ตอนที่แล้วบทที่ 5 จะร้องไปทำไม?
ทั้งหมดรายชื่อตอน

บทที่ 6 นี่แหละอาหารจานหลัก…

 

ท้ายที่สุดแล้วซิงเฉิงก็จับมือของหลินซินก่อนจะพากันเดินจากไป ทุกคนต่างมองหน้ากัน พวกเขาไม่คิดว่าฉากจบจะกลายเป็นแบบที่มีใครที่ไหนก็ไม่รู้มาคว้ามือสาวงามจากไปกับเขาแบบดื้อๆ

 

ต้านเซินมีสีหน้าที่แย่มากๆ เขารู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรง ทุกคนที่อยู่รอบๆ เองก็รู้สึกสงสารเขาจับใจ

 

ที่โรงอาหารย่านร้านค้าฟู่ต๋านใต้ ซิงเฉิงในที่สุดก็ได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง แม้ว่าอาหารจะไม่ได้อร่อยมาก แต่ว่าก็มีราคาถูก ซิงเฉิงอยากที่จะมาลิ้มลองรสชาติของมันอีกครั้งหนึ่ง

 

“เด็กโง่ โตแล้วนะอย่าร้องไห้ง่ายๆ สิ รู้ไหม?” ซิงเฉิงหลุดขำออกมา

 

หลินซินที่อยู่ข้างๆ ยังสะอื้นอยู่ ใบหน้าที่แต่งมานั้นดูแย่มาก ดวงตาของเธอแดงก่ำเสียจนทำให้หัวใจของผู้ที่เห็นเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด เธอร้องไห้แล้วก็ตัดพ้อออกมา “พี่มันแย่ แย่ที่สุด!”

 

“โอ๋ๆๆ ฉันผิดเองแหละ ยกโทษให้ฉันจะได้ไหม?” ซิงเฉิงรู้สึกผิดจากใจจริง

 

หลินซินดูแล้วยังอารมณ์ไม่ดีนัก แต่เธอก็ยังรู้สึกเหมือนว่ามันเป็นความฝัน เธอแตะหน้าของพี่เธอแล้วก็พึมพำออกมา “พี่ใหญ่ พี่จริงๆ ใช่ไหม?”

 

ซิงเฉิงจับมือที่เย็นเยียบของน้องแล้วก็ตอบเธอกลับ “เด็กโง่ นี่ฉันเอง…”

 

“ตั้งสองปีในที่สุดก็กลับมาซะที ฉันกับพ่อแม่คิดว่าพี่ตายไปแล้วซะอีก ทำไมถึงได้หายไปนานขนาดนี้? รู้ไหมว่าเราเป็นห่วงกันขนาดไหน? รู้ไหมว่าเราคิดถึงพี่มากขนาดไหน?” หลินวินเริ่มที่จะร้องไห้อีกแล้ว

 

พวกนักศึกษาที่อยู่รอบๆ คิดว่าทั้งสองเป็นแฟนกัน แล้วทุกคนก็รู้จักหลินซิน ซึ่งนั่นก็ทำให้ข่าวที่พวกเขาคิดกันไปเองแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

 

“ซินซินฉันรู้ดี ฉันขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง แล้วไม่ได้กลับมาหาทุกครั้งที่คิดถึง” ซิงเฉิงพูดแล้วถอนหายใจ

 

หลินซินรู้ว่าพี่ของเธอหมายความว่ายังไง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทำให้ครอบครัวของเธอเปลี่ยนไปตลอดกาล พ่อของเธอต้องเข้าคุก แม่ของเธอก็มาล้มป่วย ครอบครัวของเธอประสบปัญหาอย่างหนัก และเธอไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

 

“ฉันกลับไปที่ซีอาน ได้เจอกับป้าหวางแล้ว แต่ว่าไม่ได้เจอลุงหลินนะ ส่วนเรื่องครอบครัวฉันรู้แล้วล่ะ ฉันห้ามป้าหวางบอกเธอว่าฉันกลับมาเองแหละ และฉันคนนี้ก็จะไม่ยอมให้ใครมากลั่นแกล้งเธออีก” ซิงเฉิงพูด

 

หลินซินจ้องไปทางซิงเฉิงด้วยดวงตาที่อ่อนโยน “พี่ใหญ่ คิดถึงพี่จัง …”

 

“กินก่อนเถอะเด็กโง่ หลังอาหารเย็นช่วยพาฉันไปเดินรอบๆ ฟู่ต๋านด้วยนะ สองปีที่หายไปฉันไม่รู้เลยว่าเธอเข้ามาเรียนที่นี่” ซิงเฉิงลูบหัวของหลินซินแล้วหัวเราะออกมา

 

ภายใต้คำปลอบใจของซิงเฉิง หลินซินก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้น นี่เป็นวันที่ดีที่สุดในรอบสองปีสำหรับเธอ หลังจากที่กินข้าวแล้ว เธอก็ลากพี่ชายของเธอไปทั่วทั้งวิทยาลัยฟู่ต๋าน โดยไม่ได้สนใจสายตาที่คนรอบข้างมองเลยแม้แต่น้อย

 

อาคารหลักของฟู่ต๋านกว้างขวางเอามากๆ ซึ่งซิงเฉิงเองก็มีความทรงจำที่ดีบ้างไม่ดีบ้าง

 

“แล้วพี่ จะยังอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ไหม?” หลินซินพูดอย่างกังวล แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆ แต่ว่าก็ไม่ได้ต่างจากพี่น้องจริงๆ เลยแม้แต่น้อย

 

ซิงเฉิงพยักหน้า “ฉันจะอยู่ที่นี่อย่างน้อยก็อีกสองถึงสามปี ท้ายที่สุดแล้วเมืองใหญ่มันก็หาโอกาสได้มากกว่า”

 

“เยี่ยมเลย หลังจากนี้เราจะได้เจอกันเยอะๆ สินะ เอาวีแชทกับเบอร์มาให้หนูด้วย” บนถนนสายหลัก หลินซินที่กำลังเดินอยู่ข้างหน้าหัวเราะคิกคัก รอยยิ้มใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสดใส

 

ซิงเฉิงซื้อของโทรศัพท์หัวเหว่ยแล้วให้ร้านดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ต้องการมาให้แล้ว ดังนั้นเขาเลยส่งโทรศัพท์ให้เธอไปจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองเลย

 

“พี่หางานได้รึยังคะ?” หลินซินถามด้วยความกังวล

 

ซิงเฉิงพยักหน้า “ฉันทำเรื่องบางอย่างให้ลุงอยู่ เดี๋ยวไว้จะเล่าให้ฟังทีหลัง”

 

“จริงๆ แล้วหนูไม่ชอบเซี่ยงไฮ้เลย แรงกดดันก็เยอะ ความก้าวหน้าก็เร็วเกินไป เรียนจบแล้วหนูอยากกลับไปอยู่กับแม่ที่ซีอานมากกว่า” หลินซินถอนหายใจ

 

“ไม่เป็นไรหรอก ตราบใดที่เธอต้องการน่ะนะ.” ซิงเฉิงหัวเราะหลังจากที่พวกเขามาอยู่ที่ศาลา

 

หลินซินพูดพึมพำจนแทบไม่ได้ยิน “หนูเจอพี่ซือซิงสองสามครั้งแล้ว พวกพี่เป็นยังไงกันบ้างคะ?”

 

ซือซิง?

 

มีคนพูดถึงเธออีกแล้ว เอาตามตรง ซิงเฉิงไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเธอ ทุกคนล้วนแต่มีทางเลือกของตัวเอง หลังจากผ่านไปหลายปีก็ไม่ได้ติดต่อกัน เขาเลยไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เท่าไหร่แล้ว

 

ซิงเฉิงส่ายหัว

 

“หนูว่าพี่ซือซิงคงคิดถึงพี่อยู่นะ ทุกครั้งที่เธอมาหา เธอมักจะถามถึงพี่เสมอเลย”

 

ซิงเฉิงใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายอยู่ที่ฟู่ต๋าน และนั่งอยู่กับซินซินที่ห้องสมุดเป็นพักใหญ่ เขาอยากที่จะปลีกตัวออกมาตั้งนานแล้ว แต่ทุกครั้งซินซินทำท่าเหมือนกับจะร้องไห้ และเมื่อเช็คแล้วว่าหานปิงไม่ได้โทรหาเขา ซิงเฉิงจึงเลือกที่จะอยู่กับเธอให้นานอีกหน่อย

 

หลังจากที่กินมื้อเห็นเสร็จแล้ว เขาก็ไม่ส่งเธอที่หอพัก …

 

พอเสร็จแล้ว เขาก็รีบกลับมาที่บริษัทของหานปิง ที่สวนสำหรับพักผ่อน พวกคนอื่นๆ ต่างกลับกันไปหมดแล้ว เหลือแต่มาเซอราตี้ที่ยังจอดอยู่ แน่นอนว่ากุญแจรถอยู่กับซิงเฉิง

 

ซิงเฉิงรู้ดีว่าหานปิงคงจะโกรธอยู่แน่ๆ เขาจึงเลือกที่จะโทรหาเธอ แต่โทรสองรอบแล้วก็ไม่มีการตอบกลับ ส่งวีแชทไปแล้วเธอก็ไม่ตอบข้อความของเขา

 

“เวรเอ๊ย เธอคงจะเดือดสุดๆ แน่!” ซิงเฉิงหงุดหงิด จนต้องสบถออกมา

 

อย่างไรก็ตามหานปิงก็ตอบกลับมาทางวีแชท “ฉันดื่มกับเพื่ออยู่ไม่ต้องเป็นห่วง”

 

ก็ดีจะได้กลับไปนอนซะหน่อย ซิงเฉิงขับรถไปซื้อหนังสือร้านใกล้ๆ นอกจากวิชาหลักอย่างปรัชญาแล้ว ตัวเขายังเรียนด้านการจัดการและการบริหารทางการเงินด้วย ถ้าไม่ติดว่านี่ก็เยอะมากพอแล้วละก็ ซิงเฉิงคงจะไปเรียนกฎหมายเพิ่มอีกตัวด้วย

 

ตั้งแต่สมัยประถมแล้ว ซิงเฉิงเป็นนักเรียนที่เรียกได้ว่าเรียนดี แต่เขาเองก็ไม่ได้พอใจเพียงแค่นั้น เขามักที่จะทำคะแนนให้สูงที่สุดในการสอบทุกครั้ง ด้วยเหตุนี้เองตั้งแต่เด็ก ตัวเขาจึงกลายเป็นคนที่สามารถทำคะแนนได้สูงที่สุดทั้งแต่สมัยมัธยม

 

ตั้งแต่เด็ก ซิงเฉิงมีนิสัย 2 อย่างที่ทำเป็นประจำ หนึ่งคือการอ่านอย่างต่อเนื่อง อีกอย่างคือการออกกำลังกาย เขาออกกำลังกายทุกวันเพื่อให้สภาพร่างกายของเขาดีที่สุด ด้วยวิธีนี้นอกจากร่างกายของเขาจะแข็งแรงมากขึ้นแล้ว ยังทำให้เขามีพลังมากอีกด้วย

 

หลงัจากซื้อหนังสือ เขาก็ไปซื้อผักกับผลไม้ต่อ แล้วเมื่อเขากลับมาที่ สวนฉือเหมาริเวอร่าก็เป็นเวลากว่า 3 ทุ่มแล้ว หลังจากที่ชงชาเสร็จ ซิงเฉิงก็เริ่มอ่านหนังสือ

 

แล้วตอน 5 ทุ่ม หานปิงก็โทรมาหาเขาจนได้ เธอบอกให้ซิงเฉิงมารับเธอ เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังยังไงก็รู้ว่าเมาแล้ว

 

ซิงเฉิงถามอย่างเดียวที่เขาอยากรู้ “ที่ไหน”

 

หลังจากนั้นเขาก็ออกไปหาเธอ ตามผับตามบาร์แบบนั้น นั่นอาจทำให้หานปิงโดนคนที่คิดร้ายลงมือได้ง่ายๆ ถ้าพวกเขาต้องการที่จะทำ ซิงเฉิงที่คิดได้แบบนั้น เขาก็อดเสียใจไม่ได้กับการโต้เถียงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นมาเขาจะอธิบายให้ลุงหานฟังยังไงดี?

 

‘จีพลัส’ สำหรับเมืองที่รุ่งเรืองอย่างเซี่ยงไฮ้ ที่แห่งนี้นับเป็นบาร์ที่มีชื่อเสียงมากอีกแห่งหนึ่ง หานปิงที่อยู่ในอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่ เธอได้เรียกเพื่อนของเธอมาดื่มด้วยกัน ตามปกติแล้วเธอเองก็ไม่ใช่คนที่จะมานั่งอยู่ในบาร์อย่างบ้าคลั่งทุกๆ วัน หากแต่จะแวะเวียนมาบ้างครั้งสองครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น

 

ในฐานะลูกสาวของหาน เกาผิง หานปิงจึงรู้จักสถานที่ดีๆ มากมายอยู่ในเซี่ยงไฮ้ และหนึ่งในนั้นก็คือที่นี่ แต่คราวนี้ในหมู่คนคุ้นเคย ดันมีคนที่เธอไม่ชอบขี้หน้ามาด้วย

 

“หานปิงฉันตามหาเธอมามากกว่า 3 ปีแล้ว แต่เธอก็ยังเป็นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย หานปิงแม่ยอดดวงใจ? ถ้าเธอยอมที่จะมาเป็นแฟนของฉัน ครอบครัวของฉันจะช่วยเหลือพ่อของเธอเอง” ชายคนหนึ่งสวมชุดหรูหราพร้อมกับหวีผมอย่างเย่อหยิ่ง

 

“หลิวเฉิงเฟิง หานปิงตอนนี้อารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าจะเข้ามาคุยล่ะก็เอาไว้วันหลังแล้วกันนะ” หนึ่งในเพื่อนของเธอพูดออกมา

 

“นี่ไม่ใช่ธุระของเธอ! นั่งอยู่นิ่งๆ อย่าทำให้ฉันโกรธ เธอคงรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ดี!” ชายที่ถูกเรียกว่าหลิวเฉิงเฟิงพูดอย่างโหดร้าย

 

“ตอนนี้รู้ไหมว่านายมองฉันเป็นคนยังไง?” หานปิงที่เมาไปแล้วครึ่งหนึ่งพูดแล้วยิ้มอย่างชั่วร้าย

 

ไม่มีใครรู้ว่าเธอหมายความว่าอะไร

 

หานปิงพูดต่อไป “มองว่าเป็นไอ้โง่ไง ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

 

“ฉันว่าเธอไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ตัวเธอกำลังอยู่ในสถานการณ์แบบไหน” หลิวเฉิงเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกๆ

 

โชคดีที่ว่าพวกเขาอยู่ที่ริมโต๊ะ ถ้าเกิดว่าอยู่ในที่ๆ เสียงดังที่สุด พวกเขาคงจะไม่ได้ยินอะไรเลย

 

“นี่มันเป็นเรื่องของหาน เกาผิงอย่าเอาเขาเข้ามาเกี่ยวด้วย ถ้าคิดว่าแน่จริงก็อุ้มฉันไปข่มขืนเองสิ อย่างเลวร้ายก็จำคุกล่ะนะ หรือถ้ารวยพอก็หาทางยัดใต้โต๊ะออกมาเองก็ได้นี่ ถ้าไม่กล้าพอ ก็อย่ามาพล่ามว่าชอบฉัน?” คำพูดเหล่านี้ครอบงำคนอย่างสมบูรณ์ คนทั้งหมดบนโต๊ะนั้นต่างไม่มีใครพูดอะไรเลย

 

หลิวเฉิงเฟิงพูดด้วยท่าทางที่กล้าๆ กลัวๆ “คิดหรือว่าฉันจะไม่กล้า? รอดูสิว่าถ้าพ่อของเธอถึงทางตันแล้วฉันจะทำอะไร!”

 

“มาดิ ฉันกลัวว่านายจะไม่กล้าซะมากกว่ามั้ง ถ้านายไม่กล้าล่ะก็ งั้นก็ไสหัวไปซะ!” หานปิงสบถออกมาเสียงดัง

 

“ยัยนี่!” หลิวเฉิงเฟิงโกรธจัดเมื่อหานปิงทำให้เขาอับอาย ประกอบว่าเขาเมามากแล้ว นั่นก็ทำให้เขากะที่จะตบหน้าเธอ

 

อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้ทำ เพราะว่าเขาโดนห้ามจากชายอีกคนหนึ่ง …

 

“ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลยนะ!” ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ

 

“คิดว่าแกเป็นใครกันห๊าาาาา?” หลิวเฉิงเฟิงสวนคนที่เข้ามาต่อว่าเขาในทันที

 

ซิงเฉิง ไม่ยอมเสียเวลา ด้วยการพลิกมือของเขา เข้ารัดคอของหลิวเฉิงเฟิง แล้วเขาก็เข้าไปคว้าขวดไวน์จากบนโต๊ะขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และเสียง “เพล้ง” ของขวดที่แตกจากการกระแทกกับโต๊ะ ก่อนจะเล็งเข้าไปที่แก้มของหลิวเฉิงเฟิง

 

โดยไม่มีการลังเลใดๆ ผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านข้างมองเขาอย่างหลงใหล

 

“อยากตายรึไงวะ?” ซิงเฉิงพูดอย่างข่มขู่

 

คนเหล่านั้นกล้าพอที่จะรังแกคนอ่อนแอเท่านั้น สำหรับคนอย่างซิงเฉิงเขาต้องสร้างความย่ำเกรงเสียก่อน หลิวเฉิงเฟิงหน้าเปลี่ยนในทันที เขารีบพูดอย่างรวดเร็ว “พี่ชาย ผมผิดไปแล้วครับ ผิดไปแล้ว!”

 

ซิงเฉิงไม่ต้องการที่จะหาเรื่องเพราะว่ามันจะให้เดือดร้อนกันหมด  เขาผลักหลิวเฉิงเฟิงออกไปแล้วตะโกน “ขยะเอ้ย”

 

คนพวกนั้นออกไปแล้ว พวกเขาอาจจะเข้ามาหาเรื่องทีหลังอีกก็ได้

 

ซิงเฉิงจับมือของหานปิงไว้ “ไปกันเถอะ!”

 

“อย่ามาจับตัวฉันนะ คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?” หานปิงตะโกนออกมา ดูเธอยังจะโกรธอยู่

 

ซิงเฉิงทนไม่ไหวแล้ว เขาลากตัวเธอไปทันที ซึ่งนั่นก็ทำให้หานปิงเริ่มที่จะรู้สึกกลัว เธอทำได้แค่เชื่อฟังเท่านั้น

 

เมื่อผ่านมาได้ครึ่งทาง ซิงเฉิงก็ปล่อยมือหานปิง ถ้าไม่มีพวกยามล่ะก็ เธอคงจะได้โดนอุ้มไปแล้วอย่างแน่นอน

 

ซิงเฉิงโกรธจนไม่รู้จะพูดอะไร ส่วนหานปิงก็เหมือนกับเด็กที่ทำผิด เธอปล่อยให้ซิงเฉิงลากตัวเธอไปแต่โดยดี

 

เมื่อเข้ามาในรถเขาก็พูดเสียงเข้ม “ฉันจะพาเธอกลับบ้าน …”

 

“ตอนนี้ฉันอารมณ์ไม่ดี ฉันไม่อยากกลับบ้าน” หานปิงบ่นพึมพำ

 

ซิงเฉิงพูดอย่างไม่ได้ “งั้นมีแผนอะไร?”

 

“ฉันอยากไปเที่ยวทะเล” หานปิงพูดอย่างน่าสงสาร ในขณะที่เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

 

“อยากไปจริงๆ งั้นเหรอ?” ซิงเฉิงเห็นว่าเธอเมาอย่างมาก

 

“แค่นิดหน่อยไม่เป็นไรหรอกน่า!”

 

เมื่อหานปิงพูดจบ ซิงเฉิงก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเลย เขาทำการขับรถไปยังทะเลในทันที

 

ระหว่างทางหานปิงอ้วกไปทั้งหมด 3 รอบ แล้วทุกครั้งที่เธออ้วกเสร็จเธอก็จะกลับมาขึ้นรถ ซิงเฉิงพยามแนะนำว่าเธอน่าจะไปวันอื่น แต่หานปิงก็ไม่สน

 

หลังจากออกจากเมือง ซิงเฉิงก็ค้นพบว่ามีรถคันหนึ่งวิ่งตามเขามาทางกระจกหลัง เขาขมวดคิ้วคิดว่าเป็นพวกเดียวกับลิ่วล้อก่อนหน้านี้แน่เลย แม้ว่าเขาจะไม่ทราบก็ตามว่าตามว่าเป็นพวกไหน แต่พวกมันต้องเป็นคนที่ตามราวีหาน เกาผิงแน่นอน

 

ก่อนหน้านี้น่าจะเป็นแค่เรียกน้ำย่อย หลังจากนี้ต่างหากคือของจริง

 

“คาดเข็มขัดแล้วนั่งนิ่งๆ ซะ” ซิงเฉิงแนะนำหานปิง

 

หานปิงยังมีสีหน้าที่งุนงงไม่หาย  ซิงเฉิงก็เร่งความเร็วขึ้นในทันที

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...