ตอนที่แล้ว509 ซื้อชีวิต
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป511 บอกเรื่องในใจกับใครได้บ้าง?

นิยาย Elixir Supplier

510 ไร้สิ่งมีชีวิต


หวังเย้าไม่ปล่อยให้ความคิดของคนเหล่านั้นมารบกวนจิตใจของตัวเอง เขาได้พบเจอสถานการณ์และผู้คนแบบนั้นมาแล้วมากมาย

มีคนบางพวกที่ต่อหน้าดีและลับหลังกลับมีความคิดบางอย่างแอบแฝงอยู่ พวกเขามักจะพูดจาหวานหูและหน้าไม่เปลี่ยนสีเมื่อแทงข้างหลังคนอื่ย

เวลาประมาณ 5 โมงเย็น ครอบครัวหนึ่งได้เดินทางมาที่คลินิก พวกเขาก็คือเด็กสาวที่ติดยาและพ่อแม่ของเธอ

“เธอ?” หวังเย้ารู้สึกประหลาดใจ

“หมอคะ คุณช่วยตรวจเสี่ยวเฟิ่งหน่อยได้ไหมคะ ตอนนี้อาการของเธอเป็นยังไงบ้างแล้ว?” แม่ของเธอพูด

ภายใต้การเฝ้าดู หรืออาจจะเรียกว่าจับตาดูพฤติกรรมลูกสาวของพวกเขา เธอไม่มีสัญญาณของอาการกำเริบเลย พวกเขารู้สึกดีใจมาก แต่ก็ยังคงมีความกังวลใจอยู่ พวกเขาจึงเดินทางมาหาหมอที่นี่

หวังเย้าสังเกตดูใบหน้าที่แดงเรื่อของเธอ ดวงตาของเธอเป็นประกายสดใส เขาฟังเสียงหายใจของเธอ ที่ดูราบรื่นและแข็งแรง

เมื่อเขาดมกลิ่นของเธอ มันไม่มีกลิ่นอะไรเป็นพิเศษ นอกจากกลิ่นหอมอ่อนๆจากเครื่องสำอาง เธอมีร่างกายปกติและแข็งแรงดี

“เธอหายดีแล้วครับ” หวังเย้าพูด

“หา?” คนทั้งสามอึ้งไป “จะ...จริงเหรอ?”

พวกเขาไม่อยากจะเชื่อ ทุกครั้งที่พวกเขามาที่คลินิก เขาก็มักจะจับดูชีพจรของเธอ แล้วครั้งนี้ เขาพูดออกมาว่าเธอไม่มีปัญหาอะไร โดยการดูเท่านั้น

“จริงครับ ขอแค่เธอไม่กลับไปแตะต้องของพวกนั้นอีก มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้วล่ะครับ” หวังเย้าพูด

“เฮ้อ ดีแล้ว ดีแล้ว” พ่อแม่ของเธอมีความสุขมาก “ขอโทษที่มารบกวนนะครับ ค่ารักษาเท่าไหร่ครับ?”

“ไม่คิดเงินครับ” หวังเย้าโบกมือและยิ้มให้พวกเขา

“ในเมื่อลูกหายดีแล้ว ลูกก็ห้ามไปแตะของพวกนั้นอีกนะ” พ่อของเธอพูดด้วยท่าทีจริงจัง

“ค่ะ หนูจะไม่กลับไปแตะของพวกนั้นอีก หนูสัญญา” เฮ่อเสี่ยวเฟิ่งพูด

พวกเขาทั้งสามจากไปอย่างยินดี แต่ความรู้สึกสงสัยก็ยังคงอยู่

“คุณคิดว่า เราควรพาเสี่ยวเฟิ่งไปตรวจดูที่โรงพยาบาลอีกทีดีไหมคะ?” แม่ของเฮ่อเสี่ยวเฟิ่งถาม

“ทำไมล่ะ? ไม่ใช่ว่าหมอหวังบอกว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้วหรอกเหรอ?” พ่อของเฮ่อเสี่ยวเฟิ่งพูด

“แต่ฉันก็ยังกังวลอยู่ดี” ภรรยาของเขาพูด “แล้วถ้าเขาตรวจผิดขึ้นมาล่ะ?”

“เธอหมายความว่ายังไง? เธออยากให้ลูกของเรามีปัญหาอย่างนั้นเหรอ?” สามีของเธอถาม

“หา ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ” ภรรยาของเขาพูด

“เอาล่ะค่ะ พ่อกับแม่เลิกทะเลาะกันได้แล้ว” เฮ่อเสี่ยวเฟิ่งพูด “หนูจะไปตรวจที่โรงพยาบาลดู ตกลงไหมคะ?”

“ดีจ๊ะ” แม่ของเธอยิ้มและพูดออกมา

หายดีแล้วอีกหนึ่ง หวังเย้ารู้สึกได้ถึงความสำเร็จทุกครั้งที่เขารักษาคนไข้หาย นอกจากนี้ เขายังได้ผลประโยชน์อย่างอื่นด้วย มันได้เพิ่มค่าประสบการณ์ให้เขา ด้วยจำนวนของคนไข้ที่เพิ่มขึ้น ค่าประสบการณ์ของเขาก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย และมันก็เกือบจะเต็มแล้ว การอัพเดทครั้งต่อไปอยู่ไม่ไกลแล้ว

เขายังรู้อีกว่า คะแนนประสบการณ์ที่เขาได้รับนั้นขึ้นอยู่กับความยากง่ายของโรคที่เขารักษาอยู่ด้วย ยกตัวอย่างเช่น การรักษาคนไข้ที่ป่วยด้วย “โรคที่รักษาได้ยาก” 1 คน สามารถเทียบเท่าได้กับการรักษาคนที่ไข้ป่วยด้วยอาการปวดศีรษะและไข้หวัด 100 คน หรืออาจจะมากกว่านั้น

วันต่อมา หวังเย้าได้แขวนป้ายเพื่อแจ้งว่าเขาจะออกไปข้างนอกเอาไว้ที่ประตูคลินิก เขาไม่มีแผนที่จะรับรักษาในตอนบ่ายด้วย และได้เดินทางไปรักษาคนไข้ที่บ้าน

เขาเดินทางไปที่บ้านของสองสามีภรรยาชรา โดยไม่ได้บอกพันจวิน

“หมอหวัง เชิญเข้ามาข้างในก่อน” เมื่อสองสามีภรรยาชราเห็นเขาแล้ว พวกเขาต่างก็มีความสุข

เมื่อเขาเดินเข้าไปด้านในตัวบ้าน เขาก็เห็นชายชรากำลังทำสิ่งต่างๆโดยใช้ไม้เท้าพยุง

“คุณลุงดูแข็งแรงขึ้นเยอะเลยนะครับ” หวังเย้าพูด

“ลุงก็คงจะต้องขอบคุณหมอนั่นแหละ” ชายชราพูด

“ผมขอตรวจดูหน่อยนะครับ” หวังเย้าพูด “ตอนนี้คุณลุงนั่งพักก่อนนะครับ”

การฟื้นตัวของชายชราเป็นไปอย่างราบรื่น เขาไม่จำเป็นต้องกินยาอีกต่อไปแล้ว หวังเย้าทำการฝังเข็มและนวดเพื่อกระตุ้นการทำงานของร่างกาย โดยเน้นไปที่แขนขาของเขาเป็นหลัก ด้วยวิธีนี้ก็จะทำให้ชายชราฟื้นตัวได้เร็วขึ้นไปอีก

“คุณป้าครับ คุณป้าดูไม่ค่อยดีเลยนะครับ” หวังเย้าพูด “คุณป้าต้องดูแลตัวเองให้ดีดีนะครับ”

“พอดีช่วงนี้ป้าเป็นหวัดน่ะจ๊ะ” หญิงชราพูด

ใบหน้าของเธอดูซีดเซียว ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง เธอยังมีเสียงหายใจครืดคราด และมีเสมหะอยู่ในลำคอ

“มาครับ ผมจะตรวจดูให้” ครั้งนี้ เขามาที่นี่โดยไม่ได้พกยาแก้หวัดติดมือมาด้วย เขาจึงทำได้เพียงนวดให้กับเธอเท่านั้น มันสามารถรักษาจากข้างนอกเข้าไปสู่ข้างใน แต่มันก็ยังเทียบกับฤทธิ์ของตัวยาไม่ได้

เมื่อความมั่นใจ หวังเย้าจึงใช้พลังฉีเข้าร่วมด้วย ในระหว่างการรักษานั้น หญิงชราก็ยังคงไอไม่หยุด และถ่มเอาเสลดออกมาด้วย จากนั้น เธอก็รู้สึกหายใจได้โล่งขึ้น

“อาห์ พอได้เอาเสลดออกไปแล้ว ป้าก็รู้สึกดีขึ้นมากเลย” หญิงชราพูดออกมา พร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอก “หลายวันมานี้ ป้ารู้สึกว่ามีเสลดอยู่ในคอตลอดเวลา แต่ก็เอามันออกไม่ได้”

“ผมจำได้ว่า ครั้งก่อนที่มาที่นี่เหมือนในบ้านจะมีดอกเดนดิไลน์อยู่ด้วยนะครับ” หวังเย้าพูด

“ใช่จ๊ะ มันยังเหลือบ้าง แต่ป้าก็ไม่ได้เอามันมาดื่มหรอก” หญิงชราพูด

“คุณป้าลองเอามันแช่น้ำ แล้วเอามาดื่มดูสิครับ มันดีมากเลยนะครับ” หวังเย้าพูด “ผมเห็นว่ามีคลินิกอยู่ในหมู่บ้านด้วย คุณป้าน่าจะไปเอายาจากที่นั่นมากินนะครับ”

“จ๊ะ ป้าจะทำตามที่เธอบอกนะ” หญิงชราพูด

หลังจากจบการรักษาแล้ว หวังเย้าก็อยู่คุยกับสองสามีภรรยาสักพัก ก่อนที่เขาจะขอตัวกลับ

...

เหลียนชาน

“ผู้อำนวยการติง เกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ? ทำไมถึงไม่มีชื่อของผมอยู่ในรายชื่อ?” ชายคนหนึ่งถาม

“อ่อ รายชื่อเป็นของทางเบื้องบนส่งมาให้ ผมก็เลยทำอะไรไม่ได้น่ะ” ผู้อำนวยการติงพูด

“คุณพอจะมีทางอื่นไหมครับ?” เขาถาม

“มันไม่มีทางอื่นหรอก นอกจากว่าคุณจะสามารถขอร้องเลขาพรรคหรือนายกเทศมนตรีได้” ผู้อำนวยการติงพูด

“ถ้าอย่างนั้น...” เขาถูกขัดก่อนที่จะทันได้พูดจบ

“พอแล้ว อีกเดี๋ยวผมมีประชุมต่อ ถ้าไม่มีอะไรแล้วคุณก็กลับไปเถอะ” ผู้อำนวยการติงพูด

“ได้ครับ ขอโทษที่มารบกวนนะครับ” เขาพูด

หลังจากที่ชายคนนั้นกลับไปแล้ว ผู้อำนวยการติงก็จ้องมองดูรายชื่อ “หวังเย้าคือใครกัน? ฉันไม่เห็นเคยได้ยินชื่อเขามาก่อนเลย!”

“ผู้นำของเขตได้เรียกตัวเขาไปเพื่อเพิ่มชื่อของคนคนนี้เป็นการเฉพาะ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่หาได้ยากมาก

...

ท้องฟ้าสีเทาในปักกิ่ง ภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เฉินหยิงและน้องชายของเธอกำลังคุยอยู่กับหัวหน้านายแพทย์

“ในช่วงนี้ อาการของเขาคงที่ดีมาก และเขาก็มีสติดีเยี่ยมด้วยครับ” หมอพูด

“ดีค่ะ ขอบคุณนะคะ” เฉินหยิงพูด

“แล้วหมอหวังจะมาอีกเมื่อไหร่เหรอครับ?” หมอถาม

“เอ่อ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” เฉินหยิงยิ้ม เธอถูกถามด้วยคำถามนี้มาแล้วหลายครั้ง รวมไปถึง ซูเสี่ยวซวี, เฉินเหล่า, คนจากตระกูลวู, และแม้แต่กั๋วเจิ้งเหอก็ด้วย

มันเป็นเรื่องน่าแปลกมาก ที่คนคนหนึ่งจะได้รับความสนใจจากคนมากมายขนาดนี้ โดยเฉพาะคนเหล่านั่นที่ต่างก็มีสถานะไม่ธรรมดาเลยสักคน

...

ในตอนเช้า อากาศมืดมัว บนเขาสามารถมองเห็นต้นสนเพียงไม่กี่ต้นเท่านั้น มีเงาสายหนึ่งวิ่งอยู่บนนั้น ดูราวกับว่ามันกำลังบินจากเนินเขาหนานชานไปยังเนินเขาทางทิศตะวันตก จากนั้น มันก็โฉบลงไป

เงาสายนั้นก็คือหวังเย้า มีต้นสนในหุบเขาอยู่ต้นหนึ่ง ซึ่งมีความสูงอยู่ที่ประมาณครึ่งเมตรเท่านั้น ต้นสนมีอัตราการเจริญเติบโตที่เชื่องช้ามาก ใบสนที่เหมือนกับเข็มได้ร่วงหล่นอยู่ใต้ต้นของมันเต็มไปหมด และกิ่งก้านของมันก็แทบจะไม่มีใบเหลืออยู่เลย

หวังเย้าไม่เพียงแต่จะสามารถรักษาคนได้เท่านั้น แต่เขายังรักษาพืชได้ด้วย ความสามารถแรกที่เขาได้เรียนรู้มาก็คือการรักษาสมุนไพร สมุนไพรไม่ใช่เป็นแค่เพียงต้นหญ้าทั่วไปเท่านั้น แต่มันยังรวมไปถึงต้นไม้บางชนิดที่สามารถนำไปทำยาได้ด้วย เช่น ต้นตู้จ้ง(คล้ายกับต้นยาง), ผลของต้นผีผา, และต้นสนเข็ม

การที่ต้นสนมีเจริญเติบโตที่ไม่ดีนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ มันมีปัญหาตั้งแต่ที่เขาคิดจะปลูกต้นไม้ในช่วงหน้าหนาว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมสำหรับการปลูกต้นไม้ที่สุด เขาพยายามที่จะแก้ปัญหานี้โดยการใช้ประโยชน์จากน้ำแร่โบราณ และมันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาแก้ไขปัญหาด้วยวิธีนี้ และก่อนหน้านี้เขาก็ทำสำเร็จมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้ เขาสามารถบอกได้เลยว่าเขาจะล้มเหลวในอีกไม่ช้า

ดินไม่ดีก็อีกปัญหาหนึ่ง มันเป็นเรื่องผิดปกติที่ไม่มีพืชพันธ์อะไรอยู่เลย ในสถานที่อื่นๆเช่น ภูเขา ที่แม้จะอยู่ในช่วงหน้าหนาว มันก็ยังพอจะมี้ต้นไม้และหญ้าสีเหลืองอยู่ตามซอกหลืบก้อนหินบ้าง แต่ที่นี่กลับโล้นเลี่ยนราวกับคนหัวล้าน

ดินเหรอ? เขาเคยตรวจสอบดินไปแล้วครั้งก่อน คุณภาพของดินไม่น่าจะต่างไปจากดินบนเนินเขาหนานชานมากนัก

หลังจากนั้นสักพัก เขาก็เดินไปอีกที่หนึ่ง ต้นสนที่ปลูกเอาไว้ที่นี่ก็มีสภาพไม่ต่างจากอีกต้น

นี่มันแปลกมาก! เขารดน้ำมันและลองมองดูอย่างละเอียด แต่เขาก็ไม่พบอะไรเลย

อยู่ๆเขาก็โผขึ้นไปบนเขาราวกับนกยักษ์ตัวหนึ่ง เขาเดินไปบนเขาลูกนั้น เพียงหนึ่งก้าวเขาก็สามารถพุ่งไปไกลกว่า 10 เมตรราวกับจะบิน เมื่อก้อนหินใต้ฝ่าเท้าของเขาแตกออก เขาก็พุ่งไปไกลหลายสิบเมตรแล้ว มันไม่ต่างจากกับเทเลพอร์ตเลย

เขาไปถึงด้านนอกของแปลงสมุนไพร และตะโกนเข้าไปด้านใน “ซานเซียน!”

ซานเซียนวิ่งส่ายหางออกมา มันดูมีความสุขมาก

“มาเร็ว ออกไปเดินข้างนอกกัน” หวังเย้าพูด

โฮ่ง! โฮ่ง!

ชายหนึ่งคนกับสุนัขของเขาเดินไปบนเขาอย่างรวดเร็ว

ในสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ มันหนาวเกินกว่าที่จะยื่นมือออกไปสัมผัสกับอากาศหนาว บนเขาจึงไม่มีใครมาเลย มันจึงไม่มีใครได้มาเห็นภาพเหนือจินตนาการของหนึ่งคนและสุนัขหนึ่งตัว ที่กำลังทะยานไปมาอยู่บนเขา

เวลาต่อมา พวกเขาก็มาถึงหุบเขา

โฮ่ง! โฮ่ง! ซานเซียยนดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางอย่าง เมื่อเข้าไปใกล้หุบเขา มันก็มีปฏิกิริยาที่ผิดแปลกไป

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด