ตอนที่แล้ว470 ควบคุมทั้งหมด พุ่งเป้าไปที่ทุกอย่าง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป472 วิญญาณหลุดลอยเมื่อได้เห็นเธอ

นิยาย Elixir Supplier

471 ลมพายุ


หลังจากที่ออกมาจากคลินิกของหวังเย้าแล้ว พวกเขาก็กลับไปที่บ้านของซุนหยุนเชิง ก่อนที่จะจากไป ลุงหลินได้กำชับกับซุนหยุนเชิงและอาหาวเป็นพิเศษ

“พี่หาว พี่ว่าพ่อจะโอเคไหม?” ซุนหยุนเชิงยังคงกังวลเกี่ยวกับพ่อของเขา เขารู้ถึงความสามารถของอาหาวดี ขนาดอาหาวยังได้รับบาดเจ็บ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับพ่อของเขาบ้าง?

“ท่านจะไม่เป็นอะไรครับ คุณชายซุนอย่างกังวลไปเลยนะครับ” อาหาวพูด

...

ภายในสถานีตำรวจเต็มไปด้วยความวุ่นวาย พวกเขาเริ่มทำการกวาดล้างอาชญากร เพราะไม่ถึงสามวัน ก็มีการฆาตกรรมถึงสามรายด้วยกัน ซึ่งไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในเมืองเต๋ามาก่อนเลย

ทางระดับสูงของกรมตำรวจต่างก็ไม่พอใจ พวกเขาสั่งการให้เจ้าหน้าที่จัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด

รถตำรวจส่งเสียงวี้ว๊อไปถามถนนหลายสาย เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจโรงแรมและโมเต็ลทุกแห่งในเมือง

“นี่ เจ้าหน้าที่หลี่ ผมแค่ขโมยกระเป่าเงินเองนะ คุณจำเป็นต้องรุนแรงขนาดนี้ด้วยเหรอ?” หัวขโมยคนหนึ่งถาม

“นายคิดว่ายังไงล่ะ? ตอนนี้เรากำลังทำการกวาดล้างอาชญากรรมทุกรูปแบบอยู่น่ะสิ” เจ้าหน้าที่หลี่พูด

ภายในบ้านหลังหนึ่งในเมืองเต๋า ชายชราคนหนึ่งกำลังไอออกมาอย่างรุนแรง

“ตายอีกคนแล้วเหรอ?” ชายชราถาม

“ครับ” ชายหนุ่มคนหนึ่งพูด

“เกิดอะไรขึ้น?” ชายชราถาม

“ถูกยิงครับ” ชายหนุ่มตอบ

ภายในห้องเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง จากนั้น ชายชราก็เริ่มไอออกมาอีกครั้ง และยิ่งไอรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม

แกร๊ก! ประตูถูกเปิดเข้ามา มีคนคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในห้อง

“อาจารย์ ตำรวจกำลังไล่กวาดล้างอาชญากรรมทั้งหมดอยู่ครับ” ชายคนนั้นพูด

“แล้วบอกเขารึยัง?” ชายชราถาม

“ครับ” ลูกศิษย์ของเขาตอบ

แค่ก! แค่ก!

“ฉันจะไปพรุ่งนี้” ชายชราพูด

“อาจารย์จะไปที่นั่นเองเลยเหรอครับ?” ลูกศิษย์ของเขาถาม

“ใช่” ชายชราตอบ

บนทางหลวงจากห่ายชิวไปยังเมืองเต๋า มีรถคันหนึ่งขับเคลื่อนไปด้วยความเร็งสูง

เร็วเข้า! เร็วเข้า! ลุงหลินรู้สึกกังวลเกี่ยวกับซุนเจิ้งหรงมาก เขารู้ว่าศัตรูของพวกเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง ผ่านมาแล้วเป็นสิบปี พวกเขาก็ยังคงรับมือได้ยากเหมือนเดิม แล้วตอนนี้ พวกเขาก็อาจจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ

ภายในคลับแห่งหนึ่งในเมืองเต๋า ซุนเจิ้งหรงกำลังดื่มชาอยู่กับชายวัยกลางคนคนหนึ่ง

“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือในครั้งนี้นะครับ” ซุนเจิ้งหรงพูด

“ด้วยความยินดี นี่เป็นสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้ว คุณก็ต้องระวังตัวด้วยล่ะ” ชายวัยกลางคนตอบ

“ผมรู้” ซุนเจิ้งหรงจิบชาเข้าไปและพูดออกมา

เขาไม่ได้เจอกับอันตรายแบบนี้มานานมากแล้ว มันทำให้เขาอดคิดถึงตอนที่เขาเพิ่งจะเริ่มสร้างธุรกิจขึ้นมาไม่ได้

“บางครั้ง ฉันก็คิดถึงวันเก่าๆ” ซุนเจิ้งหรงพูด

ลุงหลินเดินทางมาถึงเมืองเต๋าในตอนบ่าย

“ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ?” เขาถาม

“ทำไมนายถึงได้กลับมาล่ะ?” ซุนเจิ้งหรงถามด้วยความประหลาดใจ

“พอเห็นสภาพของอาหาวแล้ว ผมก็เป็นห่วงท่านมาก ผมก็เลยรีบกลับมาที่นี่น่ะครับ” ลุงหลินพูด

“อาหาวเป็นยังไงบ้าง?” ซุนเจิ้งหรงถาม

“หลังจากที่ได้รับการรักษาจากหมอหวัง เขาก็พ้นขีดอันตรายแล้วครับ” ลุงหลินพูด

“ดี มานั่งพักสักหน่อยสิ” ซุนเจิ้งหรงพูด

เขาบอกให้ลุงหลินนั่งลง จากนั้น พวกเขาก็พูดคุยกันได้สักพัก ซุนเจิ้งหรงบอกเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองเต๋าให้ลุงหลินฟัง ลุงหลินไม่ได้รู้เลยว่า สถานการณ์ที่เมืองเต๋าจะเลวร้ายขนาดไหน

“แล้วเขาได้ส่งคนมาที่นี่หลายคนเลยเหรอครับ?” ลุงหลินถาม

“ใช่ ฉันก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน” เมื่อจิบชาเสร็จ ซุนเจิ้งหรงก็พูดออกมา

“ดูเหมือนว่า เขาจะทุ่มทุกอย่างที่เขามีลงไปนะครับ” ลุงหลินพูด

“ตาแก่นั่นมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานหรอก” ซุนเจิ้งหรงพูด

“ถึงยังไงเราก็ต้องระวังเอาไว้นะครับ ศัตรูของเราอยู่ในที่มืด เราควรจะขอความช่วยเหลือจากคนที่เรารู้จักในเมืองเต๋าดูนะครับ” ลุงหลินพูด

“ฉันจ่ายเงินจ้างคนไป 10 ล้านหยวนแล้วล่ะ” ซุนเจิ้งหรงพูด

ในฐานะของคนที่รวยที่สุดในเมืองเต๋า เขาจึงมีเส้นสายกับทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและใต้ดิน

...

ภายในหมู่บ้าน หวังเย้ามีแขกมาพบในตอนกลางวัน เฉินปัวหยวนได้เดินทางมาจากปักกิ่ง เขามาให้ฐานะตัวแทนของตระกูลซู เพื่อเป็นการบอกเป็นนัยๆว่า ซงรุ่ยปิงต้องการให้เขาเดินทางไปปักกิ่งให้เร็วที่สุด

“ผมขอถามหน่อยได้ไหมครับ ว่าคุณจะไปปักกิ่งได้เมื่อไหร่?” เฉินปัวหยวนถาม

“ผมตั้งใจว่าจะเดินทางไปปักกิ่งในอีกสองวันถัดจากนี้ครับ” หวังเย้าตอบ

“เยี่ยมไปเลยครับ” เฉินปัวหยวนพูด แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“คุณหนูซูเป็นยังไงบ้างครับ?” หวังเย้าถาม

“เธอดีขึ้นมากแล้วครับ” เฉินปัวหยวนพูด “คุณอยากให้ผมเตรียมอะไรไว้ให้ไหมครับ?”

“ผมต้องการสมุนไพรครับ สมุนไพรแบบเดียวกับครั้งก่อน” หวังเย้าตอบ

“ได้ครับ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเองครับ” เฉินปัวหยวนพูด

เขาได้ซื้อสมุนไพรเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และมันก็ได้ถูกขนส่งมาที่เหลียนชานแล้วด้วย เขากดโทรออก หนึ่งชั่วโมงต่อมา รถตู้ที่เต็มไปด้วยสมุนไพรก็เดินทางมาถึงหมู่บ้าน

“คุณซื้อสมุนไพรเอาไว้แล้วเหรอครับ?” หวังเย้าถาม

“ครับ คุณอยากจะลองตรวจดูก่อนไหมล่ะครับ?” เฉินปัวหยวนถาม

“คุณเอาพวกมันไปไว้ที่ลานบ้านได้เลยครับ” หวังเย้าพูด

เฉินปัวหยวนนำสมุนไพรไปกองไว้ที่มุมหนึ่งของลานบ้าน จากนั้น เขาก็ออกไปจากคลินิกและโทรหาซงรุ่ยปิง เขาตัดสินใจที่จะอยู่เหลียนชานต่ออีกสองสามวัน เผื่อว่าหวังเย้าจะต้องการอะไรเพิ่มเติมจากเขา

หวังเย้าใช้สมุนไพรครึ่งหนึ่งที่กองอยู่ในลานบ้าน ไปกับการแลกเปลี่ยนเป็นคะแนน

วันต่อมา ท้องฟ้ามืดครึ้ม หวังเย้าไปที่บ้านของซุนหยุนเชิงเพื่อดูอาการของอาหาว

หลังจากที่ได้กินยาของหวังเย้าที่มีส่วนผสมของหญ้าพิษเข้าไป แมลงพิษส่วนใหญ่ภายในร่างกายของเขาก็ถูกขับออกมาเกือบหมดแล้ว หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี วันนี้ ก็ควรจะสามารถกำจัดแมลงพิษได้จนหมด แต่อวัยวะภายในของอาหาวได้รับความเสียหาย มันคงจะต้องใช้เวลาสักพัก กว่าที่เขาจะหายดี โชคดีที่เขาเป็นคนแข็งแรงและได้กินยาเม็ดจิ่วเฉาเข้าไปก่อนหน้านี้ หวังเย้าจึงคาดการณ์ได้ว่า เขาจะไม่เป็นอะไรมาก

หวังเย้าได้รับการยืนยันจากระบบแล้วว่า อาการของอาหาวถือเป็นหนึ่งในโรคที่รักษาได้ยาก ก่อนหน้านี้ เขากังวลว่าตัวเขาจะไม่สามารถทำภารกิจสำเร็จได้ทันเวลา แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับมันอีกแล้ว และมันก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับเขาด้วย

หวังเย้าบอกกับซุนหยุนเชิงและคนอื่นๆว่าเขาจะเดินทางไปปักกิ่ง

“คุณจะเดินทางไปที่อื่นเหรอครับ?” ซุนหยุนเชิงถาม

“ใช่ ผมจะไปปักกิ่งเพื่อพบกับบางคนน่ะครับ” หวังเย้าพูด

“แล้วอาการบาดเจ็บของพี่หาวล่ะครับ?” ซุนหยุนเชิงถาม

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาครับ ผมจะทำยาสมุนไพรเอาไว้ให้” หวังเย้าพูด

นอกจากตัวยาแล้ว หวังเย้ายังให้สูตรยากับพี่หาวไว้ด้วย เขาเคยจ่ายยาสูตรนี้มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งมันมีสรรพคุณในการเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกาย และในตอนนี้ พี่หาวก็ต้องการการบำรุงอย่างมากด้วย

“ขอบคุณมากนะครับ” ซุนหยุนเชิงพูดอย่างสุภาพ

“แล้วผมก็มีเรื่องอยากจะรบกวนคุณด้วยครับ” หวังเย้าพูด

“ได้สิครับ มีอะไรอยากให้ผมทำเหรอครับ?” ซุนหยุนเชิงถาม

“ตอนที่ผมไม่อยู่ คุณช่วยดูแลพ่อแม่ของผมให้ด้วยจะได้ไหมครับ?” หวังเย้าถาม

“ได้สิครับ” ซุนหยุนเชิงพูดอย่างจริงจัง

ในคืนนั้น หวังเย้าไม่ได้เร่งร้อนเพื่อกลับขึ้นไปบนเนินเขาหนานชาน และอยู่ที่บ้านพูดคุยกับพ่อแม่ของเขา

“ลุกจะไปพรุ่งนี้เหรอจ๊ะ?” จางซิวหยิงถาม

“ครับ พรุ่งนี้” หวังเย้าพูด

“ตอนไปที่นู้น ก็ดูแลตัวเองดีดีด้วยนะจ๊ะ” จางซิวหยิงพูด

“ครับ” หวังเย้าพูด

พ่อแม่ของเขาพูดย้ำอยู่หลายครั้งเรื่องที่ให้เขาดูแลตัวเองให้ดี เช้าวันต่อมา หลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว หวังเย้าก็เดินทางไปที่สนามบิน และไม่ได้เอาอะไรติดตัวไปมากนัก ซุนฟยุนเชิงได้ช่วยจัดการเรื่องรถที่ขับไปส่งเขาที่สนามบิน

เครื่องบินบินขึ้นไปบนท้องฟ้า หวังเย้ามองดูก้อนเมฆผ่านทางหน้าต่าง เขายื่นมือออกไปราวกับต้องการที่จะจับก้อนเมฆที่ดูเหมือนมาร์ชแเมลโลว์เอาไว้ในมือ

“เฮ้อ!” คนที่นั่งอยู่ติดกับหวังเย้าถอนหายใจออกมา ดูเหมือนว่าเขาจะมีเรื่องกังวลอยู่ภายในใจ

“คุณไม่สบายตรงไหนรึเปล่าครับ?” หวังเย้ามองดูเขาและพบว่าสีหน้าของเขาดูไม่ดีนัก

“อืม ผมรู้สึกกังวลนิดหน่อยน่ะครับ” ร่างกายของเขากำลังสั่นอยู่

“เป็นครั้งแรกที่คุณขึ้นเครื่องบินเหรอครับ?” หวังเย้าถาม

“ไม่ใช่ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วล่ะ” ชายคนนั้นพูด

“อ่อ” หวังเย้ายิ้ม “อย่ากังวลไปเลยครับ อีกเดี๋ยวเราก็จะถึงกันแล้ว”

“ขอบคุณครับ” ชายคนนั้นพูด

มีคนจำนวนมากที่รู้สึกปลอดภัยเมื่อพวกเขาอยู่บนพื้นดิน แต่เมื่ออยู่ในทะเลหรืออากาศ พวกเขาก็จะรู้สึกเป็นกังวล โดยเฉพาะในตอนที่พวกเขาอยู่บนท้องฟ้าแบบนี้ คนที่นั่งอยู่ข้างๆหวังเย้าดูจะกังวลอยู่มาก เขามีอาการหายใจถี่และเหงื่อออก ดูเหมือนว่าเขาจะกลัวการนั่งเครื่องบิน

เขาหลับตาลง ราวกับว่า เขาทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว จากนั้น เขาก็หยิบขวดยาออกมาจากกระเป๋าและกลืนยาเข้าไปหนึ่งเม็ด

“ที่คุณกินเข้าไป เป็นยาระงับประสาทเหรอครับ?” หลังจากที่มองดูขวดบาแล้ว หวังเย้าก็รู้ว่ามันเป็นยาอะไร

การกินยาระงับประสาทหือยากล่อมประสาทนั้นไม่ใช่เรื่องดีนัก เพราะมันจะทำให้คนติดยาชนิดนี้และต้องใช้มันตลอด

การนั่งอยู่บนเครื่องบิน มันน่ากลัวมากเลยเหรอ? หวังเย้ารู้สึกสงสัย

หลังจากนั้นสักพัก เมืองใหญ่เมืองหนึ่งก็ปรากฏอยู่ด้านล่างเครื่องบิน หวังเย้าสามารถมองเห็นเมืองโบราณผ่านหมู่ก้อนเมฆ พวกเขามาถึงปักกิ่งแล้ว

มีคนกำลังรอคอยหวังเย้าอยู่ เธอเป็นหญิงสาวหน้าตางดงามคนหนึ่ง

“สวัสดีค่ะ หมอหวัง” เฉินหยิงเดินเข้าไปหาหวังเย้า ด้วยรอยยิ้มที่ออกมาจากใจ

“สวัสดีครับ” หวังเย้าพูด

“คุณอยากจะไปที่ไหนคะ?” เฉินหยิงถาม

“อืมมม เราไปหาอะไรกินกันก่อนดีไหมครับ? พี่เลือกร้าน เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง” หวังเย้าตอบ

เฉินหยิงเลือกร้านอาหารเล็กๆร้านหนึ่ง มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาอาหารอร่อยๆทานในปักกิ่ง ในปักกิ่งมีร้านอาหารตั้งอยู่มากมายกว่าเมืองอื่นๆ เพราะถึงยังไง ปักกิ่งก็ถือเป็นเมืองหลวงของประเทศจีน

เฉินหยิงเลือกสั่งอาหารมาหลายจาน และหวังเย้าก็พอใจกับอาหารเหล่านี้มาก

“น้องชายของพี่เป็นยังไงบ้างครับ?” หวังเย้าถาม

“เขาสบายดีค่ะ ขอบคุณที่ถามถึงนะคะ” เฉินหยิงพูด

ในระหว่างที่กำลังทานอาหารกันอยู่นั้น เธอก็ได้รับสายจากซงรุ่ยปิง

“คุณซงโทรมาถามฉันว่า เราอยู่ที่ไหนกันน่ะค่ะ” เฉินหยิงพูด

หลังจากที่ทานอาหารกลางวันเสร็จ พวกเขาก็เดินทางไปที่กระท่อม หวังเย้าจัดการนำของไปเก็บไว้ในห้องของเขา และซงรุ่ยปิงก็ได้เดินทางมาพบกับเขาเมื่อเวลาบ่ายสี่โมง

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด