ตอนที่แล้วตอนที่ 4 ถนนสู่ยุคใหม่ (Road to New Era)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 6 ชนพื้นเมืองอาริกาเซียสู่สงคราม! (Natives Aricassia to war!)

นิยาย ชาติที่แล้วผู้นําฉ้อโกง ชาตินี้ขอเป็นผู้นําที่ดีแทนบ้าง

ตอนที่ 5 มาถึงพร้อมกับปัญหา (Arrival with problems)


มาถึงพร้อมกับปัญหา

(Arrival with problems)

เสียงลมพัดกระทบเข้ากับผ้าที่เป็นหลังคาเกีวน ถึงจะไม่แรงมากแต่มันยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดสักนิด ขบวนรถม้าค่อยๆคับเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ลาสที่กำลังนั่งมองเพลินๆก็รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไรจนคนข้างๆหรือก็คือไวส์ที่นั่งข้างๆลาสก็สังเกตุเห็น ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะมองไม่ออก แต่มันใช้ไม่ได้กับจิ้กจอกข้างๆ

" เป็นอะไรไหม? นายดูกังวลแปลกๆ " ไวส์ถามด้วยความเป็นห่วง

" อืม..จะว่าไงดีละ เราไปหาที่พักดีกว่าไหม แค่รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยนะ " ลาสที่รู้สึกไม่ค่อยดีเหมือนลางร้ายใกล้เข้ามา ก็บอกกับไวส์ให้ฟัง แต่เสียงคงไปเข้าหูลุงสมชายที่ขี่อยู่พอดี

“ไม่ต้องคิดมากหรอก เราไม่ได้จะเดินทางยาวไปจนถึงเมืองหลวงสะหน่อย” ลุงสมชายพูดขึ้นอย่างลอยๆ แต่มันทำให้ลาสตกใจเล็กน้อยที่ว่าไม่ได้เดินทางยาวไปจนถึงเมืองหลวง “เอ๋?ไม่ได้จะไปหรอกหรอ?”

“อาใช่ๆ เราจะไปหมูบ้านสุดขอบชายแดนที่ยังไม่สำรวจก่อนนะ ไปส่งพวกชาวบ้านที่ตามมาด้วยไง” ลุงสมชายอธิบายเรื่องราวให้ลาสฟัง แน่นอนว่า มันหมายความว่าชาบ้านที่ตามพวกเขามาด้วยคือ ผู้ลี้ภัย แต่สิ่งที่ทำให้ลาสคิดมากอีกแล้วก้คือ ผู้อพยกที่ว่าถ้า อพยกย้ายถิ่นฐาน ก็เท่ากับว่าไร้บ้าน แถมยังอยู่นอกกฎหมายมากกว่าเดิมไม่ใช่หรอ ลาสจึงถามลุงแกให้กระจาง

“หืม… มันก็จริง แต่ว่านะกฎหมายคุ้มครองนะ มันไม่มีจริงตั้งแต่การล่าอณานิคมแล้ว พวกชาวบ้านพวกนั้นเป็นชาวอณานิคม เป็นแค่คนชั้นรองจากประชนของประเทศจะถูกทำอะไรก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกผู้นำหรอกนะ” ลุงสมชายถอนลมหายใจอย่างหนัก

“ไม่เอาน่าตาลุง ไหนเราสัญญากันแล้วไม่ใช่หรอว่าจะไม่คุยเรื่องพวกนี้ไง? เรื่องการเมืองเพลาๆหน่อยสิ  ” แจ็คที่นั่งฟังอยู่ก็พูดขัดขึ้นมา แต่จู่ๆลาสก็ชี้หน้าแจ็คก็จะพูดว่า

“ถ้ารัฐบาลทำดี ก็คงไม่มีใครหยิบมาคุยหรอกนะ” ลาสหยุดพูดกล่าวเหมือนคิดคําไม่ออก

" นายเป็นใครอะ… " …. ทุกอย่างสเหมือนเกิดเดทแอร์อีกครั้ง คราวนี้ลุงสมชายกลันขํา ไวส์ชักสีหน้าสงสารขึ้นมาทันใด ส่วนแจ็คที่ได้ยินก็ลุกขึ้นมาก่อนจะทรุดเป็นท่ายันพื้น ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของทั้งสี่คน แน่นอนว่าเสียงหัวเราะมันทำให้ขบวนรถม้าทุกคันที่ตามมา รู้สึกผ่อนคลาย

หิมะโปยปาย ความหนาวเริ่มมาเยือนการเดินทางอันหนาวเหน็บ หลายวันมานี้มันทำให้ลาสผูกพันกับคนในขบวนเดินทางมากขึ้นเลื่อยๆ เมื่อหยุดพักทุกคนก็จะออกมาเตรียมทำอหารกันอย่างมีความสุข เด็กๆวิ่งเล่นไปมาอย่างกับลิงน้อย ผู้ชายออกล่าสัตว์ไม่ก็หาวัตถุดิบหายากเล็กน้อย ส่วนผู้หญิงก็ออกมาเตรียมของตั้งแคมป์มันเป็นแบบนี้ทุกครั้งในช่วงพักของการเดินทาง ทุกอย่างดูสงบสุขไม่เหมือนชีวิตก่อนที่ต้องทำงานติดต่อกันหลายวัน สังคมที่ต้องทำงานกันอย่างบ้าคลั่งไม่มีเวลาพัก หลังจากเดินทางกันมาหลายวัน ทุกคนในขบวนเริ่มซึมซับและคุ้นเคยเรื่องราวที่ลาสเป็นคนเล่าไม่ว่าจะเป็นนิทานแฟนตาซี เก่าๆที่เขาเคยอ่าน และสิ่งที่ทุกคนในขบวนเริ่มนําถือลาสก็คือเรื่องเล่าจากประวัติศาสตร์ในโลกเก่าของลาส จริงอยู่ที่ไม่ควรจะพูดเรื่องโลกเก่า แต่ไวส์บอกว่าคนในขบวนเป็นชาวอณานิคมที่ไม่เคยเรียนหนังสือจริงๆ จึงทำให้ลาสคิดที่จะเผยแพร่ แนวคิดของเขา ผ่านการเล่าเรื่อง แน่นอนว่าบ้างเรื่องก็แต่งเข้ามาเพื่อชักชวนให้คิดตาม

เสียงแคมป์ไฟและไม้ที่แตกเพราะความร้อนคลอยให้ความอุนแก่คนที่นั่งอยู่ ตอนนี้ลาสกําลังนั่งอยู่คนเดียว คืนนี้ลาสเป็นคนเฝ้าเวร มันเป็นหน้าที่ของผู้ชายทุกคนอยู่แล้ว ในตอนแรกมีแต่คนคิดว่าลาสเป็นผู้หญิงก็เลยห้ามไม่ให้เฝ้ายามแต่กว่าจะอธิบายว่าเขาเป็นชายก็เหนื่อยไปหลายวัน ทำไมลาสจึงอยากจะอยู่เป็นเวรยามก็เพราะ ดวงดาวที่ส่องสว่างเต็มท้องฟ้า มันทำให้ลาสรู้สึกค่อนคาย เวลาหนาวเย็นมีกองไฟแบบนี้ช่วยทำให้จิตใจของลาสสงบได้ เพราะงั้นเวลาจะคิดอะไรก็ต้อบรรยากาศแบบนี้ละ

วูว ควันจากปากของลาสถูกปล่อยออกมา “อากาศหนาวๆแบบนี้ ทำเอาอยากดื่มกาแฟเลยแหะ….. ว่าแต่จะคุณจะยื่นอยู่คนเดี่ยวอีกนานไหมครับ”

“เห๋~ โดนจับได้ซะแล้วสิ” ไวส์เดินตรงมานั่งตรงข้ามลาสก็จะนั่งเท้าคางจ้องมองไฟในกองเพลิง ลาสโยนแท่งไม้เพิ่มไฟก่อนจะถอนหายใจเล็กน้อย

“งั้นหรอครับ?” ลาสตอบแค่นี้ ทั้งสองเงียบจนลาสต้องเปิดประเด็นเพื่อไม่ให้มันเงียบจนเกินไป “ว่าแต่เวทมนต์เนี่ย คุณไวส์ใช้ยังไงหรอครับ? เห็นอาจารย์ของคุณใช้กับผมแล้วรู้สึกทึ่งสุดไปเลยครับ!” ลาสถามด้วยความตื่นเต้น

“อ..อะแฮ่มๆ มะ..มันก็ไม่ได้ยากอะไรหรอกนะ แต่ต้องมีพรสวรรค์เหมือนฉันละนะ ฮาฮ่าๆ เพราะบ้างคนใช้ได้ บ้างคนก็ใช้ไม่ได้ ตัวอย่างเอาเป็น [Sentir boule de feu]ตุ้บ! “การร่ายเวทต้องใช้ภาษาโบราณเท่านั้น แต่มันก็ต้องขึ้นอยู่กับสาธิของคนๆนั้นด้วย อุมุเป็นไงละ! ฉันเก่งใช่ไหมละ โฮะๆๆ” ไวส์ที่บอกพื้นฐานเวทมนต์ให้แก่ลาสก็เริ่มอวยตัวเอง จนเกิดเป็นมโนภาพ ว่าลาสกำลังทำตัวเหมือนเด็กเห็นสิ่งแปลกตา แต่จริงๆแล้ว ลาสกำลังจมดิ่งลงไปกับความคิดเป็นที่เรียบร้อย

‘ ไม่ใช่แล้ว มะ เมื่อกี่มันภาษาฝรั่งเศสนี้หว่า! ไหง่กลายเป็นภาษาโบราณไปกัน แต่เหมือนกี้บอกว่าลูกไฟเล็ก ก็เล็กเกินไปนะ เท่าลูกอมเอง ‘

“อยากจะลองไหมละ? แต่ว่าหนังสือพื้นฐานแบบนี้หาราคาสูงมากเลยละนะ จะเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนได้งั้นหรอ?” ไวส์ที่เก็บอาการได้ก็ยื่นหนังสือเล่มหนาให้ลาสแน่นอนว่าต้องอ่านอยู่แล้วก็โลกแฟนตาซีใครๆก็อยากจะใช้เวทมนต์ ใช่ไหมละ ลาสที่ได้ยินก็กลืนนํ้าลาย เพราะไวส์คุณเธอต้องการสิ่งแลกเปลี่ยนกับหนังสือเล่มนั้น ลาสที่กำลังคิดหาสิ่งของแลกเปลี่ยนก็ถูก ไวส์เลือกค่าตอบแทนเองสะจน ไม่อยากอ่านเลย

“งั้นเอาเป็นพรุ่งนี้นายต้องใส่ชุดผู้หญิง เป็นค่าหนังสือละดีไหม ฟุฟุ”

ให้ตายยังไงก็ไม่มีวันแต่งหญิงเด็ดขาด!!

“แต่นี้ว่านะ ไอเจ้าเล่มนี้เนี่ย มันพิเศษสุดๆเลยนะ มันบอกวิธีที่จะได้ผลดีที่สุดเลยนะ แน่ใจหรอว่าจะไม่อ่านนะ” บ้าจริงนี้มันการล่อขายชัดๆ! นี้เป็นคําพูดที่ลาสที่ได้เอ่ย แต่ด้วยคําพูดแบบชักชวนแบบล่อตาล่อใจ ทำให้ท้ายที่สุดลาสก็แพ้ให้กับความอยากของตนเองไม่ไว้ ก็เลยสัญญากับไวส์เรื่องการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม ให้ตายสิยังดีที่นายทุนบ้างคน แต่เหมือนจะเป็นการแลกเปลี่ยนกับปีศาจจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์เสียมากกว่า

“งั้นขอไปนอนก่อนละกัน นายก็อย่าผืนตัวเองมากละ ใกล้จะถึงที่หมายแล้วดูแลสุขภาพด้วย” ไวส์ลุกขั้นกลับไปนอนบนรถม้า ก่อนไปก็โยนหนังสือให้ลาสอ่านไป

“เอาละ ไหนดูสิว่าแกจะคุ้มกับการแลกเปลี่ยนไหม” ลาสนย้ายไปนั่งที่ใหม่ก่อนจะเปิดอ่านการใช้เวทมนต์พื้นฐาน การใช้เวทมนย์นั้นขึนอยู่กับจินตนาการของเจ้าตัวประสมกับสาธิในการคิด การที่จะร่ายเวทนั้นต้องใช้ ภาษาโบราณ แถมตอนนี้แว้ว่าจะการเวลาจะผ่านไปหลายพันปีสืบต่อกันมาก็ไม่สามารถค้นขว้าว่าภาษาเหล่านี้มีต้นกำเนิดมาจากที่ใดกันแน่ แต่การวิจัยหลายพันปีที่ผ่านมากลับได้คําร่ายมากมายและมันก็อำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี ผู้ใช้เวทนมต์ จะแบ่งออกเป็น สองแบบ คือ ผู้ใช้ และ นักเวท ทำไมผู้ใช้ และ นักเวทจึงต่างกัน เพราะว่า ผู้ใช้จะสามารถ ใช้ได้แค่บางบทหรือจะใช้ไม่ได้เลยสักบท แม้ว่าจะอ่านและพูดภาษาโบราณได้ ต่อให้ฝึกเป็นหลายสิบปีก็ไม่สามารถข้ามขั้นผู้ใช้เป็นนักเวทได้ ต่อไปคือนักเวทพวกเขาเป็นกลุ่มคนที่สามารถใช้เวทมนต์ได้อิสระ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ของพวกเขา เพราะนักเวทบ้างคนก็ร่ายบ้างบทไม่ได้เพราะไม่เคยฝึก กลุ่มคนที่เป็นนักเวทเป็นกลุ่มน้อยสะส่วนใหญ่ และยังมีอธิพลมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทหารที่สามารถฆ่าคนได้หลายสิบคนเพียงเวทบทเดียว จึงเป็นที่ต้องการในหลายๆประเทศ เข้าเรื่องบทเวทพื้นฐาน การร่ายภาษาโบราณหรือบท ต้องเรียนรู้จากหนัสือหรืออาจารย์นักเวท ตัวอย่างบทแห่งการรักษา [Guérir] บทแห่งการต่อสู่ [Sentez le cri de bataille] พื้นฐานที่ควรเรียนรู้คือการอ่านให้ออก ยกเว้นบางคนที่อ่านไม่ได้จะมีอาจารย์นักเวทที่สามารถอ่านได้มาช่วยสอน ส่วนมากจะเป็นกลุ่มคนชั้นสูงและชาวบ้านที่มีทรัพมาก

“อืม.. ใช่ภาษาฝรั่งเศสจริงๆด้วยแฮะ ดีจริงๆที่มีเพื่อนสอนให้จนอ่านออกเขียนได้ รู้สึกถูกหวยยังไงก็ไม่รู้...ถึงหวยจะแย่ก็เถอะ ไหนลองหน่อยสิ [Créer une cigarette et des briquets] ” ลาสที่อ่านคร่าวๆแล้วจำใจความได้ก็ลุกขึ้นก่อนจะเดินออกห่างจากแคมที่พัก มาอยู่คเดี่ยวก่อนจะทดลองพูดภาษาฝรั่งเศสแบบใช้คําศัพท์เหมือนในเกมRPGทั่วไป

…… ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ถ้าการร่ายเวทเหมือนเกมที่พวกเด็กเล่นกันงั้น [Enlever l'arbre devant]

…… ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“อืมมมไม่ได้งั้นหรอ สงสังว่าเราคงเป็นคนปกติสินะ รู้สึกเศร้าหน่อยแฮะ” ลาสปิดหนังสือก อย่างน้อยใจ ก่อนจะเดินกลับแคมป์ที่พักแบบเงียบๆ พร้อมเสียงสายลมที่โบกสะบัดเส้นผมสีขาวในยามราตรี.......

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ช่วงเช้าหลังจากที่ทุกคนได้พักผ่อนกันจนอิ่มตัก็ออกเดินทางกันต่อ อากาศค่อนข้างหนาวเย็นบ้างคนเริ่มใส้เสื้อคลุมตัวหนาๆกัน ยกเว้นบางคนที่กําลังหนาวแบบสุดๆตอนนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหน มีแต่ต้องเป็นลาสคนเดียวอยู่แล้ว ตอนนี้กําลังใส่เสื้อโค้ชกันหนาว แต่ก็ไม่ได้ดูแย่อะไรที่แย่สําหหรับเจ้าตัวคือการที่ต้องมาใส่กระโปรงสั้น แถมมาด้วยถุงน่องสีดําเพิ่มความเรียวให้ตัวเองอย่างมาก

ฉ่าา “ว่าแต่….โลกใบนี้มีกระโปรงที่น่าอายแบบนี้แล้วหรอ?” ลาสที่กําลังหน้าแดงพร้อมใบหูที่แดงถามจิ้งจอกร้ายที่กําลังยิ้มแบบมีความสุขสุดๆ แถมยังมีหน้ามาบอกว่า “ไม่รู้สินะ” อีก ‘ เอาเถอะสัญญาต้องเป็นสัญญา ‘

“โฮ่..รสนิยมดีนี่ไวส์จัง แต่นึกไม่ถึงเลยว่านายจะแต่งแล้วเหมื่อนหญิ---” แอ็กกกก ลาสฟาดหน่องขาอันเรียวเข้าหน้าแจ็คด้วยแรงที่มีเต็มที แต่ว่าคร่าวนี้แจ็คทำท่าฟินแถมยังพึมพําว่า นุ่มฟุดๆ เหมือนพวกตาลุงโรตจิตไม่ผิด

“หนุมสาวนี้ดีจริงๆ ฮาฮ่าๆ เอาเป็นว่ายกโทษให้เจ้าแจ็คมันด้วยละกัน- หืม...” ลุงสมชายหัวเราะอย่างสนุกก่อนจะเงียบแล้วจ้องไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พวกลาสก็รีบหันหน้าไปข้างหน้ารถม้า ก่อนจะเห็นควันไฟข้างหน้า แน่นอนว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีแน่ลาสจึงถามลุงแก

“นี้ลุง...ข้างหน้าเป็นหมูบ้านที่ลุงพูดใช่ไหมครับ..”

“ใช่แล้วหมูบ้านข้างหน้านี้ละ… แจ็คแกลงไปบอกทุกคนให้หยุดพักห่างหมูบ้านเสีย” “รู้อยู่แล้ว!”

ทุกคนในขบวนเกิดอากาศแตกตื่นที่เห็นควันไฟเล็กหน่อยแต่ก็พอจะสามารถคุมสถานการณ์ได้ ต้องขอบคุณแจ็คที่ช่วยได้แก้ปัญหาได้เยอะเลย หลังจากทุกคนรับรู้คําสั่งก็ทำตาม ยกเว้นบ้างคนที่เป็นกลุ่มผู้ชายที่มีอาวุธป้องกันตัวขอตามไปด้วยแน่นอนว่าถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี แต่สุดท้ายก็ทำตามแต่โดยดี รถม้าของลุงชายออกวิ่งด้วยความเร็วกว่าปกติ พวกลาสมาถีงหมูบ้านที่ลุงสมชายบอกว่าเป็นที่หมายของการเดินทางในครั้งนี้

สภาพหมูบ้านตอนนี้กําลังวุ่นวายกันหมด มีศพชาวบ้านนอนกองกันเยอะพอสมควร ลาสที่เห็นถึงกลับหันหนีก่อนจะถูกไวส์ดึงเข้ามาหลบข้างในเพราะข้างหน้ามีกลุ่มชาวบ้านกับพวกที่แต่งตัวเหมือนทหารรับจ้างและพ่อค้ากําลังล้อมอยู่ พอเข้ามาใกล้ในระยะพวกทหารรับจ้างก็เดินเข้ามาหาพวกลาส พร้อมพ่อค้าที่ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่มนี้ ทุกคนในกลุ่มถือปืนคาบชุดกันเกือบทุกคน น่ามีประมาณ 16 คนกว่าๆจะได้

“โอ้ว อรุณสวัสดิ์ท่านนักพเนจร มิทราบว่ามาทำอะไรที่นี้งั้นหรอขอรับ” พ่อค้าในเครื่องแบบสีขาวออกทอง หน้าตาออกไปทางคนยุโรป เขากล่าวสวัสดีก่อนจะกล้มหัวทักทายลุงสมชาย

“เออ พอดีข้ามาซื้อสมุนไพรหายากแถวนี้นะ ถ้าไม่รังเกียดข้าขอถามอะไรจะได้ไหม?” ลุงสมชายตอบกลับด้วยคําพูดที่ดูแข็งก้าวและดุดัน จนพ่อค้าสะดุงเล็กหน่อย

“ดะ ได้อยู้แล้วขอรับ” “ไม่กลัวทหารชายแดนจับสินะ ถึงมาจับบริสุทธิ์เป็นทาสแบบนี้” คําพูดที่ทำให้พวกคนที่ล้อมรถไว้ถึงกับทำหน้าเครียด รวมถึงลาสที่นั่งแอบฟังเขาคุยกันเพราะเรื่องการค้ามนุษย์ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดหลักสิทธิมนุษยชนแถมเข้าขั้นความผิดร้ายแรง

“ไอแก่นี่----” ยังไม่ได้จะพูดลุงสมชายก็ได้ลงจากเกวียนของตน แม้ว่าจะมีปากกระบอกปืนเข้าใส่ก็มิอาจททำให้ชายแก่คนนี้ได้เลย ลุงสชายกระซิบใกล้พพ่อค้าคนนั้น ก่อนจะเดินกลับที่ของตน ก่อนจะหันไปพูดอีกรอบ “มีกองทหารกําลังมุ่งหน้ามาทางนี้อีกครึ่งวันก็ถึงแล้วถ้ายังไม่รีบหนีพวกเจ้าโดนจับหมดแน่ คิดว่าไงละนี้ข้าอุตส่าห์เอาเรื่องดีๆบอกเลยนะ”

“โถ้ว้อย รีบเผ่นกันเถอะเรื่องจับเจ้าพวกนั้นช่างมันปะไร!!” พวกทหารรับจ้างกับพ่อค้าที่น่าจะเป็นพ่อค้าทาศรีบวิ่งไปอีกทางของที่ลุงสมชายชี้ แถมตอนนี้ลาสกำลังมีคำถามผุดขึนมาในหัวมากมายอีกแล้ว ลุงสมชายลงจากรถม้าเข้าไปหาช้าวบ้านที่โดนจับหมัดไว้ ก่อนจะช่วยเหลือกพวกชาวบ้านเก็บกวาดหลายครอบครัวกําลังแสดงความเสียใจกับการสูญเสียคนสําคัญไป ส่วนพวกที่ทำใจได้แล้วก็ไปช่วยพวกลุงสมชายเก็บกวาดพื้นที่ ไม่ก็ช่วยไวส์รักษาชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บ

ลาสที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนักก็เดินดูหมูบ้านรอบๆ บ้านทุกหลังเป็นแบบยุโรปสมัยเก่าน่าจะศตวรรษที่สิบแปด แต่ที่แปลกก็คือชาวบ้านส่วนใหญ่เหมือนทาสีที่หน้าเหมือนชาวอินเดียแดง แม้ว่าจะดูแล้วจะมีเผ่าอื่นอยู่ด้วยก็ตาม ลาสที่เดินไปเดินมาก็มีคนเข้ามาทัก

“เออคือว่า....ขอบคุณคุณเพื่อนของท่านสมชายที่มาช่วยพวกผมด้วยนะครับ ถ้ามีอะไรอยากได้ก็มาเลยครับ!” จู่ก็มากล้มหัวให้ลาสแล้วยังมาบอกขอบคุณทั้งๆที่ลาสเองยังไม่ได้ช่วยอะไรลุงสมชายเลยสักกระนิด แน่นอนว่าการทำอย่างนี้มันทำให้ลาสสับสนเล็กน้อยแต่ก็ตั้งสติได้ก่อนจะตอบกลับไป

“มะ ไม่ต้องขอบคุณผมก็ได้ครับ ยังไงผมก็ช่วยอะไรลุงสมชายไม่ได้อยู่แล้ว แฮะๆ” เหมือนเห็นแสงของพระแม่พระผู้ใจดีทรงลงมายังโลกใบนี้จู่ๆน้องก็เผลอยิ้มออกมาทำให้หนุมน้อยข้างหน้าถึงกับใจเต็นขั้นรุนแรง

“งั้นผมจะพาชมหมู่บ้านเองครับ!!” ยังไม่ทันได้พูดก็ลาสก็ถูกลากไปเดินด้วยสะแล้ว...

ระหว่างเดินสำรวจเมืองกับเพื่อนใหม่ มีสายตาคนแอบมองลาสจากมุมมืดโดยที่ไม่รู้ตัวสักนิดลาสและหนุ่มน้อยพากันมาใจกลางหมูบ้านก่อนหนุ่มน้อยจะ อ้าแขนแล้วหมุนตัวไปมาก่อนจะหยุดที่หน้าลาส

“ ยินดีต้อนหรับสู่.....

หมู่บ้าน ยูทาก้า แต่ต้องขอโทษที่มันอาจจะดูแย่ไปหน่อยนะครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด