ตอนที่แล้วตอนที่ 3 เคล็ดสามภพเร้นลับ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 5 วิธีการขุดหลุมฝังศิษย์ที่ถูกต้อง

 

เฉินหมิงนึกขึ้นในใจว่าไม่แปลกใจเลยที่เป็นตัวละครเอก ความเร็วในการทะลวงขั้นเช่นนี้แทบจะเรียกได้ว่าไม่สมเหตุสมผลกันแล้ว “พวกท่านก็เห็นว่านี่ ไม่ได้มีปัญหาอะไร” 

 

เจ้าสำนักสำรวจมองจ้าวชิงเหยาอย่างละเอียดอยู่รอบหนึ่ง ทั้งยังไม่ได้พบว่ามีปัญหาแต่อย่างไร “ชิงเหยาสามารถที่จะฝึกปรือเคล็ดสามภพเร้นลับนี้ได้จริงๆอย่างงั้นหรือ ? ” 

 

เจ้าสำนักถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันไปมองหลี่ฉางเกิงแวบหนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวว่า : “ผู้อาวุโสหลี่ เจ้ามากับข้าหน่อย” 

 

หลี่ฉางเกิงทอสีหน้าดำคล้ำเต็มหน้า……

 

เจ้าสำนักก็ได้หันไปยิ้มอย่างอบอุ่นให้กับเฉินหมิง “เช่นนี้เถอะ เฉินหมิงเอ่ย เจ้าก็คิดว่าข้าไม่เคยมาก็แล้วกัน อือ เอาตามนี้นะ ชิงเหยา อีกหนึ่งเดือนให้หลังจะมีศึกใหญ่การแข่งขันของศิษย์ที่เข้าสำนัก จะต้องพยายามชิงศักดิ์ศรีมาเพื่อให้อาจารย์เจ้าบ้างล่ะ อย่าได้ทำให้อาจารย์เจ้าเสียชื่อไป” .

 

กล่าวจบ ก็ได้ดึงใบหูของหลี่ฉางเกิงเดินจากไป

 

เพียงแต่ได้ยินเสียงคร่ำครวญของหลี่ฉางเกิง “ท่านเจ้าสำนัก ท่านเจ้าสำนัก ข้าผู้ชราก็อายุกว่าสองร้อยปีแล้ว ไว้หน้ากันบ้างเถอะ…….โอ๊ยๆ…….”

จ้าวชิงเหยาแทบจะไม่ทราบเรื่องเลยด้วยซ้ำ เพียงแต่มองไปที่ตาแก่ผมขาวโพลนสองคนที่ไม่น่าเคารพอย่างประหลาดใจ : “ท่านอาจารย์ พวกเขาไม่เป็นอะไรกันหรอกนะ ? ” 

 

“ติ่ง แจ้งเตือนภารกิจ สนับสนุนจ้าวชิงเหยาให้ได้อันดับหนึ่งในศึกใหญ่การแข่งขันศิษย์เข้าสำนัก! รางวัล : คะแนนจริยธรรมหนึ่งพันแต้ม ! ” 

 

ให้ตายเถอะ ภารกิจใหญ่มาแล้ว คะแนนจริยธรรมหนึ่งพันแต้ม ช่างน่าสนใจเลยทีเดียว ! 

 

เฉินหมิงส่ายหน้าไปมา กล่าว : “ไม่ต้องไปสนใจพวกเขา อาจารย์อย่างข้าจะสอนเพลงกระบี่อีกชุดให้แก่เจ้า ภายในวังหลวงข้ายังมีเพลงกระบี่อีกสองชุด ที่สืบทอดกันมา หนึ่งในนั้นก็คือเพลงกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ที่ข้าได้ฝึกปรือมาหนึ่งชุด ส่วนอีกชุดหนึ่งก็คือเพลงกระบี่ดรุณีหยก เพลงกระบี่ทั้งสองชุดต่างก็เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน หากว่าใช้สองกระบี่ผสานเคียงคู่ แม้ใต้หล้าจะกว้างใหญ่ ก็ไม่มีที่แห่งใดที่ไปไม่ได้ ตอนนี้ข้าจะสอนเจ้าสักรอบ” 

 

สองกระบี่ผสานเคียงคู่ ใบหน้าจ้าวชิงเหยาเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความเอียงอาย แล้วพยักหน้าอย่างว่านอนสอนง่าย

 

เฉินหมิงคิดในใจข้าสอนเพลงกระบี่เจ้า เจ้าจะหน้าแดงไปทำไมกัน ? 

 

ทว่าเขาเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก กวาดสายตามองทั้งซ้ายขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนนอก ก็ได้ชักกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ยาวห้าฉื่อออกจากฝัก เคล็ดวิชากระบี่ดรุณีหยกถึงอย่างไรก็สืบเนื่องมาจากเพลงกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ ถึงแม้เฉินหมิงจะมีการฝึกปรือที่ไม่มากนัก แต่ก็สอนจ้าวชิงเหยาได้อย่างง่ายดาย

 

กระชับกระบี่สะเทือนลมสารท วายุคลั่งก่อเป็นเกลียวเมฆาวนเวียน พิสุทธิ์สีขาวจากเพลงกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์พลิกไปพลิกมาถ่ายเทมาจากภายในมือของเฉินหมิง วินาทีนั้นเกิดวิถีกระบี่หลายสิบสายวนเวียนกันอยู่ เฉินหมิงที่สวมใส่อาภรณ์ขาวยิ่งขับเน้นให้สีหน้าดูจริงจังที่พบได้ยากฉายออกมา กระบี่ราชันย์พิสุทธิ์อันขาวบริสุทธิ์ ประดุจพัดกระพือขึ้นจนเป็นสายลมหมอกหอบหนึ่ง อาภรณ์ขาวพลิ้วไหว ประกายกระบี่สะท้านเข้ากระดูก ภายในดวงตาน้อยๆ ของจ้าวชิงเหยาส่องสว่างดั่งดวงดาวระยิบระยับก่อตัวขึ้น ท่านอาจารย์ช่างหล่อเหลานัก ! 

 

เพลงกระบี่ชุดหนึ่งเมื่อแสดงจนจบ เฉินหมิงก็ได้หันไปมองจ้าวชิงเหยา    “เป็นอย่างไรบ้าง ? ” 

 

จ้าวชิงเหยาถึงโพล่งหลุดปากออกมาว่า : “หล่อเหลายิ่งนัก ! ” 

 

เฉินหมิงถึงกับหนังตากระตุกขึ้น “ข้าทราบว่าข้านั้นหล่อเหลายิ่ง สิ่งนี้ยังไงเสียทุกผู้คนต่างก็มองออกจนเป็นเรื่องปกติเจ้าไม่จำเป็นต้องกล่าวออกมาแล้ว เคล็ดวิชากระบี่ดรุณีหยกชุดนี้ เจ้าจดจำได้แค่ไหนกันแล้ว ? ” 

 

จ้าวชิงเหยาทอใบหน้าแดงก่ำด้วยความเอียงอาย อาจารย์หล่อเหลาถึงเพียงนี้ ย่อมทำให้ผู้คนหลงต่อความสูงส่งสง่างามของท่านอาจารย์จนยากที่จะมีสมาธิได้………

 

จ้าวชิงเหยาใช้สมองน้อยๆ คิดใคร่ครวญ “ท่านอาจารย์ เมื่อครู่เร็วเกินไป     ชิงเหยาจดจำไม่ได้” 

 

เฉินหมิงนึกอยู่ในใจว่าเด็กสาวที่ไม่เคยได้ร่ำเรียนกระบี่มาก่อนนางหนึ่ง กลับเริ่มที่กระบี่ดรุณีหยกที่ถือเป็นเพลงกระบี่ชั้นสูงอันลึกล้ำที่สามารถผนึกเป็นเคล็ดจิตกระบี่ได้ ความจริงยังไม่อาจที่จะเรียนได้ในทันที ใช่แล้ว ข้ามิใช่สามารถที่จะใช้คะแนนจริยธรรมเพื่อบรรลุเคล็ดวิชาได้ไม่ใช่หรอกหรือ ? ไม่รู้ว่าจะมีขั้นตอนการบรรลุยังไงกันบ้าง ? 

 

เฉินหมิงเอ่ยถามขึ้นในใจ : “ข้าต้องการบรรลุเคล็ดวิชากระบี่ดรุณีหยก ! ” 

 

“ติ่ง บรรลุเคล็ดวิชากระบี่ดรุณีหยกจนถึงขอบเขตเงากระบี่ จำเป็นที่จะต้องใช้ คะแนนจริยธรรมสิบแต้ม (อย่างไรก็ตามเพลงกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ได้ผนึกผสานสู่จิต กระบี่ สองกระบี่เกื้อหนุนแก่กัน ตามรูปธรรมต้องการห้าแต้ม) 

 

บรรลุเคล็ดวิชากระบี่ดรุณีหยกจนถึงขอบเขตจิตกระบี่ จำเป็นที่จะต้องใช้คะแนนจริยธรรมร้อยแต้ม (อย่างไรก็ตามเพลงกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ได้ผนึกผสานสู่จิตกระบี่ สองกระบี่เกื้อหนุนแก่กัน ตามรูปธรรมต้องการห้าสิบแต้ม)  

 

บรรลุเคล็ดวิชากระบี่ดรุณีหยกจนถึงขอบเขตมนุษย์กระบี่เป็นหนึ่ง จำเป็นต้องใช้คะแนนจริยธรรมพันแต้ม ! ”  

 

เพลงกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ของตนเองยังฝึกปรือได้ไม่ถึงขั้นมนุษย์กระบี่เป็นหนึ่ง อีกทั้งยังได้ไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ

 

เฉินหมิงมองไปที่หน้าต่างคุณสมบัติของตัวเอง : 

 

เฉินหมิง ขอบเขต : ขอบเขตสู่วิถีขั้นที่สอง

 

สถานะ : วิถีกายาไร้จำกัด

 

เคล็ดวิชา : เคล็ดมังกรคชสาร (ทั้งหมดเก้าขั้น) อยู่ในขั้นที่หก (หากฝึกจนถึงขั้นที่เก้าจักสามารถผนึกผสานจนกลายเป็นอีกหนึ่งแขนงได้)

 

เวทมนตร์อภินิหาร : เพลงกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ผนึกรวมจิตกระบี่วิถีราชันย์

 

ชนิดวิถี : ไม่มี

 

ศิษย์ : จ้าวชิงเหยา

 

จริยธรรม : หกสิบแต้ม

 

บัดนี้เองก็มีคะแนนจริยธรรมอยู่หกสิบแต้ม ก็สามารถที่จะบรรลุเพลงกระบี่ดรุณีหยกจนถึงขั้นผนึกผสานสู่ขอบเขตจิตแห่งกระบี่ได้แล้ว เฉินหมิงเอ่ยขึ้นในใจ : “บรรลุเคล็ดกระบี่ดรุณีหยกจนถึงขอบเขตเงากระบี่ ! ” 

 

“ติ่ง โปรดเลือกจะบรรลุในทันทีหรือจะบรรลุในทางปฏิบัติ” 

 

เฉินหมิงเอ่ยถามขึ้นในใจ : มีข้อแตกต่างอะไรงั้นหรือ ? 

 

“ติ่ง บรรลุในทันทีจะเป็นการบรรลุภายในพริบตา บรรลุในทางปฏิบัติจะเป็นการบรรลุผ่านการฝึกฝนเพลงกระบี่” 

 

เฉินหมิงกล่าวขึ้นในใจ : บรรลุในทางปฏิบัติ ! 

 

จากนั้นเฉินหมิงก็หันไปมองจ้าวชิงเหยา แล้วกล่าว : “เจ้าจงดูให้ดี” พร้อมกับกระชับกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ในมือ ภายในดวงตาทั้งคู่ของเฉินหมิงคล้ายได้แลบผ่านเอาไว้ด้วยกระบวนท่ากระบี่เพลงกระบี่ดรุณีหยกทั้งหมด หนึ่งกระบวนท่าหนึ่งวิถีก็ได้สลักเอาไว้อยู่ภายในสมองแล้ว หนึ่งกระบวนท่าหนึ่งวิถีที่กระจ่างชัดอยู่ภายในดวงตาทั้งคู่ของเฉินหมิง เมื่อเฉินหมิงเริ่มร่ายรำกระบี่ ไม่เพียงแต่จะก่อให้เกิดดอกกระบี่เริงระบำ ยังมีความพิสดารขุมหนึ่งในขอบเขตความเข้าใจ เฉินหมิงที่เพียงแค่ร่ายรำกระบี่ 

ภายในดวงตาทั้งคู่ของจ้าวชิงเหยาจับจ้องไปที่กระบวนท่าอันงดงามของ   เฉินหมิง  นางไม่เพียงสามารถละสายตาจากท่วงท่าของอาจารย์ได้ แต่ยังรู้สึกถึงเสน่ห์ที่น่าหลงใหลจนบอกไม่ถูกอยู่อีกขุม ทำให้จิตใจจ้าวชิงเหยาตกอยู่ภายในภวังค์

 

เมื่อได้สำแดงเคล็ดวิชากระบี่ดรุณีหยกชุดนี้อย่างช้าๆจนหมดสิ้น ระหว่างนิ้วมือของเฉินหมิงก็ได้ปรากฏเงากระบี่ดรุณีหยกสีเขียวขจีขึ้นมาอีกระลอกหนึ่ง “ที่แท้นี่ก็คือเงากระบี่ดรุณีหยก แท้จริงแล้วมีส่วนที่เกื้อหนุนกันกับเพลงกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ของข้า ซึ่งมีส่วนที่ล้ำเลิศอย่างถึงที่สุด” 

 

เฉินหมิงหันไปมองจ้าวชิงเหยาที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ แล้วเอ่ยถามขึ้น : “บัดนี้ เจ้าเข้าใจบ้างแล้วกี่ส่วน ? ” 

 

จ้าวชิงเหยากล่าว : “ข้าเข้าใจขึ้นบ้างแล้ว” 

 

เฉินหมิงในมือกุมเอาไว้ด้วยกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ยื่นไปทางจ้าวชิงเหยา ทันใดนั้นก็ได้พบเห็นบางอย่าง กระบี่ราชันย์พิสุทธิ์เล่มนี้ของตน ราวกับมีความสูงในระดับเดียวกันกับจ้าวชิงเหยา…….

 

เฉินหมิงความจริงแล้วก็ไม่กล้าที่จะคาดคิดว่าทารกหญิงนางหนึ่งจะสามารถฝึกเพลงกระบี่ได้จนแทบจะไม่ต่างกันตัวเอง งดงามจนถึงขั้นที่ไม่กล้าแม้มองเลยด้วยซ้ำ

 

เฉินหมิงสะบัดหน้าไปมา แล้วกล่าว : “เจ้าอยู่ตรงนี้ลองนึกถึงเคล็ดกระบี่ดรุณีหยกที่ข้าเพิ่งแสดงให้เจ้าออกมาดูก่อน ข้าต้องไปข้างนอกประเดี๋ยวจะกลับมา” 

 

เมื่อไปถึงหลังเขาภูผาราชันย์พิสุทธิ์ เฉินหมิงจึงยกกระบี่ฟันเข้าไปที่ต้นไผ่ หมายมั่นตั้งใจที่จะทำกระบี่ไม้ไผ่เล่มหนึ่งขึ้น กระนั้นก็ยังต้องทำอยู่นานถึงครึ่งชั่วยาม[1]  กระนั้นก็ไม่ทันระวังจนต้องถูกกระบี่ไม้ไผ่บาดเข้าที่ฝ่ามือ

เมื่อกลับมาถึงยังลานสวนภายในเรือนที่พัก ก็ได้ยื่นกระบี่ไม้ไผ่เล่มใหม่ให้กับจ้าวชิงเหยา “เจ้าลองใช้กระบี่เล่มนี้ฝึกไปก่อน รอจนข้ามีเวลาว่างกลับไปที่วังหลวง จะเอากระบี่ดรุณีหยกมาให้เจ้า” 

 

ยามที่ยื่นกระบี่ไม้ไผ่ให้กับจ้าวชิงเหยา คิ้วของเฉินหมิงกระตุกไปมา กลางฝ่ามือยังมีความเจ็บปวดหลงเหลืออยู่เล็กน้อย จ้าวชิงเหยาพบว่าที่ด้านบนของกระบี่ไม้ไผ่ยังมีคราบเลือดติดอยู่ “ท่านอาจารย์ ท่านพึ่งจะได้รับบาดเจ็บมางั้นหรือ ? ” 

 

เฉินหมิงหัวเราะเสียงดังเหอะเหอะ “มีอย่างที่ไหนกัน ท่านอาจารย์อย่างข้าเป็นผู้สูงส่ง ที่เหลากระบี่ไม้ไผ่เล่มหนึ่งแล้วจะไปบาดเจ็บได้อย่างไร นี้ล้วนแต่เป็นเพราะพบพานเข้ากับมารปีศาจตัวหนึ่งเข้า บาดแผลนี้เกิดจากการต่อสู้กับมารปีศาจตนนั้น แต่เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไป อาจารย์ได้จัดการมารปีศาจตนนั้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ! ” 

 

จ้าวชิงเหยาแม้จะมองออกแต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา นับตั้งแต่เล็กจนโต นางที่เป็นเพียงเด็กกำพร้า ท่านอาจารย์ถือว่าเป็นคนแรกที่ดีต่อนางมากเช่นนี้               “อือ ท่านอาจารย์เก่งกาจยิ่งนัก ! ” 

 

จ้าวชิงเหยารับกระบี่ไม้ไผ่มา เริ่มต้นฝึกปรือกระบี่ กระบี่ไม้ไผ่ขยับฉวับเฉวียนอยู่ในมือน้อยๆ ถึงแม้เพลงกระบี่จะมีส่วนที่ทื่ออยู่บ้าง แต่ก็ยังมีส่วนที่เหมือนกับแบบฉบับถึงสามส่วน เฉินหมิงเองก็ไม่อาจที่จะไม่บอกได้ว่า แท้จริงแล้วการเปิดสูตรโกงยังไงก็ไม่อยู่ในหลักเหตุผลกันอยู่ดี การบรรลุนี้ เรียกได้ว่าสลัดทิ้งห่างจากตัวเองไปนับหมื่นลี้ไปแล้ว !

 

แน่นอนว่า ในระหว่างที่ชมดูตัวเองบรรลุอยู่นั้น มีความเป็นไปได้ที่จะมีความสัมพันธ์กันอยู่หลายส่วน แต่ว่าก็ไม่อาจที่จะไม่กล่าวได้ว่า พรสวรรค์ของแม่หนูน้อยผู้นี้ยังถือได้ว่าไม่เลวเลยทีเดียว

 

ในยามพลบค่ำ จ้าวชิงเหยาได้ผลัดเปลี่ยนชุดตัวใหม่ที่สาวใช้วังหลวงส่งมาให้ พร้อมกับหันไปมองกระบี่ไม้ไผ่ที่อยู่บนโต๊ะ ที่ด้านบนกระบี่ไม้ไผ่ มีรอยขีดข่วนอยู่เส้นหนึ่ง จ้าวชิงเหยาใช้มือลูบไปที่รอยขีดข่วน ในใจกลับบังเกิดความเจ็บปวดใจอย่างสุดแสน จึงใช้อาภรณ์ที่ตนเองสวมไว้ก่อนหน้านี้ห่อหุ้มกระบี่ไม้ไผ่เอาไว้อย่างมิดชิด วางเอาไว้ใต้ผ้าห่มของตนเองอย่างระมัดระวัง จ้าวชิงเหยาก็ได้หยิบมีดผ่าฟืนมาด้ามหนึ่ง พร้อมกับมุ่งหน้าไปยังหลังเขา

 

“กระบี่ไม้ไผ่ที่ท่านอาจารย์มอบให้แก่ข้า หากทำให้เสียหายขึ้นมาย่อมไม่ดีแน่” 

 

ภายในเรือน เฉินหมิงนั่งพิงอยู่บนเก้าอี้ตัวยาว เหล่าฟังที่ได้เดินเข้ามาจากด้านนอกหันไปกล่าวต่อเฉินหมิง : “ผู้สืบทอด คุณหนูจ้าวชิงเหยาพึ่งจะออกไป” 

 

เฉินหมิงกล่าว : “อืออือ การเฝ้ายามไม่จำเป็นต้องเข้มงวดถึงเพียงนั้น หละหลวมหน่อยก็ได้ ชิงเหยาจะได้สามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ เจ้าเองก็ทราบ   ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ ย่อมต้องมีความลับเป็นของตนเองอยู่บ้าง จะต้องให้ช่องว่างที่เป็นอิสระแก่พวกเขาบ้าง จงจำไว้ให้เจ้าทำเหมือนกับว่าไม่เคยได้พบเห็นนางยามออกไปมาก่อน เอ่อ แล้วก็ทำให้เหมือนหน่อย” 

 

เหล่าฟังได้แต่คิดในใจว่าผู้สืบทอดระยะนี้ดูจะชอบเรื่องวุ่นวายจริงๆ เลยนะ “บ่าวทราบแล้ว บ่าวผู้ชราเข้าใจแล้ว” 

 

ครึ่งค่อนคืน ทันใดนั้นเฉินหมิงก็ได้ยันกายลุกขึ้นมา พร้อมพูดออกมาด้วยโทสะ : “ที่แท้เป็นเจ้าลูกเต่าตัวใด กลางค่ำกลางคืนไม่หลับไม่นอนมาโค่นต้นไผ่อยู่หลังเขา ไม่ยอมให้ผู้คนได้หลับได้นอนกัน อย่าได้ให้ข้ารู้นะว่าเจ้าเป็นใคร ข้าจะถลกหนังของเจ้าออกมาให้จงได้ ! ” 

.

.

.

.

 

[1]  1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง 

ติดตามเพจได้ที่>>https://bit.ly/2U7XmLR

ติดตามอ่านรายตอนได้ก่อนใคร >> https://novelrealm.com/detail/185

 

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...