ตอนที่แล้วตอนที่ 2 สถานที่ที่ไม่รู้จัก (Unknow Place)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 4 ถนนสู่ยุคใหม่ (Road to New Era)

โลกใหม่

(New World)

 

   ลมพัดพาอากาศที่อบอุ่นอากาศและบริสุทธิ์ ซึ่งอากาศอันบริสุทธิ์นั้นหาได้ยากในที่ๆจากมา ลมที่กระทบกับใบหน้าของลาสพร้อมเส้นผมขาวที่ปลิวไปตามแรงลมทำให้ดูเหมือนหญิงสาวงาม น่าเสียด้ายเพราะลาสหาใช่เพศหญิงไม่ ทิวทัศน์บ้านน้อยใหญ่กับทุ่งฝ้ายสีขาวพร้อมเหล่าคนงาน ช่างเป็นภาพที่เข้ากันได้อย่างลงตัวเหลือเกิน ลาสที่หน้านิ่งดูเย็นชาแต่จริงๆแล้วกําลังตื่นตาตื่นใจกับ ทิวทัศน์ที่สวยงามแบบนี้ ทำเอาสะอยากจะเอากล้องถ่ายรูปเก็บไว้อย่างยิ่ง 

 

   ” ตามมาได้แล้ว ระหว่างเดินค่อยชื่นชมเอา แล้วเวลาเดินให้มันเร็วๆอย่ามัวชักช้า ” ไวส์เดินไปข้างหน้าขณะพูดโดยไม่มองคนข้างหลัง มันอีกครั้งมันทำให้ลาสรู้สึกหงุดหงิดนิดๆ แต่ก็ทำได้แค่พึมพําตามนํ้าออกไปงั้นๆ แม้สุดท้ายก็ยอมเดินตามด้วยแต่โดยดี ระหว่างทางที่เดินตามไวส์อยู่นั้น ก็เริ่มใกล้เข้าเขตที่เป็นเมืองเล็กๆ แต่ให้คนเจ็บมาเดินสองสามกิโลมันก็ดูจะโหดร้ายเกินไปแล้ว ถ้าโดนบาดเจ็บที่ขาคงได้ล้มลงไปนอนแนบบนพื้นไปแล้ว

 

    ขณะที่ทุงฝ้ายเริ่มน้อยลง บ้านคนเริ่มเยอะขึ้น วิวสวยงามของเมืองสมัยก่อนเผยให้เห็นกับตาทั้งสองข้างของลาส มันช่างสวยและดูเก่าแก่เลยไม่น้อย ลาสที่กําลังมองไปรอบๆดันสะดุดแผ่นหลังคนด้านหน้าเข้าอย่างจัง

 

โอ้ย…….

 

   ” จะหยุดเดินทำไมเนี่ย? ” พูดได้ไม่กี่คํา หญิงสาวด้านหน้าก็ยื่นผ้ายาวนํ้้าตาลแข็มมาให้

 

   ” ส่วมใส่เจ้านี่ซะ …แล้วก็อย่าพูดอะไรทั้งนั้น… ” แม้ว่าลาสจะงุนงงและสงสัยเล็กน้อย แต่ก็ใส่พาดหัวปกปิดใบหน้าเหลือแค่ดวงตาทั้งสองขข้าง ถ้าให้พูดแล้วละก็ ตอนนี้ลาสดูไม่เหมือนคนแถวนี้อย่างมากโขง แถมมันดูแย่กว่าเดิมอีกตั้งหาก หากลาสอยู่ในโลกเดิมของเขาคงโดนหาว่าบ้าแน่ๆ ใครมันจะไปใส่ชุดสูทกับผ้าปิดหน้าของพวกเขตร้อนกัน?

 

   ” ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ ท่านไวส์ ” ผู้หญิงปริศนาที่แต่งตัวเหมือนชนชั้นสูงในสมัยอดีต เธอเดินเข้ามาทัททายทักไวส์ พร้อมคนคุ้มกันที่แต่งชุดธรรมดาที่เดินตามมาติดๆ แต่สีหน้าคนคนคุ้มกันของคุณหนูดูจะจ้องมองลาสนานมาก ทำเอาเจ้าตตัวรู้สึกไม่ค่อยดีเลย มันก็น่าสงสัยอยู่ใครมันจะแต่งเครื่องแบบทที่ไม่ลงตัวแบบนี้กัน?

 

   ” คนที่เป็นถึง ลูกสาวท่านผู้ว่าราชการอาณานิคมเขต 6 ไม่จำเป็นต้องลดตัวลงมาทักทาย ดิฉันหรอกค่ะ จริงใช่ไหมคะ คุณหนู เฟลิเซีย สกาเล็ต ” ไวส์ก้มหัวทักท้ายก่อนจะยิ้มแต่ถ้าเป็นลาสหรือคนที่มองคนเก่งจะรู้ว่ามันเป็นแค่การฝืนยิ้มเท่านั้น ดูท่าคงจะไม่ถูกกันหรืออาจจะเป็นฐานะที่แตกต่าง คุณหนูเฟลิเซียที่ได้ยินไวส์พูดกัดจิกเล็กหน่อยก็ทำหน้าเสียใจนิดหน่อยดูแล้วคงเศร้า ก่อนที่เธอจะกลับมายิ้มและพูดต่อ

 

   ” ถึงยังไงทางเราก็ต้องให้เกียรติท่านไวส์ผู้เป็นถึงลูกศิษย์ ‘ นักเวทย์แห่งแสง ‘ เพียงคนเดียวอยู่แล้วค่ะ “ เฟลิเซียกล่าวจบก็หันไปมองลาส ” ไม่ทราบว่าท่านคือ? ” ลาสที่ถูกถามก็เหงื่อไหลเป็นสายนํ้าทันที ในใจคงเริ่มกลัว หน้าค่อยๆซีด แต่กลับกันคุณหนูกับคนคุมกันมองลาสว่าสุขุม ดูลึกลับ บวกกับชุดสูทชองลาสแล้วมันทำให้ดู น่าสนใจอย่างมาก 

 

   ” เขามาจาก โดสส์เลเลน เป็นเพื่อนของอาจารย์ตอนท่านไปอณานิคมแถบนั้น หวังว่าจะไม่ว่าอะไรหากข้าจะพาเขาไปชมเมืองให้เสร็จก่อนมืด… ” ไวส์พูดตัดบทช่วยชีวิตลาสได้ทันท่วงที ก่อนจะก้มหัวอีกครั้งแล้วลากแขนลาสเดินตามเธอไป ลาสยังไม่ได้แนะนำตัวก็เสียฟิวเล็กหน่อยแต่ก็รู้สึกดีที่จะได้ไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้น

 

   หลังจากทั้งสองได้เดินหายไปกับผู้คนแล้ว เฟลิเซียก็ครุนคิดถึงเรื่องเมื่อกี้ นักเวทย์แห่งแสงมีเพื่อนเป็นชาวอาณานิคมงั้นหรือ? สุดท้ายก็ได้แต่ส่ายหัวสลัดความคิดออกไป ก่อนที่เฟลิเซียจะสั่งกับหนึ่งในคนคุมกันด้วยเสียงที่เย็นชาต่างจากเมื่อกี้

 

   ” เจ้าจงไปสืบว่าชายคนนั้นมาจากที่ใดกันแน่…” ท้ายที่สุดคุณหนูเฟลิเซียกก็เดินจากไปพร้อมกับสายตาที่จริงจัง ไม่มีผู้ใด้รู้ว่าคุณหนูผู้นี้ต้องการอะไรกันแน่..

.

.

.

.

.

.

.

   ตัดกลับมาหาทั้งสองคนหลังจากที่ลาสถูกดึงแขนให้ตามไวส์ไป ลาสก็ได้แต่คิดเรื่องคุณไวส์ที่แสดงสีน่าได้แนบเนียนมาก ถึงจะรู้ว่าพยายามอดกัน แต่ก็ไม่รู้เรื่องที่ไวส์อันไว้ ได้แต่ถอนหายใจแบบเบาๆ สุดท้ายลาสก็ไม่กล้าพอที่จะถาม เพราะอาจะไปกระทบกับเรื่องราวในอดีตของเธอก็ได้ แต่ว่านะคุณไวส์

 

เมื่อไรจะถึงกันเดินจนขาอ่อนแรงไปหมดแล้วนะ!

 

   ” โทษทีๆ เดินอีกนิดเดียวก็จะถึงแล้วล่ะ ” ไวส์พามายังหน้าร้านอาหารหากมองดูเผินๆก็คือร้านอาหารทั่วไป แต่ข้างในเป็นกลับเหมื่อนบาร์เล็กๆ ซึ่งมันก็คือโรงเตี้ยมเล็กๆดีๆนึ่เอง แต่ไม่ค่อยจะมีคนในร้าน อาจจะเป็นเพราะแถวนี้เป็นที่ลับตาคนก็เป็นได้?

 

   โครกกก เสียงท้องร้องเรียกความสนใจให้ไวส์และคนในร้านไม่กี่คน แต่เพราะเสียงที่ดังมากๆเลยทำให้ลาสอายจนอยากจะมุดดินหนีไปต่างประเทศแล้ว! ไวส์ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะดึงผ้าคุมหัวลาสออก แล้วพาเข้าไปนั่งด้านหน้าเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา 

 

   ” ขอแบบเดิมนะลุง ส่วนของเจ้าข้าเลี้ยงเอง ” ไม่ว่าจะเป็นใครก็รู้สึกดีใจเป็นธรรมดาถ้ามีคนมาบอกว่าจะเลี้ยงข้าว หนึ่งในนั้นก็คือลาส ไวส์ที่เห็นว่าลาสตาเป็นประกาย แถมมีเอฟเฟค คิระ คิระ ถึงหน้าตาจะเย็นชาก็เถอะ แต่มันจะน่ารักเกินไปแล้ว! ถ้าไม่ติดว่าเป็นตัวผู้นะ 

 

   แต่ถึงจะบอกว่าเลี้ยงเองก็เถอะแต่ยังไงก็ต้องเกรงใจกันบ้าง ลาสที่พึ่งคิดว่าต้องเกรงใจเธอบ้าง ก็ล้มไปมองเมนูของร้านเพื่อที่จะได้สั่งข้าวสักที…….

 

ภาษาต่างดาวหรือไงกัน

 

   ตัวอักษรต่างดาวบ้าบอคอแตกอะไรเนี่ย อาจจะคําเป็นนิยามสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของลาสตอนนี้ก็เป็นได้ เหงื่อเล็กๆของลาสพุดขึ้นมาบนใบหน้างาม แสดงอาการที่บงบอกว่าชิบแล้วไง ลาสรีบหันไปหาโวส์ ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะสั่ง เต๋าหู้ทอด? เอ๋?? มีของแบบนี้ด้วยหรอ ทำไมไม่มีรูป จะได้รู้กันว่าอันไหนน่ารับประทานกัน?

 

   ไวส์ที่กําหลังจะกินก็เลือบไปเห็นท่าทางของลาสพอดี “……” ไวส์นิ่งไปสักพัก เธอเอ๊ะใจสักครู่ก็จะทำหน้าเหมือนเข้าใจ และทำหน้าตาย

 

   “…เจ้า…อ่านไม่ออกสินะ…” ลาสที่ได้ยินอย่างนั้นก็หลับสายตาจากโวส์ทันที ไวส์ที่เห็นว่าลาสพยายามหลบหน้าก็จ้องลาสจนน่าขนรุก ลาสที่เริ่มทนแรงกดดันไม่ไวก็เอ่ยอย่างกระตุกกระตัก ” ค..ครับ ” ซ่า~ ‘อูวววว~ น่าอายชะมัด’

 

   ลาสที่หน้าแดงก็ได้แค่กลมหน้าหลบไวส์โดยไม่ได้มองเลยว่าตอนนี้ จิ้งจอกขาวตรงหน้ากําลังแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะสั่งให้ลาส ไม่มีเสียงพูดคุยจากทั้งสอง นานจนจานข้าวมาเสริฟ

 

   อาหารที่ไวส์สั่งให้ลาสเป็นขนมบังกับเนื้ออะไรสักอย่างแต่ที่แน่ขนมบังที่ลาสได้มันโคตรจะแข็ง แข็งพอที่จะฟาดหัวคนแตกได้ ถ้ากินแล้วฟันแตกแน่ๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ‘ ไอก้อนสีม่วงนั้นมันอะไร……ใครจะอยากไปกินของน่ากลัวแบบนี้กันฟะ!. ’ ลาสกล่าวในใจแต่ก็ไม่สามารถพูดออกมาได้ เนื้อสีม่วงรูปร่างเหมือนสแต็กแต่ไม่เห็นว่าจะน่ากินตรงไหนเลย

 

   “ คือว่าไอเนื้อนี้มันกินได้จริงๆหรอครับ!? ” ลาสถามผู้เลี้ยงข้าวอย่างเต็มอกใจเต็มใจ แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือสีหน้าที่โคตรจะยิ้มแย้มดูมีความสุขต่างจากคนที่จะได้กินสิ่งตรงหน้า

 

   “ กินได้แน่นอน แถมอร่อยจะตายหรือว่าเจ้าไม่เคยกินเนื้อมอนสเตอร์? “ ลาสที่ได้ยินก็อยากจะตะโกนออกไปว่า ก็เออสิว้อย ตั้งแต่เกิดมาก้ยังไม่เคยกินเนื้อสีโคตรจะแปลกตาแบบนี้เลย! ปกติสีม่วงมันบ่งบอกว่าเป็นพิษไม่ใช่หรอ! แบบนี้้มมีหวังได้ตายกันพอดี

 

   ท้ายที่สุดความหิวที่ก่อตัวมากมายทีก่อตัวมานานก็สัมฤทธิ์ผล ความหิวนั้นสามารถทำให้คนต้องเลือกเส้นทางของเขาว่าจะอดตายหรืออยู่ต่อไปเพื่อมีชีวิต ลาสที่ทนความหิวมานานก็ไม่สามารถห้ามความอยากได้ เลยจัดตัดเนื้อแล้วเอาเข้าปากอย่างไม่กลัวตาย

 

    “ ….. ” เสียงเงียบหลังจากคำแรกของลาส ตามมาด้วยเสียงในหัวพร้อมกับมือที่จับมีดตัดเนื้อตรงหน้าอีกชิ้นคนมาเข้าปาก ‘ อร่อย ‘ นิยามออกมาได้แค่นี้ ไอเนื้อเน่าสีม่วงดูเป็นพิษตรงหน้ามันอร่อย เหมือนกินเนื้อ เกรด A ถ้ามีเครื่องเทศใส่นิดหน่อยน่าจะเข้าระดับซุปเปอร์อร่อย

 

   ลาสใช้เวลาสวาปามของกินทั้งหมดด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะกินน้ำตามเพราะเกือบติดคอเนื่องมาจากกินเร็วเกินไปนี้เอง ไวส์ที่มองลาสกินข้าวเสร็จก็สั่ง น้ำชา ก่อนจะนั่งรอให้ ลาสพักนิดหน่อย เจ้าของร้านที่เสิร์ฟอาหารก็แจกน้ำชาและขนมให้กับลาสแบบฟรีๆ ไม่รู้เพราะอะไรโดนใจเจ้าของร้านถึงได้ทำอย่างนั้น แต่ไวส์ที่มาร้านนี้บ่อยดูออก ‘ สงสัยท่านลุงจะหลงความน่ารักของเจ้าแล้วละสิ ‘ หลังจากลาสเคลียร์อาหารเสร็จ

 

   ลาสก็ได้ขอบคุณไวส์เป็นการส่วนตัว ก่อนจะถามอย่างลอยๆ เพราะว่าลาสคิดว่าเจ้าตัวคงไม่ได้มาเลี้ยงแค่มื้อเช้าอย่างเดียวแน่นอน

 

   “ คือว่า ขอเข้าเรื่องเลยได้ไหมครับ คุณไวส์ “ กลับกันเธอกลับส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นและเรียกให้ลาสเดินตามเธอไป แน่นอนว่าลาสก็เดินตามอย่างว่าง่าย เธอคุยอะไรสักอย่างกับเจ้าของร้าน ก่อนจะกวักมือเรียกไปอีกห้อง

 

   มันเป็นทางลงไปอีกชั้น ไวส์หยิบตะเกียงตรงกําแพงขึ้นมาก่อนจะเดินนํา ทั้งสองได้เดินเข้าไปเลื่อยๆ จนในที่สุดก็มาถึงห้องเล็กๆ ทั้งสองได้เดินเข้าไปในห้องนั้น มันเป็นห้องที่เรียบง่ายแต่ก็เต็มไปด้วยฝุนและหยากไย่ ไวส์หยุดอยู่กับที่ก่อนที่เธอจะหันกลับมามองลาสด้วยหน้าตาจริงจังแบบสุดๆ เธอค่อยเดินเข้าใกล้ จนลาสเผลอเดินถอยหลังชิดประต พร้อมสีหน้าที่เปลี่ยนไป ดวงตาที่ไม่เหมือนคนปกติ สีหน้าแบบนั้นมันทำให้ลาสขนลุกกลัว

 

ปึง!… 

   “ เจ้านะ….ไม่สิ… “

นายนะไม่ใช่คนบนโลกนี้สินะ…

 

   คําพูดของหญิงสาวตรงหน้า กลับทำให้หัวใจสั่นไหว เลิ่กลั่กอย่างช่วยไม่ได้ ไม่ใช่เพราะอายเรื่องถูกดันกําแพงแต่เพราะความตกใจ ว่าเธอรู้ได้อย่างไรว่าตนไม่ใช่คนที่นี้ แถมยังไม่มีเรื่องทฤษฎีเกียวกับต่างโลกเลยด้วยสํา มันไม่น่าเชื่อเลยสักนิด… ไม่สิความเป็นไปได้ที่เธอจะรู้ก็มีมาก สิ่งที่จะหาคําตอบได้ก็คือการถาม ถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัง 

 

ไวส์ที่ดูเหมือนรู้ว่าลาสคิดจะถามอะไรก็ได้เอ่ยกล่าวขึ้นมา

   “ Vérifier เวทมนย์ตรวจจําคลื่นอณูเวท แต่เผ่าพันธิ์ของข้าพิเศษหน่อยตรงที่จับการก่อตัวของอณูเวทได้ง่ายก็เลยสัมผัสสิ่งแปลกปลอมที่ก่อตัวในป่านอกชายแดนได้ ” ไวส์เลิกทำท่าคาเบะด้งก่อนจะแพละออก ” ไม่มีการก่อตัวของอณูเวทยกเว้นแต่การร่ายเวท แต่..อณูเวทที่ฉันจับได้มันใหญ่พอๆกับการร่ายเวทระดับสูง พอฉันไปตรวจสอบมันกลับกลายเป็นนายแทน… จริงๆแค่จะไปฝึกสังหารมอนสเตอร์เฉยๆ แต่ดันตรวจเจอนายเสียได้ “

 

   ไวส์อธิบายสิ่งที่เรียกว่าเวทซึ่งก็ไม่ทำให้ลาสเข้าใจเลยสักนิดแต่ก็พอจับใจความได้ การที่ไวส์สามารถรู้ว่าตัวเขาไม่ใช่คนของโลกนี้ก็เพราะ บ้างอย่างที่เกี่ยวกับเวทมนย์ นี้คือลาสจับใจความได้

 

   ” ผมจะสามารถเชื่อใจคุณไวส์ได้ไหม? ” ประโยคคําถามง่ายๆได้หลุดออกจากปากของชายหนุ่มไป แม้ในใจจะรู้ว่ามันความคิดที่โง่เง่าน่าขําสิ้นดี แต่ก็ยังจะพูดออกไป แต่สิ่งที่ได้กลับต่างจากที่คิดไว้

 

   ” ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันคิดว่าฉันเคยอ่านเจอเหตุการแบบนี้อยู่ ” ลาสไม่สามารถที่จะอ่านความคิดของจิ้กจอกตรงหน้าได้แม้แต่น้อย ปากบอกไม่ต้องห่วงแต่ตาเป็นประกายระยิบระยับแบบนั้น ดูแล้วอาจจะมีจริงก็เป็นได้ผู้ที่เป็นเหมือนลาส ผู้ที่หลงทางมาอยู่ในโลกแห่งนี้ ‘ น่าจะได้ข้อมูลจากเธอได้ไม่น้อย อาจจะหาทางกลับได้ ‘ ลาสคิดหนัก 

 

   เสียงสูดลมหายใจเข้าดังขึ้นพร้อมลาสที่มองหน้าหญิงสาวตรงหน้า เขาคิดแล้วว่าต้องลองเสี่ยงบ้าง เธอคนนี้อุสาห์ช่วยชีวิตเขามาแล้วหนหนึ่ง สุดท้ายลาสก็ได้กล่าวบอก

 

   ” ผมจะเล่าให้ฟังเรื่องของผมให้ฟังเอง “

 

——————————————————————————————————————————-

คะแนน 3.3
กรุณารอสักครู่...