ตอนที่แล้วPTH44 ไม่ใช่ศัตรูแต่ไม่อยากพบ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปPTH46 คิดว่าข้าเป็นคนชั่วจริงๆเหรอ?

PTH45 ไม่ได้เรื่อง


“ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้เป็นเจ้านี่เอง” เมื่อเห็นใบหน้าของเว่ยสั่วชัดๆ หานเว่ยเว่ยขมวดคิ้ว สีหน้ากังวลหายไป แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม

“เจ้าเป็นใคร?” เว่ยสั่วแสร้งทำเป็นไม่รู้จัก “เราเคยพบกันมาก่อนเหรอ?”

สีหน้านางแปรเปลี่ยนเย้ยหยัน “ข้าเป็นใคร? เจ้าขโมยจิ้งจกหางศิลาของข้ายังมีหน้ามาถามว่าข้าเป็นใคร เจ้าถอดกางเกงต่อหน้าข้ายังมีหน้ามาถามอีกว่าข้าเป็นใคร? ตอนนี้รู้หรือยังว่าข้าเป็นใคร?”

“หา?” หนานกงยู่ฉิงตกใจ ก่อนหน้านี้นางได้เรียกคนของเถี่ยเซ่อมาช่วย ซึ่งผู้ที่นางเรียกมีนามว่า หลิวหวู่ เพราะกลัวว่านางและเว่ยสั่วจะรับมือไว้ไหว แต่สิ่งที่นางคาดไม่ถึงคือ หานเว่ยเว่ยแห่งศาลาสมบัติจะมาด้วย

หนานกงยู่ฉิงและหลิวหวู่ไม่รู้ว่าเว่ยสั่วและหานเว่ยเว่ยจะรู้จักกัน อีกอย่าง จากที่หานเว่ยเว่ยกล่าวราวกับเว่ยสั่วเคยไปล่วงเกินนางไว้

“นี่พี่สาว… ก็ข้าบอกไปแล้วว่าจิ้งจกหางศิลาพวกนั้นไม่ใช่ของท่าน!” เว่ยสั่วไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ “อีกอย่างข้าก็ไม่ได้ทำอะไรล่วงท่านเสียหน่อย”

“ใครพี่สาวเจ้า” หานเว่ยเว่ยขมวดคิ้ว

“เดี๋ยวก่อนเว่ยเว่ย ใจเย็นๆ” หนานกงยู่ฉิงที่ทนดูเรื่องราวไม่ได้กล่าวขัด นางกล่าวถามเว่ยเว่ย “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”

“พี่ยู่ฉิง ทำไมท่านถึงได้อยู่กับเจ้าคนชั่วนี่?” นางยังไม่ทันได้กล่าวตอบ แต่กลับยิงคำถามใส่หนานกงยู่ฉิงก่อน

เว่ยสั่วพูดไม่ออก เขาจึงเดินไปเก็บหญ้าหยกเมฆา เพราะสิ่งนี้สำคัญกว่าพวกนางมาก หากปล่อยทิ้งเอาไว้ ปราณสมุนไพรของหญ้าหยกเมฆาอาจจะสูญไป

“เจ้าคนชั่ว เจ้าจะทำอะไร?” ในขณะที่เว่ยสั่วเอื้อมมือกำลังจะหยิบหญ้าหยกเมฆา หานเว่ยเว่ยกลับกล่าวขึ้น

“ข้าจะเก็บหญ้าหยกเมฆา แล้วเลิกเรียกข้าว่าคนชั่วได้แล้ว ถึงข้าจะชิงจิ้งจกหางศิลาจากเจ้ามา เดี๋ยวข้าชดใช้ให้ก็ได้” เว่ยสั่วทนไม่ไหวจึงตอบโต้นางไป

“ยอมรับแล้วสิว่าขโมยจิ้งจกหางศิลาจากข้า” นางจ้องมองเว่ยสั่วเขม็ง “เจ้าคิดว่าจิ้งจกหางศิลาพวกนั้นไร้ค่าเหรอ? พวกมันเป็นอสูรชนิดแรกที่ข้าล่า! รู้หรือเปล่าว่าครั้งแรกมันสำคัญขนาดไหน? เจ้าขโมยครั้งแรกของข้าไป!”

เว่ยสั่วเองก็ตอบโต้กลับไปด้วยความหงุดหงิด “เหอะ! พูดมาทั้งหมดนึกว่าอะไร ที่แท้ก็แค่ครั้งแรก ไม่เห็นเจ้าจะได้เรื่องตรงไหน”

หนานกงยู่ฉิงและหลิวหวู่ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ ดีที่ทั้งสองได้รู้เรื่องราวทั้งหมด หากเป็นใครที่ผ่านไปมา ได้ยินเพียงขโมยครั้งแรกอาจคิดว่าเว่ยสั่วกับนางได้เสียกันแล้ว

“ข้าเฝ้าจิ้งจกหางศิลาพวกนั้นมาหลายวัน แต่อยู่ๆเจ้าก็มาแย่งพวกมันไปต่อหน้า… พอบอกจะชดใช้ศิลาวิญญาณให้ก็ไม่เอา จะให้ข้าทำยังไง หรืออยากจะถอดกางให้ข้าดูเหมือนที่ข้าถอดให้เจ้าดู!?”

“เจ้า!” นางสั่นเทิ้มไปทั้งตัวด้วยความโกรธ ชี้หน้าเว่ยพลางหันกล่าวกับหนานกงยู่ฉิง “พี่ยู่ฉิงดูมันพูด!”

“เอาหล่ะๆ เว่ยสั่ว เจ้าพูดกับนางแรงเกินไปแล้ว” หนานกงยู่ฉิงมองเว่ยสั่วด้วยสายตาตำหนิ “เว่ยเว่ย เจ้าเองก็ไม่ควรโกรธ ถือซะว่าพวกเจ้าสองคนช่วยกันสังหารจิ้งจกหางศิลาพวกนั้นก็พอแล้ว”

“ไม่! ข้าจะสั่งสอนมัน” หานเว่ยเว่ยไม่ยอม

“สั่งสอนข้า? น้ำหน้าอย่างเจ้าเนี่ยนะ?” เว่ยสั่วมองนางด้วยสีหน้าเย้ยหยัน

“คนอย่างเจ้าแค่จิ้กจงหางศิลายังจัดการไม่ได้ ทำไมข้าจะสั่งสอนเจ้าไม่ได้”

“เว่ยสั่วพอได้แล้ว กลั่นแกล้งนางเจ้ามีความสุขนักหรือไง? ถ้าเจ้ายังไม่หยุดข้าจะไม่สนใจเจ้าแล้วนะ” หนานกงยู่ฉิงกล่าวเป็นเชิงตำหนิเว่ยสั่ว

“พี่ยู่ฉิง นี่ท่านคิดว่าข้าสู้เจ้าคนชั่วนี่ไม่ได้เหรอ?” เมื่อได้ยินคำกล่าวของหนานกงยู่ฉิง หานเว่ยเว่ยแทบทนไม่ได้

หนานกงยู่ฉิงนิ่งเงียบครู่หนึ่ง นางไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

หานเว่ยเว่ยหันมองเว่ยสั่วพลางกล่าว “เจ้าคนชั่ว เจ้ากล้าประลองกับข้าหรือเปล่า? หากข้าเอาชนะเจ้าไม่ได้ ครั้งหน้าถ้าพบกันข้าจะเรียกเจ้าว่าพ่อเลย”

“ฮึ่ม! เจ้าหาเรื่องเองนะ” เว่ยสั่วแค่นเสียง “ถ้าเจ้าแพ้ข้า ไม่ต้องเรียกข้าว่าพ่อ ให้เรียกข้าว่าพี่เว่ยสั่ว!”

“อย่าหนักมือเกินไปนะ!”

เมื่อเห็นเหตุการณ์ไม่อาจควบคุม หนานกงยู่ฉิงจึงทำได้เพียงเตือนเว่ยสั่วว่าอย่าหนักมือจนเกินไป ก่อนจะเดินไปเก็บหญ้าหยกเมฆา

“เขตขั้นทะเลศักดิ์สิทธิ์ที่ 5? ทำไมคนโง่อย่างนางถึงยกระดับเร็วขนาดนี้ ครั้งล่าสุดที่เจอกันนางเพิ่งบรรลุเขตขั้นทะเลศักดิ์สิทธิ์ที่ 4”

เว่ยสั่วใช้วิชาสัมผัสกลิ่นอายหยั่งเชิงระดับพลังของนาง ทำให้รู้ว่านางบรรลุเขตขั้นทะเลศักดิ์สิทธิ์ที่ 5 แล้ว ที่สำคัญ กลิ่นอายพลังของนางรุนแรงมาก หมายความว่าวิชาที่นางฝึกฝนสูงกว่าเว่ยสั่ว

ตัวเขาหลังจากทะลวงเขตขั้นทะเลศักดิ์สิทธิ์ที่ 3 มา จนถึงวันนี้ก็ยังไม่อาจทะลวงเขตขั้นทะเลศักดิ์สิทธิ์ที่ 4 แต่นางกลับบรรลุเขตขั้นทะเลศักดิ์สิทธิ์ที่ 5 แล้ว

“เจ้าเริ่มก่อน” นางนำบางสิ่งออกมา ถ่ายปราณเข้าใส่ สิ่งที่อยู่ในมือนางเปล่งแสง เส้นแสงจำนวนมากถักทอจนกลายเป็นเกราะป้องกันเบื้องหน้า

“สมบัติเวทย์!”

เว่ยสั่วตกตะลึง ในแคว้นสวรรค์ลึกล้ำได้มีการแบ่งสมบัติออกเป็นสองชนิดใหญ่ๆ คือสมบัติวิญญาณและสมบัติเวทย์ ซึ่งสมบัติเวทย์จะทรงพลังกว่าสมบัติวิญญาณมาก ต่อให้เป็นระดับที่ต่ำที่สุด ก็รับมือการจู่โจมของเขตขั้นวัฏจักรสวรรค์ได้ ยิ่งด้วยยามนี้นางแข็งแกร่งกว่าเขาถึง 2 ระดับ กอรปกับมีสมบัติเวทย์ในมือ เป็นไปไม่ได้ที่เว่ยสั่วจะเอาชนะนางได้

แต่สิ่งที่ทำให้เว่ยสั่วผ่อนคลายคือเกราะของนางไม่ได้คงทนถาวร ต้องพึ่งพาปราณและการควบคุมอยู่ตลอดเวลา ความแข็งแกร่งของมันจึงยังไม่มากถึงระดับสมบัติเวทย์จริงๆ สมควรอยู่กึ่งกลางระหว่างสมบัติเวทย์และสมบัติวิญญาณ

เว่ยสั่วถ่ายปราณเข้าสู่จี้หยก กระตุ้นยันต์ที่ได้มาจากหลินเต้ายีสร้างกำแพงปราณขึ้นเบื้องหน้า

หานเว่ยเว่ยยังไม่ลงมือ เพียงจ้องมองเว่ยสั่ว เพราะนางกล่าวแล้วว่าให้เขาเป็นฝ่ายลงมือก่อน

หนานกงยู่ฉิงและหลิวหวู่คอยเฝ้าดูทั้งสองอยู่ไม่ไกล เพราะหากเกิดอะไรขึ้น ทั้งสองจะลงมือหยุดยั้งเพื่อไม่ให้เรื่องลุกลามบานปลาย

“ตูม!”

เมื่อเห็นสีหน้าของหานเว่ยเว่ย เว่ยสั่วก็ไม่จำเป็นต้องยั้งมือ กระตุ้นยันต์เพลิงจู่โจมนางทันที

เปลวเพลิงเข้าปะทะเกราะแสงระเบิดเสียงดังสนั่น แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้เว่ยสั่วตกตะลึง เพราะเกราะของนางแทบไม่ได้รับความเสียหาย

“ฮึ่ม!” หานเว่ยเว่ยสะบัดมือ กลุ่มหมอกขาวปรากฏเบื้องหน้า ก่อตัวเป็นมังกรยาวห้าจ้าง แผดเสียงคำราม ทะยานเข้าหาเว่ยสั่ว

“วิชาอะไร? ทำไมถึงทรงพลังขนาดนี้”

มังกรขาวเข้าปะทะกำแพงปราณอย่างรุนแรง สร้างความเสียหายจนเกือบจะทำให้กำแพงปราณพังทะลาย

ตูม ตูม ตูม!

เว่ยสั่วตอบโต้นางด้วยยันต์เพลิง ระดมจู่โจมใส่ไม่ยั้ง แต่ถึงแม้ยันต์เพลิงจะทรงพลัง กลับยังไม่อาจทะลวงการป้องกันของนางได้

ผลจากเปลวเพลิงร้อนระอุ อุณหภูมิภายในถ้ำเพิ่มสูง

“เขามียันต์เพลิงอยู่มากขนาดไหนกัน?”

หนานกงยู่ฉิงหันมองหลิวหวู่ที่ตกตะลึงกับยันต์เพลิง… หลิวหวู่คือคนคุ้มกันของหานเว่ยเว่ยที่จี้หยาได้จ้างวานให้คอยปกป้อง แต่วันนี้ หนานกงยู่ฉิงได้ส่งข่าวถึงหลิวหวู่ให้มาช่วย หานเว่ยเว่ยจึงได้ติดตามมาด้วย

ก่อนหน้านี้หานเว่ยเว่ยได้เล่าเรื่องราวของเว่ยสั่วให้หลิวหวู่ฟัง แต่เมื่อได้เห็นเว่ยสั่วกับตา นางเชื่อว่าเว่ยสั่วสู้หานเว่ยเว่ยไม่ได้ เพราะระดับพลังของเว่ยสั่วด้อยกว่านาง ทั้งหานเว่ยเว่ยยังมีสมบัติติดตัวมากมาย ความรู้และประสบการณ์ต่อสู้ก็มากในขนาดที่สามารถเดินเล่นไปทั่วเมืองจิตวิญญาณสูงสุดแล้วไม่เกิดปัญหา

“เจ้าคนชั่ว!”

เป็นครั้งแรกที่หานเว่ยเว่ยได้ประลองกับมนุษย์นางจึงยังตระหนกอยู่บ้าง นางคาดไม่ถึงว่าการจู่โจมของเว่ยสั่วจะรุนแรงขนาดนี้ ทุกครั้งที่บอลเพลิงกระทบกับเกราะ มันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ยิ่งด้วยจำนวนเพลิงที่เพิ่มมากขึ้นทำให้รอบข้างกลายเป็นทะเลเพลิง บรรยากาศที่ถูกเพลิงรายล้อมทำให้นางหวาดกลัว

แต่ในระหว่างที่นางกำลังสับสนอยู่นั้น หมอกปราณกลุ่มหนึ่งปรากฏเบื้องหน้านาง แล้วแปรสภาพเป็นกระบี่เล่มใหญ่...

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด