไหม”

เมื่อลีจุนโฮพูดเสร็จ เขาก็วิ่งออกไปที่เส้นทางเดิม

ตลอดเส้นทางที่เขาวิ่งมา ในหัวสมองของเขายังคิดอยู่เสมอว่า เขาตัดสินใจถูกใช้ไหมที่วิ่งกลับมา

เพราะหนทางข้างหน้า มันสามารถลากเขาลงไปสู้ภพแห่งความตายได้ง่ายๆ ขาที่เคยวิ่งเต็มแรง เริ่มวิ่งเบาลงอีกครั้ง

มีหลายครั้งที่ลีจุนโฮตัดสินใจโดยใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง

จนลืมเป้าหมายแล้วเส้นทางที่เขาเคยวาดฝันไว้

จนเวลาล่วงเลยไป ลีจุนโฮต้องมานั่งนึกเสียใจทุกครั้ง

แต่ครั้งนี้ไม่ว่ายังไงเขาจะต้องช่วยซูฮยอนให้ได้

เมื่อลีจุนโฮตัดสินใจได้แล้ว เขาก็วิ่งเต็มแรงอีกครั้ง เส้นทางที่เขามุ่งหน้าไปคือเส้นทางที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์

* * *

ตอนนี้ความรู้สึกมากมายเริ่มก่อขึ้นภายใจจิตใจของลีจุนโฮ

เพราะไม่ว่าเขาจะวิ่งมานานแค่ไหน เขาก็ไม่เจอมอนสเตอร์เลยสักตัว

ถึงแม้ซูฮยอนจะเก่งสักแค่ไหน แต่ตัวเขาเพียงคนเดี่ยวก็ไม่น่าจะหยุดพวกมันได้แน่

นึ้คือสิ่งที่ลีจุนโฮคิด

<<อย่าบอกนะว่าเขาแค่คนเดียวก็หยุดพวกมันได้?>>

เป็นไปได้ไหมว่ามอนสเตอร์ที่ออกมา จะอ่อนแอ กว่าสิ่งที่เขาจินตนาการไว้

<< ไม่..มันเป็นไปไม่ได้>>

เพราะตอนที่ประตูเปิดแง้มออกมานิดหนึ่ง เขาเห็นมอนสเตอร์เป็นร้อยตัวอยู่หลังประตูนั้น

ซูฮยอนมีความแข็งแกร่งถึงขนาดปิดกั้นมอนสเตอร์ทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวได้เหรอ?

ไม่ว่าซูฮยอนจะเก่งแค่ไหน

แต่ลีจุนโฮเชื่อว่าเขาไม่มีทางบล็อกเส้นทางของมอนสเตอร์ด้วยตัวคนเดียวได้หรอก

<<ถ้าเกิดเขาทำได้จริงๆหล่ะ...>>

ลีจุนโฮกกระชับดาบในมือเอาไว้อย่างแน่นหนา

เขาตัดสินใจถูกแล้วที่กลับมา

เขาอัดพลังเวทย์ลงไปที่ขาแล้วใช้สกิล สวิ๊ฟ ออกมาอีกครั้ง

ใช้เวลาไม่นาน เขาก็มาถึงประตูที่พึ่งวิ่งหนีออกมา

แต่…

<<อะไรกัน>>

ตุบ ตุบ

ขาของลีจุนโฮเริ่มช้าลง ยิ่งเขาเข้าใกล้ประตูมากเท่าไหร่

เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงพลังเวทย์ที่ทรงพลัง ที่กำลังแผ่ซ่านออกมา

ยิ่งไปกว่านั้น

<<ความร้อนระดับนี้มัน..>>

ถึงเขาจะอยู่ห่างจากประตูพอสมควร แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงคลื่นความร้อนที่แผ่ซ่านออกมา

เขาไม่รู้ว่ามันเป็นพลังของมอนสเตอร์หรือป่าว เพราะประตูมันปิดอยู่

“มันคืออะไรกันแน่..”

ลีจุนโฮรีบวิ่งไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว เพราะเขาอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ความร้อนที่แผ่ออกมามันร้อนซะจนลีจุนโฮเริ่มแสบผิว

เมื่อมาถึงหน้าประตูลีจุนโฮตัดสินใจคลุมร่างกายด้วยพลังเวทย์

ถ้าเขาเดินดุ่มๆเข้าไป เขาได้กลายเป็นมนุษย์ย่างสดแน่ๆ

ลีจุนโฮเอื้อมมือไปเปิดประตูที่ปิดอยู่อย่างช้าๆ

คลิ๊ก

ในนานประตูถูกเปิดขึ้น จนเขาเริ่มมองเห็นสภาพภายใน

เมื่อลีจุนโฮเห็นถึงสภาพภายใน สายตาของเขาก็เบิกกว้าง

“เห้ย เรื่องจริงเหรอวะเนี่ย”

ภาพที่ลีจุนโฮเห็น คือ ซากมอนสเตอร์ที่นอนตายกันเป็นกอง

พร้อมทะเลเพลิงที่กำลังลุกไหม้

สายโลหิตที่ไหลลงสู่พื้นดิน ถูกเปลวเพลิงเผาไหม้จนแห้งกร้าน

สภาพศพของมอนสเตอร์ก็ถูกเผาไหม้จนดำปิ๊ดปี๋

จนเขาไม่สามารถระบุชนิดของมันได้

ดูเหมือนจำนวนของพวกมันจะมากกว่า 100 ตัวซะอีก

ซึ่งมันก็ใกล้เคียงกับสิ่งที่ลีจุนโฮคิดไว้

<<แล้วใครกันที่ทำแบบนี้..>>

มันเป็นคำถาม ที่ไม่ต้องมีคนตอบก็รู้ได้ทันที

เพราะมีเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้

ลีจุนโฮหันซ้าย กันขวา เพื่อตามหาตัวของซูฮยอน

“ผมบอกให้คุณหนีไปไม่ใช่หรือไง กลับมาทำไมกัน”อยู่ๆเสียงของซูฮยอนดังมาจากด้านหลังของลีจุนโฮ

<<ได้ยังกัน..เขามาอยู่ข้างหลังตั้งแต่ตอนไหน..>>

หรือเพราะเขาเผลอตัวเกินไป?

ลีจุนโฮหันหลังกลับไป จนไปเจอกับซูฮยอนที่ยืนอยู่ พร้อมกับเลือดที่ท่วมตัว

“คุณกลับมาทำไม?”

ทันทีที่พวกเขาสบตากัน อุณหภูมิให้ถ้ำก็สูงขึ้นมาอีกหลายเท่า

เหตุคงเป็นเพราะระดับเวทย์และปัจจัยเวทย์ ที่เข้มข้นสุดๆของซูฮยอนที่ปล่อยออกมา

เขาเป็น ซูฮยอน ที่ลีจุนโฮรู้จักจริงเหรอ

ทำไมมันถึงแตกต่างกันขนาดนี้

อึก!

“นะ...นาย..”ลีจุนโฮมองซูฮยอนอย่างไตร่ตรอง

“นายเป็น คิมซูฮยอน จริงๆใช้ไหม”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด