ตอนที่แล้วSB:ตอนที่ 15 ลมพายุ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปSB:ตอนที่17 ผู้จารึก

SB:ตอนที่16 วิชาฝึกอสูรที่แสนแพง


SB:ตอนที่16 วิชาฝึกอสูรที่แสนแพง

“ลูกชายข้าไม่ได้ไปฆ่าลูกชายเจ้า ทั้งที่เจ้าเป็นผู้ครองเมืองแต่เจ้ากลับไม่รู้ตัวว่าเจ้าถูกใช้เป็นเครื่องมือ” ซูหลานกอดลูกชายคนเล็กของนางแน่น มองไปที่หลี่ยี่และกล่าวด้วยสายตาเย็นชา

“ข้าเห็นกับตาตนเองว่าลูกชายเจ้ากับซุนวูสังหารนายน้อยหลี่ หากข้าหนีช้ากว่านั้นละก็ ข้าคงถูกสังหารเช่นกัน” หลี่ยี่ชี้นิ้วไปที่ซูหลานและกล่าวอย่างโมโห

“นายท่าน พาเขามาที่นี่” ลูกน้องคนหนึ่งของเขาพาสตรีงดงามเยาว์วัยนางหนึ่งกับชายวัยกลางคนมา

“หลิงเอ๋อ บอกข้า ลู่หยางไปที่ใด” หลี่ยี่มองไปที่สตรีนางนั้นและกล่าวถาม

“เป็นเจ้าใช่รึไม่” เซวียหลิงหลิงกล่าวอย่างมิอยากเชื่อ

“เอาหล่ะ ไม่มีประโยชน์ที่จะเถียงกันต่อ ลู่หยางและซุนวูฆ่านายน้อยหลี่เฟิง บอกข้ามา ลู่หยางไปที่ใด”หลี่ยี่ตัดบทเซวียหลิงหลิงและกล่าวอย่างเย็นชา

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเด็กนั่นไปที่ใด ถ้าเจ้าบอกมาข้าจะไว้ชีวิตเจ้า มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้า”หลี่ซิ่วตัดหัวชาวเมืองคนหนึ่ง เลือดพุ่งออกมาเป็นสาย ส่งผลให้เซวียหลิงหลิงถึงกับกลัว

“ข้าจะพูด ข้าพูดแล้ว เจ้านั่นไปที่แคว้นเซียงหยางพร้อมกับขบวนชาวบ้านเช้านี้! ไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าไม่เกี่ยวกับเจ้านั่น” เซวียเหิงกลัวจนคุกเข่าลง และขายลู่หยางออกอย่างไม่ลังเล

“ท่านพี่หลี่ เป็นจริงอย่างที่พ่อข้าพูด ลู่หยางไปเซียงหยาง ได้โปรดปล่อยพวกข้าไปเถอะ”

เซวียหลิงหลิงหน้าซีด แม้นางจะเกลียดหลี่ยี่มากจากเรื่องเมื่อก่อนแต่นางกลัวตายมากกว่า

“พวกเจ้า …” ซูหลานสีหน้าเปลี่ยน เธอมองไปที่พ่อลูกด้วยความโกรธ ก่อนหน้านี้ลู่หยางก่อเรื่องเพื่อช่วยเหลือเซวียหลิงหลิง นางไม่คาดว่าพวกมันทั้งสองจะทรยศและขายลูกชายของนาง จะไม่ให้นางโกรธได้อย่างไร?

เขาไปที่เซียงหยาง? เฮอะ มีหนทางสู่สวรรค์แต่เขาไม่เลือกเดิน นรกไม่มีประตูแต่เขาเลือกที่จะกระโจนเข้าไป เช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้าทั้งสอง และทำให้เด็กนั่นสิ้นหวังซะ ฮ่า ฮ่า” หลี่ซิ่วกล่าวด้วยใบหน้าชั่วร้าย การตายของลูกชายเขาส่งผลให้เขาถึงกับคลั่ง

“ท่านผู้ครองเมือง โปรดให้ข้าจัดการแทนท่านเถอะ ข้าไม่ต้องการให้เลือดของสองคนนั่นแปดเปื้อนท่าน” หลี่ยี่เลียริมฝีปาก ตาเขาฉายแววโหดเหี้ยม เขาต้องการตอบแทนความอัปยศอดสูที่เขาได้รับเป็นพันเท่า หลังจากตัดหัวคนใกล้ชิดของลู่หยาง เขาคิดถึงสีหน้าที่ลู่หยางโกรธแค้นและสิ้นหวัง หลี่ยี่รู้สึกพึงพอใจในใจเหลือเกิน

“ฮ่าฮ่า!”หลี่ยี่อดขำอย่างชั่วช้าไม่ได้ เขาวาดกริชไปที่ซูหลานและลูกชายนาง

“…”ตำหนักเมฆาม่วง

ณ ลานแลกเปลี่ยนแคว้นเซียงหยาง มีหนังอสูร กรงเล็บอสูร เขี้ยวอสูร และวัตถุดิบอื่นๆ กระทั่งเม็ดยาจิตวิญญาณสำหรับวางขาย ธุรกิจส่วนใหญ่ของแคว้นเซียงหยางจะถูกควบคุม ธุรกิจของตำหนักเมฆาม่วงค้าขายดีมากในทุกวัน เหล่าคนที่เข้าออกล้วนแต่เป็นผู้ฝึกอสูรหรือลูกหลานของตระกูลมีเกียรติ ลู่หยางแยกตัวจากเหล่านักล่าเนื่องจากเขาไม่ต้องการซื้อหนังสัตว์หรือกรงเล็บสัตว์อสูร เขาจะขายของได้ที่ร้านค้าแถบอื่นเท่านั้น

สินค้าหนึ่งตะกร้าไม่ถือว่ามากสำหรับตำหนักเมฆาม่วงทว่า มันยังถือเป็นที่จับตามอง ทำให้เขาได้รับการต้อนรับอย่างดีถึงแม้ลู่หยางจะสวมเสื้อผ้าสกปรกก็ตาม

“น้องชาย จากการประเมินดูแล้ว สินค้าของเจ้ามีค่า พันเก้าร้อยหกสิบตำลึงเงิน งั้นข้าให้เจ้าสองพันตำลึงเงินเจ้ามีปัญหาอันใดหรือไม่?” ผู้ดูแลร้านวัยกลางคนยิ้มอย่างใจดี

ผู้ดูแลร้าน หัวหน้าผู้ดูแล ผู้อาวุโสตำหนัก และ เจ้าตำหนักจะรับแขกตามสถานะของลูกค้าและขนาดของธุรกิจ ความจริงแล้วคนแต่งตัวสกปรกอย่างลู่หยางไม่ควรค่าให้ผู้ดูแลหนุ่มมาต้อนรับด้วยตนเอง ทว่า ลู่หยางขายสินค้าจำนวนมากมันนับเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ เขาจึงต้องมาด้วยตนเอง

“ไม่มีปัญหา!” ลู่หยางหัวเราะ แม้ตำหนักเมฆาม่วงจะควบคุมธุรกิจเกินครึ่งของแคว้น แต่ราคายังถือว่ายุติธรรม

“ไม่ทราบว่าผู้ดูแลร้านสามารถแลกเป็นแก่นผลึกชั้นต้นร้อยแก่นให้ข้าได้หรือไม่” ลู่หยางถาม

“แก่นผลึกชั้นต้นร้อยแก่น?” มูลค่าของแก่นผลึกนั้นไม่ถือว่ามีค่ามากเมื่อเทียบกับสัตว์อสูร  มันเป็นแค่ผลึกพลังงาน บางทีมันมิอาจเทียบได้กับอวัยวะอสูร มันใช้ได้แค่ให้เป็นอาหารแก่อสูร ผู้ฝึกอสูรส่วนมากจะซื้อเม็ดยาให้แก่สัตว์เลี้ยงของมัน

แน่นอนมันมิได้หมายความว่าแก่นผลึกนั้นไร้ค่า ประเด็นหลักอยู่ที่เหมืองผลึกของพรรคมนุษย์นั้นมีจำนวนมากและไม่ได้ขาดแคลนแก่นผลึกเหล่านี้ มันทำให้คุณค่าของแก่นผลึกนั้นไม่ได้มีค่ามาก

“น้องชาย เป็นไปได้ไหมหากข้าใช้ผลึกทดแทน แม้ตำหนักเมฆาม่วงเราไม่ขาดแคลนสิ่งใด แต่มันมีการค้าจำนวนน้อยที่ใช้แก่นผลึกแลกเปลี่ยน ยิ่งไปกว่านั้นอำนาจของข้ามีจำกัด มันค่อนข้างลำบากหากจะรวบรวมแก่นผลึกชั้นต้นหนึ่งร้อยแก่น” ผู้ดูแลร้านกล่าวอย่างยากเย็น

“อ้า ผลึกอย่างเดียวก็ได้” ลู่หยางตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นเขาผงกหัว เขาไม่คาดว่าที่นี่แก่นผลึกจะหายาก

“ไม่ทราบว่านายของเจ้าต้องการผลึกแบบใดรึ” ผู้ดูแลร้านกล่าวถาม จากาการคาดการณ์ของเขาเด็กคนนี้น่าจะเป็นผู้ติดตามนักฝึกอสูร

“ท่านช่วยบอกคุณสมบัติของแต่ละผลึกแก่ข้าได้หรือไม่” ลู่หยางตาลุกวาว เขาไม่ปฏิเสธคำพูดผู้ดูแลร้าน

“แน่นอน ไม่มีปัญหา พลังงานบนโลกนี้มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ที่พบทั่วไปคือธาตุเหล็ก ไม้ น้ำ ไฟ ดิน และห้าธาตุได้แก่ ลม แสงสว่าง ความมืด และอื่นๆ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นผลึก หรือแก่นผลึกของอสูรดุร้าย พวกมันมีธาตุที่แตกต่างกัน รากฐานจิตวิญญาณของผู้ฝึกอสูรก็เช่นเดียวกัน ข้าจึงถามน้องชายว่าเจ้าต้องการศิลาจิตวิญญาณชนิดใด” ผู้ดูแลร้านอธิบายพร้อมยิ้ม

จากมุมมองเขาผู้ฝึกอสูรตนนั้นมิได้สอนเรื่องทั่วไปเช่นนี้แก่เด็กคนนี้ เด็กนี่จึงถือโอกาสเพิ่มความรู้ในตัวเอง

“โอ้เป็นเช่นนี้เองรึ” ลู่หยางเข้าใจในทันที ไม่แปลกที่แก่นอสูรที่เขาได้รับมาจะมีสีแตกต่างกัน

ก่อนหน้านี้ที่ซุนวูบอกเขาเรื่องรากฐานจิตวิญญาณ เขาไม่ได้พูดถึงคุณสมบัติของมัน เขาไม่มีรากฐานจิตวิญญาณ และเขาสามารถควบคุมอสูรได้ไม่ว่าจะธาตุใด ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพยัคฆ์เพลิงสีชาดนั้นเป็นธาตุไฟ แต่เขาไม่รู้ธาตุของต้าเฮยและสุนัขยักษ์มันต้องแตกต่างกันเป็นแน่

“เช่นนั้นข้าจะแยกแยะธาตุของอสูรได้อย่างไรหรอท่านผู้ดูแลร้าน” ลู่หยางถาม

“อสูรชั้นต้นสายเลือดธรรมดามิอาจบ่งบอกธาตุได้จากลักษณะภายนอก ทว่าจะสามารถบ่งบอกได้เมื่อใช้วิชาควบคุมอสูร มีเพียงแค่อสูรสายเลือดชั้นยอดขึ้นไปที่ได้ปลุกทักษะเฉพาะตัวแล้วจึงสามารถปลดปล่อยพลังของธาตุได้ หรืออสูรชั้นกลางที่สามารถใช้พลังธาตุได้ เหล่านี้ง่ายต่อการแยกแยะ” ผู้ดูแลร้านกล่าวอย่างอดทน

“ขอบคุณท่านมาก ผู้ดูแลร้าน” ข้าขอแลกศิลาผลึกชั้นต้นธาตุไฟร้อยหน่วย” ลู่หยางผงกหัวขอบคุณ

ผู้ดูแลร้านหนุ่มรับคำ เขาออกคำสั่ง เพียงไม่นาน ข้ารับใช้มาถึงพร้อมกับถาด

“พวกนี้คือศิลาผลึกชั้นต้นธาตุไฟร้อยหน่วย แต่ละหน่วยมีราคาสิบตำลึงเงิน รวมเป็นเงินหนึ่งพันตำลึงเงิน นี่เป็นอีกหนึ่งพันตำลึงเงินที่เหลือจากการค้าขายเมื่อครู่เทียบเท่าหนึ่งร้อยตำลึงทอง น้องชายเชิญเจ้านับได้” ผู้ดูแลร้านหนุ่มกล่าว

ผลึกนั้นมีขนาดเท่ากับแก่นผลึกเพียงแต่มันโปร่งใสกว่า

“มิจำเป็นต้องนับหรอก ข้าเชื่อผู้ดูแลร้านและตำหนักเมฆาม่วง” ลู่หยางยิ้ม เขาวาดมือ ผลึกร้อยผลึกรวมถึงหนึ่งร้อยตำลึงทองนั่นได้หายไปในอากาศ

“เอ๋ น้องชายขออภัยที่ข้าโง่เขลานักเมื่อครู่!” เห็นเช่นนี้ผู้ดูแลร้านหนุ่มถึงกับตาลุกวาว อุปกรณ์เก็บสิ่งของถือเป็นสิ่งล้ำค่ามาก ผู้ฝึกอสูรไม่มีทางมอบของเช่นนี้ให้ข้าทาสบริวารใช้ ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาจะเป็นผู้ฝึกอสูร

ทว่า เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้ฝึกอสูรอย่างเด็กนี่จะไม่รู้เรื่องง่ายๆทั่วไป ทว่านี่เป็นเรื่องของคนอื่นเขาไม่ควรถาม

“อ้อ จริงสิ ผู้ดูแลร้าน ที่ตำหนักเมฆาม่วงนี้ท่านขายวิชาควบคุมอสูรชั้นกลางใช่หรือไม่” ลู่หยางถาม

“แน่นอน เรามีไปจนถึงวิชาควบคุมอสูรชั้นสูงเชียวนะ น้องชายเจ้าอยากดูไหมละ?” ผู้ดูแลร้านยิ้มกว้างขึ้น

ลู่หยางผงกหัว ผู้ดูแลร้านนำไปเขาไปถึงชั้นสองซึ่งมีแต่วิชาคุมอสูร

“วิชาคุมอสูรชั้นต้น สามดารา สามร้อยตำลึงทอง”

“วิชาคุมอสูรชั้นต้น แปดดารา แปดร้อยตำลึงทอง”

“…”

วิชาที่แพงที่สุดมีถึงแปดดารา ราคานั้นทำให้ใจลู่หยางถึงกับตะลึง

บ้าชิบ นี่มันปล้นชัดๆ ลู่หยางส่ายหน้า ด้วยระบบควบคุมอสูรเขาไม่ต้องการวิชาควบคุมอสูรชั้นต้นอีกต่อไป เขาสามารถพัฒนาขั้นดาราได้ด้วยการป้อนแก่นผลึกชั้นเดียวกันสิบผลึก ด้วยผลึกที่เขามีในตอนนี้เขาสามารถเพิ่มระดับไปจนถึงสิบดาราได้

“วิชาควบคุมอสูรชั้นกลาง ห้าดารา ห้าพันตำลึงทอง”

“วิชาควบคุมอสูรชั้นกลาง สามดารา สามพันตำลึงทอง”

“วิชาควบคุมอสูรชั้นกลาง หนึ่งดารา หนึ่งพันตำลึงทอง”

“..”

ราคาของวิชาควบคุมอสูรชั้นกลางสูงกว่าเดิมสิบเท่าลู่หยางเกือบจะเป็นลม ราคาสูงสุดสูงถึงเจ็ดพันพันตำลึงทองนั่นมันเทียบเท่าเจ็ดหมื่นตำลึงเงินเชียวนะ นี่มันไม่ใช่สิ่งที่ลู่หยางจะซื้อได้!

“อ้อ ใช่สิ ผู้ดูแลร้านข้ามีวิชาควบคุมอสูรอยู่นี่ฉบันหนึ่ง ท่านต้องการซื้อมันไหม?” ลู่หยางหยิบวิชาควบคุมอสูรชั้นต้นขึ้นมาและยื่นให้กับผู้ดูแลร้าน

“มูลค่าของวิชาควบคุมอสูรชั้นต้นหนึ่งดาวอยู่ที่หนึ่งร้อยตำลึงทอง เจ้ายังเหลือการใช้งานอีกแปดในสิบส่วนสำหรับวิชานี้ ดังนั้นมันมีราคาแปดสิบตำลึงทอง ทว่ากฎของร้านเราในการรับซื้อคือซื้อต่ำกว่านั้นอีกสองในสิบส่วน ดังนั้นข้าให้เจ้าได้แค่หกสิบตำลึงทอง” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม

การใช้งานวิชาควบคุมอสูรแต่ละครั้งมีจำกัดและไม่สามารถใช้ได้ตลอดไปทุกครั้งที่ใช้ข้อมูลภายในจะเริ่มจางลง ทีละหนึ่งในสิบส่วน นั่นหมายความว่าจะสามารถใช้ได้สิบครั้ง

“บ้าชิบบ นี่มันใจดำเกินไปแล้ว” ลู่หยางอดก่นด่าในใจไม่ได้