ตอนที่แล้วราชันย์เร้นลับ 313 : เทพบรรพกาล
ทั้งหมดรายชื่อตอน

ราชันย์เร้นลับ 314 : เป็นไปได้

 

    ถ้าจำไม่ผิด ประเทศรัตติกาลซึ่งตั้งอยู่บนแนวเทือกเขาโฮนาซิส จะนับถือผู้ปกครองยามรัตติกาล มารดาแห่งผืนนภา… หรือนั่นจะเกี่ยวข้องกับหมาป่าอสูรรัตติกาลเฟรเกียด้วย? ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า เสียงเพรียกในหัวเราพูดว่า ‘โฮนาซิส… เฟรเกีย’ จริง

 

    แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยูดี เทพบรรพกาลอย่างหมาป่าอสูรเฟรเกีย มีความเกี่ยวข้องกับเทพธิดารัตติกาลได้อย่างไร? จากเนื้อหาของไดอารีจักรพรรดิโรซาย ลำดับ 0 หมายถึงเทพ และแต่ละเส้นทางจะมีลำดับ 0 ได้เพียงคนเดียว… หรือเทพธิดารัตติกาลจะสืบทอดพลังต่อจากหมาป่าอสูรรัตติกาลอีกทอดหนึ่ง? 

 

    แต่ถ้าแบบนั้นก็จะหมายความว่า เทพธิดารัตติกาลมิใช่เทพบรรพกาล และไม่ใช่ดวงตาแห่งพระผู้สร้างต้นกำเนิดดังคำกล่าวอ้าง… 

 

    ยังมีอีกหลายประเด็นไม่กระจ่าง ตัวอย่างเช่น โรงเรียนแห่งชีวิตซึ่งนับถือดวงจันทร์ พวกมันอ้างว่า ดวงจันทร์คือเนตรแห่งพระผู้สร้างต้นกำเนิดของจริง และดวงจันทร์ไม่ใช่เทพธิดารัตติกาล… 

 

    ไคลน์ครุ่นคิดหาข้อสรุปพลางควบคุมเดอะเวิร์ลส่งเสียง

 

    “หมดแล้วหรือ”

 

    “หมดแล้ว ตำนานของราชาหมาป่าอสูรเฟรเกียถูกบันทึกไว้เพียงน้อยนิด เอกสารของเมืองเงินพิสุทธิ์แทบไม่มีการบันทึกไว้เลย” เด็กหนุ่มเดอร์ริคกล่าวด้วยสีหน้าสำนึกผิด มันรู้สึกว่าตำคอบของตนยังไม่คู่ควรกับข้อมูลเจ็ดเทพจารีตจากเดอะเวิร์ล จึงเสนอแนะกลับไป “มิสเตอร์เวิร์ล คุณเปลี่ยนคำถามดีกว่า”

 

    เปลี่ยนคำถาม? เดอะซันน้อย ช่างเป็นคนดีอะไรเช่นนี้… ขอรับน้อมน้ำใจไว้ก็แล้วกัน! 

 

    ไคลน์บังคับเดอะเวิร์ลขยับปาก 

 

    “ความซื่อสัตย์ของคุณช่างน่ายกย่องนัก ผมประทับใจเป็นอย่างมาก

 

    “เริ่มคำถามใหม่ ผมเคยพบผู้วิเศษคนหนึ่ง เขามีพลังในการเปลี่ยนกายเนื้อให้เป็นกายวิญญาณได้ตามใจชอบ และยังสามารถควบคุมซอมบี้ให้ทำตามคำสั่ง พอจะทราบหรือไม่ว่า พลังดังกล่าวอยู่บนเส้นทางใด และมีลำดับเท่าไร”

 

    ถึงแม้เดอะซัน เด็กหนุ่มในเมืองเงินพิสุทธิ์ จะไม่มีทางเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวกับมาดามชารอนในกรุงเบ็คลันด์ได้แน่ แต่ไคลน์ก็ไม่ประมาท มันจงใจเปลี่ยนสรรพนามเรียกอีกฝ่ายว่า ‘เขา’ แทนคำว่า ‘หล่อน’ 

 

    “รายละเอียดเพิ่มเติมก็คือ เขาไม่ใช่ผู้วิเศษลำดับสูงแน่นอน” เดอะเวิร์ลเสริม

 

    เดอร์ริคพยายามนึกทบทวนความทรงจำจากคาบเรียน และอธิบายด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

     

    “ถ้าไม่ใช่ผู้วิเศษลำดับสูง ก็ตัดเส้นทางฟินิกซ์ออกไปได้เลย”

 

    “เส้นทางฟินิกซ์” ไคลน์บังคับเดอะเวิร์ลแสดงสีหน้าประหลาดใจโดยไม่บิดปัง

 

    หลังจากเข้าร่วมชุมนุมทาโรต์หลายครั้ง เด็กหนุ่มเดอร์ริคเริ่มจับทางได้ว่า เมืองเงินพิสุทธิ์และทวีปเหนือมีวิธีเรียกชื่อโอสถและเส้นทางแตกต่างกันในบางกรณี จึงยอมอธิบายโดยไม่ตะขิดตะขวง

 

    “เป็นเส้นทางเกี่ยวกับความตายและพลังในการควบคุมโลกวิญญาณ

 

    “สำดับ 9 มีชื่อว่าผู้เก็บซากศพ”

 

    เส้นทางมรณานี่เอง… ถ้าอย่างนั้น เทพบรรพกาลอย่างต้นตระกูลฟินิกซ์ เกรเกอรี ก็คงเป็นเทพมรณาในสมัยนั้น… ไคลน์บนเก้าอี้เดอะฟูลยังคงนั่งฟังอย่างไม่แยแส ขณะเดียวกันก็บังคับเดอะเวิร์ลพยักหน้ารับ

 

    “เข้าใจแล้ว เชิญเล่าต่อ”

 

    เดอร์ริคไม่รีรอ 

 

    “มีความเป็นไปได้สองข้อ ข้อแรกคือเส้นทางปีศาจ และต้องเป็นปีศาจชนิดพิเศษเท่านั้น ผมเคยเล่าไปแล้วว่า ปีศาจมีหลายประเภท แต่ละประเภทจะมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป บางชนิดสามารถแปลงกายเป็นวิญญาณ แต่ไม่มีพลังสำหรับควบคุมซอมบี้”

 

    “แปลงเป็นมนุษย์ได้ไหม?” เดอะเวิร์ลขัดจังหวะ

 

    “ไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่มีปีศาจในความทรงจำของผมสามารถกระทำเช่นนั้นได้” เดอร์ริคตั้งใจอธิบายอย่างตรงไปตรงมา

 

    “แล้วอีกหนึ่งข้อ?” ไคลน์นั่งจินตนาการวิธีต่อสู้ของมาดามชารอนและนำไปประกอบเข้ากับคำอธิบายของเดอะซัน ขณะเดียวกันควบคุมเดอะเวิร์ลซักถามต่อ

 

    เดอร์ริคตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม 

 

    “มนุษย์กลายพันธุ์”

 

    “มนุษย์กลายพันธุ์? หมายถึงพวกสัตว์ประหลาดน่ะหรือ” เดอะเวิร์ลแสดงสีหน้าฉงน

 

    ไคลน์ยังจำได้แม่นยำ มิสเตอร์อะซิกเคยเล่าว่า เดิมที ‘มนุษย์กลายพันธุ์’ ล้วนเป็นมนุษย์มาก่อน แต่ถูกคำสาปจนร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยคำสาปแต่ละชนิดจะทำให้กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดแตกต่างชนิดกันไป

 

    ภายนอกจะดูเหมือนมนุษย์ประการ แต่จิตใจไม่ปรกติอีกแล้ว บางรายบิดเบี้ยวและเปี่ยมด้วยแรงปรารถนา ต้องคอยสะกดข่มตลอดเวลา แต่หากสัมผัสเข้ากับวัตถุหรือเหตุการณ์เฉพาะ มนุษย์กลายพันธุ์จะเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์ประหลาดทันที แรงปรารถนาฆ่าฟันจะทวีคูณจากเดิมหลายเท่าจนยากห้ามใจ

 

    ทุกครั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว จิตใจเนื้อแท้จะถูกกัดกินในปริมาณเล็กน้อย ค่อยๆ กลายเป็นมนุษย์ปราศจากอารมณ์ ไร้ความปรานี จนกระทั่งไร้ความรู้สึกโดยสมบูรณ์

 

    หนึ่งในพลังอันโด่งดังของมนุษย์กลายพันธุ์ก็คือ : มนุษย์หมาป่า

 

    เดอร์ริคพยักหน้ารับ

 

    “ถูกต้อง มนุษย์กลายพันธุ์คือสิ่งมีชีวิตประเภทสัตว์ประหลาด เดิมทีเคยเป็นมนุษย์ธรรมดามาก่อน แต่เปลี่ยนเป็นสัตว์ประหลาดเนื่องจากถูกสิ่งกระตุ้นด้านลบและพลังพิเศษบางประเภทครอบงำ”

 

    ไม่ใช่คำสาป แต่เป็นสิ่งกระตุ้นด้านลบ และพลังพิเศษบางประเภท? 

 

    ไคลน์บนเก้าอี้เดอะฟูลเริ่มพบความแตกต่างระหว่างคำอธิบายของมิสเตอร์อะซิกและเด็กหนุ่มเดอร์ริค

 

    นั่นคงเป็นลักษณะพิเศษของมนุษย์กลายพันธุ์ก่อนยุคสมัยมหาภัยพิบัติ… ความรู้ทั่วไปของเมืองเงินพิสุทธิ์มีค่ากับชาวทวีปเหนือและทวีปใต้เป็นอย่างมาก… 

 

    สำหรับการชุมนุมวันนี้ ไคลน์ได้ซึมซับข้อมูลยุคเก่าแก่ของดินแดนเทพทอดทิ้งจนเริ่มเห็นภาพชัดเจน

 

    เดอร์ริคยังคงเล่าต่อ

 

    “ความพิเศษของมนุษย์กลายพันธุ์เริ่มรวมตัวกลายเป็นเส้นทางผู้วิเศษ หรือในอีกความหมายหนึ่งก็คือ เส้นทางมนุษย์กลายพันธุ์แต่ละลำดับจะหมายถึงสัตว์ประหลาดแต่ละประเภท 

 

    “ขณะเดียวกันก็ยังหมายความว่า มนุษย์ปรกติสามารถกลายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ได้ หากดื่มโอสถเข้าไป”   

 

    “เส้นทางมนุษย์กลายพันธุ์? หมายถึงเส้นทางไหน และโอสถลำดับ 9 มีชื่อว่าอย่างไร?” ไคลน์ยังคงซักถามข้อคาใจผ่านเดอะเวิร์ล

 

    เดอร์ริคไม่ตอบคำถามแรก เพราะมันมองว่าไม่จำเป็น

 

    “สำหรับเมืองเงินพิสุทธิ์ ลำดับ 9 ของเส้นทางมนุษย์กลายพันธุ์มีชื่อว่า ‘นักโทษ’

 

    “เป็นการเปรียบเปรยว่า จิตของมนุษย์ถูกจองจำไว้ในร่างกาย และร่างกายถูกจองจำไว้ในโลกกายภาพ ขณะเดียวกันก็มีความหมายในเชิงตรงไปตรงมาว่า โอสถนักโทษคือบุคคลเสียสติ ต้องคอยกังขังแรงปรารถนาไว้ในใจ เพื่อไม่ให้ตัวเองออกไปก่อความวุ่นวาย”

 

    โอสถนักโทษ…? ถ้าเราจำไม่ปิด เส้นทางดังกล่าวเป็นของโรงเรียนกุหลาบ องค์กรพวกมันโด่งดังด้านพิธีกรรมสังเวยเลือดสด และเคารพบูชาเทพผู้ถูกล่าม… มาดามชารอนไม่เหมือนกับคนเลือดเย็นและฝืนเก็บงำความเสียสติเลยสักนิด… เดี๋ยวสิ จากคำบอกเล่าของคาสปาส มาริคกำลังถูกใครบางคนตามล่า หรือมาริคและมาดามชารอนจะเป็นคนทรยศของโรงเรียนกุหลาบ? พวกเขาตัดสินใจทรยศเพราะไม่ต้องการเสียสติโดยสมบูรณ์เหมือนกับคนเหล่านั้นหรือ…  

 

    ขณะไคลน์เริ่มพบเบาะแสสำคัญ มันหันไปบังคับให้เดอะเวิร์ลเปล่งเสียง

 

    “ผมพึงพอใจกับคำตอบมาก การแลกเปลี่ยนเป็นอันเสร็จสิ้น”

 

    ถัดมาคือช่วงเวลาแบ่งปันข้อมูลข่าวสารตามปรกติ

 

    ไคลน์ปล่อยให้บทสนทนาดำเนินไปสักพัก ก่อนจะสั่งจบการชุมนุมเมื่อตระหนักว่าพลังวิญญาณของตนใกล้เหือดแห้งเต็มที

 

    หลังจากพระราชวังโบราณกลับเข้าสู่ภาวะสงบสุขตามเดิม ไม่หลงเหลือแม้แต่เดอะเวิร์ลตัวปลอม ไคลน์ออกไปยังโลกความจริงและกลับเข้ามาใหม่พร้อมกับมาสเตอร์คีย์ในมือ

 

    แม้ไดอารีจักรพรรดิโรซายจะเคยระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีลำดับ 0 ของเส้นทางผู้ฝึกหัด แต่เราก็ไม่ควรประมาท… ถึงจะเป็นแค่ลำดับ 1 หรือ 2 แต่ก็อาจมีพลังพิเศษสำหรับตอบโต้กลับมายังมิติสายหมอกแห่งนี้… ยิ่งไปกว่านั้น หากจักรพรรดิโรซายเข้าใจผิด และลำดับ 0 ของเส้นทางผู้ฝึกหัดมีอยู่จริง แบบนั้นจะไม่เท่ากับรนหาความตายเอาหรือ… 

 

    ไคลน์ก้มหน้าตรึกตรอง ก่อนจะเขียนประโยคทำนายลงบนกระดาษ : 

 

    “ต้นกำเนิดของมัน”

 

    พร้อมกันนั้น ชายหนุ่มถือมาสเตอร์คีย์ด้วยมือซ้าย เพื่อไม่ให้พลังทำนายสับสนว่า ‘มัน’ หมายถึงคือสิ่งใด

 

    ไคลน์เอนหลังพิงเก้าอี้ ริมฝีปากขยับท่องประโยคทำนายพลางสะกดจิตตัวเองให้หลับสนิท

 

    ท่ามกลางโลกสีเทาพร่ามัว มันมองเห็นราววางเชิงเทียนสีทองแดง ประดับประดาด้วยเปลวไฟเทียนไขสั่นไหววูบวาบ วางเรียงรายเป็นแนวยาวบนผนังหิน

 

    บรรยากาศโดยรอบคล้ายกับห้องลับ ไม่มีหน้าต่างให้แสงส่องเข้ามาด้านใน ใจกลางห้องมีโต๊ะยาววางพาด หม้อต้มสีดำ โหลแก้ว สมุดโน้ตปกน้ำตาล และอุปกรณ์อื่นอีกมาก

 

    เด็กหนุ่มคนหนึ่งในชุดคลุมยาวสีดำของนักบวช กำลังยืนหันหน้าเข้าหาโต๊ะยาว และใช้ดวงตาจ้องมองขวดโอสถในมือ

 

    “เหล่าบรรพชนทั้งหลาย! ผมกำลังจะก้าวเข้าสู่โลกแห่งผู้วิเศษ ขอสัญญาว่าจะนำความรุ่งโรจน์ในอดีตของตระกูลอับราฮัมกลับคืนมาให้จงได้!” เด็กหนุ่มพึมพำก่อนจะกระดกโอสถในมือรวดเดียวจนหมด

 

    เพียงพริบตา กล้ามเนื้อบนใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมาน

 

    เด็กหนุ่มปริศนาส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน มันล้มไปนอนลงบนพื้นหิน และดิ้นทุรนทุรายด้วยอากัปกิริยาน่าสมเพช

 

    ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น เสื้อผ้าถูกฉีกขาดกระจัดกระจาย เล็บข่วนไปในผิวหนัง ปิดท้ายด้วยการกลายเป็นสัตว์ประหลาดร่างกายโชกเลือดแดงฉานอย่างสมบูรณ์

 

    โผละ!

 

    ลำตัวของมันระเบิดจากด้านใน จนเศษเนื้อสาดกระเซ็นเต็มพื้นหินทุกทิศทาง 

 

    คล้ายกับเศษเนื้อแต่ละชิ้นมีชีวิตจิตใจ พวกมันขยับเขยื้อนพร้อมกับสร้างควันสีขาวลอยขึ้นเป็นระยะ คล้ายกับพื้นหินถูกบางสิ่งกัดกร่อนเผาไหม้

 

    แต่สุดท้าย เศษเนื้อเหล่านั้นก็มิอาจหนีออกจากห้องลับปิดตาย พวกมันจึงหยุดการเคลื่อนไหว

 

    ผ่านอีกไปสักพัก เกิดละอองแสงสว่างบนซากศพเด็กหนุ่ม ละอองแสงดังกล่าวลอยมารวมตัวเหนือเศษนิ้ว และควบแน่นกลายเป็นกุญแจโบราณสีทองเหลืองหนึ่งดอก

 

    ขณะเดียวกัน ท่ามกลางเศษพื้นผ้าขาดกระจัดกระจาย ไคลน์ยังมองเห็นนาฬิกาพกสีเงินเลี่ยมด้วยเพชร

 

    เมื่อความฝันจบลง ชายหนุ่มลืมตาขึ้นและมองไปข้างหน้า พลางพึมพำกับตัวเอง

 

    “ไหนบอกว่าจะกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลอับราฮัมกลับคืนมา แค่ก้าวแรกยังไม่สำเร็จ… โอสถลำดับ 9 อันตรายถึงเพียงนี้เชียวหรือ”

 

    อับราฮัมคือหนึ่งในตระกูลขุนนางใหญ่ของราชวงศ์ทูดอร์จากยุคสมัยสี่ เป็นผู้ครอบครองเส้นทางผู้ฝึกหัด แต่ดูเหมือนจะไม่สมบูรณ์นัก

 

    ไคลน์นึกทบทวนฉากความฝันเมื่อครู่อย่างละเอียด ปลายนิ้วเคาะโต๊ะทองแดงยาวพลางใช้ความคิด และส่งเสียงพึมพำกับตัวเอง

 

    “ชายคนนั้นพูดภาษาโลเอ็น แต่เราไม่ทราบว่าเป็นสำเนียงของเมืองใดกันแน่

 

    “เหตุการณ์คงเกิดขึ้นราวสิบปีก่อน เพราะนาฬิกาเลี่ยมเพชรแท้กำลังได้รับความนิยมในสมัยนั้นพอดี

 

    “สงสัยต้องแบ่งเวลาเดินทางไปหาหลวงพ่อยูทรอฟสกี้อีกครั้ง และถามว่าท่านได้รับกุญแจดอกนี้มาจากใคร… นั่นคงเป็นเบาะแสเดียวของเรา”

 

    ขณะไคลน์เตรียมลงจากห้วงมิติเหนือสายหมอก ดาวแดงของเมชิกเชี่ยนเกิดการยุบพองรุนแรง หมายความว่าฟอร์สกำลังประกอบพิธีกรรมสังเวยถึงเดอะฟูล

 

    เดิมที ฟอร์สไม่ใช่คนพกเงินจำนวนมากติดตัว แต่ในคราวนี้ เธอเตรียมเงิน 500 ปอนด์เผื่อไว้แลกเปลี่ยนในชุมนุมลับอื่น แต่ดันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ส่งผลให้ชุมนุมลับดังกล่าวถูกยกเลิกกะทันหัน เธอจึงเหลือเงินสดมากพอสำหรับใช้จ่ายในชุมนุมทาโรต์ ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 430 ปอนด์ ประกอบด้วยค่าโอสถนักปรุงยาและค่าเทคนิคสวมบทบาท

 

    เมื่อเห็นแท่นบูชาส่องสว่างพร้อมกับการหายไปของปึกธนบัตร ฟอร์สผงะนานหลายวินาที ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอกำลังนึกขอบคุณมิสเตอร์ฟูลจากก้นบึ้ง

 

    หลังจากนี้ เราจะนำสูตรโอสถนักปรุงยาไปขายให้ไวเคาต์กายลินในราคา 300 ปอนด์ ไม่ควรโลภมากเกินไป เพราะยังต้องพึ่งพาอาศัยกันไปอีกนาน… 

 

    … ส่วนโอสถผู้ชมของมิสออเดรย์ ช่วงนี้เราคงต้องปล่อยผ่านไปก่อน ให้เธอติดต่อกับสมาคมแปรจิตด้วยตัวเอง วิธีดังกล่าวจะมีโอกาสได้รับสูตรโอสถค่อนข้างมาก แต่หากไม่ประสบความสำเร็จ เราอาจต้องช่วยเธอถามหาในชุมนุมทาโรต์… เฮ่อ… คงต้องรีบทดสอบประสิทธิภาพของเทคนิคสวมบทบาท หากยืนยันได้ว่าประสบความสำเร็จ เราอาจต้องเปลี่ยนศาสนามานับถือเดอะฟูลแทน… 

 

    ซิลยังคงเฟอะฟะเหมือนเคย หล่อนใช้เทคนิคสวมบทบาทมาตลอดหลายปีโดยไม่รู้ตัว ป่านนี้คงย่อยโอสถสมบูรณ์แล้วกระมัง… 

 

    ฟอร์สเริ่มวางแผนอนาคต

 

    ขณะเดียวกัน หลังจากไคลน์ได้รับเงินสด 430 ปอนด์ ดาวแดงของจัสตินเกิดการยุบพองกะทันหัน มาพร้อมข้อความระบุว่า หากผู้รับใช้ของมิสเตอร์ฟูลยังไม่ต้องการเงินเร่งด่วน เธอขอนำเงิน 200 ปอนด์ของฟอร์สไปหาซื้อไดอารีจักรพรรดิโรซายมาคืนให้ 

 

    สาวน้อย ฉันต้องขอโทษด้วย แต่ช่วงนี้กำลังไส้แห้งอย่างหนัก… 

 

    ไคลน์ปฎิเสธข้อเสนอเด็กสาวอย่างนุ่มนวล

 

    ถัดมาเป็นการช่วยเดอะซัน ‘ทบทวน’ ความทรงจำบนแผ่นกระดาษรายละเอียดของเจ็ดเทพจารีตแห่งทวีปเหนือ 

 

    เมื่อจัดการทุกสิ่งเสร็จสิ้น ไคลน์ส่งตัวเองกลับโลกจริงด้วยสภาพอิดโรย ม่านรอบห้องนอนถูกเลื่อนเปิดให้แสงสว่างส่องผ่าน ชายหนุ่มตั้งใจอ่านเอกสารเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องทั้งหมดด้วยมุมมองใหม่  

 

    ผู้ก่อคดีอาจเป็นสัตว์… ไม่ใช่มนุษย์

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ตอนฟรีลงสัปดาห์ละ 5 ตอน

ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/

คะแนน 4.3
กรุณารอสักครู่...