ตอนที่แล้วตอนที่ 10 ความจริงมักใกล้ตัวเราเสมอ (Truth is always close to us)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 12 ตื่นได้แล้ว (Rise and Shinel)

นิยาย ชาติที่แล้วผู้นําฉ้อโกง ชาตินี้ขอเป็นผู้นําที่ดีแทนบ้าง

ตอนที่ 11 ทั้งหมดหรือไม่มีเลย ( All or nothing )


ทั้งหมดหรือไม่มีเลย

( All or nothing )

ลดการนำเข้าและเร่งการส่งออก ขยายขนาดของเศรษฐกิจไปยังอีกทวีปคิดว่ายังไงหรอครับ?

แม้จะดูเป็นคําพูดที่ดูดีแต่แท้จริงๆมันก็แทบไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากนัก หนุ่มหน้าหวานเอ่ยขึ้นในท่านั่งไขว่ข้างถ้าใส่แว่นคงจะดูดีไม่น้อย เจ้าตัวที่แค่ครุ่นคิดใจแต่กลับดังออกมาจากปากเล็กๆของเขา ความคิดที่ถูกเผยออกมาโดยที่ไม่ได้ตังใจและไม่ได้สนใจรอบข้างแม้เล็กน้อย แม้หลายคนจะค่อนข้างจะตกใจแต่ก็สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิม แม้ลุงสมชายที่นั่งข้างๆจะยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

" เปิดตลาดเพิ่ม? ที่ไหนละ ยูตร้าหรอ? มันไม่ได้ช่วยให้สภาพเศรษฐกิจฝั่งอัลชลาฟไวส์ดีขึ้นเลย หากแต่พยุงเศรษฐกิจอณานิคมได้แค่ช่วงแรกเท่านั้นสุดท้ายก็จะมีแต่ขาดดุลมากขึ้นเรื่อยๆ แถมเราไม่ได้จะคุยเรื่องของ ที่นี่ แต่เป็นประเทศแม่ตั้งหาก! ถ้าเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเมื่อใดคงน่ารู้ใช่ไหมว่าจะเช่นไร.. " เซอร์กายออกควมาเห็นโต้แย้งกับลาส ซึ่งเจ้าตัวคนก็รับฟังความคิดของอีกฝั่งด้วยความตั้งใจ

" มันเป็นความเสียหายจากภัยพิบัติของสงคราม หลังบูรณะฟื้นฟูประเทศและระบอบเศรษฐกิจ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเร็วหรือภานในระยะเวลาอันสั้นนั้นมันใช่ว่าจะดีเสมอไป "

" แต่ผมยังไม่รู้เลยว่--- " ขณะที่ลาสกําลังจะพูด เจ้าของบ้านก็แทรกด้วยเสียงดัง อะแฮ่ม ลาสที่โดนขัดก็ได้แต่เงียบ เพราะคงรู้ตัวว่าพูดเลยเถิดเนื้อหาสาระสําคัญของการคุยในครั้งนี้

" ยังไงที่นี่ก็มีแต่ส่งออกอยู่แล้ว ถ้ายังไงเราก็อยากจะยกเลิกภาษีศุลกากร โดยเฉพาะเรื่องการนำเข้าทาส คงจะไม่กระทบอะไรมากหรอ " เมื่อเซอร์กายได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มชักสีหน้าที่รังเกียดต่อลุงสมชายเล็กน้อย ต่างกันผู้ที่เอ่ยความคิดของตนนั้นกําลังยิ้มอย่างเป็นมิตร

ทั้งสองเริ่มการเจรจากันอย่างเมามัน ไม่มีใครน้อยหน้ากันเลยแม้แต่นิด เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียผลประโยชน์แม้แต่นิดเดียว พวกเขาจึงต้องพยายามหาดีลที่ลงตัวที่สุด แบบ วิน-วิน ทั้งสองฝั่ง แต่กว่าจะตกลงกันได้คงจะอีกยาว แต่ขึ้นว่าผลประโยชน์ยังไงก็คงไม่มีคนอยากจะเสียผลประโยชน์ของตนเองโดยง่ายๆหรอกนะ พวกที่ยอมทุกอย่างโดยไม่หวังผลประโยชน์อะไรนั่นน่ะ ถ้าเขาคิดว่าทำแล้วมีความสุขก็เรื่องของเขา แต่หากไม่มีความสุขจะยอมไปทำไม สิ่งสําคัญที่สุดก็คือตัวคุณเอง คุณจะเลือกกระทำในแบบใดมันก็ขึ้นอยู่กับสามัญสํานึกหรือแนวคิดของคุณ

ระหว่างที่ข้างในห้องเริ่มร้อนระอุด้วยข้อพิพาทของทั้งสองฝ่ายจนเริ่มตึงเครียดกันอย่างมาก ก็ถูกหยุดไว้อย่างรวดด้วยคนที่เปิดประตูเข้ามากลางทางซึ่งก็เป็นจิ้งจอกน้อย ไวส์ก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมยกนํ้าชาในถาดน้ำเดินเข้ามาก่อนจะวางไวบนโต๊ะตรงกลางระหว่างที่นั่งทุกคน เมื่อเริ่มรู้สึกว่าพวกตนโต้เถียงเริ่มไม่เป็นผลจึงได้เงียบเพื่อระดมควาคิดในสมองของตน ไวส์ที่เห็นว่าทุกคนไม่เปิดปากพูดกันจึงทักไถ่ถาม " เกิดอะไรขึ้นหรอค่ะ? "

" ไม่มีอะไรหรอก แค่ไม่สามารถหาข้อตกลงที่ลงตัวเพราะยังมีพวกหัวแข็งอยู่น่ะสิ เฮ้อ " เซอร์กายหันไปตอบกับไวส์ด้วยความเบื่อหน่าย แต่สายตาของเขายังเหล่ไปมองลุงสมชายด้วยความหงุดหงิด ซึ่งเจ้าตัวไวส์ก็ดูจะไม่ค่อยได้สนใจอะไรเกี่ยวกับเรื่องการเจรจาต่อรองมากนักอยู่แล้ว จึงได้แต่เดินไปนั่งข้างๆอาจารย์ของตน เซอร์กายเชิดหน้าตอบอย่างเย่อหยิ่ง ยอมหรับข้อเสนออีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้

" ถ้าอย่างเช่นนั้นเราก็คงต้องยอมหรับข้อเสนอของท่าน แต่ทว่า....การยกเลิกภาษีนําเข้าทาสมีแค่สิ่งที่สิ่งเดียวเท่านั้นที่ไม่ยอมหรับเด็ดขาด แต่เรื่องภาษีอื่นๆนั้นเราพอเจรจาต่อรองกันได้ ถือว่ายื่นคำขาดแล้ว " เมื่อพูดเสร็จชายแก่ตรงหน้าเขาก็ยิ้มแฉ่งอย่างเห็นได้ชัดแถมยังหัวเราะชอบใจเหมือนครั้งก่อนๆที่ลาสอยู่ด้วย เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วลุงสมชายก็หันไปคุยกับจอมเวทกิเดียน ด้วยอย่างอารมณ์ดี

" ว่าแต่ท่านกิเดียน วันนี้ท่านมีธุระอันใดกับข้าหรือ " เมื่อกล่าวจบ กิเดียนเลยได้หยิบสิ่งของออกจากกระเป๋าย่ามของตนเอง มันเป็นดอกไม้ม่วงแต่กลับส่องแสงของมาเปล่งประกายสีม่วงอเมทิสต์ แต่เมื่อลองมองเข้าไปใกล้ๆ ตรงกลีบดอกไม้หลายๆจุดไม่เยอะไม่มากจนเกินไป มันกลับเป็นเศษอัญมณี สร้างความหลงใหลดั่งต่องมนต์ให้กับผู้มอง โดยเฉพาะลาส ซึ่งมันก็ไม่น่าจะแปลก หากนี่คือโลกของลาสมันคงเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่หาดูได้ยากเป็นแน่แท้ แต่มันใช้กับที่นี่ไม่ได้ ยังมีอีกหลายอย่างที่เจ้าตัวยังไม่รู้ เมื่อคิดได้อย่างนี้น ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับเจ้าตัวได้อย่างดี ความคิดที่อยากจะผจญภัยไปเรื่อยสอดแสวงหาสิ่งที่ไม่เคยเห็น แต่ก่อนหน้านั้นเจ้าหัวก็ถูกหลายคนในห้องมองด้วยความเอ็นดูไปแล้ว

ลาสที่จ้องมองดอกไม้งามนั้นก็รู้สึกตัวว่าเจ้าตัวถูกจ้องมองโดยเฉพาะชายหนุ่มในชุดทหารด้านหน้าของเขา ด้วยความอายและรู้สึกตัว ลาสจึงได้หันหน้าหนีทันทีเพราะเจ้าตัวคิดว่าทำตัวเหมือนเด็กเห็นของเล่น(?)มันคงจะน่าอายอย่างมาก แต่แท้จริงแล้วเจ้าตัวกลับไปสร้างดาเมจให้คนรอบข้างเป็นที่เรียบร้อย

" อ่ะแฮ่มๆ ดอกนาร์ซิสซัสมันคือสมุนไพรที่ไว้ผลิตยา เมื่อนานมาแล้วเราเคยมีโรคระบาดเกิดขึ้นมันเป็นอะไรที่แย่มากๆ มันระบาดไปทั่วทวีปอัลชลาฟไวส์อย่างมาก แต่โชคยังดีที่ยังมีเจ้าดอกไม้ตัวนี่อยู่มันถูกค้นพบในทวีปโดส สเลเลน ต้องขอบคุณธรรมชาติที่สร้างมันขึ้นมา พวกเรากลั่นผลึกที่ติดอยู่บนดอกไม้หรือข้างในมันออกจากนั้นก็แค่บดให้เละก่อนจะเอาไปผสมน้ำแล้วสกัดมันออกมา เป็นโพชั่นรักษาโรค แถมผลของมันยังดีมากอีกด้วย ของเสียมีแค่อย่างเดียวมันโต้ได้แค่โดส สเลเลน และฤดูยังเป็นฤดูฝนอีก ภูมิอากาศส่วนใหญ่เป็นเขตร้อน ซึ่งมันนานกว่าจะเข้าฤดูฝน ราคาในตลาดโลกจึงสูงอย่างมาก นั้นละคือดอกนาร์ซิสซัส "

" เข้าเรื่องเลยละกัน ข้าต้องการเพิ่มจํานวนดอกไม้ตัวนี้อย่างมาก ช่วงนี้อาริกาเซียเริ่มมีโรคภัยเยอะขึ้น ข้าต้องการเพิ่มมาตรการป้องกันโรค ยกระดับเพื่อฉุกเฉินอาจมีผูป่วยจํานวนมาก เลยจะมาขอจ้างเรือพาณิชย์ของสมาพันธ์หน่อยน่ะ ไม่ต้องหวังเรื่องงบประมาณข้าหามาได้ อาจมีค่าตอบแทนเล็กน้อยหากเจ้าส่งสินค้าเร็วกว่ากําหนด " ตอนแรกชายแก่กําลังจะพูดขัดแต่พอได้ยินเรื่องไม่หวังเรื่องงบก็หยุดทันที ตอนแรกคงคิดว่างบไม่พอกระมั้ง? เลยจะห้ามแต่ในเมื่อมีทั้งเงินมีงบก็ไม่ต้องห่วงอะไรแล้วล่ะ นี่คือความคิดของลุงสมชายผู้เป็นสหายเก่าของกิเดียน

" ย่อมได้เราจะจัดส่งสินค้าให้ส่งถึงมือให้เร็วที่สุดเอง! "การสนทนาเป็นไปด้วยดีและราบรื่น ส่วนใหญ่เป็นการคุยกันแบบเล่นๆเป็นกันเองระหว่างคนแก่ อาจเป็นเพราะทั้งสองไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยมากนัก เลยอาจจะมีกหารคุยที่นาน มีเพียงแค่ลาสและเซอร์กายที่ไม่ค่อยได้พูดจาอะไรมากนัก

ในขณะที่เซอร์กายและคนอื่นๆกําลังดื่มชาและพูดคุยกันอย่างสนิทสนมอยู่นั้น ลาสก็ได้พูดบางอย่างขึ้นจนทำให้ทั้งห้องเกิดอาการช็อกอย่างมาก

" เซอร์กาย คือว่า...ผมขอติดตามคุณได้หรือเปล่าครับ " พะ พูดออกไปแล้ว แม้ว่าจะดูแย่ที่ลองใช้เส้นสาย แต่เพื่อเป้า หมายแล้วต่อให้เป็นคนไม่ดีก็ยอม เมื่อพูดออกไปก็ต้องมีคนคัดค้านและยังสงสัยอีกมาก โดยเฉพาะจิ้งจอกสาว ที่ดูจะตกใจที่สุด แม้จะไม่ได้คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะรับไปด้วยหรือเปล่า แต่ดูแล้วเซอร์กายน่าจะสนใจตัวของเขาพอสมควร

" แน่ใจแล้วหรอ? " เซอร์กายถามเพื่อความแน่ใจ

ลาสหลับตาหายใจเข้าลึกและคิดเรื่องราวต่อจากนี้ หากว่าตัวเขาได้เป็นผู้ติดตามของเซอร์กาย ตัวเขาอาจจะไปได้ไกลกว่านี้ มีหลายคนบอกไว้ว่ามีไพ่ติดตัวเยอะยิ่งดี ถ้าเช่นนั้นตัวของเขาก็คงจําเป็นต้องสะสมไพ่เหล่านั้นไว้ ถ้าเขาปิดก่อนมันจะไม่รับประกันผลที่ตามมา เตรียมตัวให้พอแล้วค่อยลงทีเดียวหมดหน้าตักเลยยังจะดีกว่า เพื่ออุดมการณ์ จะไม่ยอมให้ใครมันพรากไปอีกแล้ว ลาสเบิกดวงตากลมด้วยความมุ่งมั่น ก่อนที่จะพยักหน้าเป็นการตอบ

   ตุบ! เสียงทุบโต๊ะของเด็กสาวหูจิ้งจอกดังขึ้นมา จนทำให้ทั้งห้องหันไปมอง

" ออกไปคุยด้วยกันหน่อยสิ " เมื่อพูดจบก็ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปไม่สนใจรอบข้างแม้แต่น้อย ส่วนลาสกล่าวขอโทษก่อนจะลุกขึ้นเดินตามไวส์ออกไปนอกห้อง ลาสเดินตามไวส์ ทั้งสองเดินไปเรื่อยๆ ไม่มีใครคุยกันแม้แต่น้อย แม้จะรู้อยู่แล้วว่า ไวส์ไม่ค่อยชอบวีธีของลาส ใช่เธอรู้ว่าลาสจะทำอะไร แต่มันก็ยังไม่โอเครสําหรับเธอ ด้วยความเป็นห่วง ทั้งสองออกมาข้างนอก แม้ว่าจะเป็นตอนบ่ายแต่อากาศก็ไม่ได้ร้อนอะไรมากมาย

จิ้งจอกสาวยืนพิงกําแพงอยู่คนเดียวด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีนัก ลาสที่เห็นว่ายังไม่มีใครเปิดบทสทนาจึ่งหยิบบุหรี่ที่ได้มาตอนระหว่างการเดินทางเมื่อนานมาแล้ว ซึ่งตัวเขาได้มาจากผู้ที่เดินมาด้วยกัน แม้หลายคนจะตกใจที่ลาสเคยพูดว่าเคยติดบุหรี่ ใครจะคิดว่าชายหนุ่มที่หน้าเหมือนเด็กสาวจะทำตัวเหมือนชายวัยใหญ่กัน ลาสที่ได้มาแต่ก็ไม่ได้สูบจนถึงตอนนี้เขาจึ่งได้เอามันขึ้นมามอง ส่วนใหญ่ยาสูบที่เช้าบ้านที่นี้นั้นจะใช้สูบผ่านไปป์ แต่จะมีแบบม้วนที่ง่ายต่อการสูบซึ่งเป็นตัวท่ลาสได้มา

ลาสหยิบมันขึ้นใส่ปากของตนก่อนจะจุดไฟด้วยไม้ขีด ก่อนจะสูบมัน มองภาพบ้านเล็กใหญ่และผู้คนที่เดินสัญจรไปมา มันช่างแตกต่างจริงๆ แตกต่างกับสถานที่เคยอยู่อย่างยิ่งไม่อยากจะเชื่อสายตา แต่อีกเดี๋ยวก็คงชินแล้วละมั้ง ลาสเลือกที่จะเปิดการสนทนาเป็นคนแรกด้วยการถามเจ้าตัว

" มีอะไรไม่พอใจหรอครับ " แม้จะพูดอย่างนั้นแต่ก็คงรู้เหตุผลอยู่แล้ว ว่าทำไมถึงไม่พอใจ

" คิดว่าการใช้เส้นสายของตาแก่แล้วจะไปได้ไกลงั้นหรอ? นายคงจะรู้ใช่ไหมว่าฉันเกียจอะไรมากที่สุด " ไวส์หันไปถามลาสลาสที่หลับตาพ่นควันบุหรี่ออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจอย่างมาก

" ..ผมเข้าใจ แต่ผมก็มีเหตุผลของผมที่ต้องเลือกทางเดินนี้ " ลาสตอบกลับ

เช่นนั้นทำไมนายถึงเลือกเซอร์กายแทนตาแก่? ในเมื่อนายก็รู้ว่าตาแก่มีอํานาจมากแค่ไหน แต่ทำไม?

" ทำไมถึงเลือกเซอร์กายนะหรอ ก็เพราะผมยังไม่รู้โลกใบนี้ยังไงล่ะ เพราะว่าไม่รู้เลยต้องหาคําตอบ เพราะไม่รู้เลยไม่กล้าที่จะวางแผนอนาคต " ลาสปล่อยบุหรี่ลงพื้นก่อนจะขยี้เหยียบมันแล้วหันไปมองไวส์

ทั้งสองเงียบอยู่นาน ไวส์ที่หาสรรหาคําพูดให้ลาสหยุดก็ไม่ได้เพราะยังไงก็รู้อยู่แล้วว่ามุมมองของทั้งสองช่างแตกต่าง จะให้มายอมหรับทำตามง่ายแบบนี้มันก็ไม่ใช่ แต่ไวส์เองกลับหลงเชื่อไปกับอุดมการณ์ที่เป็นคำพูดสเหมือนลมอย่างง่ายดาย เพราะมันดูเป็นความหวัง แต่ก็รู้ว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ก็อยากให้เป็น สุดท้ายนี้เจ้าตัวก็คงต้องปล่อยให้ลาสเดินด้วยตัวเอง เจ้าตัวก็ไม่ได้เก่งเรื่องการเมืองสักกระหน่อย มีดีแค่เวทมนต์ที่เป็นตัวแสดงถึงความสามารถที่หลายคนต้องการอย่างเดียว สุดท้ายไวส์ก็ถอนหายใจก็จะพูด

" เฮ้อ ฉันจะไม่ขัดขาหักห้ามนายละกัน แต่ขออะไรหน่อยได้ไม? " อะไรละนั้น นึกว่าจะโกรธมากกว่านี้เสียอีก ลาสคิดแต่ก็ยิ้มด้วยความดีใจ ก่อนจะพูดตอบ " ว่าต่อสิ "

" ฉันขอแค่นายอย่าหักหลังแนวคิดของนายแล้วก็ขอให้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้นแค่นี้ก็พอแล้ว นี้เป็นคําบอกลา แต่ไม่ใช่ในฐานะคนรู้จักแต่ในฐานะพี่คนหนึ่ง " เป็นคําขอที่ง่ายๆ แต่ก็แต่ก็แฝงไปด้วยความหวังและความห่วงใย มันทำให้มีความสุขอย่างยิ่ง แม้จะเป็นคําบอกลาแต่ก็ยังดีกว่าไม่บอกลา ลาสยิ้มก่อนจะกล่าวขอบคุณไวส์ที่เคยช่วยชีวิตเขามาครั้งหนึ่ง

เมื่อเคลียร์ทุกอย่างแล้วทั้งสองก็ได้เดินกลับเข้าไปข้างใน

" คงจะตกลงกันเสร็จแล้วสินะ " ลุงสมชายทักถามไวส์ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบส่งๆไป " ค่ะ "

" ถ้าอย่างนั้น อาคารที่ทำการของผู้นําเขต ถ้าเป็นไปได้พรุ่งเริ่มแนะนําตัวได้ไหม? " เซอร์กายลุกขึ้นก่อนจะเอ่ยถามลาสเพื่อความแน่ใจ ก่อนที่จะทำความเคารพจอมเวทกิเดียนเพื่อเป็นการบอกลา เพราะว่าเจ้าตัวก็คงจะต้องไปราชการแล้ว จึงบอกลาไว้แต่เพียงเท่านี้ เซอร์กายหันกลับไปมองลาสเพื่อรอคําตอบ

" คะ ครับ " เซอร์กายยิ้มก่อนจะเดินออกไป ลาสที่ดูคาดหวังจะได้คุยมากกว่านี้ก็คงต้องอดไป เมื่อไม่มีอะไรแล้วลาสเลยว่าจะขอกลับไปห้องของตัวเอง ซึ่งก็ไม่ลืมถือหนังสือที่ไวส์ยืมให้ไปด้วย ส่วนอีกสามคนยังคุยกันอีก ดูท่าจะอีกนานกว่าจะจบโดยเฉพาะศิษย์กับอาจารย์ มันจะดีกว่านี้ถ้าตัวเองไปพักเก็บแรงเสียดีกว่าที่จะมานั่งพูดคุยเล่นไปมา

เดินขึ้นมาข้างบนบ้านเมื่อเปิดประตูเข้าไป ตรงหน้าของลาสเป็นห้องที่ไม่ได้ใหญ่มาก สไตล์ถ้าโลกเก่าก็คงไสตล์ดังเดิมโบราณ(Traditional) ก็ทำยังไงได้ มันคงไม่มีใครมาสร้างบ้านแบบโมเดิร์นสมัยใหม่ในยุคที่ยังมีการค้าทาสหรอกมั้ง แต่ก็เอาเถอะ สภาพห้องแบบนี้ มันก็คงเป็นบ้านที่หรูหราไม่ก็เป็นคฤหาสน์แล้ว ขอแค่มีเตียงก็นอนหลับได้อิ่มใจแล้วละ ลาสค่อยๆเดินไปที่เตียงก่อนจะนั่งลงบนเตียงก่อนจะบ่นเรื่องความเหนื่อยของตนเล็กน้อย

ลาสค่อยๆคิดถึงอนาคตข้างหน้า แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก อยากจะเปิดหนังสือที่ยืมมาอ่านแต่เพราะความเหนื่อยที่สะสมมาทำให้ไม่ค่อยจะมีอารมณ์ในการอ่านมากนัก ลาสเลือกที่จะเช็กของใช้ภายในห้องที่เจ้าตัวเอาขึ้นมาเก็บ ส่วนใหญ่เป็นของที่ไวส์และแจ็คเป็นคนให้ ของตัวเองมีแค่เสื้อสูทสีน้ำเงินเข้มอันเก่าที่ทำให้นึกถึงวันวาน เรื่องเก่าๆที่ฝ่าฟันสู้ในที่ที่ จากมา สิ่งสำคัญที่ได้คือประสบการณ์ ความชำนิชำนาญในด้านการพูด พอที่จะใช้จิตวิทยาได้เล็กน้อย คงพอที่จะไม่โดนล่อลวงได้ง่ายๆ สุดท้ายเจ้าตัวก็เลือกที่จะลงไปอาบนํ้าชำระร่างกาย เพื่อที่จะคลายความเครียดที่สะสมมาตั้งแต่เช้า เมื่อเสร็จทุกอย่างลาสก็กลับขึ้นห้องของตัวเองเพื่อพักผ่อน

แม้จะไม่รู้อนาคตแต่เราสามารถกำหนดมันด้วยการกระทำของเรา แม้โอกาสมันจะน้อยแต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ ลาสคิดว่าอย่างน้อยก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมาก อย่างน้อยอาจจะไม่ต้องไปเป็นทหาร อาจจะเป็นผู้ช่วยที่คอยเซ็นเอกสารก็เป็นได้ แต่นั่นก็เป็นแค่ความคิด แต่ก็คงหวังไว้ อย่างน้อยก็ขอให้มีชีวิตที่ไม่ต้องเสี่ยงตายหรืออันตรายเลย แต่สุดท้ายสิ่งที่หวังบางครั้ง

มันมักไม่เป็นตามที่หวังเสมอไป

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด