ตอนที่แล้วDeath Mage บทที่ 7: การแก้แค้นชั่วครั้งคราวจบแล้ว ตั้งใจทำต่อไป
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปDeath Mage บทที่ 7 - 2

Death Mage บทที่ 7 – 1

 

ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดและฟันกระทบกึกกัก รูดี้พยักหน้าตอบสนองการคุกคามที่แวนดาลูได้สร้างขึ้นเผื่อไว้

 

รูดี้ปีนบันไดเชือกขึ้นไปสู่พื้นผิวและก็ต้องสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเมื่อเขาเห็นศพของเหล่าโจรป่าบนพื้น อีกทั้งอันเดตที่ปกคลุมไปด้วยเลือด รวมไปถึงนกกระดูกที่ตอนนี้ปกคลุมไปด้วยแสงสีฟ้าซีดหลังจากที่เพิ่มแรงค์ ส่งเสียงร้องโหยหวนเต็มไปด้วยความสุข

 

จากนั้นเขาก็สาบานว่าเขาจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับอย่างแน่นอน ต่อให้เขาได้รับข้อเสนอเป็นเหรียญแพลตินัมกองเป็นภูเขาก็ตาม

 

รูดี้ดื่มแอลกอฮอล์ที่พวกโจรได้ดื่มไปก่อนหน้านี้เพื่อระงับความกลัวขณะที่เขาเอาสิ่งที่เป็นของเขาที่พวกโจรได้ขโมยไปกลับคืน ยิ่งไปกว่านั้น เขาได้รับการบอกว่า “ผมไม่สามารถใช้ม้าที่มีชีวิตได้” ดังนั้นเขาจึงได้รับม้าของพวกโจร หลังจากนั้นเขาก็ผูกเกวียนที่เอามาจากโจรกลุ่มอื่นกับม้าและจากไป

 

เขาเดินทางเพียงลำพังโดยไม่มีผู้คุ้มกัน แต่แวนดาลูได้กวาดล้างโจรป่าทุกคนที่ได้ยึดครองพื้นที่แถบนี้ไปหมดแล้ว ตราบเท่าที่เขาไม่โชคร้ายจนเกินไปเจอะเจอกับกลุ่มของก็อบลิน เขาควรจะสามารถไปถึงเป้าหมายได้

 

เขาได้รับม้าโดยไม่คาดฝัน ดังนั้นตอนนี้เขาย่อมสามารถซื้อรถม้า สร้างกองคาราวานพ่อค้าและขยายธุรกิจ แต่นี่ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับแวนดาลู

 

แวนดาลูใช้เวลาที่เหลือจนกระทั่งรุ่งเช้าด้วยการเปลี่ยนกระดูกที่บิ่นของอันเดตด้วยชิ้นส่วนสำรอง (กระดูกมนุษย์และสัตว์ที่เขาได้สะสมไว้จนถึงตอนนี้)  เขายังเล่นกับนกกระดูกซึ่งเพิ่มแรงค์ของตนเองและได้รับความสามารถในการบินด้วยของใหม่ปีกวิญญาณ และฝังศพโจรป่า จากนั้นเขาก็หลับสนิทไปจนถึงเที่ยง

 

เขาให้โครงกระดูกและตัวอื่นๆไปส่งรูดี้

 

ไม่ว่ารูดี้จะเป็นคนแปลกหน้าสำหรับแวนดาลูเท่าไหร่ก็ตาม เขาคิดว่าอย่างน้อยเขาก็ควรทำเช่นนั้น

 

จากนั้นแวนดาลูก็ตื่นขึ้นและกินสิ่งที่โจรป่าเหลือทิ้งไว้เป็นมื้อเที่ยง

 

ในเมนูของเขาเป็นเนื้อเค็ม ขนมปังและชีส มีผักแห้งแทนสลัด และมีซุปปลาแห่ง สำหรับของหวาน เขากินผลไม้ที่เขาได้มาจากป่า

 

“กระทั่งโจรป่ายังกินดีกว่าผม…”

 

ขณะที่เขากิน แวนดาลูก็ตระหนักถึงสิ่งนี้และเกิดความรู้สึกเศร้าเล็กน้อย

 

หลังจากที่โจมตีโจรป่าและเอาอาหารของพวกนั้น สถานการณ์เกี่ยวกับอาหารของเขาก็ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เขาไม่ต้องกินเนื้อแรคคูนและหมาจิ้งจอกที่ทั้งเหนียวและมีกลิ่น อย่างไรก็ตามเมื่อเขาพยายามที่จะใช้เครื่องมือต้องสาปและเครื่องครัวอันเดตปรุงอาหาร มันก็ไปได้ไม่ดีนัก

 

เครื่องมือต้องสาปถูกสร้างขึ้นโดยใช้วิญญาณชั่วครอบครองพวกมันและกลายเป็นสัตว์อสูรที่เคลื่อนที่ได้ด้วยตัวมันเอง แต่พวกมันไม่มีความแข็งแกร่งหรือความแม่นยำ เพราะว่าเหตุนั้น พวกมันจึงไม่เหมาะในการทำอาหาร

 

ในกรณีนั้นเป็นไปได้ไหมที่จะให้โครงกระดูกทำ แต่ว่าวิญญาณที่สิงอยู่ในตัวเขานั้นไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสัตว์ตัวเล็กๆเช่นแมลงและหนู ดังนั้นเขาจึงไม่เข้าใจหลักการปรุงอาหาร เมื่อสั่งให้ “หั่นผัก” เขาก็จะเหวี่ยงดาบไปที่ผักด้วยแรงเต็มที่ ตัดผ่านเขียงไปโดยตรง

 

ความจริงที่ว่าเขาได้เรียนรู้ที่จะใช้ดาบและธนูนั้นเป็นมากกว่าการพัฒนาที่เพียงพอสำหรับเขา

 

ส่วนสำหรับตัวแวนดาลูเองนั้น —

 

“ไม่ หากจะปรุงอาหารเมื่อลูกยังมีอายุเพียงหนึ่งขวบนั้นลูกจะทำยังไงถ้าลูกเกิดเผาตัวเอง”

 

“แต่แม่ ผมคิดว่าการกินเนื้อแห้งและขนมปังไหม้โดยตรงนั้นไม่ดีสำหรับระบบย่อยอาหารของเด็กอายุหนึ่งขวบ ถึงแม้ว่าผมจะมีกรามที่แข็งแรงกว่าเด็กหนึ่งขวบทั่วไปหลายเท่าก็ตาม”

 

“ไม่ก็คือไม่ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าลูกเผาตัวเอง”

 

“…ผมจะใช้น้ำและ (ดูดความร้อน) ทำให้มันเย็นลง”

 

ในเมื่อธาตุความตายเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับธาตุชีวิต เขาทำได้แย่ในเรื่องประเภทการรักษา เขามีความสามารถที่ใช้ในการรักษาด้วยเช่นกันแต่นั่นก็แปลกที่สามารถใช้ได้กับเพียง “รักษาบาดแผลฉกรรจ์และป่วยหนัก แต่ไม่ใช่สำหรับบาดเจ็บเล็กน้อยที่ไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต”

 

ถ้าเขาถูกเผาทั้งตัว เขาสามารถรักษาได้ แต่ถ้าเขาเพียงแค่ถูกเผาให้เป็นรอยแผลบนมือ นั่นเป็นเรื่องยากที่แวนดาลูที่จะรักษามันด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้

 

“เช่นนั้นลูกก็ยังทำไม่ได้”

 

“คร้าบ~”

 

นี่คงเป็นเพราะบางทีดาร์เซียคิดว่า “ฉันต้องระวังไม่ให้เขาโดนไฟไหม้ในขณะที่เขายังเป็นเด็กเล็ก” ในยามที่เธอมีชีวิต ความคิดนี้อาจจะเปลี่ยนเป็นรุนแรงขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่เธอตาย

 

แต่แวนดาลูเพียงแค่มีอายุได้หนึ่งขวบเท่านั้นอีกทั้งมือและเท้าของเขาก็สั้น แน่นอนว่าย่อมมีความเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บโดยไม่คาดคิดถ้าเขาพยายามที่จะใช้หม้อ ดังนั้นดาร์เซียจึงไม่ผิดที่จะเตือนเขา

 

ผลสุดท้ายแวนดาลูในตอนนี้จึงต้องต้มน้ำโดยใช้ถ่านที่สร้างขึ้นโดยใช้ไม้ฟืนถูกเข้าด้วยกันและให้อันเดตหักขนมปังและฉีกปลาแห้งลงไปในนั้น และนี่กลายเป็นอาหารประจำวันของเขา

 

รสชาติก็….เอ่อ เอาเป็นว่า ดีกว่าลูกชิ้นเนื้อแรคคูนและจิ้งจอก

 

“ไม่เป็นไร ตอนเมื่อผมโตขึ้น ผมจะหาเงินมาให้ได้มากๆและจ้างพ่อครัวมีฝึมือมาทำอาหารรสเลิศให้ทุกวัน เออ ยิ่งไปกว่านั้นการเก็บเกี่ยวในวันนี้…”

 

อันดับแรกสุด ก็มีอาวุธของโจรป่า โจรป่ากลุ่มอื่นทั้งหมดที่เขาได้จัดการก่อนหน้านั้นได้ใช้หอกทำเองโดยการติดมีดไว้ที่ปลายของแท่งไม้และกระบอง คันธนูและลูกศรนั้นล้วนด้อยคุรภาพ แต่โจรป่ากลุ่มนี้ไม่ได้เรียกว่าเป็นโจรป่ากลุ่มใหญ่ที่สุดเพียงแค่เล่นๆ พวกเขาทุกคนล้วนใช้อาวุธอย่างดี

 

พวกมันล้วนสร้างขึ้นมาจากเหล็กธรรมดา แต่พวกมันไม่ได้ด้อยคุณภาพแบบที่เพียงแค่เทเหล็กหลอมเหลวลงไปในแบบ ไม่ใช่แบบนั้น พวกมันได้รับการตีอย่างดีจากนักประดิษฐ์ และแม้ว่าพวกมันบางชิ้นได้สึกกร่อนไปตามเวลาหรือบิ่นจากโครงกระดูกและตัวอื่นๆจากการต่อสู้ แต่โจรป่าบางคนก็ถูกฆ่าอย่างรวดเร็วโดยไม่มีแม้กระทั่งเวลาจะตอบโต้ ดังนั้นอาวุธของพวกเขาจึงยังไม่มีร่องรอยความเสียหาย

 

เช่นเดียวกับเกราะหนังที่โจรป่าได้สวม เปรียบเทียบกับเกราะหนังของโจรป่ากลุ่มอื่น ซึ่งผ่านการซ่อมครั้งแล้วครั้งเล่า เกราะเหล่านี้ยังคงอยู่ในสภาพที่ดี

 

เห็นได้ชัดเจนว่าพวกเขาได้โจมตีเกวียนขนอาวุธของพ่อค้าก่อนหน้านี้

 

ยังมีสมบัติอื่นในรถม้า เขาได้คืนทุกอย่างที่เป็นของรูดี้ แต่ก็ยังมีอีกจำนวนหนึ่งเหลือในรถม้าสามตัวลาก

 

มีเงินอีกประมาณห้าหมื่นอมิดและอุปกรณ์ต่างๆอีกเล็กน้อยแม้ว่ายากที่จะประเมินค่าของมัน อีกทั้งยังมีกองผ้าคุณภาพสูงสีสันสวยและถังไวน์ที่ดูเหมือนจะมีคุณภาพดีอีกสองถัง ยิ่งไปกว่านั้นก็ยังมีน้ำตาลซึ่งเป็นวัตถุดิบที่สำคัญในเมื่อมันไม่ได้ผลิตขึ้นมาในแคว้นเมิร์ก

 

สุดท้าย ก็ยังมีอาวุธและอาหารสำรองของพวกโจรป่า

 

รวมกับรถม้า ทั้งหมดนี้ดูเหมือนว่าจะมีค่ามากกว่าสองแสนอมิด หรือประมาณยี่สิบล้านเยนถ้าเปรียบเทียบ และแม้ว่ามันจะเป็นเงินจำนวนมาก นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะเรียกได้ว่ามีโชคดี อย่างไรก็ตามการปล้นของที่มีค่ามากมายเช่นนี้ในพื้นที่นี้ที่มีเมืองเอพเบยียเพียงแห่งเดียวใกล้ๆก็ต้องนับว่ามีฝีมือ

 

อย่างไรก็ตามในกรณีนี้ แทนที่จะชื่นชมโจรป่าว่ามีฝีมือ น่าจะเหมาะสมกว่าที่จะตำหนิความไร้ประสิทธิภาพของผู้คุ้มกัน

 

“หากจะว่าไปแล้ว ทุกสิ่งนอกเหนือจากอาหารนั้นไร้ประโยชน์สำหรับผม”

 

แวนดาลูยังคงไม่มีโอกาสที่จะใช้เงิน และการพยายามอย่างดีที่สุดที่จะทำเสื้อผ้าออกมาจากผืนผ้าจบลงด้วยการกลายเป็นผ้าขี้ริ้วที่เขาสวมใส่อยู่ในตอนนี้ ในเมื่อเขาไม่สามารถใช้ประโยชน์สมบัติที่โจรป่ารวบรวมไว้ได้เต็มที่ สถานการณ์ของเขาก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน

 

แต่โครงกระดูกสามารถใช้อาวุธ และเกราะ เกราะหนังสามารถแยกออกเพื่อทำเป็นเครื่องป้องกันให้กับลิงกระดูกและหมีกระดูก

 

อย่างไรก็ตามด้วยสมบัติจำนวนนี้ ปัญหาก็คือจะย้ายมันได้อย่างไร เมื่อเขาได้ให้ม้าทุกตัวให้กับรูดี้ไปแล้วและมีเพียงรถม้าเท่านั้นที่เหลืออยู่ ต่อให้เขาต้องการที่จะอันเดตฉุดลาก รถม้าก็จำเป็นจะต้องแก้ไข

 

แวนดาลูเกิดความคิดหนึ่ง

 

“ตอนนี้ผมควรจะมอบให้ใครทำ”

 

ขณะที่แวนดาลูพึมพัมและค้นหาวิญญาณรอบกายเขา ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่วิญญาณของโจรป่าที่เพิ่งตาย ด้วยความประหลาดใจวิญญาณของชายวัยกลางคนผอมแห้งซึ่งหน้าตาจากตอนที่เขามีชีวิตอยู่ยังคงสภาพไว้ได้ก็ก้าวออกมา

 

“โปรดอนุญาตให้ข้า แซม เถอะ ตลอดชั่วชีวิตของข้าได้รับตำแหน่งผู้ดูแลม้าและคนขับรถม้าให้กับชนชั้นสูง ฝึมือของข้าในการจัดการเรื่องรถม้านั้นเป็นไม่เป็นสองรองใคร”

 

เป็นโชคดีสำหรับแวนดาลูที่วิญญาณของแซมซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ดูแลเรื่องรถม้ามาในเวลาช่วงเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ยังไม่ได้ไปเกิด ตามความเป็นจริงที่ว่าวิญญาณของเขาได้รักษารูปร่างหน้าตาจากตอนที่เขายังคงมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องอาศัยมานาสนับสนุนนั้นหมายความว่าเขาเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งทางอารมณ์อย่างมากเช่นกัน

 

ในเส้นทางนี้วิญญาณของแซมคือสมบัติมีค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเหล่าสมบัติทั้งหมดของที่นี่

 

“ท่านแวนดาลู ท่านได้แก้แค้นให้ข้าและลูกสาวข้า ลูกสาวข้าซึ่งถูกทำเหมือนกับเป็นเพียงเครื่องเล่นและฆ่าทิ้ง ด้วยพระคุณนี้ลูกสาวข้าและตัวข้าจะรับใช้ท่านตราบชั่วชีวิต”

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...