ตอนที่แล้วตอนที่ 8 ตาแก่สองคนนี้ช่างร้ายเสียยิ่งกว่าร้ายอีก
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 10 บางวาระ ก็มิควรเคลื่อนทัพบนเส้นทางที่มิควร

ตอนที่ 9

อย่าว่าแต่เขาไม่เข้าใจ กระทั่งข้าเองก็ยังไม่เข้าใจ

 

เฉินหมิงกับหวังเหมิงได้กลับไปยังห้องของพวกเขาที่อยู่ในโรงเตี้ยม หวังเหมิงได้พยักหน้าให้กับหน่วยรักษาการณ์ลับในแต่ละจุด ปิดบานประตูเข้ามาภายในห้อง หวังเหมิงคลี่แผนที่ของสุสานเจียงหวังออกมา เฉินหมิงนั่งลงพร้อมกับมองไปที่ตำแหน่งสุสานเจียงหวังซึ่งอยู่ภายในแผนที่ แม่น้ำสายใหญ่หนึ่งสาย ราวกับได้โอบล้อมสุสานเจียงหวังเอาไว้ ในแผนที่เผยตำแหน่งที่คล้ายกับเป็นทางเข้าที่เหมือนกับปากน้ำเต้าออกมาเส้นหนึ่ง

 

หวังเหมิงกล่าวแนะนำ: “บริเวณพื้นที่ของสุสานเจียงหวังนี้อยู่ภายในป่าทึบ แสนเร้นลับ นี้คงจะเป็นฝีมือของตำหนักคร่าชีวิตที่ปกปิดเอาไว้ เมื่อเพิ่มด้วยพื้นที่ซึ่งรายล้อมเอาไว้ด้วยแม่น้ำสายใหญ่สายหนึ่ง ซึ่งมีเพียงแค่ทางเข้าเดียว ขอเพียงสามารถที่จะต้านทานผู้บุกรุกเอาไว้อยู่ตรงทางเข้า ไม่ต่างอะไรไปจากถังน้ำเหล็กกล้า ที่ง่ายต่อการป้องกันยากที่จะโจมตีได้ ด้วยกำลังพลในตอนนี้ของพวกเรา หากคิดที่จะบุกโจมตีเข้าไป แทบจะไม่ต่างอะไรไปจากคนโง่กำลังเพ้อฝัน ตำราพิชัยสงครามที่มีอยู่มากมาย การปิดล้อมทศทิศ หากต้องการที่จะโจมตีพื้นที่ที่ง่ายต่อการป้องกันยากที่จะบุกโจมตี อย่างน้อยก็ต้องมีกำลังพลที่มากกว่าถึงสิบเท่าจึงจะมีโอกาสที่จะบุกเข้าโจมตีได้ อีกฝ่ายมีกำลังพลถึงสิบหมื่น และพวกเรา กลับมีเพียงกำลังพลเพียงแค่สามหมื่นเท่านั้น”

 

เฉินหมิงมองไปยังด้านบนตำแหน่งของสุสานเจียงหวังของแผนที่:  “ถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่ดีแห่งหนึ่งเลยทีเดียว”

 

    แม่น้ำสายใหญ่นี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นอุปสรรคตามธรรมชาติ สามารถที่จะปิดกั้นเส้นทางการเข้าโจมตีทั้งหมดเอาไว้ได้ ข้ามแม่น้ำงั้นหรือ ? พูดเป็นเล่นแล้ว ช่วงเวลาในการข้ามแม่น้ำย่อมถือว่าอันตรายอย่างสุดแสน อีกทั้งยังเป็นการใช้กำลังเพียงน้อยนิดบุกตีกำลังหมู่มาก อีกฝ่ายใช้เพียงศรเพลิงกันละดอก ก็สามารถที่จะเผาเรือที่มีอยู่ทั้งหมดลงได้ ราวกับว่าแม้จะเป็นสิ่งที่สามารถทำได้แต่ก็ไม่อาจที่จะรอดพ้นไปจากทัพใหญ่ ฝ่ายเราจะถูกทำลายล้างจนหมดสิ้น

 

ป่าทึบ ไฟ แม่น้ำสายใหญ่ 

 

เฉินหมิงราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ พร้อมกับหันไปมองยังปากน้ำเต้าที่เผยแม่น้ำสายใหญ่นั้นออกมา พร้อมกับเอ่ยถามขึ้น:“ปากน้ำเต้าสายนี้มีความยาวแค่ไหนกัน ?”

 

หวังเหมิงตอบ: “หากเป็นไปตามรายงานของพวกเรา เส้นทางปากน้ำเต้าซึ่งมีเพียงหนึ่งเดียวนี้จะมีความยาวสามสิบลี้ อีกทั้งยังปกคลุมเต็มไปด้วยป่าทึบ จนยากที่จะเคลื่อนทัพ ตำหนักคร่าชีวิตเองก็เดินทางอยู่ในสถานที่แห่งนี้มานาน จึงมีความช่ำชองเป็นพิเศษ อีกฝ่ายมีความได้เปรียบอยู่มาก”

 

พื้นที่ในระยะสามสิบลี้ ถ้าหากเป็นเช่นนี้ ยังถือว่าน่าสนใจกันอยู่บ้าง

 

เฉินหมิงยื่นนิ้วเคาะไปที่ปากทางเข้าน้ำเต้าบนแผนที่ การบัญชาการทัพศึกใหญ่เขาย่อมทำไม่เป็นแน่นอน แต่ว่าเขาเคยดูสามก๊กมาก่อน เหตุการณ์ที่ลกซุนได้ใช้แต่เพียงเพลิงไฟในการทำลายกองทัพร้อยหมื่นของเล่าปี่: “คิดที่จะใช้กำลังที่น้อยกว่าเอาชนะข้าศึกที่มีกำลังมากกว่า ไม่เพียงแต่ต้องคลี่คลายกำจัดอุปสรรคที่เป็นแม่น้ำสายใหญ่นี้ ทั้งยังต้องทำให้แม่น้ำสายใหญ่นี้กลายเป็นพื้นที่แห่งความตายของพวกเขา ถ่ายทอดคำสั่งข้า สั่งให้ทหารที่ปลอมตัวเป็นคณะพ่อค้าไปกว้านซื้อไม้ฟืนที่อยู่ใกล้กับปากน้ำเต้าแห่งนี้ จากนั้นก็ให้พลทหารคนอื่นๆพาประชาชนมุ่งหน้าไปตัดฟืนกัน จงจำเอาไว้ว่าจะต้องทิ้งฟืนไว้เรียงกันอยู่บนเส้นทางปากน้ำเต้า เมื่อผ่าฟืนแล้วก็ทิ้งเอาไว้อยู่ในระยะห่างประมาณสามจั้ง ทว่าอย่าได้ทำให้ชิดกัน ทิ้งช่องเอาไว้เล็กน้อยในแต่ละจุด เพื่อที่จะไม่ทำให้คนของตำหนักคร่าชีวิตมองออกถึงแผนการของพวกเราได้ แล้วส่งพลทหารอื่นไปตัดฟืนในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับแม่น้ำสายใหญ่”

 

หวังเหมิงกล่าวในใจว่านี้มิใช่กำลังสู้ศึกกันหรอกหรือ? เหตุใดถึงได้กลายเป็นช่างตัดไม้ไปกันเล่า อย่าว่าแต่ตำหนักคร่าชีวิตจะไม่อาจกระจ่างในความตั้งใจของผู้สืบทอดเลย กระทั่งข้าเองก็ยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของผู้สืบทอดว่าคืออะไร 

 

ทว่าไม่เข้าใจก็อยู่ในส่วนของไม่เข้าใจ หวังเหมิงยังคงทำตามสิ่งที่เฉินหมิง   บอกอยู่ดี ช่างเถอะ คิดเสียว่าผู้สืบทอดกำลังก่อเรื่องวุ่นวายก็แล้วกัน

 

ผ่านไปแล้วอีกสามวัน คณะผ่าฟืนกลุ่มใหญ่ได้เข้ามาตัดฟืนในเขา ความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนเช่นนี้ ตำหนักคร่าชีวิตมีหรือที่จะไม่สังเกตเห็น

 

ณ ห้องในสุสานเจียงหวัง

 

มีนามเรียกขานว่าสุสานเจียงหวัง ย่อมต้องเป็นสุสานของอ๋องสักองค์อย่างแน่นอน ทว่าสำหรับตำหนักคร่าชีวิตที่ได้เข้ายึดครองสถานที่แห่งนี้แล้ว การที่มีคนมาตัดไม้ฟืนราวกับจะสร้างป้อมปราการที่อยู่ใกล้กับสุสานเจียงหวัง นับว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหา

 

จ้าวตำหนักของตำหนักคร่าชีวิตในขณะนี้กำลังฟังการรายงานของบริวารอยู่ เขาสวมหน้ากากทองสัมฤทธิ์ ปกปิดใบหน้าของตน บนร่างกายยังคลุมเอาไว้ด้วยเสื้อคลุมตัวยาวสีดำเข้ม

 

“เรียนจ้าวตำหนัก ทัพใหญ่สิบหมื่นพวกเราอีกสามวันก็จะมารวมพลกันในสุสานเจียงหวังกันครบ”

 

จ้าวตำหนักลุกขึ้นยืนอยู่บนที่นั่งบัลลังก์จ้าวตำหนักของตนเอง ปรบมือหัวเราะแล้วกล่าว:  “เยี่ยม ทัพพยัคฆ์เหินในละแวกใกล้เคียงมีความเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่ ?”

 

บริวารที่เป็นหน่วยสำรวจได้รายงานว่า:  “ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรใหม่ เพียงแค่กำลังรอให้ผู้สืบทอดผู้สำเร็จราชการรุดหน้ามา หรือไม่สถานการณ์การประชันหน้ากันของแม่ทัพใหญ่และผู้สำเร็จราชการ จะมีความเปลี่ยนแปลงใดต่างก็จะกลายเป็นที่ต้องสงสัยของแม่ทัพใหญ่กับผู้สำเร็จราชการกันแล้ว”

 

จ้าวตำหนักได้เผยรอยยิ้มหัวเราะออกมา:  “ฮ่าฮ่าฮ่า เยี่ยม พวกข้าจะรอคอยอยู่ในขุนเขาอันสูงตระหง่านนี้ปล่อยให้ทหารม้าบาดเจ็บล้มตาย รอให้กองทหารของเฉินยวีหู่และเฉินหวังบาดเจ็บล้มตายกันไปทั้งสองฝ่าย เมื่อถึงเวลาที่เสด็จพ่อดำเนินการประสานจากภายใน ข้าจะนำทัพใหญ่บุกเข้ามาจากภายนอก จะต้องจับกุมผู้สำเร็จราชการมาให้ได้ทั้งตระกูล ประหารทั้งตระกูลจึงจะสามารถคลี่คลายความชิงชังในใจข้าได้!”

 

หน่วยสำรวจกล่าวขึ้นต่อ: “ใช่แล้ว ภายในละแวกใกล้เคียงได้มีพ่อค้าบางส่วนกำลังรับซื้อไม้ฟืนกันอยู่ ดังนั้นจึงมีคนเข้ามายังละแวกใกล้เคียงในสุสานเจียงหวังเพื่อตัดไม้”

 

จ้าวตำหนักหัวเราะแล้วกล่าว: “การแย่งชิงระหว่างเฉินหวังกับเฉินยวีหู่ ทัพพยัคฆ์เหินเมื่อรอคอยจนเฉินหมิงมาถึงยังที่แห่งนี้ จะต้องเคลื่อนไหวเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลาหากว่าต้องสร้างที่พักชั่วคราวด้วยไม้ที่มีน้อยนิด แล้วยังต้องมาสร้างเครื่องมือทลายประตูเมืองอีก พ่อค้าเหล่านี้คงหวังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากศึกครั้งนี้”

 

รอยยิ้มของจ้าวตำหนักทันใดนั้นก็ได้แข็งทื่อขึ้นบนใบหน้า เขาที่สามารถควบคุมตำหนักคร่าชีวิตได้ ย่อมมิใช่ไม่มีอำนาจความสามารถของตัวเองไม่ จึงได้กล่าวขึ้นมาว่า: “ช้าก่อน เจ้าไปตรวจสอบตำแหน่งที่พวกเขาตัดไม้วาดเป็นแผนที่ออกมาด้วย”

 

หน่วยสำรวจรับคำสั่ง พร้อมกับแต้มจุดสีแดงในแต่ละจุดบนแผนที่ คล้ายกับกลุ่มดาวที่ระยิบระยับ ดั่งดวงดาวดาราดาษอยู่บนฝืนฟ้า ทว่าส่วนใหญ่แล้วต่างก็ตัดอยู่ตามข้างทางสายใหญ่กัน

 

จ้าวตำหนักมองไปคราหนึ่ง ภายใต้ความไม่เป็นระเบียบที่วุ่นวาย แทบจะไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ อีกทั้ง ตัดไม้ไปแล้วจะมีประโยชน์อะไร ที่แท้ยังสามารถที่จะใช้ไม้มาถมให้กองทัพสิบหมื่นของตนเองตายได้อย่างงั้นหรือ ? ปากน้ำเต้ายิ่งเป็นพื้นที่ราบทางสายเดียวอีก แทบจะไม่มีพื้นที่เป็นชัยภูมิที่ได้เปรียบแต่อย่างไรเลยด้วยซ้ำ จ้าวตำหนักโบกมือไปมา แล้วกล่าว: “ดูเหมือนว่าข้าจะคิดมากไปแล้ว ถ่ายทอดคำสั่งให้ทุกคนแฝงตัวกันต่อไป อย่าได้ให้คนเหล่านี้พบเห็น อีกส่วนไม่ต้องไปส่งคนคอยจับตาดูประชาชนเหล่านี้แล้ว เพื่อที่จะได้ไม่ถูกพบเห็นเข้า”

 

หน่วยสำรวจผสานมือแล้วกล่าว: “รับด้วยเกล้า!”

 

ณ จวนผู้สำเร็จราชการ

 

อ๋องเฒ่าที่สวมใส่ชุดคลุมดำทั้งตัวเดินเข้ามายังห้องโถงใหญ่ภายในจวน เฉินยวีหู่ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์หลักได้เดินลงมา ผสานมือคารวะ: “พระบิดา!”

 

สีหน้าของอ๋องเฒ่าฉายแววความเกรี้ยวกราดขึ้นมา พร้อมทั้งตวาดออกมา:  “เจ้าไม่ทราบหรือว่าพวกเราในตอนนี้กำลังเล่นละครกันอยู่ ? ด้วยเรื่องอะไร ถึงกับต้องให้ข้ามาเอง!”

 

เฉินยวีหู่กล่าว: “พระบิดา หากเป็นไปตามข้อมูลที่สารลับได้แจ้งมา ภายในใจกลางสุสานเจียงหวัง ตำหนักคร่าชีวิตได้รวมพลเอาไว้มากถึงสิบหมื่นคน!”

 

อ๋องเฒ่ายื่นมือลูบไปที่เครายาว กล่าว: “ดูเหมือนว่าราชวงศ์แคว้นเหยียนในหลายปีมานี้จะเคลื่อนไหวเป็นการลับอยู่ไม่น้อย ไม่แปลกใจเลยที่ไม่ได้เสียดายคนที่แฝงตัวแล้วต้องมาตายอย่างไม่มีแผนการ หากว่าเกิดการปะทะกันขึ้นมา แต่จากในข้อนี้ ก็ยังไม่จำเป็นที่จะต้องมารบกวนข้าอยู่แล้วมิใช่หรือ ?”

 

เฉินยวีหู่กล่าว: “หากเป็นไปตามสิ่งที่อยู่ในสารลับที่หวังเหมิงได้ส่งมาหมิงเอ๋อราวกับคิดที่จะทำการบุกโจมตีตำหนักคร่าชีวิตต่อไป”

 

อ๋องเฒ่าทอสีหน้าเปลี่ยนไป ตวาดออกมาว่า: “เจ้าว่ากระไร ?”

 

เฉินยวีหู่กล่าว: “หมิงเอ๋อราวกับได้เตรียมพร้อมที่จะบุกต่อ”

 

อ๋องเฒ่าพิจารณาอยู่รอบหนึ่ง: “หากเป็นไปตามข้อมูลที่หมิงเอ๋อได้แจ้งมา เขาเพียงแต่รวบรวมพลทัพพยัคฆ์เหินสามหมื่นรวมถึงองครักษ์ฮู่ฉางเหว่ยสามสิบนาย สุสานเจียงหวังแห่งนี้แต่เดิมก็เป็นพื้นที่ยากต่อการบุกโจมตีอยู่แล้ว การใช้สามหมื่นปะทะกับสิบหมื่น อีกทั้งอีกฝ่ายยังคุ้นเคยกับภูมิประเทศ นี่ก็ไม่ต่างอะไรไปจากการหาที่ตายหรอกหรือ ?”

 

“ถ่ายทอดคำสั่งของข้าโดยพลัน สั่งให้หมิงเอ๋อถอนทัพ อย่าเพิ่งได้ลงมือต่อตำหนักคร่าชีวิต ทัพใหญ่สามหมื่นนาย องครักษ์ฮู่ฉางเหว่ยสามสิบนายตายแล้วก็แล้วไป แต่ว่าหมิงเอ๋อจะต้องห้ามเกิดเรื่อง ! ในเมื่อราชวงศ์แคว้นเหยียนซุกซ่อนทัพใหญ่สิบหมื่นเอาไว้ เช่นนั้นเรื่องนี้ก็ไม่อาจรีบร้อนได้อีกแล้ว ยังจำเป็นที่จะต้องวางแผนไว้อย่างรัดกุม เรื่องเช่นนี้หาใช่เรื่องที่กองกำลังที่หมิงเอ๋อจะสามารถสะสางได้ด้วยตนเอง”

 

เฉินยวีหู่คารวะแล้วกล่าว: “ข้าจะถ่ายทอดคำสั่งทันที!”

.

.

.

.

ติดตามเพจได้ที่>>https://bit.ly/2U7XmLR

ติดตามอ่านรายตอนได้ก่อนใคร >> https://novelrealm.com/detail/185

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...