ตอนที่แล้วตอนที่ 7 จินตนาการ (Imagination)
ทั้งหมดรายชื่อตอน

ข้อมูลต้องมาก่อน

Information First (1)

..

.

.

.

.

.

.

เตรียมพร้อม! เล็งเป้ายิง!

   เสียงร้องตะโกนคําสั่งของนายกองตามด้วย เสียงคําสั่งส่งกันต่อไปเป็นทอดๆ เหล่าทหารตะโกนกันอย่างแข็งขันและกระตือลือร้น สองมือชูปืนขึ้นก่อนจะลงมายังแนวสายตาของแต่ละคน เมื่อปราบดาบลงสุดของนายกองก็ตามมาด้วยเสียงที่ดังก้องกังวานไปทั่ว

 

 

   เสียงปืนดังสนั่นท่ามกลางเปลวไฟของสมรภูมิรบ ตามมาด้วยเสียงเท้าของเหล่าม้าศึกที่ทำให้พื้นแผ่นดินสะเทือน บ้างก็พยศเพราะตกใจเสียงดังสนั่นสเหมือนฟ้าคะนอง บ้างก็ล้มไปนอนแน่นิ่งกับพื้นโลกพร้อมเลือดที่ไหลเป็นสายนํ้า เหล่าทหารตั้งแถววอลเลย์ไฟอย่างมีระเบียบ แม้ว่าบ้างกลุ่มที่แต่งตัวผิดแปลกไปจากทหารทั่วไป เหมือนกลุ่มอีกาที่ไร้ระเบียบ ดูไม่ค่อยมีวินัย พวกเขาเหล่านั้นคือทหารชั้นเลว หรือ ทหารอาสาอาริกาเซีย

 

 

   แม้ว่าฝั่งตรงข้ามจะเป็นแค่ชนเผ่าแต่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องด้อยกว่า แน่นอนว่าฝั่งตนเองที่ตกตายอย่างผักปลาก็เป็นเพราะอาวุธที่ทันสมัยของฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ได้ด้อยเช่นกัน

 

 

   หากแต่ว่าสนามรบแห่งนี้มีชายที่โดดเด่นกว่ารอบข้าง เจ้าตัวนั้นอยู่ด้านหน้าสุดของแถวและเป็นนายกองของทหารกล้าเหล่านี้ คือ ลาส ผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมสู้แบบจริงจังแบบมาก่อนให้ชีวิตของเขา ลาสไม่เคยเข้ารบจริงมาก่อน เขาฝึกแค่ศิลปะป้องกันตัวอาทิเช่น มวยไทย แต่เรื่องยิงปืนเขาถนัดสุด แค่คิดว่าคงใช้ป้องกันตัวได้ และไม่ได้คิดจะฆ่ากันจริงๆ  

 

 

   มือสั่นระริกด้วยความกลัว เสียงร้องของเหล่าคู่อริตรงหน้า ตะโกนออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวแต่ไม่สามารถเข้าสิ่งที่เขาเอ่ยออกมาได้ เสียงกระสุนปืนแยกอากาศ ทะลุผ่านกะโหลกชายข้างๆ เลือดกระเด็นไปทั่วทั้งสองข้างของผู้ตาย เมื่อผูตายลงไปอยู่กับพื้นก็จะมีอีกคนเข้ามาแทนที่ ลาสที่มองภาพผู้ตายอย่างชัดๆก็อยากจะอ้วกขึ้นมา แต่เขานั้นทำไม่ได้ทำได้แต่อัดกลั้นสิ่งที่ไม่พึงปฎิบัติที่กําลังจะดันออกมาจากปากของเขา 

 

 

   ‘ บัดซบ! ตอนแรกว่าจะหาข้อมูล แต่ทำไมต้องมาลงเอยเป็นทหารด้วยเนี่ย! ‘

   ลาสสบถออกมาในใจ ก่อนจะเช็ดหน้าด้วยข้อมือข้างซ้ายของตน ร่างกายสั่นระริกเหมือนลูกหมาน้อยเพราะเรื่องตรงหน้ามันหนักเกินกว่าที่เขาจะรับได้ เขาไม่เคยเจอการรบจริงจังที่เหมือนในหนังแบบนี้มาก่อน มันไม่เหมือนในหนังที่ดูแล้วสนุกแต่อย่างไร ที่พระเอกชนะโดยที่ไม่เสียอะไรเลยเพราะพวกนั้นมีพลังมากมาย แต่มันก็ไม่ใช่กับลาส นี้คือสนามรบจริงไม่ใช่ในหนัง การรบมันก็เหมือนกับการเอาชีวิตรอดนั้นละ

 

   แน่นอนก็เพราะว่าสงครามยังเป็นสงครามอยู่วันยังค่ำมันไม่เคยเปลี่ยนแปลง ความโหดร้าย โรคร้าย มันล้วนถูกบึกทึกให้ศึกษากับคนรุ่นหลังๆ ผู้ที่ผ่านเหตุการร้ายต่างพากันเกียดสงคราม และพวกเขาก็คงไม่อยากให้ลูกหลานไปเจอสิ่งแย่แบบนี้เขาเจอกันมาหรอก

 

ย้อนกลับไปก่อนสมรภูมิ

 

 

   รถม้าเคลื่อนตัวเข้าตัวเมืองอย่างช้าๆ ไม่รีบมาก ข้างหน้ามีป้ายขนาดใหญ่เขียนด้วยภาษาออนโทลาน ต้องขอบคุณที่ลุงสมชายสอนภาษาพื้นฐานให้มันก็ไม่ได้ยากอะไรมาก เพราะตัวเดิมของมันออกเสียงไปทางอักฤษอยู่แล้ว แค่มันดูไม่เหมือนอักษรไม่เหมือนอักฤษเท่าไร แถมเจ้าตัวยังพูดภาษาออนโทลานแต่ อ่านหรือเขียนไม่ได้มันออกจะน่าอายละนะ ยังไงก็ต้องขอบคุณลุงจริงๆนั่นแหละ

 

 

   “ ยะ ยินดี? อ๋อ ยินดีต้อนรับสู่ บะ บอสตัน? บอสตัน นี่ผมอ่านถูกถูกไหม? น่าอายจัง…“

 

 

   “ ก็ใช้ได้ นายเก่งกว่าคนทั่วไปอีกนะ หมายถึง กว่าเด็กอายุเท่านายอะนะ “

ให้ตายสิ…. ลาสที่ได้ยินก็รู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย เขาก็เคยเรียนภาษาฝรั่งเศสมาแล้วก็พอรู้อยู่หรอก ว่ากว่าจะอ่านออกเขียนได้ของภาษาที่ไม่เคยใช้มันลําบาก กว่าจะจบก็แก้ สอบไปหลายรอบ แค่นึกถึงเรื่องตอนสอบกับเจ้าของภาษาก็กลัวจนหัวหดแล้ว

 

 

   สุดท้ายก็นั่งหลบอยู่ตรงมุมรถเหมือนเดิมพร้อมหยิบหนังสือทบทวนอักษรและคําศัพท์อีกรอบ โดยระหว่างทางลาสก็มองชมความงามของบ้านเรือนตามทาง ซึ่งออกไปทางยูโรปสมัยอุตสาหกรรม แต่ไม่มีวี่แววขอองเครื่องจักรไอนํ้าสักนิดแน่นอนว่าบ้านเมืองแบบนี้แต่กลับมีแต่ม้า มันดูขัดหูขัดตาเขาเล็กน้อย แถมไอรถม้าเนี่ยยิ่งนั่งนานมันก็ไม่ได้สบายเหมือนรถสมัยใหม่เสียหน่อย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องสาธารณสุข ขอแค่เมืองนี้มันมีไอสิ่งที่เรียกว่าท่อนํ้าอย่างน้อยก็ขอให้เจริญกว่ายุคปฎิวัติอุตสาหกรรม

 

 

   ชื่นชมได้ไม่นาน ได้ยินเสียงดังออกมาอีกด้านของเมือง ดูแล้วเหมือนจะมีงานงานสังสรรค์แน่ๆ มีพวกเด็กๆวิ่งไปตามเสียงที่ดังออกมา เหมือนลูกลิงน้อยจะรู้สึกได้ว่าลาสกําลังมองพวกเขาอยู่ จึ่งได้วิ่งมาที่รถม้าของลาส

 

 

   เด็กชายที่ดูโตสุดในกลุ่มจึงเอ่ยถามด้วยความสดใส

   “ พี่สาว ไม่ไปดูกองทหารจากเรือยักษ์หรอฮะ? “

 

 

   ลาสที่กําลังจะมีเส้นเลือดขึ้นบนใบหน้า ก็ได้ห้ามใจตัวเองก่อนตัวเองจะได้ตบเหล่าลิงน้อย ทุกคนที่พึ่งเข้าเมืองมาไม่ได้รู้ข่าวใหญ่มากนัก แต่ทหารที่มาคือลีโอเนียส่วนมากเป็นพวกยศที่สูงกว่าทหารของอาริกาเซียไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาจะส่งคนมาดูแลให้หรือเป็นเพราะความอับอายหลังแพ้ให้กับพวกไม่มีอารยธรรม จู่ๆก็เกิดเดดแอร์กลางวงของลาสไม่รู้ว่าเพราะอะไร

 

 

   แต่ก็ต้องขอบลุงสมชายที่หยอกเล่นกับลูกลิงที่เรียกเสียงหัวเราะให้กับคณะเดินทางให้หายจากอากาศมืดครึ้ม ก่อนที่ผู้ปกครองของเหล่าเด็กๆจะเดินมาขอโทษก่อนจะพาพวกเด็กออกไป

 

 

   “ เอาล่ะ! เอาล่ะ! ได้เวลาไปต่อแล้ว อีกไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว ใครอยากเข้าห้องนํ้าก็อดทนหรอไปก่อนนะ ฮ่าๆ “

 

 

   “ รู้แล้วน้าตาแก / อ่าหร่ะ อยากอาบนํ้าจัง “ สาวงามทั้งสองเอ่ยพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ก่อนจะหัวเราะกันอย่างสนุก ฉบับผู้หญิงผู้ดี ผิดกับผู้ชายที่ไม่ค่อยได้สนใจอะไรมาก 

 

 

   “ เออ… คือว่าที่นี้มี ห้องสมุด อะ แบบว่าที่รวมหนังสือไรแบบนี้ไหม คุณลุง “ ลาสที่รู้สึกว่าตัวเองยังไม่มีข้อมูลสําหรับโลกนี้ไม่พอเลยถามหาแหล่งความรู้พื้นฐาน เขาคิดว่าน่าจะมีห้องสมุดเปิดให้ประชาชนอยู่บ้างแหละ หรือไม่ก็ต้องเสียตังเข้า 

 

 

   “ มีสิ! แต่เดี๋ยวให้ไวส์ไปด้วย ยังไงเธอก็ยังอ่านไม่คล่อง “ เหมือนโดนมีดแทงอีกแล้ว ลาสคิดในใจ

 

 

   หากจะถามว่าทำไมต้องหาข้อมูลด้วย จะสักกี่คนที่มีความสุขกับการอยู่ในที่ๆไม่รู้จัก ไม่มีความรู้พื้นฐานของที่นี้ สุดท้ายอาจจะไปทำสิ่งไม่ดีในพื้นที่ต้องห้ามจนถูกฆ่าก็เป็นได้ 

 

   มีคนเคยกล่าวไว้ว่า

ความรู้คืออาวุธที่สําคัญที่สุดของมนุษย์

 

   ความรู้ที่สะสมมาตั้งแต่อดีต จากความผิดพลาดสู่ความสําเร็จ กลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้มนุษย์ก้าวผ่านขีดความคิดและพัฒนาไปเลื่อยๆได้ จึงมิแปลกหากคนที่รู้ว่ามันทำอะไรได้ แถบจะโหยหาพวกมันในทันที 

 

 

   รถม้าจอดหน้าบ้านหลังสีขาวใหญ่กว่าตึกบ้านรอบข้างเล็กน้อย ทุกคนก็ลงจากรถม้า ก่อนจะเริ่มขนของลง เฉพาะพวกผู้ชายละนะ.. ส่วนพวกสาวเจ้าก็เข้าบ้านเป็นกลุ่มแรก ทิ้งให้ลาส แจ็ก กับบูลล์ ต้องช่วยกันขนของลงมาไว้ในบ้านอย่างทุรักทุเรเล็กน้อย กล่องสินค้า ค่อยทยอยเข้าบ้าน ยังดีที่ลุงสมชายที่ไปคุยธุระกลับมาช่วยถือของที่หนักๆด้วยตัวคนเดียว ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ส่วนเจ้าตัวคนที่จะไปห้องสมุด ก็ขออาบนํ้าชำระร่างกายสักก่อน

 

 

   แต่มันควรจะเป็นการอาบนํ้าที่สบายกว่านี้ ถ้าไม่ใช่เพราะมันเป็นห้องนํ้ารวมฝั่งผู้ชาย เพราะระหว่างที่ลาสกําลังลงไปแช่ในบ่อนํ้ารวมก็มี เสียงเปิดประตูดังปัง พร้อมกับร่างใหญ่ที่คุณเคย…

 

 

   “ นี่นายเป็นตัวผู้จริงๆใช่ไหม! “ แจ็คที่เปิดประตูเดินเข้ามาพร้อมผ้าขนหนูผืนเดียว ปกปิดแค่ส่วนล่าง ลั่นเสียงดังหลังจากเห็นลาส ส่วนที่ถามอย่างนั้นก็เพราะ

 

   ตรงหน้าคือแผ่นหลังเรียบเนียนสีขาว ลาสกําลังหย่อนขาลงไปในบ่อ โดยมีผ้าปิดตัว แถมสีผิวยังขาวอมชมพูเหมือนดอกไม้พุดตาล แถมยังทำถ้าตกใจแบบผู้หญิง จะไม่แปลกเลยหากมีคนคิดว่าเข้าห้องนํ้าผิดฝั่ง สุดท้ายทั่งสองก็ลงบ่อพร้อมกัน

 

 

   ” นายจะทำอะไรต่อหรอ… ” เสียงเล็กของชายหนุ่น ถามด้วยเสียงเบาๆ แต่แจ็คคงไม่ได้ยิน ทำให้ลาสหงุดหงิดอย่างมาก อยากจะชกไอคนข้างๆอย่างมาก

 

 

   ระหว่างแช่นํ้า ไม่มีบทสนทนาอะไรกันแม้แต่นิด ไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรจะคุยแต่เพราะแจ็คเหล่ตาไปทางลาสด้วยที่ดื่มด่ำบรรยากาศสุนทรีย์ของชายที่เหมือนหญิงกําลังแช่นํ้าอยู่ด้วยสีหน้าที่น่ารัก เมื่อลาสรู้ตัวว่าถูกจ้องมองก็รู้สึกขนลุกจนเสียมากกว่าความเขิลอายและเมื่อหลอดความอดทนของเจ้าตัวได้พังทลายลง หมัดขวาพุงเข้าไปชกใบหน้าของแจ็ค จนหน้าสะบัดนอนไร้สติไปทั้งอย่างนั้น 

 

 

   อยู่อีกไม่กี่นาทีลาสก็ลุกขึ้นไปใส่เสื้อผ้า ระหว่างออกจากห้องนํ้าลุงสมชายที่ไร้เสื้อปกปิด มีกล้ามเป็นมัดๆก็เดินมาหยุดตรงหน้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมบูลล์ที่หน้าแดงหลังเห็นลาสในผ้าปิดตัวหลังอาบนํ้า ถ้าคนอื่นมองคงคิดว่านักเลงเฒ่าเล่นกล้ามกับหลานชายมาอาบนํ้าด้วยกัน 

 

 

   “ ฮ่าๆ โทษทีๆ คือว่ามีเสื้อเก่าจากบ้านเกิดข้าน่ะ ก็เลยอยากจะให้ใส่แทนไปก่อน แล้วค่อยไปซื้อใหม่ “ เสียงหัวเราะ ขอโทษเจ้าตัวเล็กด้านหน้า ไม่รู้จะเรียกว่ากล่าวขอโทษหรือแค่พูดส่งๆไป แต่เหมือนพวกสมองกล้าม ซึ่งมันก็น่าจะจริง….

 

 

   “ ขะ ขอบคุณครับ เล่นเอาจะตกใจเลย แต่ลุงแกก็ใหญ่ใช่เล่นนะเนี่ย“ ลาสพึมพำคําหลังๆออกมาอย่างเบาๆ ก่อนเจ้าตัวจะแยกไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ทิ้งให้ทั้งสองเดินเข้าไป ซึ่งทั้งสองก็ตกใจภาพของแจ็คที่นอนหมดสภาพอยู่ในห้องนํ้า ก่อนจะเข้าไปช่วยด้วยความเป็นห่วง

 

   ‘ พอดีตัว? ชักสงสัยแล้วสิว่าลุงแกเคยไส่มาได้ยังไง ‘ ชายหนุ่นหน้าสวยตรงหน้าคือกระจกที่เผยโฉมความน่ารักในชุดแบบชาวสยามของโลกก่อน แม้ว่าจะดูเก่าแต่กลับเข้าได้ดีกับตัวลาสอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างน้อยเจ้าตัวก็คิดว่าเหมือนผู้ชายขึ้นมาหน่อย แค่ความคิด

 

 

   ‘ จะดูอีกกี่ทีก็ยังไม่หาย เราเด็กลงขนาดนี้เลยงั้นหรอ ‘ ลาสเลิกคิดเรื่องร่างกายของตัวเอง ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินลงไปด้านเพื่อที่จะไปห้องสมุดกับไวส์ ห้องนั่งเล่นทีว่างเปล่ามันทำให้รู้สึกเหงา และ มันก็ทำให้ลาสเห็นภาพหลอนของอดีตของเขา ภาพครอบครัวของเขา แม้จะเป็นแค่ภาพหลอนจนต้องตบหน้าของตนให้มันหายไป มันก็คงยังทำให้จิตใจของลาสรู้สึกปั่นป่วน

 

 

   เปิดประตูออกมาเจอไวส์ที่กําลังยืนรออยู่พอดี แม้ว่าหญิงสาวจะอึงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้แสดงออกมาทางด้านหน้าตา แต่ใจลึกๆ ก็ยังตกใจพร้อมชื่นชมความน่ารักของชายหนุมตรงหน้า ทรงหางม้าสีขี้เถา ดวงตาที่ดูเย็นชาชุดที่จะดูเหมือนของผู้ชาย แต่พอใส่แล้วดูน่ารักสุดๆ ทั้งสองคุยกันเล็กน้อยก่อนที่ไวส์จะพาออกเดินตามถนนใหญ่ไปเลื่อยๆ ระหว่างทางก็ผ่านตลาด ร้านค้าข้างถนนก็มีแต่สิ่งๆที่น่าสนใจ

 

 

   แต่สิ่งสําคัญกว่าการเดินของทั้งสองคือ สายตาของชาวบ้านที่มองพวกเธอ พวกเขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทั้งสองคนนี้ช่างดูเปร่งประกายสวยงามเหมือนดอกไม้ผลิ ดูยังไงก็เหมือนพี่น้องมาเดินเล่นกันมันมันช่างน่ารักเสียจริง แต่ไม่ได้มีแค่ชาวบ้านเท่านั้นที่ยืนดูพวกเธอ ยังมีชายอีกสองคนที่กําลังมองพวกเธอด้วยสีหน้า ตะลึงในความน่ารักของทั้งสอง

 

 

   ” อะแฮ่มๆ ท่านชอบคนน้อง หรือคนพี่กันขอรับ แต่ดูเหมือนว่าคู่หมั้นท่านจะมีปัญหาหัวใจแล้วสินะ ” ชายหนุ่มทั้งสองใส่ชุดคลุมหนาปกปิดหน้าตา มองหน้ากันก็จะมีใครสักคนพูดด้วยเสียงขี้เล่นเหมือนแกล้งพูดให้เพื่อนของเขาเลิกลั่กเล็กน้อย

 

 

   ” จะ เจ้าจะบ้าหรอ ขะ ข้าไม่นอกใจนางหรอกนะ ” ชายหนุ่มที่ถูกเพื่อนหยอกเล่นก็เอ่ยขึ้นมาอย่างกระตุกกระตัก บวกไม่พอใจเล็กน้อยที่พูดถึงเรื่องคู่หมั่น สุดท้ายทั้งสองก็เดินจากไปคนละทางกับกลุ่มของลาส 

 

 

   ส่วนผู้ที่ถูกทักว่าเป็นพี่น้องก็มาถึงหอสมุดโดยสวัสดิภาพ  สถานที่ตรงหน้าเป็นไปตามการคาดเดาของลาส ไม่ค่อยมีประชาชน ชาวบ้านไปเข้า เนื่องจากต้องจ่าย ค่าเข้าจํานวนหนึ่งซึ่ง หลายครอบครัวไม่พอจ่ายหรือไม่คุ้มค่าเงินที่ใช้จ่าย ส่วนมากคนที่มาเข้าหอสมุดแห่งนี้จะเป็นผู้มีฐานะสูง ไม่ก็ผู้มีฐานะปลางกลางหรือพวกพ่อค้าขึ้นไป

 

 

   ไวส์เดินเข้าไปก่อนเป็นคนแรก ตามด้วยลาส เมื่อเข้ามาสิ่งแรกที่เห็นก็คือ ห้องสมุดทั่วๆไปไม่ได้ใหญ่มาก ส่วนคนก็ไม่ได้เยอะมาก มีแต่ผู้คนที่แต่งตัวดูดีหลายๆคนหรือแต่งชุดเครื่องแบบเหมือนกันซึ่งก็น่าจะเป็นนักเรียน และส่วนน้อยจะเป็น  ครึ่งมนุษย์ที่จะมาเดินหาหนังสือ แน่นอนว่าไม่ค่อยจะมีชนชั้นแรกๆ ส่วนมากจะเป็นชนชั้นกลางขึ้นไป แน่นอนว่ามันเป็นเรื่ีองปกติของที่แห่งนี้แต่มันก็ทำให้จิตใจของลาสเดิดคลื่นใต้นํ้าตลอดเวลา ระหว่างที่ลาสกําลังคิดเรื่อยเปื่อยเรื่องสถานที่ก็มีบรรณารักษ์หญิงเดินมาหาพวกเขาเพื่อถาม

 

 

   ” ไม่ทราบว่า ท่านหญิงทั้งสองจะมายืม หรือ มานั่งอ่านหนังสือเจ้าค่ะ? ” ท่านหญิง? คงหมายถึงไวส์ละมั้ง ลาสคิดอย่างนั้นจึงได้หันไปทางไวส์ ซึ่งเจ้าตัวก็คงรู้ว่าลาสคิดว่าเธอเป็นพวกชนชั้นสูง ไวส์เอ่ยตอบ

 

 

   ” ข้ามาอ่าน แต่ถ้าเจออะไรน่าสนใจ เดี่ยวจะมาขอยืมอีกที ” ” ทราบแล้วเจ้าค่ะ.. ” ไวส์จ่ายเงินก่อนจะหันมาพูดคุยถากถามลาส

 

   ” นายคงไม่รู้หรอกใช่ไหมว่าหมวดไหนเป็นหมวดไหน อยากจะอ่านอะไรก่อนละ? “

 

 

   ” เอาเป็นประวัติศาสตร์ก่อน ตามด้วยภาษาและวัฒนธรรม ถ้าเป็นไปได้ขอยืมกลับไปอ่านจะดีมาก ” ไวส์พยักหน้าเข้าใจก่อนที่จะพาลาสเดินเข้าไปหาหมวด ไวส์บอกให้ไปรอที่โต๊ะเดี๋ยวเจ้าตัวจะเอามาให้ แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าจะยกไม่ไหวอีกด้วย 

 

————————————————————————————————————————————–

คะแนน 3.3
กรุณารอสักครู่...