ตอนที่แล้วบทที่ 29 เทพสงครามแผลงฤทธิ์
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 31 การทดสอบ

บทที่ 30 ทวีปศักดิ์สิทธิ์


บทที่ 30 ทวีปศักดิ์สิทธิ์

แม้จะมาถึงทวีปศักดิ์สิทธิ์ แต่การจะไปถึงนิกายฟ้าสวรรค์คำรามพิโรธนั้นยังอีกยาวไกล การเดินทางครั้งนี้ คาดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสองสามวันกว่าจะถึงที่หมาย

รถลากสัตว์อสูรของกุนจวิน แม้จะโดดเด่นอย่างมากในทวีปอรุณเบิกฟ้า แต่สำหรับที่นี่นั้นนับว่าธรรมดามาก เมืองที่พวกเขามาถึงเป็นเมืองที่มีคนสัญจรไปมาจำนวนมาก เพราะเป็นเมืองใหญ่ที่อยู่ตรงทางเข้าของทวีปศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นจุดพักผ่อนที่ดีสำหรับการเดินทาง

มาถึงโรงเตี๊ยมหรูหราแห่งหนึ่ง กุนไท่กับกุนจวินได้พักที่โรงเตี๊ยมนี้เป็นการชั่วคราว เพื่อสืบข่าวเกี่ยวกับการเข้านิกาย รวมถึงข่าวสารที่จำเป็นต่างๆมากมาย และข้อมูลของทวีปศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย

ทวีปศักดิ์สิทธิ์นั้นถือกำเนิดขึ้นเมื่อใด ไม่มีผู้ใดทราบ เนื่องเพราะตำราเก่าแก่บางเล่มที่เขียนได้สูญหายไปแล้ว ส่วนมากเกิดความเสียหายจนมิอาจสามารถนำมาเปิดอ่านได้ รวมถึงตัวอักษรโบราณที่ไม่สามารถทำความเข้าใจได้

ภายในทวีปศักดิ์สิทธิ์มีนิกายที่มีชื่อเสียง และสมาคมจำนวนมากที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดเกรง บางส่วนมาจากทวีปขนาดกลาง และใหญ่ที่เข้ามาหาผลประโยชน์

สงครามการแย่งชิงพื้นที่ หรือสมบัติจากทวีปอื่นนั้นมีมากมาย ทวีปศักดิ์สิทธิ์ยังบันทึกไว้อีกด้วยว่า บนโลกนี้นั้นมีทวีปขนาดเล็ก ถึงสามสิบห้าทวีป ขนาดกลางยี่สิบทวีป และทวีปขนาดใหญ่มีแค่สามทวีปเท่านั้น

ส่วนทวีปศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นจุดศูนย์กลางของโลก ปกครองโลกนี้อย่างแท้จริง! แต่ยังมีอีกขั้วอำนาจหนึ่งที่เป็นศัตรูกับทวีปศักดิ์สิทธิ์ นั่นคือดินแดนโลหิตอสูร!

และแล้วรถลากสัตว์อสูรของกุนจวินก็มาถึงนิกายฟ้าสวรรค์คำรามพิโรธ ภายนอกมีกำแพงที่สูงถึงร้อยเมตรเสมือนหน้าผาที่สูงชั่น มีสิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่โต และสูงเสียดฟ้ามากมายรวมทั้งมีค่ายกลครอบคลุมทั่วทั้งนิกาย

ตรงส่วนของกำแพงสลักลวดลายสัตว์ที่น่าเกรงขามไว้ และบนกำแพงก็มีรูปปั้นมังกรกำลังขดตัวอยู่ถึงหกตัว พวกมันแผ่กลิ่นอายออกมาราวกับมีชีวิต ในหนังสือที่กุนไท่อ่าน มันบอกไว้ว่ารูปปั้นมังกรทั้งหกนี้ เป็นรูปปั้นแกะสลักของปรมาจารย์ด้านการสลักรูปปั้นค่ายกล ซึ่งมันจะออกมาจัดการกับผู้ที่คิดจะทำลายค่ายกลของนิกาย!

กุนไท่ไปลงชื่อสมัครเป็นศิษย์สายนอกเรียบร้อยแล้ว การทดสอบนั้นจะมีหลังจากนี้อีกสามวัน ผู้ที่เข้ารับการทดสอบนั้นต้องเข้าพักในสถานที่ทางนิกายจัดเตรียมไว้ให้

กุนไท่ได้รับแผ่นป้ายของผู้ทดสอบมามันบอกสถานที่ไว้เรียบร้อย รวมถึงเลขประจำตัวอีกด้วยคือลำดับที่หนึ่งหมื่นห้าพันเก้าร้อย!

ชายหนุ่มเดินตามเส้นทางในแผ่นป้ายที่ระบุไว้ ก่อนจะเห็นที่พักของตน มันเป็นกระท่อมขนาดเล็กที่สามารถอยู่ได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น แต่กฎของมันคือต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่นอีกสองคน

กฎข้อที่สองคือภายในสามวันก่อนการทดสอบห้ามออกจากกระท่อมเด็ดขาด หากใครฝ่าฝืนต้องถูกตัดสิทธิ์ ชายหนุ่มรู้ได้ทันทีว่าการทดสอบได้เริ่มขึ้นแล้ว!

นี่อาจจะเป็นการการทดสอบความอดทน คนส่วนมากจะไม่มีทางรู้ได้แน่ว่านี่คือบททดสอบ แต่เมื่อได้ทราบถึงกฎ และได้เห็นสถานที่เขาก็ล่วงรู้ได้ในทันที

ภายในกระท่อมนั้นส่งกลิ่นเหม็นเน่ามามา มันเหมือนมีหนูตายรวมหลายร้อยตัวเลยก็ว่าได้ มีเตียงขนาดเล็กอยู่เตียงหนึ่งที่ต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น และยังมีชายหนุ่มอายุราวยี่สิบสองบี่สิบสามปีอีกสองคน ซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่ได้รับการทดสอบเช่นเดียวกัน

เมื่อกุนไท่เดินเข้ามาในกระท่อม ชายหนุ่มทั้งสองก็มองมาที่กุนไท่ พร้อมกับความรู้สึกแปลกใจ และสงสัย มองดูแล้วอายุของชายหนุ่มตรงหน้าพวกเขานั้นเพียงแค่สิบห้าสิบหกปีเท่านั้น แต่เหตุใดการบ่มเพาะถึงมาอยู่ระดับนี้ได้!

“สวัสดีน้องชาย เจ้าก็มาทดสอบหรือ?”

ชายหนุ่มผมสั้นคนหนึ่งถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ

“ถูกแล้วพี่ชาย ข้ามีจุดมุ่งหมายเดียวกับท่าน!”

กุนไท่ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มกันเอง ชายทั้งสองทั้งตื่นตระหนกทั้งตกตะลึง แม้พวกเขาจะรู้ก่อนอยู่แล้วก็ตาม นี่มันฝันหรือเรื่องบ้าบออะไรกัน! คำว่าอัจฉริยะที่พวกเขามักได้รับกลับกลายเป็นสิ่งที่พวกเขาอับอายเมื่ออยู่ต่อหน้าเด็กหนุ่มผู้นี้!

“เช่นนั้นเราคงต้องอยู่ด้วยกันสามคนกับน้องชายสินะ เราพึ่งจะมาถึงกัน แต่ทำไมพวกเขาถึงได้ให้เรามาอยู่ที่นี่? นี่ที่มันอย่างกับคอกหมูชัดๆ กลิ่นนี่มันเหม็นมากแถมยังไม่มีอะไรเลย นี่พวกเราต้องรอถึงที่นี่สามวันจริงหรือ?”

ชายหนุ่มผมยาวอีกคนกล่าวขึ้น

“ข้าคาดว่านี่คือการทดสอบนะ การทดสอบความอดทนเพราะดูจากกฎที่พวกเขาตั้งขึ้นรวมถึงที่อยู่ของพวกเรา!”

กุนไท่ตอบกลับไป

“ข้าก็คิดเช่นนั้น น้องชายพวกเรามาเป็นสหายกันเถอะ! พวกเราจะดูแลซึ่งกันและกันในยามทุกข์ยาก”

ชายหนุ่มผมสั้นที่ดูแล้วเป็นคนตรงไปตรงมา มันกล่าวด้วยแววตาเลื่อมใสขณะมองมาที่กุนไท่

“แน่นอน ข้ามีนามว่ากุนไท่ ท่านเรียกข้าว่าน้องไท่เถอะ!”

“ได้เลยน้องไท่ ข้าชื่อ เหวินอี้ เรียกข้าว่าพี่อี้ก็ได้!”

ชายหนุ่มผมสั้นกล่าวพลางหัวเราะดังลั่น ชายผมยาวอีกคนรู้สึกไม่ชอบขี้หน้ากุนไท่ เขาคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าของเขานั้นเป็นพวกอวดฉลาด มันคงด่าข้าในใจว่าโง่สินะ!

มีทั้งพรสวรรค์ที่สูงกว่า และปัญญาที่เฉียบคมกว่า แม้เจ้าจะอยู่ขั้นจิตใจ แต่ข้าอยู่ขั้นวิญญาณ! หึ ข้าอายุมากกว่าเจ้า ข้าต้องมีประสบการณ์การต่อสู้ และแข็งแกร่งกว่าเจ้าเป็นแน่แท้!

กุนไท่รู้สึกได้ถึงความเกลียดชังจากชายหนุ่มผมยาว หากอีกฝ่ายกล้าทำอะไรเขาแล้วละก็เขาจะทำให้อีกฝ่ายเสียใจ!

ยามค่ำคืนก็ได้มาถึง กุนไท่นั้นสามารถอดนอนได้ถึงเจ็ดวัน นับประสาอะไรกับแค่สามวัน การนอนสำหรับเขานั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เขาไม่ชอบที่ๆมีกลิ่นเหม็นเวลานอน หรือนอนกับผู้อื่นด้วย และที่สำคัญหากมีคนมารบกวนการนอนของเขามันจะทำให้เขาอารมณ์เสียมาก

ที่ผ่านมานั้นเขาอยู่แต่นอนสำนักลิขิตสวรรค์ มันเป็นพื้นที่ส่วนตัว ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ตำหนักของเขา แต่ที่นี่ต่างกันออกไป

เขาไม่สามารถนอนหลับได้ หากนอนแล้วมีสิ่งใดมารบกวน จะทำให้เขาพลาดการบ่มเพาะในโลกแห่งความฝันได้ อาจมีช่วงสำคัญในการทะลวงระดับแล้วหากมีผู้ใดมารบกวน

มันจะทำให้เขาสูญเสียโอกาสในการทะลวงขั้นได้ และหากเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นจริง เขาคงจะสังหารคนผู้นั้นทันที แม้ตัวกุนไท่จะเป็นคนควบคุมอารมณ์ได้ดี และเป็นคนที่ใจเย็นก็ตาม แต่สำหรับผู้บ่มเพาะแล้ว การบ่มเพาะสำคัญเสียยิ่งกว่าชื่อเสียง และเงินทอง!

เช้าวันที่สองก็มาถึง ชายหนุ่มทั้งสองตื่นขึ้นมา พร้อมกับเห็นกุนไท่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่ พวกเขาพบว่ากลิ่นวันที่สองนั้นแรงกว่าวันแรกอย่างน้อยสิบเท่า

บัดซบ!

กลิ่นนี่มาจากไหนกันแน่ ทั้งสองที่พึ่งตื่นนั้นหน้าเปลี่ยนสี พวกเขาแทบอยากจะอ้วกออกมา แต่กุนไท่นั้นใบหน้ายังคงเรียบเฉย เพราะเขาใช้กลิ่นอายปิดกั้นกลิ่นเอาไว้ ทำให้สามารถสูดดมอากาศบริสุทธิ์ได้ตราบเท่าที่ต้องการ!

แต่ทั้งสองคนนี้ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ พวกเขาอาเจียนกันไปหลายครั้ง ชายหนุ่มผมยาวนั้นทนไม่ไหวอีกต่อไป ก่อนจะเปิดประตูออกไปเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก

วิ้ง!

ทันทีที่ก้าวออกข้างนอกนั้น แผ่นป้ายก็สั่นไหว พร้อมกับร่างของชายหนุ่มผมยาวอันตรธานหายไป เป็นสัญญาณว่าเขาถูกส่งออกจากการทดสอบแล้ว!

เหวินอี้พยายามอดทนต่อไปโดยไม่ยอมแพ้ ใครจะยอมแพ้กัน กับโอกาสที่จะได้เข้านิกายที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้!

ทั้งสองได้พูดคุยกันเพื่อคลายความเบื่อหน่าย กุนไท่ได้รู้ว่าเหวินอี้นั้นมาจากครอบครัวขนาดเล็กในทวีปศักดิ์สิทธิ์ การที่เขามาถึงระดับนี้ได้ด้วยทรัพยากรเพียงเท่านี้นั้น ทำให้กุนไท่รู้สึกชื่นชมอีกฝ่ายอยู่ในใจ และกุนไท่ยังชื่นชอบนิสัยใจคอของอีกฝ่ายอีกด้วย!

เหวินอี้เป็นคนตรงไปตรงมา อ่อนน้อมถ่อมตน ซื่อสัตย์ และขยัน คนเช่นนี้เขาต้องการดึงเข้ามาเป็นสหายด้วย!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด