ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปDH บทที่ 2 - โลกใบใหม่

DH บทที่ 1 - ชีวิตใหม่ที่บ่อน้ำดาบพิสุทธิ์


DH บทที่ 1 - ชีวิตใหม่ที่บ่อน้ำดาบพิสุทธิ์

“อะไรกันเนี่ย...นี่ข้าข้ามเวลามาอยู่ในร่างใครก็ไม่รู้ที่มีชื่อและหน้าตาเหมือนข้างั้นเหรอ”

ติงโฮวนั่งอยู่ข้างบ่อน้ำดาบพิสุทธิ์ เด็กชายนั่งอยุ่ตรงนี้เป็นเวลากว่าสองชั่วโมง สายตาเขามองไปที่ดาบสีดำเปื้อนสนิมในมือและเงาในน้ำที่สะท้อนใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา เขายังไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น

ติงโฮวจำเรื่องราวเมื่อคืนนี้ได้ชัดเจน เขาอยู่ในงานเลี้ยงอำลากับเพื่อน ๆ ที่พากันรำลึกถึงภาพวันเก่า ๆ สมัยเรียนและต่างอวยพรกันและกันให้โชคดี พวกเขาสนุกและเมากันจนไม่ได้สติ เมื่อติงโฮวลืมตารู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง เขาก็มาอยู่ในสถานที่ประหลาดนี่แล้ว

หลังจากมึนงงอยู่นาน ติงโฮวก็คิดได้ว่าต้องยอมรับชะตาและความจริงที่ว่าเขานั้นเดินทางข้ามเวลามาอยู่ที่นี่

และด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม นอกจากคิดถึงชีวิตเดิมของตัวเองแล้วเขากลับเกิดความตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก มันรู้สึกราวกับว่าเขาได้รับชีวิตใหม่อีกครั้ง แม้ว่าติวโฮวจะแทบไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ยอมรับแล้วว่านี่คือชีวิตและโลกใบใหม่ของเขา

อาจเป็นเพราะจิตวิญญาณที่รักการผจญภัยในตัวเขาก็เป็นได้ที่ทำให้ตื่นเต้นแบบนี้

ติงโฮวใช้เวลาอยู่นานกว่าสองชั่วโมงในการพยายามดึงความทรงจำของร่างใหม่และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ

ที่แห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “ดินแดนไร้ขอบเขต” มันเต็มไปด้วยสำนักจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน เป็นที่ที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะมีชีวิตอยู่รอดได้ ทั้งมนุษย์และสัตว์ร้ายต่างใช้ชีวิตร่วมกันในดินแดนนี้

ชะตาของติงโฮวถูกกำหนดมาแล้วให้เขาต้องอยู่ในสำนักพินิจดาบ ซึ่งเป็นสำนักดาบระดับแปดที่ตั้งอยู่ในหัวเมืองเหมันต์ หนึ่งในหัวเมืองทั้งสิบหกแห่ง สำนักแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างออกไปในที่รกร้างทางเหนือของดินแดนไร้ขอบเขต เป็นหนึ่งในสำนักที่ปกครองโดยมนุษย์จากหนึ่งสำนัก สองหมู่บ้าน สามนิกายและสามตระกูลแห่งหัวเมืองเหมันต์ มันกินพื้นที่ขนาดใหญ่บนเทือกเขาพินิจดาบและมีศิษย์มากมาย ทั้งปรมาจารย์ยุทธ์และอัจฉริยะมากพรสวรรค์ สำนักนี้ก่อตั้งมากว่า 1,500 ปีแล้ว และด้วยว่าเป็นสำนักที่มีชื่อเสียง จึงสำคัญมากที่จะต้องมีภาพลักษณ์ที่ดีในหมู่ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหลาย

ถึงกระนั้นแล้ว แม้แต่จอมยุทธ์ผู้เชี่ยวชาญวิทยายุทธก็ยังต้องกินและดื่มเหมือนคนปกติทั่วไป จึงจำเป็นต้องมีเรื่องของสุขอนามัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นเมื่อเหล่าจอมยุทธ์ไม่สนใจที่จะดูแลความสะอาดห้องหับของตัวเอง “แผนกดูแลสนับสนุน” จึงจำเป็นต้องถือกำเนิดขึ้นตามมาด้วย และติงโฮวซึ่งไม่ได้เป็นศิษย์สำนักพินิจดาบ เขาจึงได้มาทำงานในแผนกดูและสนับสนุนนี้ หรือถ้าจะเรียกให้เจาะจงกว่านั้น ติงโฮวเป็นเด็กรับใช้ที่ทำหน้าที่กวาดถนนบนเทือกเขาในทุก ๆ วันนั่นเอง

เมื่อติงโฮวดึงความทรงจำในร่างนี้มาได้แล้ว มันก็ยังแปลกมากที่ความทรงจำช่วงก่อนอายุสิบขวบของเขามันช่างว่างเปล่า ไม่มีเรื่องราวอะไรเลย ติงโฮวไม่รู้ว่าพ่อแม่ของเขาคือใคร และไม่รู้ด้วยว่าเขามาอยู่ที่เทือกเขาพินิจดาบแห่งนี้ได้อย่างไร

คนเดียวในครอบครัวที่เขาจำได้คือน้องสาววัยไม่ถึงห้าขวบดี ซึ่งตอนนั้นมีแค่เขาและน้องสาวเพียงอยู่กันตามลำพังแค่สองคน จนกระทั่งวันหนึ่งในฤดูหนาว ติงโฮวที่อายุได้ 11 ปีออกไปทำงานตามปกติ มีคนเห็นหญิงปริศนาในชุดสีขาวดูทะมัดทะแมงพาน้องสาวของเขาไป และตั้งแต่วันนั้นก็ไม่มีใครพบน้องสาวของเขาอีกเลย ติงโฮวจึงใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมานับแต่นั้น

ในโลกที่เต็มไปด้วยปรมาจารย์ที่น่านับถือแห่งนี้ เด็ก ๆ ต่างก็ฝันที่จะแข็งแกร่งแบบนั้นบ้าง ติงโฮวเองก็เช่นกัน แถมเขายังอยากออกจากเทือกเขาพินิจดาบแห่งนี้ไปยังป่ารกชัฏที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายเพื่อตามหาน้องสาวอีกด้วย ดังนั้นเขาต้องแข็งแกร่งกว่านี้ให้ได้

ทว่าติงโฮวไม่ได้มีความถนัดในทางวรยุทธ์และมีขีดจำกัดของร่างกายเพียงน้อยนิดเท่านั้น เขาไม่ว่องไวและไม่มีพรสวรรค์ ตั้งแต่ติงโฮวอายุได้ 10 ขวบ เขาเข้าร่วมการทดสอบเข้าสำนักพินิจดาบทุกปี เข้าทดสอบมาแล้วถึง 4 ครั้งจนอายุได้ 14 ปี แต่เขาก็ไม่เคยผ่านการทดสอบจนมีชื่อติดอยู่บนรายนามผู้ที่สามารถเข้าเป็นศิษย์ได้เลยสักครั้ง และจากความทรงจำที่เขาดึงกลับมาได้นี้ สำนักพินิจดาบจะเปิดรับศิษย์อีกครั้งภายในครึ่งเดือนข้างหน้า ซึ่งนี่ก็น่าจะเป็นโอกาสสุดท้ายของเขาที่จะเข้าร่วม เพราะตามธรรมเนียมแล้ว สำนักพินิจดาบจะไม่รับศิษย์ที่มีอายุมากกว่า 14 ปี

ในดินแดนแห่งนี้มีข้อกำหนดชัดเจนที่ว่าหากใครไม่ผ่านการทดสอบขั้นแรกก่อนอายุ 15 ปี นั่นจะเป็นสิ่งพิสูจน์ว่าคนคนนั้นไม่มีพรสวรรค์และไม่เหมาะกับการฝึกวิทยายุทธ หรือแปลว่าเขาคนนั้นอาจเป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

“บ้าเอ๊ย ..ข้ามีเวลาแค่ครึ่งเดือนเพื่อเตรียมตัวสอบเนี่ยนะ” ด้วยเวลาอันน้อยนิดนี้ ติงโฮวอดไม่ได้จริง ๆ ที่จะรู้สึกกดดันขึ้นมา

ติงโฮวเป็นคนเรียนรู้ไวอยู่แล้ว เขาจึงปรับตัวกับโลกใบใหม่นี้ได้อย่างรวดเร็ว

ในเมื่อได้เดินทางข้ามเวลา ได้มาอยู่ในดินแดนที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายและจอมยุทธ์มากความสามารถมากมายขนาดนี้แล้ว เขาจะต้องเป็นจอมยุทธ์ที่เก่งกาจให้ได้ ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องถูกกดให้ต่ำต้อยและโดนข่มเหงโดยไม่มีใครเหลียวแลอย่างแน่นอน หากติงโฮวกุมชะตาชีวิตตัวเองไว้ไม่ได้ เขาก็จะเป็นได้เพียงคนไร้ค่าที่น่าสมเพชเท่านั้น และถ้าต้องเป็นเช่นนั้น ติงโฮวยอมฆ่าตัวตายซะดีกว่าที่จะต้องยอมรับชะตากรรมแบบนั้น

เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้ว ติงโฮวก็ยิ่งรู้สึกกดดันขึ้นไปอีก ตอนนี้เขารู้ตัวแล้วว่าต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง

ติงโฮวลุกขึ้น เขายืนอยู่ข้างบ่อน้ำดาบพิสุทธิ์ เด็กชายหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหลับตาลง พยายามขุดคุ้ยความทรงจำที่เกี่ยวกับดาบในร่างนี้เพื่อจะได้รู้วิธีที่จะทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นได้ และทันใดนั้นเอง ติงโฮวลืมตาโพลง มีบางอย่างผุดขึ้นมาในสมองของเขาแล้ว

เขาจับดาบเปื้อนสนิทในมือไว้แน่น ก่อนจะแทงมันไปข้างหน้า ตอนนีเติงโฮวกำลังแสดงกระบวนท่าการใช้ดาบอย่างช่ำชอง

ในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้ติงโฮวจะเป็นเพียงแค่เด็กกวาดพื้น แต่เขาก็ได้เรียนรู้การใช้ดาบเบื้องต้นมาแล้ว เพราะเขาเองก็ถือเป็นสมาชิกคนหนึ่งของสำนัก และนั่นคือคือสาเหตุที่เขารู้กระบวนท่าในการใช้ดาบพวกนั้นเป็นอย่างดีราวกับว่าได้ฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วน

กระบวนท่าเบื้องต้นสำหรับป้องกันตัวนั้นมีทั้งหมด 16 แบบ พวกเด็ก ๆ ในสำนักพินิจดาบต่างก็รู้จักกระบวนท่าเหล่านี้กันทุกคน

12 กระบวนท่าแรกนั้นเป็นกระบวนท่าธรรมดา ๆ ส่วนอีก 4 กระบวนท่าที่เหลือนั้นค่อนข้างแยบยลทีเดียว ซึ่งก็ได้แก่ ท่าดาบผ่ามิติ ท่าดาบทลายเหมันต์ ท่าดาบแหวกเมฆา และท่าดาบสลายวายุ หากใช้กระบวนท่าทั้งสี่นี้ติดต่อกัน ดาบจะปล่อยแสงสว่างจ้าซึ่งสามารถล้มชายกำยำได้กว่า 10 คนเลยทีเดียว

กระบวนท่าเหล่านั้นซึมซับอยู่ในความทรงจำของติงโฮว เขาเคลื่อนตัวและแทงดาบอย่างต่อเนื่อง ติงโฮวต้องประหลาดใจเมื่อเข้าเขาสู่พลังขั้นปฏิหาริย์ในชั่วอึดใจต่อมา

หากใครได้เห็นติงโฮวในตอนนี้ก็คงจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเป็นแน่ เพราะเจ้างั่งอันดับหนึ่งของสำนักอย่างเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว ติงโฮวแสดงกระบวนท่าอย่างสวยงามด้วยฝีเท้าที่ว่องไว ยิ่งเมื่อเขาเริ่มใช้ 4 กระบวนท่าสุดท้าย ติงโฮวก็ขยับเร็วขึ้นและเร็วขึ้นเรื่อย ๆ อย่างคล่องแคล่วและมั่นคง ในท้ายที่สุด ดาบเปื้อนสนิมสีแดงค่อย ๆ กลายไปเป็นก้อนแสงสีสลัววิ่งวนเป็นคลื่นอย่างดุดันไปรอบตัวติงโฮว

“วูบ!”

ติงโฮวดึงดาบเปื้อนสนิมกลับมาทำให้เกิดเสียงหวือดังขึ้น ความประหลาดใจหายไปจากใบหน้าของเขา

“แปลกจัง เท่าที่จำได้ 4 กระบวนท่าสุดท้ายมันยากมากนี่นา เจ้าของร่างคนก่อนต้องฝึกฝนมาเป็นพัน ๆ ครั้ง แถมใช้เวลาตั้งสองปียังทำไม่สำเร็จเลย แล้วทำไมข้าถึงทำทุกท่าได้ง่าย ๆ แบบนั้นนะ”