ตอนที่แล้วตอนที่ 3 โลกใหม่ (New World)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 5 มาถึงพร้อมกับปัญหา (Arrival with problems)

นิยาย ชาติที่แล้วผู้นําฉ้อโกง ชาตินี้ขอเป็นผู้นําที่ดีแทนบ้าง

ตอนที่ 4 ถนนสู่ยุคใหม่ (Road to New Era)


ถนนสู่ยุคใหม่

 

(Road to New Era)

ในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายและสับสนอลหม่านอันไม่จบไม่สิ้น ประเทศที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมาก แต่ก็ยังคงภูมิใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ เพียงแต่การปฏิรูปที่ไม่ยอมไปต่อให้สุด เหตุเป็นเพราะรัฐชาตินั้น ประสบความสำเร็จจากการพสมศาสนาเข้ากับการปกครองได้ และมันก็ยังคงอยู่แบบนั้นนานหลายช่วงคน กลายเป็นความเคยชิน หรือ จะเรียกความผูกพันกับคนรุ่นต่อกันมาก็ได้

“มันก็ดีไม่ใช่หรือไง การที่สามารถคงรูปแบบการปกครองอันเก่า ของตัวเองได้?” ไวส์แทรกระหว่างที่ลาสกำลังพูด

“คือว่าความจริงแล้ว การปฏิรูปที่ว่าไปนั้น ก็คือการเติบโตของรูปแบบตรงข้ามกัน เหมือนศัตรูตามธรรมชาติของระบอบนั้นๆ” แม้จิ้งจอกน้อยจะทำหน้าสงสัยสเหมือนไม่ค่อยเข้าใจว่ามันมีการปกครองแบบไหนบ้าง

“ส่วนใหญ่แล้วอำนาจการปกครองจะอยู่กับ ขุนนาง ไม่ก็ กษัตริย์?” ไวส์ถามเล็กน้อย

“มันขึ้นอยู่กับ โครงสร้าง จุดกำเนิจ และ อุดมการณ์ ก็อย่างที่เล่าไปข้างต้นว่าประเทศชาติของผม ได้ปฏิรูปหรือจะเรียกว่าปฏิวัติมาแล้วครั้งหนึ่ง หรือก็คือ สาธารณรัฐนิยม ที่พยายามที่จะล้มระบอบเก่า แต่ก็นะ ก็พอเพราะมันไม่สำเร็จ เลยมีปัญหาจนคนรุ่นหลังต้องมาเดือดร้อนเนี่ยนะสิ” ลาสพูดไปบ่นไป แสดงถึงความเบื่อหน่ายเต็มทน แม่เจ้าตัวจะทำท่าทีไม่ค่อยชอบแต่ลาสรู้ดีกว่าการเปลี่ยนการปกครองแบบฉับพลันโดยที่บ้างคนยังไม่ได้มีความคิดแบบเดียวกัน มันจะทำให้เกิดช่องโหว่จุดอ่อนที่สำคัญ ลาสหลับตายกยิ้มเล็กน้อย

“นายเนี่ยเหมือนนักปราชญ์คนนั้นจริงจังเลยนะ” เธอค่อยๆเอามือมากอดคอลาส ทำเอาเจ้าตัวรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร เธอกระซิบที่หูเป็นการหยอกล้อ แต่ทำเอาลาสจิตตกใจไปไม่ใช่เพราะถูกหยอกล้อแต่เป็นเพราะคำพูดที่สร้างความสงสัยให้กับลาส

น่าเสียด้ายที่ดันปิดชีพของตนไปเสียก่อน

" นักปราชญ์? ไม่ๆผมเป็นนักการเมือง ไม่ใช่นักปราชญ์หรอก แล้วที่บอกว่านักปราชญ์ฆ่าตัวตายหมายถึง...ทำไมถึงฆ่าตัวตาย? " ลาสที่หายจากอาการจิตตก ก็ถามขึ้นมาอย่างสงสัย

" ฉันไม่รู้หรอกนะว่านักการเมืองคืออะไร แต่เนื่องนักปราชญ์คนนั้น ฉันจะเล่าให้ฟังเอง

มันเป็นเรื่องราวของจุดเริ่มต้นแห่งยุคล่าอณานิคม ทุกอย่างมันเริ่มต้นจากนักปราชญ์คนหนึ่งไม่มีใครทราบที่มาของเขา จู่เขาก็โพล่มาพร้อมกับแนวคิดเรื่องอุดมการณ์รวมชาติและการขยายเขต หลายๆอณาจักรและคนจํานวนมากเริ่มเชื่อในแนวคิดของนักปราชญ์ผู้นั้น จากกลุ่มคนชั้นล่าง ไปชนชั้นสูง และเชื้อราชวง จากอณาจักรสู่การรวมอำนาจใหม่ และกลายเป็นสิ่งที่นักปราชญผู้นั้นขานเรียก ประเทศ และ เชื้อชาติ ใครๆ ก็คิดว่ายุคที่เกิดจากความคิดของนักปราชญ์นี้เป็นยุคที่ก้าวหน้าที่สุด ภาพของเทคโนโลยีใหม่มากมาย ความเจริญที่แทบจะหยุดไม่ได้ แต่...ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย จากการขยายอณาเขตกลายเป็นการแข่งขันของเทศนั้นๆ ผู้คนล้มตายมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ชนเผ่ามากมายต้องถูกฆ่าล้างเพราะเหตุผลแค่ว่า เป็นพวกด้อยไร้ค่าจึงต้องถูกกำจัด การล่าอณานิคมใหม่ และ เพื่อทรัพยากรที่จะนำเข้าสู่ประเทศแม่นั้นๆ แนวคิดนี้รุนแรงมากขึ้นเลื่อยๆ จากขยายเขตแดน ไปเป็นการรวมอำนาจ ผู้ที่ตั้งตัวสร่างรัฐชาติของตนขึ้นมาได้ในช่วงแรกก็เริ่มหันคมดาบมาสู้กันเอง หนี่งรวม สองขยาย สามกระหายอํานาจ สี่สูญสลาย ซึ่งมันก็เป็นวัฏจักรของยุคล่าอณานิคมไปแล้ว แต่การที่นักปราชญ์ผู้นั้นได้หลายไป มันทำให้หลายๆอย่าง เช่น วิทยาการ ความคิด กลับช้าลงไม่พัฒนารวมดั้งเมื่อก่อนที่มีแต่จะโตขึ้น และมันก็ไม่เคยมีพัฒนาการอะไรอีกเลยเป็นเวลาหลายร้อยปี มีแต่คนเล่าขานกันมาว่า ท่านปิดชีวิตตนเองในห้องส่วนตัว

นั้นล่ะคือเรื่องที่นักปราชญ์ผู้นั้นทำเรื่องราวไวก่อนจะหายไปที่มาสุดท้ายคือเรื่องหน้าตา มีคนวาดรูปนักปราชญ์ผู้นั้นไวใน จักรววดิแบร์นฮาร์ท แน่นอนว่าห้องที่ท่านนักปราชญ์ผู้นั้นได้จากไปก็อยู่ที่แบร์นฮาร์ทเช่นกัน " ไวส์เล่ายาวจนเสร็จก็ถามความเห็นจากลาสผู้ที่ยังจมลึกไปกับความคิดในหัว

" แล้วนายละ คิดว่าไง? " ลาสทำหน้าสงสัยและครุ่นคิด ' แนวคิดแบบ (อุดมการณ์รวมกลุ่มเยอรมัน กับ ลัทธิอาณานิคม) แสดงว่า… ' ลาสที่นึกอะไรได้ก็คิดสักครู่ก่อนจะถามไวส์ออกมา

“คิดว่าเขาคนั้น ต้องเก่งเรื่องชักจูงผู้คน อย่างมาก ถึงทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ขนาดนั้น.. ว่าแต่ที่นี้คือ อณานิคมของใครสักคนใช่ไหมครับ?”

“ใช่แล้วละ” ไวส์ขําเล็กหน่อยกับสีหน้าของลาสที่กำลังจริงจังกับคำพูดของเธอ ก่อนจะตอบคำถามต่อ “ที่แห่งนี้คืออณานิคมที่ 6 ของ สหจักรวรรดิแห่งลีโอเนีย ป็นมหาอํานาจที่มีอณานิคมห่างไกลสุดในออนโทลาน จริงๆแล้วฉันก็ภาพวาดของนักปราชญ์ผู้นั้นใส่ชุดที่หน้าส่วมคล้ายคลึงกับนักปราชญ์ผู้นั้นมากเลยล่ะ เลยคิดว่าน่าจะมาจากที่เดียวกัน”

‘ หรือว่าจะเป็นคนที่เจอเหตุการเหมื่อนเรา? แต่ว่าถ้าเป็นอย่างนั้น ไอคนที่เรียกตัวเองว่านักปราชญ์คงจะเป็นพวกบ้าอํานาจหรือไม่ก็เป็นพวกคลั่งปีกขวาชาตินิยมสุดโต่งแน่เลย… ‘ ไวส์ที่เห็นลาสเริ่มคิดมากก็ลุกยืนขึ้น ซึ่งมันทำให้ลาสหยุดเรื่องที่กําลังจะคิดพอดี

" ฉันไม่รู้หรอกนะว่าที่นายจากมาเป็นอย่างไร แต่ไอแนวคิดที่นายเล่ามาเนี่ย "

ยังไม่เคยมีบันทึกในประวัติศาสตร์เลย

" ไปกันต่อเถอะ ฉันจะไปเมืองหลวง ส่วนนายก็ต้องตามมาด้วย เพราะยังไง ก็อยู่คนเดี่ยวไม่ได้อยู่แล้ว " ไวส์บอกกล่าวก่อนจะเปิดห้องออกไปไม่รีรอ

" แล้ว?.. เราจะเดินทางยังไง? " ลาสถามเรื่องพาหนะที่จะใช้เดินทาง เป็นใครที่เจอสถานการณ์ที่ย้อนยุคก็คงคิดแบบเดียวกัน ถ้าจะให้ไปขึ้นขี่ม้า ก็คงบอกได้ว่าไม่โอเครสุดๆ

ทั้งสองเดินออกจากร้านอาหาร รัดตัวเมืองไปยังเขตที่ดูโสรมๆ ผู้คนที่ดูเหมือนนักเลง ไม่ก็โจรปะปนเต็มพื้นที่แต่ก็ไม่มีใครมายุ่งกับทั้งสอง อาจะมีแค่มองผ่านๆ แต่ก็เดินไปทางอื่นแทน ถ้าชาติก่อนลาสก็จะไม่ค่อยกลัวพวกนักเลงเท่าไร เนื่องด้วยกฏหมายที่รุนแรง แต่กฏหมายที่น่าจะได้คุ่มครองเขากลับไม่มีอยู่บนโลกนี้ิีอีกแล้ว ถ้าเกิดถูกปล้นขึ้นมาละ! ใครจะมาช่วยเราได้กัน?

ไวส์ก็หยุดอยู่ที่บ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง ก่อนจะมีคนเปิดประตูออกมา เป็นชายหนุมผมสีนํ้าตาลหน้าตาบ้านๆคนหนึ่ง

" สวัสดีตอนเที่ยงจิ้งจอกน้อยที่น่ารัก~ โอ้ว..ละ แล้วผู้หญิงข้างๆเธอเป็นใครหรอน่ารักจัง แนะนําให้ฉันบ้างสิ! "

…..

ชายหนุ่มพูดอย่างกับพวกชอบเหล่สาว คงไม่ แต่ไม่ได้ดูหน้าตาของจิ้งจอกน้อยและชายหนุ่มหน้าหวานคนนี้แม้แต่นิด ไวส์ทำหน้าตายด้านไม่ค่อยสนใจมากนัก ผิดกับอีกคน ถึงหน้าตาจะดูเย็นชาไม่มีอารมณ์แต่บรรยากาศแบบ มาคุ ดูมืดมนมากสะ เมื่อเก็บกดไวนานหลายสิบปี

“สวัสดีตอนเย็น คุณ แจ็ค ไม่ทราบว่าท่านลุงอยู่ไหม” ไวส์เลียงที่จะคุยกับ ชายหนุมที่มีนามว่าแจ็ค โดยการถามเรื่องอื่นแทน แน่นอนว่าแจ็คทำท่าเหมือนสดุดล้ม อาจะเป็นเพราะไม่คิดว่าไวส์จะทำท่าหยิ่งไม่คุยด้วยแบบนี้ แจ็คพูดแบบคนกระอักเลือดก่อนจะทำท่าเชิญทั้งสองให้เข้าไป

" อ...อืม ลุงแกอยู่ข้างในร้านนะ เชิญเลยๆ "

ไวส์เดินนําเข้าไปก่อน แต่ลาสเดินมาหยุดตรงหน้าแจ็ค แล้วก้มหน้า ซึ่งมันทำให้ชายหนุ่มข้างหน้างงเล็กน้อย แจ็คที่กําลังจะถามลาสว่าเป็นอะไรก็ถูกชกเข้าไปที่ท้องน้อยอย่างจัง จนคนโดนมีเสียงหลุด อุก ออกมา ก่อนจะล้มคุกเข่าด้านหน้าลาส

" โทษทีๆ แค่ลืมบอกไปว่าผมเป็นผู้ชายครับ " กลายเป็นว่าเกิดเสียงเหมือนกระจกแตกของคนที่คุกเข่าแทนเสียงั้น ก่อนที่จะเดินเข้าบ้านไป ทิ้งให้แจ็คผู้หน้าสงสารพึมพำไปมาว่า เธอเป็นผู้ชาย? ไปมาหลายรอบ รอบแรกไม่เป็นไร รอบต่อไปมีคนทัก ใครเห็นก็ว่าเสียสติไปแล้ว

กลับเข้าไปในบ้านตอนนี้ไวส์และลาสกําลังนั่งอยู่กับโต๊ะส่วนตรงข้ามมีชายชราที่แต่งตัวเหมือนนายพรายทำหน้า เคร่งขรึมมองดูแล้ว น่าจะโคตรดุ ไม่ก็คงเป็นพวกป่าเถื่อนชอบใช้กำลัง แต่ที่ไหนได้

" หืม.. เจ้าหนูเมื่อวานตอนเย็นหรอ ฮ่าฮาๆ ฟื้นเร็วดีนี่ ถ้าเป็นคนปกติโดนหมาป่ากินไปแล้ว ส่วนไวส์เจ้าไปเก็บของให้พร้อมสะ ข้าจะอยู่คุยกับเจ้าหนูผมขาวนี้หน่อย " ที่คิดว่าลุงแกน่าจะโหดกลับกลายเป็นว่าลุงแกคุยแบบเป็นกันเองเสียงั้น แถมยังไล่ไวส์ที่น่าจะมีฐานะมากกว่าตัวเองได้อีก ส่วนไวส์ก็เดาะลิ้นอย่างไม่พอใจ

" ข้าจะไม่ถามอะไรมากหรอกนะเจ้าหนู เพราะเจ้าไวส์มันบอกทุกอย่างแล้ว เอาละๆ เข้าเรื่องแรกเลยละกัน " ลุงกําลังจะเล่ายาวโคตรๆก็โดนลาสตัด " เดี่ยวก่อน! หยุด หยุดเลยลุง ผมยังไม่รู้อะไรเลย ลุงจะเข้าเรื่องแล้วหรอ? แถมผมยังไม่รู้ชื่อลุงเลยด้วยซ้ำ? "

" อ๊ะ! ลืมไปเลย แหะๆ " ไม่ต่องมาหัวเราะแห้งๆเลยนะตาแก่บ้า นี้อาจจะเป็นสิ่งที่ลาสคิดในใจ ใครบ้าที่ไหนจะมาพูดเหมือนเรื่องสำคัญ ทั้งที่ไม่รู้จักกันเหมือนแบบว่า พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง อะไรทำนองนั้น

" แฮ่มๆ ข้าชื่อ สมชาย เกิดที่อณาจัก---" " ขอแบบย่อครับ…"

“อ่าก็ได้ๆ เจ้าลองอ่านพวกนี้ดูสิ” ลุงสมชายเอาแผ่นกระดาษเก่าๆมาให้ลาสอ่านซึ่งลาสก็รับมาแต่โดยดี แต่พออ่านก็ต้องส่ายหน้า เพราะลาสไม่สามารถที่จะอ่านภาษาแปลกพวกนี้ได้

“อืมๆ ไม่เป็นไรๆ ระหว่างเดินทางข้าจะสอนให้เอง จริงๆแค่อยากจะถาม พื้นฐานภาษาของเจ้านะ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าข้าต้องสอนเด็กน้อย ฮ่าฮาๆ” ลาสที่ได้ยินก็รู้สึกเหมือนโดนด่าว่าอ่านไม่ออกเหมือนเด็กสะงั้น

ทั้งสองคุยกันยาวเสมือนลุงและหลานโดยทิ้งให้คนที่นั่งอยู่ในห้องมานานแล้วเสมื่อนอากาศธาตุ ซึ่งเป็นใครไม่ได้นอกจาก แจ็คนั้นเอง แน่นอนว่า แจ็คนั่งแบบบรรลุธรรมเป็นที่เรียบร้อย ส่วนอีกสองคนที่คุยกันดูสนุกจริงๆแล้ว ลาสเป็นคนถามนู่นถามนี้ หลายคำตอบที่ลาสได้มากลับทำให้ตัวเขารู้สึกแปลกๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เก็บภาษี เรื่องสหจักรวรรดิที่เป็นประเทศแม่ทำสงครามไปทั่ว และเรื่องที่เขางงและได้ตั้งคําถามมากมายในหัว ก็คือเรื่องที่ว่า ประชาชนของอณานิคม เป็นได้ แค่ประชาชนชั้นรองที่ กฎหมายไม่สามารถคุมครองได้หมด หลายคนตายโดยที่ไม่สามารถเอาความได้ และเรื่องการรีดเก็บภาษีอีกมากมาย แต่พวกเขากลับไม่ทำอะไร มัวแต่นิ่งเฉย แน่นอนว่า ลุงสมหมายบอกความจริงเรื่อง ทำไมคนถึงไม่ต่อต้านการปกครองแบบนี้ มันเป็นเพราะว่าเคยมีเหตุการแบบนั้นมาแล้วที่อณานิคมเขตอื่น ผลสรุปคือถูกกําจัดหมด ทุกคนไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็กไม่มีชีวติให้เหลือรอดสักคน มันกลายเป็นแผลใจที่รักษาไม่ได้ไปเสียแล้ว แน่นอนว่ามันทำให่ไม่มีชาวอณานิคมออกมาต่อต้านเป็นเวลาหลายปี แล้วก้ไม่ได้เป็นแค่ที่เดี่ยวแต่กับทั้งโลก แถมเรื่องที่การปกครองที่เผด็จการสุดโต่ง มันทำให้ลาสใจสั่นมากเลยทีเดียว

“ตาลุงโง่! เตรียมของเสร็จแล้ว ได้เวลาเดินทางแล้วตาลุงบ้า!!” เสียงดังของไวส์ตะโกนเรียกทั้งสามคนที่นั่งอยู่ให้ลุกขึ้นไปหาไวส์ ส่วนลาสที่ตกใจเสียงดังเพราะตัวเองมั่วแต่จมอยู่ในความคิดของตน ก็อยากจะถามนะว่าจะตะโกนทำไมกัน ลาสได้ลุกขึ้นเดินตามลุงสมชายและแจ็คไปขึ้นรถม้า ลาสที่เดินมาหลังสุดก็เจอกับกลุ่มชายและหญิงเด็กและคนแก่ รถม้าและเกวียน ประมาณสี่คันได้จอดอยู่ แต่ไม่ทันได้ถามก็ถูก ลุงสมชายอุ้มขึ้นรถคันแรกได้สะอย่างนั้น

“ออกเดินทางได้!” ทุกคนถอยขึ้นรถม้าก่อนจะออกตัวตามหัวขบวนออกไปปล่อยในลาสที่พึ่งได้นั่งมึนงงจนไม่ได้ถามเหตุผลที่มีหลายคนเดินทางตามไปด้วย ลาสได้นั่งหลังสุดของขบวนรถม้า ก่อนจะมองไปรอบข้าง อีกครั้งเพื่อชมทิวทัศน์โดยที่มีไวส์แอบมองห่างๆ…

.

.

.

.

.

.

คฤหาสน์ใหญ่ เวลากลางคืน

ชายหนุมในชุดเครื่องแบบขุนนางกําลังนั่งรับประทานอาหารที่ดูหรูหราเกินมากมาย ทั้งๆที่มีผู้นั่งรับทานเพียงคนเดียว ชายหนุ่มรักษามารยาทการกินของชนชั้นสูงได้อย่างดีเยียม หลังจากเขาเสร็จธุระก็เอ่ยถามกับเงาด้านหลังเขา

“.......ได้เรื่องอะไรบ้าง?”

“ครับ เกือบทุกเขตไม่มีอะไรพิเศษมาก จะมีก็แค่ เขต 4 และ 6 ที่สมาคมจากประเทศเพื่อนบ้านเราไปทำธุรกิจด้วยครับ ขออนุญาตพูดครับ จริงอยู่ที่เขต 6 มีอิสระในการปกครอง แถมคงแพ้ให้กับเพื่อนของเราอีกตั้งหาก ส่วน เขต 4 นั้น ที่มีสินค้าส่งออกเพียงไม่กี่อย่าง  แต่ดันถูกโน้มน้าว ผมจึงคิดว่ามันแปลกมาก” ชายปริศนาในชุดผ้าคลุมที่ปิดมิดชิดเดินออกมาจากเงาและพูดคุยกับขุนนางหนุ่ม

“อืม...เตรียมจัดการประชุมกับเหล่าอัศวินและมหาจักรพรรดิ พวกเราควรใช้ข้ออ้างของเขต 4 ในการประกาศสงครามชิงดินแดนเพิ่ม ถึงเขต 6 จะสำคัญมาก แต่ สภาสูงคงได้หน้าแน่ถ้าเกิดการส่งออกของเขต 4 ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของพวกโบราณนั้น เราควรตั้งประชุมระหว่างอัศวินแต่ละเมืองจะเป็นการดีกว่า แถมถ้าองจักรพรรดิทรงเห็นดีเห็นงาม เราอาจจะได้ผลตอบแทนที่ดีจนพวกสถาสูงต้อง อิฉาเป็นแน่.....ตัวเรานี่มันช่างฉลาดยิ่งนัก หึ”

เอาล่ะ! ได้เวลาเปิดม่านการแสดงของสหจักรวรรดิแห่งลีโอเนียที่จะลำลือไปทั่วอองโทรานแล้ว!!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด