ตอนที่แล้วตอนที่ 5 มาถึงพร้อมกับปัญหา (Arrival with problems)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 7 จินตนาการ (Imagination)

นิยาย ชาติที่แล้วผู้นําฉ้อโกง ชาตินี้ขอเป็นผู้นําที่ดีแทนบ้าง

ตอนที่ 6 ชนพื้นเมืองอาริกาเซียสู่สงคราม! (Natives Aricassia to war!)


ชนพื้นเมืองอาริกาเซียสู่สงคราม!

(Natives Aricassia to war!)

ยินดีต้อนหรับสู่

หมู่บ้าน ยูทาก้า อดีตเครือข่ายชนเผ่าอาโมนูเท 

ชายหนุ่มยิ้มด้วยความบริสุทธิ์ใจปนเศร้าหมอง อาจจะเป็นเพราะคำว่าอดีต แม้จะไม่รู้แต่คงมีเรื่องราวในอดีตที่เศร้าไม่น้อย หรืออาจะจะเลวร้ายไปกว่านั้น

หน้าตาของชายหนุ่มตรงหน้าเหมือนชาวพื้นเมืองอเมริกาทั่วไปในโลกเก่า หน้าตาเด็กช่วงไวรุ่นแรกๆของวัย อายุประมาณ สิบห้า สิบหก ผมสีออกสีน้ำตาลอ่อน ครึ่งคนครึ่งสัตว์เหมือนไวส์ แม้ว่าตอนแรกจะทำหน้าตาดูแล้วน่าสงสารและหดหู่อย่างยิ่ง แต่กระนั้นหางหมาของเจ้าตัวก็ยังที่จะสามารถสายไปมาได้ขนาดนี้ ทั้งๆที่พึ่งผ่านเหตุการร้ายๆก็ยังคงใบหน้าพร้อมรอยยิ้มได้ ต้องอดทนขนาดไหนกันนะ

ลาสที่รู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าช่างเหมือนกับน้องชายของเขาอย่างมาก ในอารมณ์ชั่ววูบของลาสนั้นก็ได้เพลอยืนมือไปลูบหัวจนผู้ที่ถูกมือบางลูบวนไปมาอย่างนุ่มนวล จนเจ้าตัวก้มหน้าอย่างสั่นๆอย่างมาก

“ อะ..โทษที ” ลาสที่พึงสังเกตว่าตนเองได้เพลอเอามือไปลูบหัวหมาน้อยตรงหน้าจนรับรู้ถึงการสั่นของผู้ถูกลูบก็ได้รีบแพละออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกล่าวขอโทษที่ตนไปลวงเกิน " มะ...ไม่เป็นไรครับ "  ชายหนุ่มตอบกลับด้วยสีหน้าเขินอายแต่ลาสห่ได้รู้ไม่

ระหว่างที่ทั้งสองคุยกันตามภาษาเด็กและผู้ใหญ่ แต่ายหนุ่มพื้นเมืองนั้นคิดว่าลาส่าจะเป็นพี่สาวที่แสนดีแถนเสียงั้น ลุงสมชายกับชาวบ้านอีกสองสามคนได้เดินมาพบทั้งสองที่กําลังพูดคุยสนทนาอย่างสนุกปาก ก็ได้เรียกตัวไปคุยด้วย

พวกเขาพากันไปบ้านหลังที่ใหญ่ที่สุดและยังคงสภาพดีทีสุดหากมองไปรอบๆที่มีบ้านเรือนหลายหลังที่ถูกเปลวไฟเผาพลาญจนมิเหลือเค้าโครงเดิมแม้แต่นิด ซึ่งน่าจะเป็นบ้านของหัวหน้าผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นําหมู่บ้านแห่งนี้ บ้านหลังนี้รูปร่างเหมือนบ้านทั่วไปจากที่ลาสพบเจอตอนที่ยังรักษาตัวอยู่ในเมืองที่จากมา แม้จะไม่เคยได้ถามนามของเมืองนั้น รถม้าขบวนเจ้าเก่าที่ลาสเดินทางมาด้วยนั้นก็ค่อยๆทยอยขับเคลื่อนเข้ามาในัวหมู่บ้าน แม้บ้านเรือนหลายหลังนั้นจะดูมีสภาพย่ำแย่แต่ทุกคนที่เดินทางมาด้วยนั้นก็ได้ร่วมแรงรวมใจช่วยกันกันบูรณะสถานกันอย่างขยันขันแข็ง พวกชนพื้นเมืองขอบคุณผู้ที่เข้ามาช่วยด้วยรอยยิ้มแม้ว่าพึ่งผ่านเหตุร้ายๆมา  กระโจมเริ่มถูกก่อตั้งอย่างเรียบง่ายและรวดเร็ว สเหมือนเมื่อว่าทุกคนจะรู้งานเป็นอย่างดี

ลาสเดินเข้าไปนั่งข้างๆลุงสมชายส่วนอีกสามคนนั่งตรงข้าม มีแม่บ้านคอยเอาน้ำมาบริการแขกทั้งสอง ลุงสมชายส่ายหน้าไม่รับ ผิดกับลาสที่ต้องรับเพราะเขาต้องทำตามมารยาทที่เป็นการให้เกียรติเจ้าบ้าน ซึ่งมันก็มีผลให้พวกเขาหายห่วงเล็กหน่อย เมื่อแม่บ้านจากไปชายตรงกลางก็ได้เปิดบทสนทนาเป็นคนแรก ซึ่งน่าจะเป็นผู้นําของที่แห่งนี้สภาพของเขาเป็นชายแก่อายุห้าสิบหกสิบ แต่งหน้าด้วยสีแดงดูสมกับชนพื้นเมืองสุดๆ และมีหู หาง ที่เป็นสเหมือนสิ่งท่บงบอกว่าเจ้าตัวนั้นเป็น มนุษย์ครึ่งสัตว์

" ต้องขอขอบคุณ ท่านสมชาย ที่ช่วยเหลือพวกเรา..นี่ก็คงเป็นครั้งที่สาม ที่พวกเราได้รับการช่วยเหลือจากท่าน " ผู้ใหญ่บ้านและคนสนิททั้งสองคนก้มหัวให้พวกของลาส เม็ดเหงื่อไหลออกเหมือนน้ำป่าแต่ลาสก็คงสงบสติอารมณ์เอาไว้ได้ ใครมันจะไปคิดว่าไอคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลยจะได้รับคําขอบคุณ แถมยังถูกก้มหัวให้แบบนี้ก็คงต้องตกใจบ้างละ แต่ระหว่างที่จะยกมือขึ้นมาห้ามปรามลุงสมชายก็พูดขึ้น

“ ไม่จําเป็นหรอก แล้วก็….พวกเจ้าควรจะเปลี่ยนแปลงบ้างสิ่งนะ เจ้าก็รู้ว่าพวกนั้นมันไม่เคยปล่อยให้อยู่ดีๆหรอก”

ความจริงที่ยากจะยอมรับ หรืออาจจะเป็นความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง มีแค่ผู้ที่อยู่มาก่อนกับผู้ที่เข้ามาใหม่ เมื่อมีการอพยพหรือค้นพบดินแดนใหม่ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรจะมีแค่ แน่นอนว่ามันก็จะมีหลายแบบที่มีโอกาศเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การแลกเปลี่ยน การทำความรู้จัก ความรัก แต่สิ่งที่มันต้องเกิดขึ้นแน่นอนอยู่แล้วมันคือความขัดแย้งในบ้างสิ่ง ไม่ว่าจะเรื่องเล็กๆ จนไปถึงเรื่องใหญ่ มันก็จะมาพร้อมกับการสูญเสียทุกครั้ง และตอนนี้พวกลาสก็ได้มาเจอเข้า พวกนักเดินทางเรียกพวกกลุ่มคนเหล่านี้ว่า ชนพื้นเมืองชาวอาริกาเซีย ผู้ที่อยู่มาก่อนที่เหล่านักเดินเรือทั้งหลายจะค้นพบดินแดนนี้ หลายต่อหลายคนของชนพื้นเมือง ถูกล่าไปเป็นทาส แม้ว่าการล่าทาสจะผิดกฎหมายแต่จะทำอย่างไรได้ ก็กฎหมายทั่วไปและกฎหมายพลเมืองไม่ได้ครอบคุ้มกลุ่มคนบ้างกลุ่มเสียหน่อย

“ พวกท่านก็รู้ไม่ใช่หรือว่า การเบียดเบียนพื้นที่ของพวกท่านเริ่มมันบานปลายแล้ว ตอนนี้พวกเผ่าอื่นเริ่มรวมตัวกันต่อต้านแล้ว เผ่าเองซูตอนเหนือก็เริ่มเคลื่อนไวแล้วอย่างจริงจังแล้ว พวกเราช้าไม่ได้อีกแล้ว”    หนึ่งในสามคนซึ่งน่าจะเป็นหัวหน้าหมู่บ้านที่พูดขึ้นมา

“แต่อย่างน้อยก็ขอแค่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายด้วยเถิด ช่วยรับพวกนอกทวีปกลุ่มนี้ไปด้วย ถือเป็นค่าตอบแทนน้ำใจที่ข้าช่วยไกล่เกลี่ยให้” ลุงสมชายพูดด้วยเสียงที่จริงจัง

“ ..ทราบแล้ว ข้าจะช่วยพวกเขาแต่ตัวข้ามิสามารถรับรองได้ว่า เจ้าเมืองจะทำอย่างไรเมื่อต้องการที่จะลบหมู่บ้านเล็กๆแถบนี้ แล้วก็เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนและขอบคุณท่านอย่างจริงใจ ช่วยรับเด็กคนนี้เดินทางไปด้วย” หัวหน้าหมู่บ้านเผยมือไปทางชายหนุ่มที่พาลาสเดินลอยหมู่บ้าน ซึ่งเจ้าตัวเองก็ตกใจอย่างมากจนถึงขั้นที่เจ้าตัวโว้ยวายขัดขาดทันที

“ ท..ทำไมต้องเป็นผมด้วยล่ะ! ผมก็พร้อมจะสู้เพื่อดวงจิตแห่งลานาเจือเหมือนกันนะครับ!”

“ เจ้ายังไม่พร้อม!! ท่านย่าได้ทำนายให้เจ้าแล้ว เจ้าต้องไป มิมีข้อโต้เตียงใดๆ” เหล่าผู้อาวุโสและผู้ใหญ่บ้านพยักหน้าพร้อมกันเสมือนว่ารู้ว่าตัวเองต้องเจอกับอะไรบ้าง " เจ้าควรจะได้เห็นโลกข้างนอก คําทำนายแห่งจิตวิญญาณผู้สูงส่งบอกให้เจ้าเป็นผู้อยู่รอด เจ้าต้องเชื่อมั่นเสมอ.. อูต้านกี้ โซซอนดูว่า ( อูต้านคุ้มครอง ) " เมื่อกล่าวเสร็จพวกลาสและหนุ่มชาวพื้นเมืองก็ได้ลุกออกจากบ้านไป

พวกเราคุยกันเล็กน้อยก่อนจะเตรียมเดินทางไปยังเมืองต่อไป หว่างเดินไปหาไวส์และแจ็คก็ไม่มีเสียงคุยอะไรเลย ทั้งสามเงียบไม่พูดไม่จา จนลาสรู้สึกไม่ค่อยดีถ้ายังอยู่แบบเงียบๆต่อไปมีหวังได้กระอักความผิดแน่ๆ ชายหนุ่มอาจจะไม่ได้อยากไปกับพวกเขา แต่ยังถูกบังคับให้ไป มีใครจะไม่ชิงชังบ้างละ สุดท้ายลาสก็เลยเอ่ยถามทำลายความเงียบเป็นคนแรก

“ ว่าแต่ยังไม่ถามชื่อของนายเลย ระหว่างเดินทางถ้าไม่รู้ชื่อเวลาเรียกมันจะลําบาก เพราะฉะนั้น เฮ้อ… บอกชื่อมาเร็วๆ ฉันจะได้เรียกถูก ถ้ายังเงียบแบบนี้จะคุยกันรู้เรื่องหรอ!” แม้ชายหนุ่มพื้นเมืองคนนี้จะทำสีหน้าเศร้าหมอง และไม่กล้าที่จะสนทนาตอบโต้ด้วย แต่ลาสที่เริ่มขขึ้นเสียง จนสุดท้ายเจ้าตัวก็ต้องตอบกลับไปด้วยความตกใจ

“ บะ..บูลล์ จากเผ่าซู ยินดีที่ได้รู้จักครับ!” เสียงหลุดขำของลาสค่อยๆดังขึ้นแม้ว่าเจ้าตัวที่พูดเมื่อกี้จะมีสีหน้าที่ไม่รู้เรื่องว่าทำไมจะต้องหัวเหาะด้วย จึงทำให้บูลล์งอน  จนต้องถามว่าลาสหัวเราะอะไรของเขา ตัวเองทำอะไรผิด แล้วก็หันหน้าหนี แต่ความในใจของลาสก็คือ

‘ ช่างเหมือนจริง เหมือนจริงๆนั่นแหละ อ่า..ไม่ได้เจอไอน้องชาตัวแสบมากี่ปีแล้วนะ.. คิดถึงจริงๆ ‘

ทั้งสามเดินคุยไปเลื่อยๆ ยกเว้นหนึ่งคนที่เดินนําได้ไแต่ยิ้มเหมือนลุงข้างบ้านที่ไม่ค่อยทำอะไร คอยมองแต่หลานๆเล่นกัน จนมาถึงรถม้าของตนเอง แต่มีอะไรแปลกไป เพราะตอนนี้แจ็คกําลังคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง แถมยังคุยกันสนุกปากอีกด้วย แม้ช่างเหมือน ชายหนุ่มและหญิงสาวกําลังจีบกัน เห็นแล้วมันขัดใจ แน่นอนว่าลาสเดินนําไปหาแจ็คคนแรก

“ นี่ๆๆ มาจีบอะไรกันตรงนี้งั้นหรอ?” ทั้งสองที่กําลังคุยกันอยู่ก็มีลาสพุ่งเข้าแทรกระหว่างสองคนด้วยสีหน้าหยอกล้อนิดหน่อย แน่นอนว่าฝ่ายชายตกใจเล็กน้อย แต่ก็ดีดหน้าผากลาสด้วยหมั่นไปทีหนึ่ง ชวนให้รู้สึกเอ็นดูเล็กน้อยทีหนึ่ง

“ อะหร่ะหร่ะ น้องของคุณหรอค่ะ? อะหร่ะช่างน่ารักเสียจริง ใช่แล้วละพี่เป็นคนรักแจ็คเอง” พี่สาวตรงหน้าเข้าไปกอดแขนแจ็คจนเจ้าตัวหน้าแดงก่อนจะโว้ยวายเล็กน้อย

“ เอ๋! คุณแจ็ค มีแฟนกับเขาเป็นด้วยงั้นหรอกหรอ? ” ตามมาด้วยเสียงโดนแทงภายในจิตใจของแจ็คผู้น่าสงสาร แต่ไม่ทันจะได้เถียงลาสก็ถามหาไวส์ ซึ่งก็น่าจะกําลังรักษาคนอยู่ ที่ไวส์ได้หน้าที่เป้นผู้รักษาผู้บาดเจ็บเพราะตัวของไวส์เป็นผู้ใช้เวทรักษาที่เก่งพอสมควร น่าช่วยเหลือหลายคนพอสมควร เธอคงทำหน้าทีเสร็จสิ้นจึงได้กลับมาหาลาส แต่พูดยังไม่ทันขาดคําเจ้าตัวจิ้กจอกก็ได้เดินมาพอดิบพอดี

“ อ่า สวัสดีคุณค่ะ พี่นัทสึมิ ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะคะ” ไวส์ทักทายหญิงผู้เป้นคนรักของแจ็คซึ่งชื่อว่านัทสึมิ แถมน่าจะเป็นคนรู้จักของไวส์อีกเสียด้วย ส่วยเจ้าตัวที่ถูกเรียกก็วิ่งมากอดไวส์แต่คนถูกกระทำได้จมไปกับภูเขาทั้งสอง เจาตัวคงอึดอัดไม่ใช่น้อย

“ อะหร่ะ สวัสดีจ๊ะไวส์ไม่ได้เจอกันนานจริงๆนั้นละ โตขึ้นเยอะเลยนะเรา”

“ ปล่อยก่อนค่ะ-หายใจไม่ออก...จะตายแล้วค่ะ…” กว่าจะปล่อยก็ทำเอาไวส์เกือบหายใจไม่ออกตาย โดยมีสายตาจากแจ็คเป็นห่วงเล็กน้อย แต่เพราะลาสกําลังพูดแทงใจอยู่ก็เลยไม่ได้สนใจอะไรมาก ลาสที่หยอกล้อกับแจ็คเสร็จก็ถามพี่สาวนัทสึมิเรื่องส่วนตัวเล็กน้อย จริงๆพี่สาวเป็นกลุ่มคนจาก เกาะอาชิช่ะ อยู่ทางท้ายห่างไกลจากทวีปอาริกาเซีย พอสมควร แต่อยู่ใกล้ ทวีปยูต้า อาฟโรร่า จากที่พี่สาวเป็นคนเล่า เกาะที่เธอจากมาหรือ เกาะอาชิช่ะ มีวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่นรวมสยาม แม้จะเล็กแต่ก็มีบทบาทอย่างมากบนอองโทราน เธอยังบอกอีกว่า ลุงสมชายก็มาจาก เกาะอาชิช่ะ อีกด้วย แต่ตัวเธออพยพเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาทวีปนี้พร้อมครอบครัวตั้งแต่ยังเด็กยังเล็ก ซึ่งเธอก็มีใจให้แจ็คในช่วงเวลาหนุ่มสาว แล้วแจ็คเดินทางมารับพี่สาวเพื่อไปเมืองหลวงพร้อมลุงสมชาย ทั้งสามเพิ่มพี่สาวนัทสึมิ ได้เตรียมของเดินทางต่อ ชาวบ้านทั้งหลายที่เดินทางมาด้วยก็ลาพวกของลาส พร้อมขอบคุณที่พามาส่ง แต่ก่อนจะได้ไป ลุงสมชายก็ขอคุยส่วยตัวกับลาสแบบจริงจัง

“ ข้าอยากรู้ เจ้าคิดยังไงกับชนพื้นเมืองกับประเทศมหาอํานาจในเวลาแบบนี้” ลุงสมชายถามกับลาสแบบตรงๆไม่อ้อมค้อม

“ผมพูดอะไรได้ไม่มากหรอกนะครับ ต่อให้พวกเขาจะรวมใจเป็นหนึ่ง แต่บอกได้เลยว่า

ถึงจะมีชัยแต่ก็แค่ครั้งเดียวสุดท้ายก็คงพ่ายแพ้อย่างหมดรูปแน่นอนครับ

“ เอาความมั่นใจนั้นมากจากไหนกัน...” แต่ลุงสมชายก็ไม่เถียงอะไรเพราะเขาก็รู้ว่ามันคือการฆ่าล้าง ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อทวงดินแดน ตัวเขาเองนั้นรู้ดีว่าสหจักรรวดิมีแสนยานุภาพที่น่ากลัวแม้ว่าจะไม่เคยเห็นจริงจัง ต่อให้ทั้งอณานิคมจะตั้งตัวเป็นศัตรูก็มิสามารถเอาชนะได้แน่นอน ขนาดลาสดูออกทำไมเขาที่อยู่มานานจะดูไม่ออก

“ เอาเถอะ ถ้าผมคิดว่าพวกนั้นมันจะเลยเถิดเกิน ผมคงต้องช่วยล่ะนะ”

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ศักราชแห่งโทรานที่ 3924

.เมืองหลวงลอนดาเนีย

หนังสือพิมพ์ป่าวประกาศ กระจายเต็มถนนคนเดิน ข่าวคราวว่าด้วยเรื่องการศึก

สหจักรวรรดิแห่งลีโอเนียได้ประกาศศึกสงครามกับอณาจักรทูเดียโดยอ้างเหตุผลเรื่องที่อณาจักรทูเดียสนับสนุนการลับลอบสิ่งค้าจากอาณานิคมโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้ผ่านมติของสถาสูงของสหจักรวรรดิแห่งลีโอเนีย และยังเข้าไปก้าวก่ายอาณานิคมเขตสี่ การกระทำดังกว่าทางสภาสูงเห็นพ้องต้องกันว่า ทูเดียทำกฎสากลแห่งอองโทราน และเพื่อต้องการโต้ตอบอย่างมิชอบธธรรมของอณาจักรทูเดีย จึงได้มีพระบรมราชโองการของ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิเฮนรี่ ที่หนึ่ง ให้ทำสงครามเต็มรูปแบบกับ อณาจักรทูเดีย โดยผ่านมติของสภาสูง

การประกาศสงงครามกับอาณาจักรทูเดีย ทำให้เหล่าอณาจักรมหาอํานาจที่เฝ้ารอมานานเข้ารวมสู่สงครามอีกด้วย อาณาจักรทูเดียได้พันธมิตรผู้สนับสนุนรวมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่คืออาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ฟฟาลังซ์ ที่ต้านอำนาจของสหจักรวรรดิอยู่

เป็นที่รู้กันว่าประวัติดินแดนของสหจักรวรรดิแห่งลีโอเนีย มีแต่การศึกสงครามแม้ว่าจะผ่านมาหลายพันปีจนกระทั่ง เมื่อหลายร้อยปีก่อนการโพล่ของแนวคิดและอุดมการการณ์รวมชาติ เริ่มที่จะมีอํานาจในหมู่นาๆ อารยะในทวีปอัสชลาสไวส์ สงครามการรวมชาติได้เกิดขึ้นทั่วทวีป แน่นอนว่าหลายอณาจักรได้กลายเป็นจักรวรรดิบ้างก็ถูกกลืน แต่เมื่อจักรวรรดิเริ่มใหญ่ขึ้น พวกอณาจักรน้อยๆทั้งหลายเริ่มหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ แต่มันไม่ใช่กับจักรวรรดิน้อยๆ ที่มีเชื่อสายวงตกูลมากมาย พวกเขาผนวก จักรวรรดิน้อยใหญ่เข้าด้วยกันแต่ก็ยังมีราชาและจักรพรรดิปกครอง แต่อำนาจสูงสุดจะรวมอยู่ที่สมเด็ดพระจักรพรรดินีคาตาลินา ที่หนึ่ง ผู้เป็นจักรพรรดินีคนแรกที่สามารถผนวกลีโอเนียให้กลายเป็นหนึ่งเดี่ยวได้ ความแข็งแกร่งที่หลายอาณาจักรน้อยใหญ่ต่างพากันยอมรับก็คือกองเรือราชนาวีที่ยิ่งใหญ่ของสหจักรวรรดิ อองโทรานนั้นมิเคยมีความสงบสุข ทั่วทั้งสามทวีปเต็มไปด้วย เปลวไฟแห่งสงคราม เพราะยังไงแล้ว อองโทราน ก็คือโลกแห่ง

สงคราม สงครามที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด