ตอนที่แล้วตอนที่ 35 nc (ตอนจบ)
ทั้งหมดรายชื่อตอน

งานเลี้ยงวันตรุษจีนในอีกปีถัดมาจัดขึ้นที่บ้านของภูษิต เหล่าอาเจ็กอาโกวและหลานๆมากันที่บ้านเพียบ รวมถึงครอบครัวของธรณ์ที่แม่และน้องสาวอย่างธิชาก็มารวมแจมด้วยอยู่พักนึง รวมถึงเพื่อนๆของภูษิตก็มากันด้วย
หมูเห็ดเป็ดไก่เรียงรายเพียบ ลาของออกมาแล้วจากการทำพิธีก็มาอยู่บนโต๊ะกลมที่สนามแบ่งเป็นกลุ่มๆนั่งทานกัน ป๊าม๊าแปะโกวก็นั่งอยู่แห่งนึง ลูกหลานๆมุมนึง ซึ่งภาวิตไปรวมตัวกับโบว์ที่หนีบโจ้มาด้วย บอส มุ้งมิ้ง ภูษิตก็อยู่กับเพื่อนๆที่ขอมาด้วย
“นี่ธรรม์มันบ่นใหญ่เลยนะ ว่าไม่ได้มาด้วย อยากมากินฝีมืออาโกว” ธรณ์พูดขึ้นบนโต๊ะที่มีภูษิตและเพื่ิอนๆ
“เสียดายเนอะ เจอวันนั้นหมอแกเล่าเรื่องเจอคนไข้เด็กสนุกมาก…พวกผมนี่ทั้งขำทั้งสงสาร” เต้บอก เขาเจอธรรม์บ้างและพี่แกก็เล่าประสบการณ์การเจอคนไข้จริงที่ทำเอาขำและเอ็นดูแกไปพร้อมๆกัน
“ยิวฟังหูแตกเลย แฟลชแบคสมัยอยากเป็นหมออยู่ช่วงนึง..” แวร์แซว ซึ่งคนถูกพูดถึงก็ทำแค่ยกยิ้มน้อยๆ
“ทำไมกูไม่เจอบ้างเลยอะ ..” ภูษิตบ่น
“ภู .. ขอพ่อออกจากบ้านให้ได้ก่อนนะ..” แวร์แซวมองไปยังธรณ์
ธรณ์หวงภูษิตมาก ให้ออกไปเที่ยวคือเขาต้องไปด้วยหรือมีใครที่เขาฝากให้คอยสอดส่องให้ได้  นานๆทีถึงจะปล่อยแต่ก็เพราเพื่อนของพวกเขาเองไม่อยากจะทำตัวเหลวไหลจนได้ฉายา ‘ผัวเผลอแล้วเจอกัน’ จากทุกคน
“ทำไมอะ จะไปก็ไปได้นี่ ไม่ว่าสักหน่อย..” ธรณ์ว่านักคิ้วหลิ่วตาให้คนน้อง
“หรอออ..” ทุกคนแซวพร้อมกันจนธรณ์เขินยกยิ้ม
“เออพวกมึงรู้เรื่องนี้ยัง.. เชอแตมอะ..” เต้เกริ่นขึ้น ทำเอาทุกคนสนใจ
“ว่า…” แวร์ทำหน้าไม่สบอารมณ์กับชื่อนี้
“เวรกรรมตามทันเขาแล้วนะ มีคลิปหลุดออกมา นี่ต้องหนีอายย้ายไปอยู่เมืองนอกเลยนะ..” เต้เล่า
“นี่คลิปนั้นนางจริงๆใช่มั้ย เถียงกับคิวอยู่ว่าเป็นคนหน้าคล้าย..” แวร์ว่า
“อืม ของจริง หลุดออกมาจากกลุ่มเพื่อนที่ส่งกันเองนั่นแหละ แม่เขาต้องหนีหน้าหายจากวงสังคมไปเลยนะ” เต้ว่า
“สงสารเหมือนกันนะ ร้ายแค่ไหนก็ไม่ควรต้องมาเจออะไรแบบนี้” ภูษิตว่า
“อิภู อิคนดี..” แวร์เหน็บ
“เป็นมึงไม่สงสารหรอวะ ใครก็ไม่ควรต้องเจอแบบนี้นะ..,” เต้ว่า
“เออกูรู้ แต่นางเปรี้ยวเองนะ ในคลิปคือถ่ายเอง ถือเอง แถมยังส่งเอง ถามจริงคาดหวังอะไรอะการส่งให้คนอื่น แล้วหวังให้มันไม่หลุดออกมาอะ รู้แหละว่าไม่ควรมาเจอ กูก็สงสารนาง แต่นางทำอะไรไม่คิด..” แวร์ว่าเพิ่ม
“ไม่ต้องมองแบบนั้นค่ะ กูไม่ได้จะซ้ำเติม แค่เล่า ทำไมกูจะไม่เข้าใจนางอะ หัวอกผู้หญิงเหมือนกัน…” แวร์ว่าเมื่อมองสายตาจากเพื่อนๆ
“แต่ว่านะ มองย้อนไปก็แสบชิบหาย หาเบอร์ป๊าให้ภูโทรมาฟ้อง แถมยังไปพูดกับแม่พี่ธรณ์ในงานสังคมอีก…” ยิวว่า
“แต่เอาเถอะ เขาคงได้รับกรรมแล้วแหละ เราไม่ต้องไปทำอะไรเลย” ธรณ์ว่า
“เออพูดถึงเรื่องนั้น… เต้ แม่เป็นไงบ้าง..” ภูษิตถามขึ้นมา ตอนนี้ทุกคนรู้หมดแล้วว่าแม่ของเต้ป่วยรวมถึงลูกๆของเอมอร
“ดีแล้ว ดีที่เจอแต่แรกๆ มันไม่ได้ร้ายแรงหรอก แม่โอเค เข้มแข็งมากด้วย..” เต้ว่ายกยิ้มให้เพื่อนสบายใจ
“เอาไว้แม่หายดีเมื่อไหร่พี่กับภูเข้าไปเยี่ยมนะ จะไปช่วงนี้กลัวรบกวน..” ธรณ์ว่า
“ขอบคุณครับ” เต้ยกยิ้ม

“ว่าไงโต๊ะนี้ เม้าไม่หยุดปากกันเลยนะ..” ภาวิตเดินมาแซว
“เฮียเมารึไง..” ภูษิตถามคนที่ตอนนี้กลิ่นฉุนออกมา คงจะบ้าจี้นั่งดื่มกับอาเจ็กพ่อของโบว์
“เมาอะไรไอ้ตี๋ กรึ๊บๆนิดหน่อยโว้ยย” ภาวิตว่า
“แล้วนี่เดินมาหาเรื่องเฉยๆหรอวะ..” ธรณ์เหน็บ
“ปล่าวโว้ย จะให้ไปรวมกันตรงโน้น…” ภาวิตชี้ไปทางที่ทุกคนเดินไปรวมกัน
“อ๋อ นี่จะไหว้เฮียกันอีกแล้วหรอ..” ภูษิตว่าขำๆ
“ไอ้นี่นิ่ มาให้กูเตะหน่อยดิ้..” ภาวิตว่า เอาเท้ายกขึ้นจะเตะน้อง แต่ธรณ์ดึงไว้
“นี่ๆ ทำอะไรกันน่ะ เล่นกันเป็นเด็กไปได้..” อาโกวเห็นเข้ามาห้ามไว้ก่อน
“แหมๆ หวงกันใหญ่เลยนะ นี่ก็อีกคน เดี๋ยวนี้น้องกูนี่กูแตะไม่ได้เลยนะ..” หันไปแซวเพื่อนที่ทำหน้าไม่สนใจ
“โกว นี่จะไหว้เฮียกันอีกรอบหรอ ไหว้ไปแล้วนี่สัมพเวสีอะ..” ภูษิตยังคงแสบไม่เลิก และทำหน้าขำอาโกวที่ทำหน้าตกใจ
“อัยยา มอต่า!(ห้ามพูด) เห้อ เท๊าเถี่ย(ปวดหัว)” ก่อนที่จะเดินไปทิิ้งให้คนอื่นๆหัวเราะ แวร์เธอขำพรืดแม้จะฟังไม่ออก
ทุกคนมารวมกันที่มุมนึงของบ้าน พ่อแม่ของโบว์ดูเป็นหัวพิธีแปลกๆจนทุกคนแปลกใจ มีโจ้กับโบว์ยืนคู่กัน
“ทุกคนเรื่องที่จะบอกวันนี้เป็นเรื่องมงคล.. อั้วอยากใช้วันที่ทุกคนมารวมตัวบอกข่าวดี..” ภูษิตเห็นอาเจ็กประหม่าเล็กน้อย
“โบว์กับโจ้จะหมั้นหมายกันไว้เร็วๆนี้ค่ะ..” เป็นเจ้โบว์ที่บอกข่าวกับทุกคน ที่ตอนนี้ตกตะลึงกันใหญ่ ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวกันใหญ่
“เอาละเงียบก่อนๆ” ภาวิตว่า
“ผมเลยอยากจะขอบคุณทุกคนในครอบครัวนี้ที่เอ็นดูผม ป๊า ม๊าของโบว์ ถึงเวลาที่คบหากันมันจะไม่ได้นาน แต่ผมมั่นใจว่าแม่ของลูกผมต้องเป็นโบว์ ขอบคุณโดยเฉพาะไอ้วิตที่พาเรามาเจอกัน และเป็นพ่อสื่อ… ที่ตอนนี้จะเลื่อนจากเพื่อนเป็นเฮียแล้ว..” เสียงโห่แซวดังขึ้นเกรียวกราว
“นี่จะแต่งก่อนตั่วเฮียได้ไงโบว์..” ภาวิตที่ยกยิ้มอยู่แซว
“ทำไมจะไม่ได้อะ เฮียมันบ่อหนั่งไอ่(ไม่มีใครเอา)” น้องชายพูดจบก็วิ่งหนีลูกถีบ ครางนี้ธรณ์ยังยืนงงอยู่ตามไม่ทัน ส่วนคนอื่นๆหัวเราะ พ่อแม่สองคนที่เล่นกันเป็นเด็กถึงกับสายหัว ส่วนโกวก็ตะโกนห้าม เพื่อนๆของภูษิตงงว่าพูดอะไรกันแต่ไม่มีใครกล้าถาม
“แปลว่าไรอะเฮีย..” หมวยเล็กของครอบครัว มุ้งมิ้งถามบาสขึ้นมา
“ไม่มีใครเอาน่ะ..” บาสเฉลย
ทุกคนหัวเราะกันครืน แวร์ถึงกับสำลักออกมา

บรรยากาศวันตรุษจีนที่อาจจะไม่ได้จัดตามประเพณีแั้งเดิมแท้ๆ แต่เป็นตามแบบความสบายใจของครอบครัว ลิมปรเวศ
โดยเฉพาะพี่ใหญ่ที่อยากให้ครอบครัวน้องสาวอย่างแม่ของมุ้งมิ้งมารับวัฒนธรรมนอกบ้านของเธอที่เป็นหัวตะวันตกไปแล้ว หลานสาวคนเล็กของพวกเขาจะได้มาซึมซับความเป็นครอบครัวคนจีนบ้าง
ธรณ์ได้มีโอกาสมาพบปะพูดคุย เรียนรู้ความเป็นครอบครัวอบอุ่นของคนรัก เหมือนตอนเด็กๆที่เขามาวิ่งเล่น
ภาพภูษิตเจ้าเด็กก้อนตัวน้อยๆ ทับซ้อนอยู่กับเจ้าหนุ่มตี๋ที่วันนี้โตขึ้นมาไม่ทิ้งความแสบซน และภาวิตเจ้าพี่ชายที่รักแต่ก็แกล้งและหมั่นไส้น้องชายที่ตอนนี้กำลังฟ้องธรณ์ หลบอยู่ข้างหลังเพื่อหลีกหนีพี่ชายที่ไล่เตะก้นเขา
พ่อและแม่ของภูษิตมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม ท้ายที่สุดความสุขของพ่อแม่ก็แค่เพียงเห็นลูกมีความสุข เหมือนในวัยเยาว์ที่พวกเขาเฝ้าเลี้ยงมา

โดย ศศิศิลป์

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...
ตอนที่แล้วตอนที่ 35 nc (ตอนจบ)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
แบ่งปัน
สวัสดีค่า สำหรับใครที่เข้ามาอ่านงานเรา ไม่ต้องคอมเม้นท์เราก็ได้ เข้ามาติดตามกันก็ชื่นใจแล้ว จะพยายามอัพเดทผลงานเรื่อยๆเลยนะ ติชมอยากให้เปลี่ยนแปลงตรงไหนบอกได้เลยพร้อมพัฒนาแก้ไขให้ทุกคน เราตั้งใจเปลี่ยนนามปากกาใหม่เป็น ศศิศิลป์ ศศิ ที่แปลว่าดวงจันทร์ และศิลป์ ที่หมายถึงศิลปะ เพราะส่วนตัวเราชอบคิดเรื่องที่จะแต่งในตอนกลางคืน เกือบทุกเรื่องจะเขียนจบในเวลาที่ฟ้ามืดแล้ว ศิลปะทางภาษาของเรามักจะทำงานในตอนกลางคืนว่างั้นก็ได้ ยังไงฝากติดตามกันด้วยนะ ศศิศิลป์