ตอนที่แล้วตอนที่ 4 เคล็ดวิชากระบี่ดรุณีหยกและกระบี่ไม้ไผ่
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 6 ลูกกระจ๊อกตัวนี้ไม่ไหวเอาเสียเลย

ตอนที่ 5

วิธีการขุดหลุมฝังศิษย์ที่ถูกต้อง

 

เมืองชิงซาน 

 

ผืนธงใหญ่ซึ่งเป็นตราของผู้สำเร็จราชการโบกสะบัดพลิ้วไหว พยัคฆ์ร้ายนับหมื่นที่ถูกหุ้มไว้ด้วยเกราะ ตามปกติมักจะเป็นทัพที่เปื้อนไปด้วยดินทราย ทัพม้านับหมื่นออกเดินทางจนฝุ่นควันลอยโขมง แผ่นดินอันกว้างใหญ่เองคล้ายกับได้เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นก็มิปาน อีกทั้งยังเกิดเสียงเคลื่อนทัพที่ดังสนั่นหวั่นไหว แม่ทัพหลวงที่นำทัพอยู่ทางด้านหน้าได้หันไปมองเมืองชิงซานที่อยู่ห่างไกลออกไป “หากเป็นไปตามข่าวสารที่พวกเราได้ตรวจสอบมา ศิษย์คนโตของผู้สืบทอด น้องชายของคุณหนูจ้าวชิงเหยานั้นได้ถูกเจ้าเมืองแห่งนี้จับตัวไปเป็นทาสแล้ว ! ”

 

พลทหารนายหนึ่งที่อยู่ทางด้านหลังของแม่ทัพหลวงเอ่ยถามขึ้น : “ท่านแม่ทัพหลวง ผู้สืบทอดให้พวกเราปิดข่าวปิดกั้นข่าวสารเอาไว้ การฆ่าคนจึงมิใช่เป็นวิธีการที่พวกเราถนัด แต่ว่าการปิดกั้นข่าวสารเช่นนี้ พวกเรากลับไม่เคยทำกันมาเลยไม่ ! ”

 

ทันใดนั้นก็ได้มีคณะพ่อค้าหยุดอยู่เบื้องหน้าทัพใหญ่ด้วยสภาพตัวสั่นงงงันอยู่ครู่หนึ่ง พร้อมทั้งหันไปมองทัพพยัคฆ์เหินที่โหดเหี้ยมดุร้าย ในใจหัวหน้าคณะพ่อค้าก็ได้บังเกิดอาการตกใจขึ้นมา “คงเป็นไปไม่ได้หรอก เมื่อวานข้าเพียงแค่หยอกเย้าแม่สาวน้อยผู้หนึ่งเพียงชั่วครู่ ทั้งยังไม่ได้แตะต้องเลยด้วยซ้ำ นี่ถึงกับส่งทัพพยัคฆ์เหินนับหมื่นมาเพื่อคุมตัวอย่างงั้นหรือ ! ! ! ”

 

แม่ทัพหลวงควบพยัคฆ์ร้าย เดินมาถึงยังทางด้านข้างของหัวหน้าคณะพ่อค้า พร้อมกับเอ่ยถาม : “พวกเจ้าจะไปทำการค้าที่เมืองชิงซานอย่างงั้นหรือ ? 

หัวหน้าคณะพ่อค้าพยักหน้า กล่าว : “ขะ……ขอ…..ขอรับ”

 

แม่ทัพหลวงถามต่อ : “เช่นนั้นเจ้าทราบหรือไม่ว่าจ้าวชิงเหยาได้กราบผู้สืบทอดผู้สำเร็จราชการแห่งวังหลวงเป็นอาจารย์หรือไม่ ? ”

 

หัวหน้าคณะพ่อค้าแตกตื่นจนสั่นระริก ส่ายหน้าแล้วกล่าว : “หาทราบไม่ ! ”

 

แม่ทัพหลวงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ยอดมาก เมื่อเจ้าไม่ทราบ เช่นนั้นเจ้าก็สามารถไปยังเมืองชิงซานได้ ไปเถอะ”

 

หัวหน้าคณะพ่อค้าแตกตื่นจนสั่นระริกนำพาคณะพ่อค้าเข้าสู่เมืองชิงซาน

 

แม่ทัพหลวงหันไปมองพลทหารที่อยู่ทางด้านข้างนายหนึ่ง พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างแล้วกล่าว : “เห็นแล้วหรือไม่ หากเป็นพวกที่ไม่รู้ความเหล่านี้ ก็ปล่อยพวกเขาเข้าไปกันได้ ยังไงพวกเขาก็ไม่ทราบกันอยู่แล้ว เข้าใจกันแล้วหรือไม่ ! ”

 

นายทหารพยักหน้าไปมาด้วยความเข้าใจในทันที จากนั้นก็กล่าว : “ข้าผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าใจแล้ว ข้าผู้ใต้บังคับบัญชาจะปฏิบัติตามคำสั่ง จะไม่ปล่อยให้ผู้ที่ทราบข่าวสารเข้าสู่เมืองชิงซานได้แม้แต่คนเดียวแน่นอน ! ”

 

ภายในสามวัน ทั่วทั้งตลาดร้านรวงของเมืองชิงซาน “เจ้าทราบหรือไม่ ? เด็กสาวที่มีชื่อว่าจ้าวชิงเหยาเป็นผู้มีวาสนา ได้กราบไหว้ผู้สืบทอดผู้สำเร็จราชการแห่งวังหลวงเข้าสำนักแล้ว ! ”

 

“ทั้งยังไม่ทราบว่าจ้าวชิงเหยาผู้นี้เป็นใคร ถึงกับมีโชควาสนาได้ถึงเพียงนี้ ! ”

 

“นั่นเป็นไปไม่ได้หรอก องค์ผู้สืบทอดถือเป็นบุคคลผู้สูงส่ง อีกทั้งยังถือเป็นเจ้าสำนักแห่งสำนักหมื่นกระบี่รุ่นต่อไป และเป็นถึงหลานรักของผู้สำเร็จราชการ กล่าวกันว่าผู้สำเร็จราชการเองก็ยังได้ตระเตรียมที่จะมอบตำแหน่งอ๋องให้แก่องค์ผู้สืบทอดอีกด้วย! ” 

 

“กล่าวกันว่าองค์ผู้สืบทอดยังได้ส่งทัพพยัคฆ์เหินนับหมื่นมาจากแคว้น          เหยียน! เพียงแค่นี้ก็ทราบได้แล้วว่าองค์ผู้สืบทอดนั้นรักเอ็นดูศิษย์ผู้นี้มากถึงเพียงใด! ”

 

……

 

จวนชิงซานของเจ้าเมือง 

 

ในมือท่านเจ้าเมืองที่ถือเอาไว้ด้วยจอกสุราเลิศรส กำลังมองไปที่ม้วนภาพที่อยู่บนกำแพง ที่ด้านหลัง หัวหน้าคณะพ่อค้าได้กล่าวขึ้นมาว่า : “ใช่แล้วท่านเจ้าเมือง แม่ทัพหลวงของทัพพยัคฆ์เหินนั้นได้มาสอบถามข้า ว่าทราบหรือไม่ว่าจ้าวชิงเหยาได้กราบองค์ผู้สืบทอดเป็นอาจารย์แล้ว” 

 

ท่านเจ้าเมืองจึงถามขึ้นว่า : “เจ้าทราบหรือไม่ ข้าที่เป็นเพียงชนชั้นไร้ชื่อ เหตุใดถึงได้มาเป็นเจ้าเมืองแห่งนี้ได้ ? ”

 

หัวหน้าคณะพ่อค้าส่ายหน้า “ผู้น้อยหาทราบไม่”

 

ท่านเจ้าเมืองเผยรอยยิ้มที่มองทุกอย่างออกอย่างทะลุปรุโปร่ง แล้วกล่าว : “นั่นก็เป็นเพราะข้าสามารถที่จะเข้าใจถึงหลักเหตุผล ในมุมมองของข้า จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เมืองชิงซานเรา และคุณหนูจ้าวชิงเหยานั้นมีนามที่ต่างกันเพียงแค่ตัวอักษรเดียวเท่านั้น ทั้งยังเป็นศิษย์ขององค์ผู้สืบทอด เรื่องใหญ่เช่นนี้ ย่อมจำเป็นที่จะต้องเฉลิมฉลองกันสักหน่อย รอคอยข่าวดีที่จะมาถึงก็พอแล้ว เช่นนี้ก็ตัดสินใจกันได้แล้ว นับจากวันนี้เป็นต้นไป เมืองชิงซานพวกเราจะเปลี่ยนชื่อ เป็นเมืองชิงเหยา ! ”

 

หัวหน้าคณะพ่อค้าเผยสีหน้าของความเลื่อมใสออกมา “ท่านเจ้าเมืองช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก ! ”

 

ท่านเจ้าเมืองยกจอกสุราในมือดื่มไปจนหมดจอก เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา มองไปยังทางด้านของทารกที่อยู่ด้านข้าง พร้อมกับเรียก : “เสี่ยวจ้าวจื่อ มารินสุราให้กับข้าเร็ว ! ”

 

เสี่ยวจ้าวจื่อที่ดูไปแล้วมีอายุประมาณสิบขวบปี ก็ได้รินสุราให้แก่ท่านเจ้าเมือง ภายในแววตายังคล้ายตกอยู่ในภวังค์ ทั้งยังไม่ทราบว่าพี่สาวที่หลบหนีไปนั้นไปยังที่แห่งใด พวกเขาสองพี่น้องต้องกำพร้าบุพการีมาแต่เล็ก แม้แต่ชื่อแซ่ก็ยังไม่มี ตลอดมาล้วนแต่เป็นพี่น้องช่วยเหลือกัน ส่วนคนอื่นนั้นก็ไม่ได้ไปนึกสนใจถึงชื่อแซ่ของขอทานน้อยทั้งสองไม่

 

…….

 

 

ภายในสามวัน จ้าวชิงเหยาได้เข้าสู่ขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่สี่ไปแล้ว แต่เมื่อเทียบกับความเร็วก่อนหน้านี้ยังถือว่าช้าอยู่บ้าง อีกทั้งเมื่อได้ผ่านการวิเคราะห์ที่เฉินหมิงได้ค้นพบ ความจริงแล้วไม่ใช่เพราะทริคโกงไม่ แต่เป็นเพราะภายในร่างกายของจ้าวชิงเหยานั้นมีเส้นเลือดบริสุทธิ์ถึงแปดสิบเอ็ดสาย ผนึกผสานอยู่ทั่วทั้งร่างกาย ดังนั้นการฝึกปรือของผู้ที่มีเส้นเลือดบริสุทธิ์เพียงสิบสายย่อมสู้การฝึกปรือของนาง ที่มีความบริสุทธิ์อยู่ทั้งร่างไม่ได้ ดังนั้นในหลายวันมานี้จึงมีการฝึกปรือที่เร็วได้ถึงเพียงนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะก่อนหน้านี้มีการสะสมการฝึกปรือ จนกระทั่งหลังจากที่ได้รับเคล็ดวิชาในแนวทางที่ถูกต้องก็คล้ายกับก้อนเนยที่ละลาย อีกด้านหนึ่งก็มาจากสาเหตุที่ว่าจ้าวชิงในตอนนี้ที่อยู่ในขอบเขตสู่วิถีสามารถที่จะใช้ศิลาปราณมาเพื่อฝึกปรือได้ จึงยิ่งเพิ่มพูนความเร็วในการฝึกได้มากยิ่งขึ้น 

 

และตอนนี้เฉินหมิงก็มีศิษย์เพียงคนเดียว หากคิดที่จะเพิ่มพูนพลังฝีมือก็สามารถที่จะทุ่มเททุกอย่างกับจ้าวชิงเหยาได้ 

 

จ้าวชิงเหยากระโดดโลดเต้นเข้ามาจนถึงเบื้องหน้าของเฉินหมิง แล้วถามขึ้นว่า : “ท่านอาจารย์ เหตุใดข้าถึงได้รู้สึกว่าการทะลวงพลังในการฝึกปรือในหลายวันมานี้ช่างเชื่องช้ายิ่งนัก ? ”

 

เหล่าฟังเมื่อได้ฟังคำพูดประโยคนี้ก็เกือบที่จะกระอักเลือดออกมา ท่านย่าเถอะ!  เจ้าทะลวงจากขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่สามจนถึงขั้นที่สี่ได้ภายในวันเดียว ก็ยังคิดที่จะทะลวงพลังต่อไปอีกงั้นหรือ ? ผู้อื่นไม่ว่าผู้ใดก็ใช้เวลาหลายปีจึงจะทะลวงไปได้ขั้นหนึ่ง เจ้ากลับดียิ่งกว่า ถึงกับใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็มาถึงขั้นนี้กันแล้ว ระดับความเร็วเช่นนี้เจ้ายังบอกว่าช้าอีก คนอื่นหากได้ฟังเกรงว่าคงจะถูกหลักเหตุผลของตัวเองฝังทั้งเป็นเสียแล้ว เหลือไว้แต่เพียงความขายหน้าไว้ในโลกใบนี้กันเท่านั้น

 

ทว่าเหล่าฟังก็ได้หันไปมองเฉินหมิงคราหนึ่ง จนรู้สึกว่าเฉินหมิงจะต้องชี้แนะการฝึกปรือในแนวทางที่ถูกต้องให้ได้อย่างแน่นอน

 

เฉินหมิงกล่าวขึ้นอย่างเอ้อระเหย : “หากว่าเจ้ารู้สึกว่าตัวเองมีระดับการฝึกปรือที่ช้าลง นั่นก็บอกได้แต่เพียงว่าเจ้ายังมีพลังความโกรธแค้นที่ไม่มากพอนะสิ ! ”

 

จ้าวชิงเหยา : …….

 

เหล่าฟัง : …….

 

เหอะเหอะ พูดเป็นเล่นไป มีอย่างที่ไหนที่ตัวละครเอกสามารถฝึกปรืออย่างสุขสบายอยู่บนเขาได้ ขีดจำกัดการเติบโตของตัวละครเอกคืออะไร ? แล้วการถูกรังควานเล่า ไม่ใช่เป็นแบบฉบับเช่นนี้กันหรือไง ตัวละครเอกที่ไม่ถูกรังควานย่อมไม่ใช่ผู้มีพรสวรรค์ที่ดี

 

ตัวละครเอกมิใช่ต้องถูกไล่ล่าในแต่ละวัน จากนั้นก็จะทะลวงพลังในระหว่างต่อสู้กระไรนั้นไม่ใช่หรอกหรือ ! 

 

นี้จึงจะถือเป็นเรื่องปกติของตัวละครเอก ! 

 

แต่ทว่าตอนนี้กลับเกิดปัญหาขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว เหตุใดเมื่อผ่านพ้นไปตั้งหลายวันแล้ว ยังไม่เห็นจะมีบอสเล็กบอสน้อยหรือว่าลูกกระจ๊อกอะไรมาหาเรื่องถึงที่กัน ? 

 

จ้าวชิงเหยาที่กำลังฝึกปรือด้วยตัวเองอยู่เมื่อได้ยินก็ถึงกับศีรษะชุ่มไปด้วยเหงื่อ เฉินหมิงเองก็หันไปมองเหล่าฟัง พร้อมกับเอ่ยถามขึ้นมาว่า : “มิใช่ว่ากายากระบี่อาญาสิทธิ์อะไรนั่น ไม่พอใจในตัวชิงเหยาถึงเพียงนั้น เหตุใดถึงได้ไม่เห็นเขาบุกมาที่ภูผาราชันย์พิสุทธิ์กันเลยนะ ? ”

 

เหล่าฟังกล่าว : “น่าจะเป็นเพราะองค์ผู้สืบทอดมีพลังฝึกปรือที่สูงล้ำ เพลงกระบี่โดดเด่น คนปกติย่อมไม่หาญกล้าที่จะอุกอาจมาที่ภูผาราชันย์พิสุทธิ์อยู่แล้ว ! ”

 

เฉินหมิงยื่นมือตบเข้าที่หัว : “เหล่าฟัง ที่เจ้าว่ามาก็มีเหตุผล ดูเหมือนว่า หากแข็งแกร่งมากเกินไป ก็ถือเป็นความผิดพลาดอย่างหนึ่ง ! ”

 

เฉินหมิงยันกายลุกขึ้นในทันที : “เหล่าฟัง เก็บข้าวของ พวกเราจะออกเดินทางกัน ! ”

 

แล้วติดประกาศที่ใต้ภูผาราชันย์พิสุทธิ์เอาไว้ว่า : ข้าพเจ้าผู้สืบทอดได้ตัดสินใจกลับไปนำกระบี่ดรุณีหยกกลับมาจากวังหลวง พร้อมกับเหล่าองครักษ์คอยคุ้มกันข้าผู้สืบทอด สาวใช้คอยดูแลข้าผู้สืบทอด ภายในครึ่งเดือนนี้ บนภูผาราชันย์พิสุทธิ์จักมีแต่เพียงชิงเหยาคนเดียว จะไม่มีบุคคลที่สองอยู่อย่างแน่นอน ! 

 

ภายใต้ภูผาราชันย์พิสุทธิ์ เฉินหมิงทำท่าทางปลงไม่ตกหันไปมองจ้าวชิงเหยา พร้อมทั้งตะโกนเสียงดังลั่นไปทั่วทั้งสำนักหมื่นกระบี่ : “ชิงเหยาเอ่ย ข้าอาจารย์จำต้องออกเดินทางสักครา จะไม่ได้กลับมาภายในครึ่งเดือน เจ้าก็อยู่ภูผาราชันย์พิสุทธิ์ตั้งใจฝึกฝน อย่าได้ให้สิ่งที่เรียนรู้มาต้องสูญเปล่า ! ”

 

เมื่อเฉินหมิงตะโกนไปรอบหนึ่งแต่ยังเกรงว่าคนของสำนักหมื่นกระบี่จะไม่ทราบกัน จึงได้ตะโกนออกไปสิบกว่าคราจึงค่อยหยุดลง : “ชิงเหยาเอ่ย การไปของข้าผู้เป็นอาจารย์ในครั้งนี้ บนเขาจะเหลือแต่เพียงเจ้าแค่คนเดียวเท่านั้น ! ”

 

“หากว่าคนอื่นขึ้นเขามาในเวลานี้ อาจารย์จะไม่สามารถคุ้มครองเจ้าได้แล้ว ตอนนี้เจ้ายังมีพลังฝีมือที่ไม่สูงนัก ย่อมมิใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา”

 

“หากว่าพวกเขาใช้คนมากข่มเหงคนน้อยอย่างเจ้า หรือไม่ก็ลอบวางยาพิษต่อเจ้า ข้าจำได้ว่ามียาพิษอยู่ชนิดหนึ่งเรียกกันว่าเป็นผงไร้ลักษณ์ ไร้สีไร้กลิ่น ยากที่จะระวังป้องกันได้ เจ้าจะต้องระวังเอาไว้ให้ดี! ”

 

……..

 

จ้าวชิงเหยาที่ทอใบหน้าดำคล้ำหันไปมองอาจารย์ที่น่าพึ่งพาได้ : “ท่านอาจารย์ ชิงเหยาอยู่ที่นี่ ! ”

 

เฉินหมิงจึงค่อยหันหน้ากลับมา กำชับไว้อีกสองประโยค นำพาผู้เดินทางกลุ่มใหญ่ลงจากเขาไป

 

เมื่อเดินทางไปได้ประมาณหนึ่งชั่วยามเต็ม เฉินหมิงหันไปหาเหล่าฟัง เอ่ยถาม : “เจ้าไปปล่อยข่าวลือแล้วหรือยัง ? ”

 

เหล่าฟังพยักหน้าแล้วตอบ : “บ่าวผู้ชราได้จัดการเรียบร้อยแล้ว บัดนี้กระทั่งสุนัขในสำนักหมื่นกระบี่ก็ยังทราบว่าพวกเราได้จากไปกันแล้ว อีกทั้งข้ายังได้กระจายข่าวลือออกไปอีกด้วยว่าองค์ผู้สืบทอดไม่ชอบคุณหนูจ้าวชิงเหยาผู้เป็นศิษย์ ขอเพียงมีคนสามารถโค่นล้มคุณหนูจ้าวชิงเหยาได้ ก็จะสามารถเป็นที่ต้องตาขององค์ผู้สืบทอด! ”

 

เฉินหมิงตบเข้าที่ไหล่ของเหล่าฟังอย่างพึงพอใจ : “เจ้าทำได้ไม่เลวเลย”

 

เหล่าฟังไว้อาลัยให้กับจ้าวชิงเหยาในใจ เหตุใดเฉินหมิงผู้เป็นอาจารย์ถึงได้ลวงศิษย์ได้ถึงเพียงนี้ เกรงว่าผู้อื่นคงจะไม่ทราบว่าจะต่อกรกับจ้าวชิงเหยาอย่างไร อีกทั้งยังบอกต่อผู้อื่นจนเสียงดัง กระทั่งชื่อยาพิษก็บอกกล่าว 

 

ทันใดนั้นเฉินหมิงก็หยุดเดินอย่างกะทันหัน แล้วกล่าว : “เหล่าฟัง เจ้าแน่ใจแล้วหรือยังว่าได้มีการเตรียมการคุ้มครองชิงเหยาไว้แล้ว? ”

 

เหล่าฟังพยักหน้า 

 

เฉินหมิงยังคงไม่ค่อยวางใจนัก มีคำพังเพยที่ว่า อาจารย์ก็เปรียบเสมือนบิดา ตนเอง สำหรับบิดาแล้วการลวงบุตรีเช่นนี้ถือว่าเกินเลยไปบ้าง ขึ้นชื่อว่าพ่อคน ยังไงก็สมควรที่จะเป็นห่วงเป็นใยกันมากหน่อย : “ช่างเถอะ ข้าจะกลับไปจับตาดูด้วยตัวเอง พวกเจ้าจำเอาไว้ด้วยว่าต้องนำกระบี่ดรุณีหยกกลับมาด้วย ! ”

 

เฉินหมิงกระตุ้นแนวทางการฝึกปรือของตนเองออกมา ใช้วิชาเวทมนตร์คุ้มครองร่างกายของตัวเองเอาไว้ หายลับกลับไปยังภายในภูผาราชันย์พิสุทธิ์

.

.

.

.

ติดตามเพจได้ที่>>https://bit.ly/2U7XmLR

ติดตามอ่านรายตอนได้ก่อนใคร >> https://novelrealm.com/detail/185

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...