เมื่อตอนเดือนกรกฎาคมในพ.ศ. 2554 กนกวลี ชูชัยยะ เลขาธิการจากราชบัณฑิตยสถานได้กล่าวไว้ว่า สถานการณ์ภาษาไทยในปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นวิกฤตนัก เพราะวัยรุ่นใช้ภาษาแชทเฉพาะบนอินเทอร์เน็ตและสื่อสารกันภายในวัยรุ่นเท่านั้น เลยยังไม่พบนำมาใช้ในการเขียนหรือการทำงาน

แล้ว 8 ปีต่อมา คุณคิดว่าสถานการณ์ภาษาไทยใกล้ถึงขั้นวิกกฤติยังล่ะ ?

” หึๆ ช่างเป็นกลิ่นความผิดที่หอมหวานยิ่งนัก เนี่ยสิสถานที่ที่ตามหามานาน หึๆ “

เแสงแดดที่สาดส่องลงมาบนหลังคาสีเขียว ได้เผยให้เห็นชายหนุ่มผมดำใส่ชุดราชปะแตนกำลังนั่งชันเข่าแล้วสูบบุหรี่ โดยด้านหลังมีคนนอนเกลื่อนกลาดจมกองเลือดเต็มไปหมด

‘ภาษาวิบัติ’ ผู้ทำลายล้างภาษาที่ถูกทางการหมายหัวว่าโทษต้องเป็น ‘ประหาร’ เท่านั้น…

ในตอนนั้นเอง นิราศและภาษาไทยที่เดินผ่านมาทางนี้พอดี ก็ทำให้ภาษาวิบัติผู้มองเห็นแล้วต้องหรี่ตาลงก่อนจะกระตุกยิ้มอย่างชั่วร้ายทันที

ภาษาวิบัติกับภาษาไทยเป็นศัตรูกันมาอยู่ค่อนข้างนาน แต่ถ้าถามว่าใครแข็งแกร่งกว่า ก็พอๆ กันทั้งคู่

ภาษาวิบัตินั้นแกร่งทั้งจิตใจและร่างกาย

ส่วนภาษาไทยแม้จะโดนภาษาวิบัติขโมยพลังไปเยอะ แต่จิตใจของเธอก็ยังคงแข็งแกร่งไม่มีเปลี่ยน

” หึๆ มีงานให้ทำจนได้ซะแล้วสิ ” ภาษาวิบัติได้ลุกขึ้นยืนพลางทิ้งบุหรี่แล้วกระแทกเท้าเหยียบให้แหลก จากนั้นจึงค่อยพูด

” อึก…อย่าแตะต้องหัวหน้าของพวกเรานะ! ” ชายหนุ่มผมชมพูในชุดราชปะแตนตะโกนห้ามอย่างเสียงดังขณะพยายามจะลุกขึ้นยืน ซึ่งเขาคือ ‘มณโฑ’ คนจากหน่วยพยัญชนะลำดับที่ 17

” หืม? ” ภาษาวิบัติหันไปมองเขาขณะยิ้มอยู่

” ถ้าแกแตะต้องเธอเมื่อไหร่ละก็ พจนานุกรมจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่! ” มณโฑตะโกนพูดต่อ ภาษาวิบัติที่ได้ยินแบบนั้นเลยฉีกยิ้มมากกว่าเดิมแล้วระเบิดหัวเราะออกมาอย่างเสียงดัง

” ฮ่าๆๆๆ! ถ้าแบบนั้นก็ดีเหมือนกันน่ะสิ ฮ่าๆๆๆ! ” แล้วเขาก็หยุดหัวเราะก่อนจะเอ่ยพูดกับมณโฑต่อด้วยแววตาที่ชั่วร้าย

” แต่อย่าลืมสิว่าสมัยนี้ ใครเขาสนใจพจนานุกรมกันที่ไหนล่ะ หึๆๆ 🙂 “

 

” ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน

ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืนฯ “

ณ งานวันสุนทรภู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งจ.สระแก้ว ยังคงมีชายร่างสูงยืนพิงต้นไม้แล้วท่องทำนองเสนาะอย่างไพเราะ เขานั้นสวมชุดราชปะแตน ซึ่งทั้งกางเกง ผ้าโพกหัว และผ้าพาดบ่าต่างมีสีเหลืองอ่อนเหมือนๆ กัน

‘นิราศ’ เป็นชายสีผิวคล้ำ ทรงผมแสกข้างสีขาว ส่วนดวงตานั้นสีเหลืองเหมือนบุษราคัม ซึ่งเขามักจะพูดถึงการเดินทาง ความสวยงามและหญิงสาวอันเป็นที่รักเสมอๆ

” น้ำเสียงยังคงไพเราะไม่มีเปลี่ยนเลยนะคะ คุณนิราศ “

เสียงนุ่มนวลที่ดังมาจากข้างหลัง ทำให้นิราศหันไปมอง ปรากฏเป็นหญิงสาวผมยาวสีดำ ซึ่งเธอห่มสไบเฉียงสีเหลืองกับนุ่งกระโปรงจีบสีเหลืองอ่อน

‘ภาษาไทย’ หญิงสาวผู้แข็งแกร่งและรักอิสรภาพ ซึ่งบ้านเกิดของเธออยู่ที่ทางตอนใต้ของประเทศจีนนั่นเอง…

” นี่คุณ…ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่? ” นิราศกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ ภาษาไทยจึงยกยิ้มแล้วหลับตาชั่วครู่ก่อนจะลืมตาตอบ

” ที่ไหนคนใช้คำผิดเยอะ ที่นั่นจะมีฉันเสมอๆ แหละค่ะ คุณนิราศ ดีใจนะคะที่ได้เจอคุณในงาน “

” ฮ่าๆๆๆๆ! ” นิราศหัวเราะแล้วพูดต่อ ” ธรรมดาครับ คุณภาษาไทย ถ้าโรงเรียนนี้ไม่จัดงานวันท่านสุนทรภู่ ผมก็คงไม่แวะเข้ามาหรอกครับ ” ว่าแล้วนิราศก็หัวเราะอีกครั้ง ภาษาไทยจึงพยักหน้ายิ้มเล็กน้อย ก่อนตัวเขาเองจะชะงักเมื่อนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้ เลยได้ถามออกไป

” ไหนๆ ก็ไหนแล้ว สนใจเดินดูงานด้วยกันไหมครับ? “

 

แอ๊ดดดดด

ท่ามกลางเสียงพูดคุยที่ดังเซ็งแซ่ในห้องสมุด หญิงสาวผมยาวสีฟ้าในชุดราชปะแตนก็ได้ค่อยๆ เปิดประตูเข้ามา ทุกคนเลยหันไปมอง

” มาแล้วเหรอ หนู เป็นอย่างไรบ้าง? ” ‘อา’ ชายผมยาวสีขาวในชุดราชปะแตนถาม ซึ่งเขาเป็นคนในหน่วยสระลำดับที่ 2

‘หนู’ เป็นคนในหน่วยพยัญชนะลำดับที่ 25 เธอไม่ตอบคำถามเขา แต่กลับยืนนิ่งก่อนจะทรุดลงกับพื้นไป ทุกคนเลยลุกขึ้นแล้วเรียกกันอย่างตกใจ

” หนู!? “

ซึ่งคนที่เข้าไปประคองตัวหนูคือ ‘กอล์ฟ’ ครูบรรณารักษ์สาวผู้มีผมยาวสีน้ำตาลนั่นเอง

” เกิดอะไรขึ้นกับเธอเหรอ หนู? ” กอล์ฟถามเด็กสาวอย่างเป็นห่วง

” ภาษาวิบัติ…มา…โรงเรียน…แล้ว ” กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้าจบ หนูก็หมดสติไปทันที คนอื่นๆ เลยพูดขึ้น

” เธอพูดว่าอะไรนะ? ” ‘เอก’ ชายผมแดงในชุดราชปะแตนได้ถาม ‘โท’ ชายผมน้ำเงินในชุดราชปะแตนผู้ยืนอยู่ข้างๆ เพราะไม่ได้ยินเสียงที่หนูพูด ซึ่งทั้งคู่เป็นคนในหน่วยวรรณยุกต์ลำดับที่ 1 และ 2

” เธอบอกว่าภาษาวิบัติมาที่นี่แล้ว ” โทพูดพลางดันแว่นขึ้น

” อะไรนะ!? ” เอกหันไปมองหน้าโทอย่างตกใจ

ตึก…

” ท่านพาเธอไปนอนพักก่อนเถิด ท่านกอล์ฟ “

ในตอนนั้นเอง ชายชราชุดขาวผู้ถือไม้เท้าก็ได้ค่อยๆ เดินหลังค่อมเข้ามา โดยมีชายผมเขียวในชุดราชปะแตนคอยประคอง ซึ่งพวกเขาคือ ‘ผู้เฒ่า’ และ ‘ทหาร’ คนจากหน่วยพยัญชนะลำดับที่ 18 กับ 23

” ค่ะ ท่านผู้เฒ่า ” ว่าแล้ว กอล์ฟก็อุ้มหนูแล้วเดินไปยังห้องทำงานส่วนตัวทันที ผู้เฒ่าจึงเอ่ยกับคนที่เหลือ

” รู้กันแล้วใช่ไหมว่าไม่ได้มีเพียงภาษาวิบัติบุกมาที่นี่คนเดียว “

” ครับ/ค่ะ ” ทุกคนพยักหน้าตอบ

” แต่ท่านผู้เฒ่า คนจากหน่วยของเราที่ออกไปลาดตระเวน จนป่านนี้ก็ยังไม่กลับมาเลยค่ะ ” หญิงสาวผมยาวสีดำผู้ห่มสไบสีบานเย็นได้ยกมือขึ้น เธอคือ ‘หญิง’ คนจากหน่วยพยัญชนะลำดับที่ 13

” คนหน่วยวรรณยุกต์กับคนหน่วยสระก็ด้วยครับ! ” เอกเสริม

” งั้นเดี๋ยวฉันไปตามให้เอง ” ทหารตอบขวับ

” ฝากตามภาษาไทย พวกกลอนและนิราศมาด้วยจะดีมาก ” ผู้เฒ่าหันหน้าไปหาชายหนุ่มเล็กน้อย

” ครับ ท่านผู้เฒ่า ” ทหารพยักหน้าตอบพลางเดินออกจากห้องสมุดไป

” โชคดีค่ะ ท่านหัวหน้า ” หญิงอวยพรให้ทหาร

พรึ่บ!

ทว่าไม่ทันไรที่ทหารจะเดินจากไปจริงๆ ก็ได้มีพวกคนใส่ชุดราชปะแตนสีดำบินมาขัดขวางไว้ซะก่อน ก่อนปีกสีดำจะหุบ ซึ่งพวกเขาคือ หน่วยพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์’วิบัติ’ ทำให้หัวหน้าหนุ่มเห็นแล้วต้องหรี่ตาลง

ฝ่ายกอล์ฟเห็นท่าไม่ดี ก็ได้แต่กลืนน้ำลายลงคอแล้วหันไปมองนอกหน้าต่างพลางพึมพำในใจ

เวลานี้ เธอไปอยู่ที่ไหนกันนะ พจนานุกรม?

เปรี๊ยะ!

ภาษาไทยถอยมือออกอย่างอัตโนมัติ เมื่อเธอได้เอื้อมมือไปแตะหลังนักเรียนหญิงม.ต้นแต่โดนกระแสไฟฟ้าช็อตใส่ ซึ่งเด็กสาวตรงหน้าเธอนั้น นั่งนิ่งมาก ตาลอย แถมยังมีออร่ามืดมนกระจายอยู่รอบตัว

” ได้ผลไหมครับ คุณภาษาไทย? ” นิราศถาม ภาษาไทยเลยส่ายหน้าให้เล็กน้อยแล้วค่อยพูด

” พลังภาษาวิบัติที่มีอยู่ในตัวเธอ มันแกร่งกล้าเกินไปที่ฉันจะต้านไหวค่ะ เลยไม่ได้ผล “

นิราศกับภาษาไทยคงจะได้เดินเล่นกันทั้งวันอย่างสบายๆ แล้ว หากไม่เห็นออร่าสุดมืดมนจากอาคารภาษาไทยซะก่อน ซึ่งมันคือสัญญาณเตือนว่าใครสักคนกำลังโดนภาษาวิบัติครอบครองใกล้เต็มที่แล้วนั่นเอง

” คุณทำเขากลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้หรอกครับ คุณภาษาไทย “

พอเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น ทั้งสองก็หันไปมองที่หน้าประตูขวับ ปรากฏเป็นภาษาวิบัติผู้ยืนเท้าประตูแล้วยกยิ้มเล็กน้อย

” ในที่สุดผมก็เจอคุณสักที คุณภาษาไทย:) “

” คุณภาษาวิบัติ? นี่อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือของคุณเองน่ะ ” ภาษาไทยพูดพลางลุกขึ้นยืนพร้อมกันกับนิราศ

” หึๆ ” ภาษาวิบัติหลับตากอดอกแล้วหัวเราะในลำคอ ก่อนจะลืมตาพลางเอ่ยต่อ

” ถ้าเด็กคนนี้น่ะไม่ใช่หรอก แต่ถ้าพวกที่มันนอนเกลื่อนบนหลังคาน่ะใช่:) “

เมื่อภาษาไทยได้ยินภาษาวิบัติพูดแบบนั้น ก็เหมือนมีฟ้าผ่าผ่าลงมากลางตัวและรู้ทันทีเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกมณโฑ เพราะตอนเข้ามาในโรงเรียน เธอเห็นพวกเขายืนเฝ้าบนหลังคากันอยู่

” คุณนี่มันชั่วร้ายจริงๆ ” นิราศหรี่ตามองแรงใส่

” ชมผมเข้าไป คุณนิราศ เดี๋ยวอีกไม่นานคุณก็จะได้ตายเหมือนกัน ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดแก่เจ้านายคุณไง เจ้านายคุณคงจะดีใจไม่น้อยที่ได้ลูกน้องอย่างคุณเป็นของขวัญแก้เหงานะ หึๆ “

” คนอย่างคุณไม่มีสิทธิ์ที่จะเอ่ยชื่อท่านสุนทรภู่ ภาษาวิบัติ ” ว่าแล้วนิราศก็ชักดาบออกมาจากไม้เท้า หมายจะจัดการภาษาวิบัติ ทว่าก็โดนภาษาไทยจับดาบลงเป็นเชิงห้ามไว้

” หมายความว่าอย่างไร? ถ้าไม่ใช่ฝีมือคุณ แล้วจะเป็นฝีมือของใครกัน ” ภาษาไทยได้ถามภาษาวิบัติอย่างสงสัย

” หาเอาเองสิครับ ท่านผู้นำแห่งการสื่อสาร รู้อะไรไหม ยิ่งคุณทำตัวไม่รู้ความ ผมก็ยิ่งอยากจะบดขยี้คุณให้แหลกเข้าไปใหญ่น่ะ:) ” ภาษาวิบัติยิ้มเยาะเย้ยใส่

” หากคุณคิดจะแตะต้องเธอ ก็เชิญข้ามศพผมไปให้ได้ก่อน ภาษาวิบัติ ” นิราศว่าพลางดึงดาบออกมาจากไม้เท้า หลังเก็บเข้าไปอีกครั้ง

” นิราศ ” ภาษาไทยได้เรียกชายหนุ่มตรงหน้าเป็นเชิงว่าจะห้ามไม่ให้สู้กับภาษาวิบัติ

” อย่าห้ามผมเลย คุณภาษาไทย ” นิราศเหลือบมองหญิงสาวพลางปรายตากลับมามองที่ภาษาวิบัติ ” ขืนปล่อยให้มันทำร้ายคุณไปมากกว่านี้ คุณก็มีแต่จะแย่ลง “

” หึ ก็จะอยากรู้เหมือนกันว่าคนที่รักการเดินทางแบบคุณมาต่อสู้กับคนอย่างผม จะเก่งแค่ไหนกันเชียวน่ะ หึๆ 🙂 ” ภาษาวิบัติมองนิราศด้วยแววตาที่ท้าทาย

” ผมขอไม่แนะนำให้นายสู้กับเขานะ นิราศ “

ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงสุขุมดังมาจากที่หลังประตู ซึ่งเมื่อนิราศและภาษาไทยหันไปมอง ก็เห็นชายผมสีเหลืองอ่อนในชุดราชปะแตนกำลังเดินถือหนังสือเข้ามา

‘พจนานุกรมไทย’ ชายหนุ่มจากสำนักงานราชบัณฑิตยสภานั่นเอง…

” หึ นึกว่าคุณจะหายไปตามกาลเวลาซะอีก คุณพจนานุกรม “

” ตราบใดที่ฉันยังจับนายและลูกน้องของนายส่งเข้าสำนักราชบัณฑิตยสภาไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าฉันจะหายไปง่ายๆ ภาษาวิบัติ ” พจนานุกรมเดินมายืนข้างๆ ภาษาไทยพลางหันไปมองนิราศ

” นายไปช่วยพวกที่อยู่ห้องสมุดเถิด นิราศ เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง “

” ครับ ” นิราศพยักหน้าแล้วรีบเดินออกประตูหลังไปทันที พจนานุกรมจึงหลับตาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะลืมตาพลางพูดกับภาษาวิบัติ

” เอาล่ะ ถ้าอยากสู้นัก ก็เข้ามาเลย ภาษาวิบัติ “

ตัดมาที่ทางด้านอาคารภาษาอังกฤษ เสียงรินชาใส่ถ้วยก็ดังขึ้น ซึ่งเป็นฝีมือของชายหนุ่มผมยาวสีขาวประบ่าหูในชุดสูทสีเทาสุดสะอาด เขากำลังนั่งเก้าอี้ โดยบนโต๊ะต่างเรียงรายไปด้วยของหวานต่างๆ

เขาคือ ‘ภาษาอังกฤษ’ คุณชายผู้สุขุมจากกลุ่มภาษาเจอร์แมนิกตะวันตก

” ท่าทางที่ห้องสมุดจะมีเรื่องสนุกๆ ให้ได้ดูกันล่ะครับ ภาษาอังกฤษ ” ชายหนุ่มผมเปียยาวสีดำในชุดกี่เพ้าสีแดงผู้นั่งตรงข้ามได้พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม เขาคือ ‘ภาษาจีน’ นักกังฟูจากกลุ่มภาษาจีน-ทิเบต

” หึ ” ภาษาอังกฤษมองหน้าเขาก่อนจะจิบชา จากนั้นถึงวางแก้วลงพลางมองไปที่ห้องสมุดแล้วยกยิ้ม ” นั่นสินะครับ จีน เราที่ไม่มีสิทธิ์ไปร่วมวง ก็ได้แต่นั่งชมห่างๆ อยู่แบบนี้ “

” หวังว่าคำศัพท์ญี่ปุ่นกับคำศัพท์เกาหลี จะไม่โดนลูกหลงนะครับ ” ภาษาจีนมองไปที่ห้องสมุดตามภาษาอังกฤษแล้วพูด

” ผมก็หวังว่าพวกเขาจะปลอดภัยเหมือนกันครับ ” ภาษาอังกฤษพูด

ปึง!!!!!

ส่วนทางด้านห้องสมุด ร่างของทหารได้ถูกคนในหน่วยพยัญชนะวิบัติเขวี้ยงกระแทกใส่ประตูห้องเต็มแรง ต่างกับคนอื่นๆ ที่นั่งทรุดกับพื้นเพราะใช้พลังต้านทานพลังฝ่ายตรงข้ามจนเริ่มไม่ไหวแล้วนั่นเอง

” หึๆ ยอมแพ้แต่แรกก็จบเรื่อง รึว่าชอบตายแบบทรมาณดีกว่าตายแบบสบายก็บอกมา ” ‘ทหารวิบัติ’ ชายผมหางม้าในชุดราชปะแตนสีดำพูด

” หึ ถ้าพวกเรายอมแพ้ ก็ไม่สมกับที่พวกเราอยู่มานานหลายปีหรอกนะ ทหารวิบัติ ” ทหารยิ้มกลบเกลื่อนความเจ็บปวดพลางค่อยๆ ยันตัวให้ลุกขึ้นยืน กอล์ฟเห็นสถานการณ์แล้ว จึงได้แต่ยืนมองผ่านหน้าต่างข้างในห้องอย่างเป็นห่วง

” อะแค่กๆ ท่านกอล์ฟครับ ” ทหารพูด

” หือ? ” กอล์ฟมองไปที่ทหาร

” ถ้าพวกเราตายจริงๆ ” ทหารยกแขนเสื้อปาดเลือดที่เลอะมุมปากแล้วหันไปมองกอล์ฟด้วยรอยยิ้ม ” อย่ายกห้องสมุดให้พวกมันปกครองเด็ดขาดนะครับ “

” … ” กอล์ฟที่ได้ยินทหารพูดแบบนั้นแล้ว จึงมองหน้าเขาสักพักแล้วพยักหน้าตอบหงึกๆ

” หึๆ ฮ่าๆๆๆ! ” ทหารวิบัติหัวเราะออกมาแล้วแสยะยิ้มพูด ” ก็กะไว้แล้วว่าจะต้องตอบแบบนี้ แต่เดี๋ยวถึงเวลา หัวหน้าฉันก็จะเป็นคนยึดห้องสมุดนี้เอง คุณครู:) ” กล่าวจบก็หันไปมองกอล์ฟ หญิงสาวจึงมองอย่างไม่เป็นมิตรใส่ทันที

” ไม่ทราบว่าคนที่จะยึดห้องสมุดน่ะ มีใบอนุญาตจากท่านรองผอ.รึยังคะ “

ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาจากด้านหลัง พอทุกคนหันไปมองก็เห็นนักเรียนชายหญิงเสื้อลายดอกจากชั้นม.ต้นกับม.ปลายมากมายกางปีกสีขาวบินมาจอดหน้าห้องสมุดพร้อมกัน

คนที่พูดก็คือ ‘เปีย’ เด็กสาวสวมเสื้อฮาวายสีขาวผู้ยืนอยู่หน้าสุด ซึ่งเธอเป็นผู้เข้าแข่งขันการแต่งคำประพันธ์จากม.5/9 นั่นเอง

” รู้เอาไว้ด้วยละกันว่า นักเรียนและอาจารย์ที่ใช้ภาษาไทยผิดไม่ได้เป็นทุกคนเสมอไปในโรงเรียนนี้น่ะ ภาษาวิบัติ “

ภาษาวิบัติจะหายไป หากคนไทยร่วมมือใช้ภาษาไทยให้ถูก…

เพราะภาษาวิบัติก็สร้างมาจาก ‘มนุษย์’

และคนเราจะไม่ใช้ภาษาวิบัติ หากมี ‘จิตสำนึก’ และ ‘ไม่เกียจคร้าน’

แล้วแบบนี้ภาษาวิบัติจะหายไปวันไหนกันล่ะ รึว่าภาษาไทยจะเป็นภาษาที่หายไปเองกันนะ?

[ End. ]

 

 

 

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...