ตอนที่แล้วPTH20 ชิ้นส่วนสมบัติ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปPTH22 ไม่แปลกที่เจ้ากล้าพูด

PTH21 ท่านนี่มันโง่ชมัด


ทุกสิ่งเกิดขึ้นกระทันหัน หนานกงยู่ฉิงเปล่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด เว่ยสั่วเร่งนำมุกส่องสว่างไปหานาง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว

หลินเต้ายีถอยห่างจากเว่ยสั่วและคนอื่นๆ จ้องมองคนทั้งหมดด้วยแววตาชั่วร้าย หนานกงยู่ฉิงที่อยู่ห่างจากเว่ยสั่วถูกผลักกระเด็น ใบหน้าซีดขาว มุมปากปรากฏโลหิตไหลริน สีหน้าดูราวกับเจ็บปวดไม่น้อย อาภรณ์และเกราะที่สวมใส่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เกราะบริเวณหน้าอกหายไปส่วนหนึ่ง เผยให้เห็นเนินอกของนางอย่างชัดเจน

“หลินเต้ายี เจ้าทำอะไร?” เย่เสี่ยวเจิ้งขมวดคิ้วจ้องมองหลินเต้ายี มันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“ทำอะไร? ก็เห็นๆกันอยู่… ทรยศไง” เว่ยสั่วโคจรปราณกระตุ้นจี้หยกเตรียมพร้อม พลางกล่าวกับเย่เสี่ยวเจิ้ง

“หลินเต้ายี คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะกล้าทำแบบนี้? ถึงเจ้ามั่นใจว่าจะรับมือพวกข้าได้ทั้งหมด แต่เจ้าไม่กลัวถูกเถี่ยเซ่อตามล่าหรือไง?” หนานกงยู่ฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“มันดูพร้อมขนาดนั้นไม่ต้องพูดให้เสียเวลาหรอก… ถ้ามันไม่กล้าทำจริงมันคงไม่ทำแบบนี้” เว่ยสั่วหันมองหนานกงยู่ฉิง แต่ก็อดใจแอบชำเลืองมองเนินอกขาวนวลของนางไม่ได้ นานทีปีหนเว่ยสั่วจะออกล่าอสูร คาดไม่ถึงว่าครั้งนี้จะได้เจอคนทรยศ

“หลินเต้ายี เจ้ากล้ามากที่ทำแบบนี้!” เย่เสี่ยวเจิ้งแผดเสียงคำรามด้วยโทสะ

“ถึงสมบัติข้าจะเป็นเพียงของที่ทำเลียนแบบขึ้นมา ไม่ได้ทรงอานุภาพเท่าชิ้นส่วนสมบัติของเจ้า แต่หากข้าใช้ปราณหนุนเสริมย่อมใช้รับมือพวกเจ้าได้” หลินเต้ายีไม่ได้สนใจเย่เสี่ยวเจิ้ง มันจ้องมองหนานกงยู่ฉิงพลางกล่าว “ตอนนี้เส้นลมปราณของเจ้าเสียหาย ต่อให้เจ้ายังใช้วิชาได้ อย่างมากก็ทรงพลังเทียบเท่าเขตขั้นทะเลศักดิ์สิทธิ์ที่ 2 ถึงเจ้าจะทรงพลังและเป็นคนสำคัญของเถี่ยเซ่อ แต่หากข้าสังหารเจ้าทิ้งที่นี่ ก็ไม่มีใครทราบว่าเป็นฝีมือข้า… แคว้นสวรรค์ลึกล้ำใหญ่โต เถี่ยเซ่อเป็นเพียงคนกลุ่มหนึ่ง ไม่มีทางที่พวกมันจะหาข้าพบหรอก”

“หลินเต้ายี พวกข้าเชื่อใจเจ้า แต่เจ้ากลับหักหลังพวกข้า!” เมื่อเห็นท่าทางที่ไม่สะทกสะท้านของหลินเต้ายี เย่เสี่ยวเจิ้งแผดเสียงคำราม ร่างกายเปล่งแสงสีทอง ไอปราณสีแดงแผ่ออกจากแขน ก่อนที่มันจะทะยานฟาดฟันกระบี่ใหญ่เข้าใส่

เย่กู่เว่ยขบฟัน โคจรปราณใช้วิชาลูกศรวารี ส่งศร 3 ลูกตรงเข้าใส่หลินเต้ายี

“ม่านวารี!”

หลินเต้ายีขยับมือเป็นท่าทาง หมอกปราณปกคลุมรอบกาย ก่อตัวเป็นม่านวารีคุ้มกาย

ศรวารีของเย่กู่เว่ยเข้าปะทะม่านวารีอย่างรุนแรง แต่ลูกศรกลับแตกกระจายไม่อาจทะลวงผ่านม่านวารีเข้าไปได้

เมื่อต้านรับศรวารีได้ หลินเต้ายีเร่งสับเปลี่ยนวิชา เปล่งอัสนีเหลืองสายหนึ่งฟาดผ่าเข้าร่างเย่เสี่ยวเจิ้ง

เปรี้ยง!

อัสนีเส้นหนาฟาดเข้าร่าง เสียงอัสนีแปรปราบดังสนั่น อานุภาพที่รุนแรงทำให้เจ็บปวดทั้งยังถูกผลักให้ถอยไปหลายก้าว แม้จะมีวิชากายทองคำคุ้มกัน แต่ยังปรากฏรอยแผลจากอัสนีนับสิบ

เว่ยสั่วที่เห็นดวงตาเบิกกว้าง

วิชาอัสนีของหลินเต้ายี นอกจากจะทรงพลังมาก ยังทำให้ศัตรูเป็นอัมพาตไม่อาจขยับเคลื่อนไหว

สิ่งที่ทำให้เว่ยสั่วตระหนกคืออานุภาพของอัสนีไม่ต่างไปจากยันต์เพลิงของเขา การที่หลินเต้ายีเปล่งพลังระดับนั้นได้ แสดงว่าหลินเต้ายีอยู่เขตขั้นทะเลศักดิ์สิทธิ์ที่ 5!

“หนานกงยู่ฉิง เจ้าในตอนนี้สู้ข้าไม่ได้”

เมื่อเห็นสีหน้าของเย่กู่เว่ยและหนานกงยู่ฉิง หลินเต้ายียิ้มอย่างพอใจ… เดิมทีมันดูเป็นมิตร แต่ยามนี้กลับกลายเป็นคนละคน

แววตาของมันเปลี่ยนไป จับจ้องเรือนร่างของหนานกงยู่ฉิง “ถ้าเจ้ายอมเป็นสตรีของข้า เชื่อฟังข้า ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า… ทั่วทั้งเมืองจิตวิญญาณสูงสุด หาสตรีที่งดงามเช่นเจ้าได้ยากนัก”

“หลินเต้ายี อย่าได้เพ้อฝันไป!” เมื่อได้ยินคำกล่าวของมัน หนานกงยู่ฉิงขบฟัน

“งั้นเหรอ… แต่เจ้าไม่มีทางรอดมือข้าหรอก” หลินเต้ายีหัวเราะ กวาดตามองส่วนต่างๆบนเรือนร่างหนานกงยู่ฉิง ทั้งเอวที่คอดกิ่ว เรียวขาที่งดงามกระทั่งไปหยุดอยู่บนจุดสำคัญบนร่างนาง “ข้าว่าเจ้าคงยังไม่เคยลิ้มลองบุรุษมาก่อน… ถ้าเกิดข้าให้เจ้าได้ลอง รับรองว่าเจ้าต้องไม่ปฏิเสธข้าแน่”

แววตาหนานกงยู่ฉิงแปรเปลี่ยนเย็นชา สายตาที่ชั่วร้ายของหลินเต้ายีทำให้นางรู้สึกราวกับถูกลวนลาม

แต่ในขณะเดียวกันนั้น เว่ยสั่วที่อยู่ข้างๆหนานกงยู่ฉิงกลับหัวเราะขึ้น “นี่พี่หลิน… ท่านนี่สุดยอดไปเลย”

คำกล่าวของเว่ยสั่วทำให้ทุกคนประหลาดใจ หลินเต้ายีขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าเว่ยสั่วคิดจะทำอะไร

“ฮ่าฮ่า รูปร่างของนางเร่าร้อนเย้ายวล ยิ่งสวมเกราะหนังแบบนี้ข้าเองก็แทบจะทนไม่ไหว” เว่ยสั่วถูมือพลางกลืนน้ำลาย “จริงๆแล้วข้าเองก็อยากเกี้ยวพานางอยู่เหมือนกัน แต่คิดไม่ถึงว่าท่านจะกล้าหาญลงมือก่อนข้า... ตัวท่านอยู่ตั้งเขตขั้นทะเลศักดิ์สิทธิ์ที่ 5 ข้าไหนเลยจะสู้ท่านได้”

คำกล่าวของเว่ยสั่วทำให้สีหน้าของทุกคนแปรเปลี่ยน หลินเต้ายีเองก็ประหลาดใจ “เจ้าต้องการอะไร?”

“สตรีปุถุชนแม้จะงดงามแต่ไม่อาจเทียบสตรีผู้ฝึกตน… ถึงข้าจะชอบแม่นางหนานกงมาก แต่ข้าชอบแม่นางเย่มากกว่า” เว่ยสั่วหันมองเย่กู่เว่ยพลางกล่าว “ข้าว่าพวกเรามาร่วมมือกันดีกว่า ไหนๆเราต่างก็ชอบพวกนางเหมือนกัน… ท่านชอบแม่นางหนานกง ส่วนข้าชอบแม่นางเย่”

“คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะคิดเหมือนข้า” หลินเต้ายีเริ่มขบคิด หากมีคนร่วมมือย่อมปลอดภัยมากขึ้น ดังนั้นมันจึงยิ้ม “คาดไม่ถึงว่าน้องเว่ยจะคิดเห็นเหมือนข้า... แต่ข้าก็ยังไม่วางใจ หากเจ้าไปบอกเถี่ยเซ่อเข้าข้าก็ตกอยู่ในอันตราย… แต่ไม่เป็นไร เห็นแก่ที่เจ้าชอบหนานกงยู่ฉิง ข้าจะขอใช้นางก่อน จากนั้นนางจะเป็นของเจ้า ทำแบบนั้นข้าสบายใจกว่า”

“ฮ่าฮ่า! ขอบคุณที่หลินที่ใจกว้าง” เว่ยสั่วกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ “ถ้าเกิดพี่หลินไม่ถือสา ข้าว่าเราน่าจะร่วมสนุกไปพร้อมๆกัน แลกคู่กันไปมา ลองท่าต่างๆมากมายไปพร้อมๆกัน”

“ฮ่าฮ่า!” เมื่อได้ยินสิ่งที่เว่ยสั่วกล่าว หลินเต้ายีหัวเราะชอบใจ หันมองหนานกงยู่ฉิงและเย่กู่เว่ย จินตนาการว่าได้ร่วมรักกับพวกนางไปพร้อมๆกัน แต่ในชั่วพริบตานั้น บอลเพลิงลูกหนึ่งกลับพุ่งออกจากมือเว่ยสั่ว ตรงเข้าหาหลินเต้ายีที่ไม่ทันได้ตั้งตัว

มันเร่งใช้ม่านวารีหวังต้านรับ แต่ไม่อาจทานอานุภาพของบาลเพลิง ทำให้ถูกเพลิงที่รุนแรงครอกร่าง เสื้อผ้าไหม้ ผมเผ้ายุ่งเหยิง อัปลักษณ์ยิ่งกว่าเว่ยสั่ว

“ยันต์เพลิง! เว่ยสั่ว นี่เจ้ากล้าหลอกข้า!” มันเร่งนำบางสิ่งออกมาดับเพลิงที่ลุกไหม้บนร่าง

เมื่อครู่เว่ยสั่วพูดคุยกับหลินเต้ายีว่าจะร่วมรักกับพวกนางพร้อมกัน แต่คาดไม่ถึงว่าเว่ยสั่วจะหลอกล่อให้หลินเต้ายีตายใจ แล้วลอบจู่โจมด้วยยันต์เพลิง

เพียงแต่สิ่งที่เว่ยสั่วทำในชั่วพริบตาถัดมา กลับทำให้พวกนางแทบเป็นลม เพราะเขายืนเท้าสเอวจ้องมองหลินเต้ายีที่สภาพดูไม่ได้พลางกล่าว “ข้าก็แค่หลอกท่านเล่น แต่ท่านกลับเชื่อจริงจัง ท่านนี่มันโง่ชมัด!”...

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด