ตอนที่แล้วบาทที่ 50
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบาทที่ 52

บาทที่ 51

 

PS: ต้องขออภัยที่หยุดไปอย่างกระทันหันอีกครั้งนะครับ ผมต้องเดินทางไปเชียงราย เยี่ยมพ่อและแม่ หลังจาก COVID-19 ตอนแรกก็คิดว่าจะสามารถเขียนต่อได้จากในแท็บเล็ต แต่ก็พบว่าปัญหาการเขียนจากบนนั้นมีเยอะมาก จนคิดอะไรไม่ออกเลย จนต้องบอกกล่าวไว้ในบาทก่อนหน้านี้ เมื่อวานนี้กลับมาถึงก็รีบปั่นออกมาเลยครับ ใช้คีย์บอร์ดกับใช้แท็บเล็ตนี่คนละอารมณ์เลยจริงๆ

 

ปกติแล้วร่างจำแลงจะถูกทำลายทีละหลายตัวตามแนววิถีของการทำลายล้าง แต่ในกรณีเช่นนี้ที่ร่างจำแลงเพียงกระเด็นออกไป นั่นย่อมทำให้ร่างจำแลงที่เหลือปลอดภัยและมีโอกาสเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายได้ง่ายขึ้น

นักเล่นเกมบนโลกเดิมของศาสตราจารย์จะมีตัวหลากหลายอาชีพคอยช่วยกันในการจัดการกับศัตรูที่แข็งแกร่งและบอส ดังนั้นเขาจึงนึกย้อนกลับไปตอนที่เขายังเป็นเด็กและกำหนดตัว แทงค์ แดมเมจระยะใกล้ระยะไกล ดีบัฟ ตัวสนับสนุน เอ้อ คงไม่ต้องเพราะว่าร่างวิญญาณอยู่ได้เพียงแค่สิบวินาทีเท่านั้นเอง

บอลมารพุ่งออกมาแต่ก็ไปได้ไม่ไกลในเมื่อมีร่างวิญญาณปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าเข้าต้านรับบอลมารนั้น มันระเบิดออกแต่แรงระเบิดนั้นไม่อาจพุ่งทะลวงผ่านร่างวิญญาณนั้นไปทำลายร่างวิญญาณอื่นที่อยู่ด้านหลังได้ ทั้งแรงระเบิดนั้นยังสะท้อนกลับเข้าหาเจ้าของบอลมารอีกด้วย

ร่างวิญญาณที่โดนระเบิดนั้นกระเด็นถอยหลัง แต่ก่อนที่มันจะชนเข้ากับพวกพ้องด้านหลัง มันก็สลายตัวไป ในเวลาเดียวกัน พวกพ้องของมันด้านหลังที่เคยโจมตีได้อย่างมากครั้งหนึ่งหรือไม่ก็ถูกทำลายไปก่อนที่จะทันได้โจมตีนั้นต่างก็พากันระดมสรรพาวุธเข้าใส่ ไม่ว่าจะเป็นกระบี่เพลิง บอลเพลิง หรือพุ่งโถมเข้าหาด้วยเกราะสายฟ้า

หัวหน้ามารโกรธแค้นมาก แต่เพราะว่าอีกฝ่ายคุกคามเข้ามาใกล้เกินไปจนยากที่จะแสดงวิชาหมัดมารขนาดยักษ์ได้ มันจึงได้แต่ต่อสู้ในระยะประชิด และเกร็งพลังต่อต้านพลังจากกระบี่เพลิงสังหารหรือร่างวิญญาณที่ใช้ตัวเองเป็นอาวุธประเภทสายฟ้า

แต่มันก็ต้องคอยระวังบอลเพลิง เพราะว่าบอลเพลิงนั้นมีระดับพลังสูงถึงระดับเก้าเขตปฐมเซียน

แม้ว่าระดับของมันและพวกร่างวิญญาณนี้จะแตกต่างกันมากจนกระบี่เพลิงและสายฟ้าจะเข้าไปไม่ถึงตัวตนที่แท้จริงของมัน แต่พลังของมันในการต่อต้านพลังที่เป็นดาวข่มของมันนี้ก็ต้องใช้เป็นจำนวนมากกว่าปกติ ซึ่งถ้าหากไม่ใช้ให้มากพอตัวมันเองก็คงได้แผลเช่นเดียวกันกับคนอื่น

หงเซียวขยับเข้าไปใกล้ ซ่อนตัวอยู่ในจุดอับสายตา กระบี่เพลิงสังหารของเขานั้นแทงออกมาอย่างเฉียบขาดและซ่อนเร้นกว่าร่างวิญญาณทุกตัว เขาใช้มันออกมาในจังหวะที่พอดีที่มารระดับสูงตนนี้กำลังต้านรับลูกศรพลังของนาคินินทร์

สวบ “อ๊าก” หัวหน้ามารกรีดร้องออกมาเป็นครั้งแรก มันหันขวับมาทางหงเซียวที่ตอนนี้สลายเป็นควันไปด้วยท่าก้าวอนุภาคพร้อมทั้งยังมีร่างจำแลงที่ใช้ปราณคงกระพันมายืนขวางหลายตัว

หัวหน้ามารรู้ว่าการแทงนี้รุนแรงแค่ไหน เพราะว่าระดับพลังที่แทงเข้ามานั้นคนละระดับกับร่างจำแลงเหล่านี้อย่างเทียบไม่ติด ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าร่างจำแลงเหล่านี้มีพลังอยู่ที่ระดับสามขณะที่หงเซียวนั้นมีพลังอยู่ที่ระดับเก้า

กระบี่เพลิงนี้ตัดขั้วหัวใจของมันไป ถ้าเป็นคนธรรมดาก็คงตายไปแล้ว แต่ว่านี้เป็นมารซึ่งมีความแข็งแกร่งทางกายภาพสูงกว่าเซียนมากนัก ดังนั้นกระบี่นี้เพียงแค่ทำให้มันบาดเจ็บเท่านั้น เหมือนกับคนเราเผลอหยิบไปโดนถ่านไฟร้อนๆก่อนจะสะบัดมันออกไป นี่ไม่อาจคุกคามชีวิตได้

จอมมารเกร็งพลังออกมาอย่างเข้มข้นจนสามารถทนต่อการโจมตีของทุกร่างจำแลงแต่นี่ก็ต้องแลกเปลี่ยนด้วยพลังที่สูญเสียไปเป็นจำนวนมาก มันระเบิดหมัดทำลายล้างขนาดใหญ่ออกมาอีกครั้งเพื่อแหวกวงล้อมออกไปไล่ติดตามหงเซียวไปอย่างโกรธแค้น ร่างจำแลงที่ขวางทางหมัดที่มีพลังเข้มข้นนี้ไม่อาจทนอยู่ได้เปิดออกมาเป็นช่องใหญ่ทันที

ขณะที่มันกำลังจะพุ่งตัวออกมานั้น แสงสว่างเข้มข้นก็พุ่งเข้าปะทะร่างของมันทันที ใช่ แสงสว่างนี้มาจากหอยมุกเนตรรัศมี

มันรู้สึกตัวขึ้นในทันใดและรีบเร่งโคจรพลังออกมาต่อต้านอย่างถึงที่สุดขณะขณะที่หลบเลี่ยงออกไปด้านข้าง

แต่อย่างไรก็ตามร่างกายบางส่วนของมันก็โผล่พ้นออกมาจากหมอกมืดนั้น และนั่นเป็นโอกาสของผึ้งเซียนวิถีไร้ลักษณ์ พวกมันใช้เชือกเซียนยึดเกาะกับร่างกายนั้นในทันใด

ผึ้งเซียนวิถีไร้ลักษณ์มีระดับสูงถึงเก้าเท่ากับหงเซียว นั่นก็เป็นเพราะว่าภูษาเซียนวิถีไร้ลักษณ์นั้นเป็นภูษาเซียนแรกๆที่ถูกสร้างขึ้นมา เช่นเดียวกับภูษาเซียนห้าธาตุ ดังนั้นการใช้เชือกเซียนจากผึ้งเซียนจำนวนมากย่อมส่งผลกระทบกับการเคลื่อนไหวของมารชั้นมัชฌิมเซียนระดับต้นเช่นกัน

หัวหน้ามารหลบพ้นจากแสงที่ส่องออกมาพร้อมกับพลังมารที่ลดลงเหลือเพียงครึ่ง หมอกสีดำครอบคลุมร่างของมันอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

แต่มันรู้สึกว่าแขนขาฝืดขัดไม่เป็นไปตามสั่ง ใจก็คิดว่าอาจจะเป็นผลกระทบจากแสงที่ส่องเข้ามาทำให้เกิดอาการผิดปกติอะไรบางอย่าง และถึงจะรู้สึกแต่ก็ไม่มีเวลามาสนใจในเมื่อตอนนี้บอลเพลิงชุดใหญ่กำลังโหมเข้าใส่ โดยมีร่างวิญญาณตัวใหม่ๆเริ่มเกิดขึ้นรอบตัวของมันอีกครั้ง

พยายามหลบหลีกอย่างเต็มความสามารถ แต่แขนขาราวกับถูกมัดไว้ทำให้หลบได้ไม่ถึงครึ่ง บอลเพลิงพวกนี้ไม่ใช่อะไรที่กระบี่เพลิงจะมาเทียบได้เพราะว่ามันมีพลังสูงถึงระดับเก้าสูงสุดของชั้นปฐมเซียนแล้วซึ่งทำให้กระทั่งชั้นมัชฌิมเซียนระดับต้นอย่างมันก็ยังรู้สึกถูกคุกคาม

เพราะว่าหลบได้ไม่ถึงครึ่งทำให้ต้องใช้พลังมารจำนวนมากมาต้านทานไว้ และตอนนี้เจ้าของปราสาทมารนี้ก็เริ่มคิดหนี

แต่ว่ามันก้าวขาไม่ออก มือก็ไม่เชื่อฟังคำสั่ง ดังนั้นถึงแม้ว่าจะโคจรพลังสั่งให้สร้างหมัดขนาดยักษ์ได้ แต่เมื่อมือยกไม่ขึ้น หมัดขนาดยักษ์นั้นก็โจมตีเพียงแค่พื้นดินเบื้องหน้า ไม่โดนใครเลยแม้แต่น้อย

เกิดอะไรขึ้นกับตัวของมันกันแน่ และขณะที่กำลังจะทะยานร่างขึ้นไปบนฟ้านั้น ทันใดนั้นเอง

ซี่ซี่ซี่ เสียงกระบี่เพลิงทิ่มแทงเข้ามาในร่างอีกครั้ง ครานี้รุนแรงมากเมื่อกระบี่นี้ตัดเอาชีพจรมารของมันออกมาส่วนหนึ่ง จนทำให้พลังมารของมันลดต่ำจากเขตมัชฌิมเซียนลงมาเหลือเพียงระดับแปดชั้นปฐมเซียน

มันรู้ทันทีว่าจุดจบของตนเองมาถึงแล้ว จึงรีบรวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อทำการระเบิดวิญญาณให้ตกตายตามกัน

แต่ก่อนที่มันจะได้ทำอะไรพลังเซียนวิถีไร้ลักษณ์ของหงเซียวก็ตรวจจับได้ว่ามันคิดทำอะไร พลังเซียนแทรกซึมเข้าไปในร่างของมารระดับสูงนี้และแช่แข็งพลังมารทั้งหมดเอาไว้จนไม่สามารถทำอะไรต่อไปได้

คิดเหรอว่าข้าจะยอมให้เกิดเรื่องเช่นนั้น” หงเซียวกล่าว ก่อนที่จะแผ่พุ่งพลังปราณเพลิงสังหารเข้าไปอาบเซลล์ทุกเซลล์ของอีกฝ่ายเผาผลาญฝ่ายตรงข้ามเป็นผุยผง

เขาหันไปมองสภาพรอบข้างและก็เห็นว่าพวกมารกำลังระส่ำระสายเมื่อเห็นหัวหน้าใหญ่สุดของตนเองสลายเป็นผุยผงไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ส่งวิธีการไปให้กับห้าหญิงสาวถึงวิธีการจัดการกับคนของทวีปมาร

แต่ดูเหมือนว่าพวกเธอก็มีวิธีการจัดการของตนเอง แต่อย่างไรก็ตามพวกเธอก็ประยุกต์ใช้สิ่งที่เขาค้นพบเข้าไปช่วยอยู่บ้าง

สมุนมารล้มตายลงอย่างรวดเร็วหลังจากนั้น ในเมื่อไม่มีใครที่มีระดับก้าวไปถึงชั้นมัชฌิมเซียน ในขณะที่กลุ่มของหงเซียวนั้นแม้ว่าจะยังไม่ถึงชั้นมัชฌิมเซียนแต่ด้วยชีพจรเซียนที่สร้างขึ้นมาเฉพาะทำให้พวกเขาแทบไม่ต่างจากชั้นมัชฌิมเซียนแต่อย่างใด

พวกเราเข้าไปดูในปราสาทกันเถอะ” จินหลินชักชวน ก่อนที่จะพากันใช้วิชาท่าร่างก้าวอนุภาคมุ่งหน้าสู่ปราสาทที่ยึดครองได้ในทันที

เจ้าพวกสารเลว” จินหลินด่าออกมาอย่างอดไม่ได้เมื่อสำรวจปราสาท เธอพบเห็นหญิงสาวจำนวนมากถูกทรมานและตกเป็นทาสบำเรอของมารพวกนั้น นี่ทำให้เธอนึกถึงช่วงเวลานั้น ช่วงเวลาที่ไปทำลายค่ายโจรในตอนที่เธอเองยังไม่ได้เป็นเซียน

จินหลินยังคงแข็งใจอยู่ได้ แต่คนที่ไม่เคยเห็นภาพฉากนี้อย่างเช่น ซิ่วจู เหมยเหมย ซีชี่ และ ชิวเยว่ ต่างพากันหน้าซีดด้วยความสงสารและเจ็บปวดแทน พวกเธอและภูษาเซียนรีบปรับสภาพผึ้งเซียนด้วยพลังเซียนวิถีไร้ลักษณ์ และให้พวกมันกระจายเข้าไปค้นหาและรักษาผู้คนเหล่านี้

หงเซียวหวนนึกถึงย้อนกลับไปในอดีตและก็พบว่าตัวเองเปลี่ยนไปมาก มากจริงๆ จากศาสตราจารย์ผู้หมกมุ่นอยู่กับสมุนไพรและตัวยา กลับถูกหล่อหลอมด้วยสภาพแวดล้อมใหม่มาเป็นเซียนที่ปรารถนาให้โลกสงบสุข และเขาก็พบว่าวิธีที่จะทำอย่างนั้นได้ นั่นก็คือเขาต้องปกครองโลกเสียเอง และดูเหมือนว่าตอนนี้เขาก็พบเหมือนกับว่าตนเองเป็นผู้นำการปฏิวัติ ที่กำลังปลุกปั่นยุยงผู้คนให้ทำการล้มล้างระบบการปกครองเดิม

เขายิ้มอย่างฝืดฝืน

เวลาผ่านไปนับเดือน ในช่วงเวลานี้ในบริเวณพื้นที่นี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก บรรดาหญิงสาวต่างพากันวุ่นวายกับการจัดการปราสาท หญิงสาวและผู้คนทั้งหลายที่อยู่ในปราสาทนั้นได้รับการรักษาเยียวยาตั้งแต่วันแรก เพียงแต่ว่าจิตใจของพวกเธอเท่านั้นที่ยังกระทบกระเทือนอยู่

บางคนได้ขอกลับไปหาครอบครัว บ้างก็ขออยู่รับใช้พวกจินหลิน บ้างก็ยังไม่สามารถปรับสภาพจิตใจได้ ซึ่งพวกจินหลินก็ได้ขอให้พวกที่อยู่ต่อนั้นช่วยดูแล เพราะอย่างไรก็ตามผึ้งเซียนก็ไม่อาจที่จะช่วยเหลือปัญหาทางด้านอารมณ์ของพวกเธอได้ดีเท่ากับคนจริงๆ

ผู้คนที่ฟื้นฟูแล้วก็เริ่มฝึกวิชาเซียนที่หงเซียวแนะนำ หงเซียวได้เดินทางไปยังหมู่บ้านโดยรอบในอาณาเขต เพื่อทำการจัดตั้งองค์กรโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ปราสาท

ทุกที่ที่หงเซียวไป เขาจะทำการติดตั้งเสาโทเท็มไว้สามเสา เสาเหล่านี้จัดสร้างขึ้นมาด้วยกรรมวิธีเฉพาะของสำนักเซียนสร้างสรรค์ หนึ่งในนั้นจะทำหน้าที่รวบรวมพลังเซียนฟ้าดินมาไว้ใกล้ๆกับเสา หมู่บ้านที่อยู่ในอาณาเขตของเสาโทเท็มจะสามารถฝึกวิชาเซียนก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากเสาโทเท็มแรกจะทำหน้าที่รวบรวมพลังเซียนแล้ว เสาอีกต้นจะมีความสามารถในการสื่อสาร มันจะทำให้ผู้คนในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ๆสามารถพูดคุยสื่อสารกับหมู่บ้านอื่นหรือปราสาทได้ อีกทั้งยังมีความสามารถตรวจจับวัตถุต้องสงสัยตามที่กำหนดไว้ได้ แน่นอนว่าวัตถุต้องสงสัยที่ถูกกำหนดไว้ในทุกหมู่บ้านก็คือพลังมาร

ส่วนเสาสุดท้ายนั้นเป็นเสาที่หงเซียวคิดค้นขึ้นมาโดยเฉพาะ มันจะทำให้ผู้ที่ฝึกวิชาเซียนที่หงเซียวถ่ายทอดให้มีความสามารถมากกว่าปกติเกือบเท่าตัวในพื้นที่อาณาเขตนั้น

คะแนน 3.6
กรุณารอสักครู่...