ตอนที่แล้วตอนที่ 189: ชื่อเสียงของคนให้ความคุ้มครอง
ทั้งหมดรายชื่อตอน

ตรงหน้าทุกคนมีผู้ชายสวมเสื้อคลุมที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ ผมของเขาพาดไปที่ไหล่ ใบหน้าของเขามีแป้งและจุดสีชาดระหว่างคิ้ว เขานั้นเรียกได้ว่าดูดีทีเดียว แต่ทว่าเขาได้ขับกลิ่นอายอันมืดมนและเยือกเย็นออกมา

 

เขาคนนี้คือเจ้าศาลาแห่งเก้าศาลา ฮวาซ่านหลิว หน้าตาราวกับว่าเขาอยู่ในวัย 20 ต้น ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาอยู่ในวัย 50 แล้ว

 

และข้างหลังเขามีกัน 8 คน พวกเขานั้นไม่มีอะไรเหมือนกันเลย เพราะบางคนสูง บางคนเตี้ย บางคนอ้วน บางคนผอม มีชายชราที่ผิวหนังเหี่ยวย่นและเด็กผู้หญิงที่ดูเหมือนจะอยู่ในวัยแตกเนื้อสาว

 

ทั้งเก้าคนนี้นับว่าเป็นเก้าคนในหมู่เซียนร้อยอันดับแรกของโลก

 

อาจกล่าวได้ว่าทุกคนนั้นมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ทีเดียว

 

หลังจากที่ปรมาจารย์ศาลาที่แปด จางจึเจียงได้เป็นหนึ่งในเซียนชั้นแนวหน้าของโลกแล้ว เขาก็ตามล่าทุกคนที่เคยดูถูกเหยียดหยามตนในอดีตแล้วฆ่าทุกคนรวมถึงครอบครัวของพวกเขาทิ้ง

 

ชายชราคนที่อายุประมาณ 70-80 ปี คือปรมาจารย์ศาลาที่สี่ ลู่อู่ ครั้นยังเยาว์วัยเขาได้ฆ่าพ่อแม่และวงศ์ตระกูลของตัวเองทั้งหมด หลังจากนั้นเขาก็สับร่างกายของพวกเขาแล้วเอาไปให้หมากิน

 

ส่วนเด็กผู้หญิงที่ดูราวกับอยู่ในวัยแตกเนื้อสาว เธอคือปรมาจารย์ศาลาที่ห้า ซือชิงเจียว ก่อนหน้านี้เธอได้ปกปิดตัวตนแล้วแต่งงานกับคนรวย ในคืนแต่งงานของตน เธอได้สังหารทุกคนแล้วหายไปกับสายลม

 

ในตอนแรกมีบางคนคิดว่ามันเป็นเพราะความเกลียดชังหรือความยุ่งเหยิงทางอารมณ์ แต่ทว่ามีบางอย่างที่เธอกล่าวไว้ถูกผู้คนเล่าต่อกันมา “ข้าตกหลุมรักเค้าเมื่อพบกันครั้งแรก และหวังว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า หลังจากนั้นข้าก็ไม่ได้ชอบเค้าอีกต่อไป และนั่นเป็นเหตุผลที่ข้าฆ่าเค้า“

 

คนอื่นอีกหลายคนก็ได้ทำสิ่งชั่วร้ายแตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน

 

เพียงแต่ว่าพวกเขาไม่ได้ส่งผลกระทบมากมายขนาดนั้น ผู้คนในเก้าศาลานั้นแข็งแกร่ง แม้ว่าคนอื่นในโลกจะไม่สามารถยอมทนกับมันได้ก็ตาม แต่ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลย

 

“เจ้าศาลามาแล้ว !”

 

“กราบถวายบังคม ท่านเจ้าศาลา !”

 

เมื่อได้เห็นผู้คนกลุ่มนี้ซึ่งไม่ค่อยได้พบเห็นมารวมตัวกัน สีหน้าเคารพนับถือก็ปรากฏขึ้นบนหน้าของผู้ดูเหตุการณ์

 

ในขณะนี้ บางคนกำลังประเมินผู้หญิงในตำนาน ฉีจี่เซียว

 

ส่วนฉีจี่เซียวนั้น นางกำลังจดจ้องฮวาซ่านหลิว

 

“อั๊ยยะ นี่มันวันอะไรกันเนี่ย มีแขกพิเศษมาที่เก้าศาลาของข้าผู้นี้แหละ ถ้าข้ารู้ก่อนล่ะก็ ข้าก็จะได้มาต้อนรับเจ้าที่ประตู องค์จักรพรรดินีแห่งต้าเย่ามาทำอะไรที่นี่ ? เจ้าไม่ได้กลัวว่าจะมาที่นี่ได้แต่กลัวว่าจะออกไปไม่ได้ล่ะสิท่า ?“ รอยยิ้มอันมีเลศนัยแฝงอยู่บนหน้าของฮวาซ่านหลิวพลางพูดด้วยน้ำเสียงโอ้อวด

 

“เอายาถอนพิษทรทัณฑ์มาให้ข้าที เจ้าบอกสิ่งที่เจ้าต้องการมาได้เลยไม่ว่าอะไรก็ตาม” จักรพรรดินีเข้าประเด็นและไม่ได้พูดคำพล่ามแม้แต่คำเดียว

 

“เอ๊ะ ทรทัณฑ์มียาถอนพิษด้วยเหรอ ?” ฮวาซ่านหลิวประหลาดใจ จากนั้นเขาก็หันหลังกลับแล้วมองไปข้างหลังด้วยความสงสัย “มียาถอนพิษทรทัณฑ์ด้วยหรอ ? ทำไมข้าไม่ยักกะเคยได้ยินมาก่อนเลย ?”

 

“ถ้าเจ้าศาลาไม่เคยได้ยินมาก่อนล่ะก็ แสดงว่ายาถอนพิษที่ว่านั่นน่ะไม่มีหรอก” ซือชิงเจียวปิดปากแล้วแอบหัวเราะ

 

เมื่อได้ยินคำพูดของเขา หัวใจของจักรพรรดินีก็ตึงตัวและจิตสังหารของนางก็เพิ่มขึ้นโดยฉับพลัน หากไม่มียาถอนพิษทรทัณฑ์ หมอนั่นจะไม่เป็นเหมือนกับท่อนไม้ในอนาคตอันใกล้นี้เลยรึไง ?

 

“อั๊ยยะ ข้านึกออกแล้ว ข้าคิดว่ามียาถอนพิษอยู่นะ ความทรงจำของข้าชักจะแย่ลงซะแล้วสิช่วงสองปีที่ผ่านมาเนี่ย ถึงยังไงก็เถอะข้าล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่าใครกันที่ได้รับพิษทรทัณฑ์ แล้วทำให้จักรพรรดินีแห่งต้าเย่าผู้สูงส่งมาที่นี่ด้วยตัวเอง ?“ ฮวาซ่านหลิวหัวเราะด้วยเสียงต่ำ

 

“ข้าได้ยินมาว่าเจ้ากำลังเลี้ยงชายบำเรอ อย่าบอกนะว่าจะเอายาถอนพิษให้น่ะ ? นอกจากหงอู่แล้ว ก็ไม่มีผู้ใดในราชสำนักแห่งต้าเย่าที่สมควรได้รับความสนใจจากเจ้าเพียงนี้”

 

บรรยากาศเยือกเย็นถูกขับออกมาจากจักรพรรดินี และอุณหภูมิโดยรอบก็ลดลงเล็กน้อย ยิ่งไปกว่านั้นลมที่พัดเข้ามาในพื้นที่ทำให้ผมของจักรพรรดินีพลิ้วไสวไปตามลม

 

“ส่งยาถอนพิษมาซะ” ไม่มีความอบอุ่นในน้ำเสียงของจักรพรรดินีแต่อย่างใด

 

“อั๊ยยะ เจ้าเป็นคนที่อ้อนวอนข้าเมื่อกี้นี้ พอเจ้าพูดเช่นนี้ข้าก็รู้สึกกลัวมากเลยล่ะ !” ฮวาซ่านหลิวพูดด้วยเสียงแปลก ๆ แล้วผู้ดูเหตุการณ์ต่างก็พากันหัวเราะ

 

หากผู้ดูเหตุการณ์ทุกคนพบกับฉีจี่เซียวข้างนอก พวกเขาจะไม่กล้าทำแบบนี้เลย

 

แต่ว่าที่นี่มีฮวาซ่านหลิว ซึ่งแข็งแกร่งยิ่งกว่าฉีจี่เซียวซะอีก ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครแสดงท่าทีหวาดกลัวแถมยังเยาะเย้ยเซียนผู้แข็งแกร่งอันดับเจ็ดของโลกต่อหน้านางพลางดูนางยอมแพ้ โอกาสเช่นนี้อาจไม่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขาอีกเลย

 

จักรพรรดินีขมวดคิ้วเล็กน้อย และบรรยากาศเยือกเย็นที่นางขับออกมาก็เข้มข้นขึ้น ฮวาซ่านหลิวผู้นี้มีค่าควรแก่การเป็นบุคคลที่ไม่ภูมิฐานและน่าขยะแขยงที่สุดในหมู่เซียนสิบอันดับแรกของโลก

 

หากไม่ใช่เพราะนางต้องการที่จะได้รับยาถอนพิษ ป่านนี้นางคงจะกระทืบเขาโดยไม่พูดอะไรอีก

 

“ตราบใดที่เจ้ามอบยาถอนพิษให้ข้า เจ้าสามารถบอกเงื่อนไขที่เจ้าต้องการมาได้เลย” จักรพรรดินีพูดอีกครั้ง

 

“ใจกว้างมาก ช่างน่าประทับใจยิ่งนัก แน่นอนเจ้าคือฉีจี่เซียว ในเมื่อเจ้าว่าอย่างนี้ ข้าจะมอบเงื่อนไขให้” ฮวาซ่านหลิวหัวเราะด้วยท่าทางแปลก ๆ แล้วชี้นิ้วไปที่จักรพรรดินี “ข้าต้องการเจ้า !”

 

ทุกคนหัวเราะอีกครั้ง

 

ณ ตอนนี้ ชั้นน้ำแข็งถูกขูดออกจากใบหน้าของจักรพรรดินี

 

“ชายบำเรอของเจ้าที่เจ้าเลี้ยงไว้น่ะ เอามาให้ข้า หลังจากที่ข้าช่วยชีวิตเค้าแล้ว เค้าก็จะอยู่ที่นี่ เป็นไงล่ะ ? ข้าสงสัยมาตลอดเกี่ยวกับชายคนนี้ ที่สามารถทำให้คนอย่างเจ้าหลงใหลได้น่ะ” น้ำเสียงฮวาซ่านหลิวเปลี่ยนไปพลางพูดประโยคก่อนหน้านั้น

 

“เจ้ากำลังรนหาที่ตายนะ” จักรพรรดินีกำหมัด ตลอดชีวิตของนางมีใครเคยพูดเช่นนี้กับนางบ้าง ?

 

“ถ้าเจ้าพาพลทหารม้าติดปีก 1,500 นายหรือไม่ก็พาหงอู่มาด้วยล่ะก็ ข้าอาจไม่กล้าทำเช่นนั้นหรอก ข้าจะกลัวไปทำไมในเมื่อเจ้ามาที่นี่คนเดียว ?” ฮวาซ่านหลิวหัวเราะอย่างสะใจ

 

“เงื่อนไขอะไรบ้างที่เจ้าจะมอบยาถอนพิษให้ข้า” จักรพรรดินีกัดฟันพลางถามออกมา

 

“อั๊ยยะ ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้านี่น่ารักจริง ๆ จนถึงตอนนี้เจ้าก็ยังไม่ได้กลายเป็นศัตรู ดูท่าคน ๆ นั้นจะสำคัญกับเจ้ามากนะ โอกาสเช่นนี้หายาก ข้าต้องพิจารณาเงื่อนไขให้เหมาะสมแล้วล่ะ” ฮวาซ่านหลิวหัวเราะอย่างสะใจอีกครั้ง

 

“ไปเอายาถอนพิษมา” ทันใดนั้นเอง ฮวาซ่านหลิวก็สั่งการคนที่อยู่ข้างหลังเขา

 

ปรมาจารย์ศาลาที่เก้า จูหลาง ค่อนข้างท้วม ราวกับว่าเขามาจากตระกูลที่ร่ำรวย ตั้งแต่เขามาถึง เขาก็ปาดเหงื่ออย่างต่อเนื่อง เมื่อได้ยินคำพูดของฮวาซ่านหลิว เขาจึงถอนหายใจแล้ววิ่งไปทางด้านหลัง แม้ว่าการเคลื่อนไหวของเขาจะไม่ได้ว่องไว แต่ทุกครั้งที่เขาเหยียบพื้นพื้นจะสั่นสะเทือน มันทำให้ผู้คนสงสัยว่าปรมาจารย์ศาลาที่เก้านั้นทำมาจากโลหะ มิฉะนั้นเขาจะหนักขนาดนั้นได้อย่างไร

 

แต่จูหลางเป็นบุคคลที่รู้เรื่องยารักษาโรคมากที่สุดทั่วทั้งเก้าศาลา

 

ในขณะนี้ มีแต่ความเงียบสงบ ฮวาซ่านหลิวกำลังใช้สมอง ข้าควรจะขออะไรจากนางดีนะ ?

 

 

 

หลังจากเวลาผ่านไปนาน จูหลางก็วิ่งกลับมาพร้อมกับกล่องขนาดเล็กแล้วโยนไปให้ฮวาซ่านหลิว

 

“เจ้าต้องการอันนี้ใช่มั้ย ?” ฮวาซ่านหลิวเงยหน้าขึ้นมองจักรพรรดินีพลางถือกล่องเล่น

 

“เจ้าต้องการมากขนาดนั้นเลยเหรอ”

 

“ตั้งเงื่อนไขมา” จักรพรรดินีรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยเมื่อได้เห็นกล่องนั้น

 

ตราบใดที่นางนำกล่องกลับมา นางก็จะสามารถช่วยชีวิตเขาได้

 

“เงื่อนไข…เงื่อนไข…ข้าคิดอะไรไม่ออกเลย จริงสิ ข้ารู้สึกว่าไม่มีอะไรที่ข้าอยากได้เลยในตอนนี้ ถ้าข้าได้เป็นผู้หญิงล่ะก็ บางทีข้าอาจพาเจ้าไปสนุกกับข้า แต่ข้าไม่ได้ชอบผู้หญิงน่ะสิ เพราะงั้นข้าจะต้องการอะไรอีกล่ะ ?” ฮวาซ่านหลิวรู้สึกทุกข์ใจในทันใด

 

“จริงสิ ข้ารู้สึกว่าชีวิตของข้ามันสุดแสนจะน่าเบื่อ ข้าไม่ชอบผู้ชาย แล้วข้าก็ไม่ชอบผู้หญิง ข้าไม่ชอบทองคำและเงินด้วย ทุกคนจ๋า บอกข้าทีสิว่าชีวิตของข้ามันน่าเบื่อรึเปล่า ?” ฮวาซ่านหลิวหันหน้าไปมองผู้ดูเหตุการณ์ข้างหลังตน

 

“ใช่แล้ว มันน่าเบื่อ น่าเบื่อจริง ๆ” ชายร่างกำยำที่ดูคล้ายกับว่าถูกทำมาจากเหล็กพยักหน้าเห็นด้วย

 

“ถ้าเป็นข้า ข้าคงอยากตาย” ชายร่างผอมที่ดูคล้ายกับกระบอกไม้ไผ่พูดออกมาอย่างมีแผนการ

 

“อั๊ยยะ นี่เป็นความคิดที่ดี ดีงามอะไรเช่นนี้” เมื่อได้ยินคำนี้ มันเหมือนกับว่าฮวาซ่านหลิวได้ยินอะไรสนุก ๆ แล้วเขาก็เริ่มยิ้มอย่างร่าเริงเบิกบานใจ

 

จากนั้นเขาก็ส่งกล่องให้จูหลางแล้วเยาะเย้ยจักรพรรดินี “เอาแบบนี้แหละ เจ้าฆ่าข้าแล้วสิ่งนั้นก็จะเป็นของเจ้า ถ้าเจ้าไม่สามารถฆ่าข้าได้ ข้าจะถลกผิวหนังของเจ้าแล้วผลิตหุ่นที่สวยที่สุด ข้าจะวางไว้ที่นี่เพื่อให้ทุกคนได้ดูทุกเวลาที่รู้สึกเช่นนั้น…ดีมั้ย ?“

 

จักรพรรดินีปล่อยมือจับแล้วแขวนกระเป๋าเป้สีดำไว้ด้านบนซุ้มประตู จากนั้นนางก็พุ่งเข้าหาฮวาซ่านหลิว

 

“ในเมื่อเจ้าอยากตาย ข้าจะสนองความปรารถนาของเจ้า !”

คะแนน 4.0
กรุณารอสักครู่...