ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 2 อาจารย์ข้าเป็นบ้าไปแล้ว

ตอนที่ 1

รับศิษย์

 

“ติ่ง ระบบเซียนหมื่นวิถีอยู่ในระหว่างการดาวน์โหลด…….”

“ระบบเซียนหมื่นวิถีอยู่ในระหว่างแยกข้อมูล 10%……”

“30%……”

“100% ติดตั้งสำเร็จ! ยินดีต้อนรับสู่การใช้ระบบเซียนหมื่นวิถี อย่าลืมช่วยให้ห้าดาวในการประเมินด้วยนะคะ ! ”

 

เฉินหมิงแสดงใบหน้าโง่งมขณะกำลังฟังเสียงอันนุ่มนวลของพี่สาวแสนสวยที่ดังขึ้นในหัว

นี่มันสถานการณ์บ้าอะไรกัน นี่ผมกำลังจะข้ามภพงั้นเหรอ ? 

 

เฉินหมิงฉายสีหน้าจนใจ เมื่อก่อนนี้เขาซึ่งเป็นเด็กกำพร้า หลังจากที่เรียนจบได้เริ่มทำงาน มีชีวิตที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน ชอบอ่านนิยายแนวคลายเครียด เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้เขาได้อ่านนิยายเล่มหนึ่ง ในขณะที่ดื่มน้ำอยู่ด้วยความไม่ระวังจนน้ำติดเข้าที่คอ จากนั้นจึงถูกไฟดูด ต่อมาก็ได้ยินเสียงจากระบบของพี่สาวแสนสวยแล้ว

 

ความทรงจำฉากหนึ่งได้ฉายเข้ามาในหัวราวกับหนังม้วนหนึ่ง เฉินหมิงมี ขอบเขตการฝึกปรืออยู่ในสุดยอดขอบเขตลำดับที่สอง อายุยี่สิบสามปี เป็นหนึ่งในสี่สุดยอดผู้อาวุโสของสำนักหมื่นกระบี่ นอกจากเจ้าสำนักของสำนักหมื่นกระบี่ ก็จะมีพวกเขาทั้งสี่ที่มีตำแหน่งสูงสุด บุพการีล้วนอยู่ดี ท่านปู่เองก็ยังเป็นถึงผู้สำเร็จราชการในยุคสมัยนั้น มีทรัพย์สมบัติใช้ได้ไม่จำกัด อีกทั้งตัวเองยังเป็นที่รักของท่านปู่เป็นอย่างมาก! แม้อายุยังน้อย แต่เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือ เนื่องจากอายุยังไม่ถึงยี่สิบสามปีก็บำเพ็ญตบะจนถึงขอบเขตสู่วิถีขั้นที่สอง จึงได้เป็นหนึ่งในสี่สุดยอดผู้อาวุโสแห่งสำนักหมื่นกระบี่อันสูงศักดิ์ อีกทั้งยังเป็นผู้ถือครองกายากระบี่โบราณ สำเร็จจิตกระบี่วิถีราชันย์ เป็นผู้ใช้เพลงกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ได้อย่างเลิศล้ำสุดหยั่งคาด จนได้รับการยกย่องให้เป็นตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ของแคว้นเหยียน มีพรสวรรค์ลึกล้ำจนไม่อาจประเมินได้ ทั้งยังเป็นที่เลื่อมใสของผู้คน

 

การฝึกปรือจะมีด้วยกันทั้งหมดสี่สุดยอดขอบเขต ขอบเขตกลิ่นอายวิถี ขอบเขตสู่วิถี ขอบเขตบรรลุวิถี และขอบเขตหลุดพ้น

 

แต่ว่าเมื่อผมข้ามภพมาก็เป็นผู้ที่อยู่ในขอบเขตสู่วิถีขั้นที่สองแล้ว นี้มันเรื่องบ้าอะไรกัน? ให้ตายเถอะ แล้วยังจะมาบอกว่าเมื่อข้ามภพมาก็มีดัชนีทองคำ[1] กันแล้ว แล้วยังมีไอ้หน้าโง่ที่รู้อยู่แก่ใจว่าสู้คุณไม่ได้มาบอกว่าจะฆ่าคุณให้ตายงั้นเหรอ? จากนั้นก็กลายเป็นตัวละครเอกที่มีความแค้นและความเกลียดชังอยู่เต็มอกทำการเก็บเกี่ยวสมบัติวัตถุไปตบหน้าจนเลเวลอัพเหรอไง ?  แล้วมันจะไปมีตัวละครเอกที่ไหนที่ข้ามภพมาก็เป็นผู้ที่อยู่ในสุดยอดขอบเขตลำดับที่สองกัน? กระทั่งด่านของขอบเขตลำดับที่หนึ่งก็ยังไม่เคยผ่านเลยด้วยซ้ำ! อีกทั้งไม่ใช่บอกไว้หรือไงว่าตัวละครเอกนั้นจะมีแนวทางการฝึกปรือที่สุดโกงอย่างเคล็ดวิชาประหลาดพิสดารหรอกหรือไง ? แต่ที่ตัวเองฝึกปรือมากลับเป็น สินค้าตามแผ่นดินใหญ่[2]กันนี่สิ ! 

 

อีกทั้งบุพการีของตัวเองก็ยังอยู่ดีมีสุข ! ด้วยชาติกำเนิดแบบนี้ แทบจะไม่มีคำว่าอนาถเลยด้วยซ้ำ มีส่วนไหนกันบ้างที่เหมือนเป็นตัวละครเอกแม้เพียงครึ่งส่วนกัน ! 

นี้แทบจะไม่ใช่แบบฉบับที่ควรจะเป็นเลยด้วยซ้ำ ! 

ขอเพียงแค่คุณปู่ตายไป หรือไม่ตัวเอกก็จะได้เป็นเจ้าสำนักของสำนักหมื่นกระบี่คนต่อไป หรือไม่ก็ไปเป็นนายท่านผู้ปกครองไปทั่วทั้งโลกา ก็ยังไม่แน่ว่าจะสามารถที่เข่นฆ่าองค์จักรพรรดิได้หมดในทันที แล้วตั้งตนขึ้นเป็นจักรพรรดิ ราษฎรขุนนางย่อมไม่พูดอะไรกันสักคำกันอยู่แล้ว ทั้งยังไม่แน่ว่ายังปลาบปลื้มกันจนหลั่งน้ำตากันนองหน้า

 

ถ้าหากตัวเองมีความแข็งแกร่งได้ไม่มากพอ นั่นก็จะกลายเป็นถูกตัวละครเอกยัดเหยียดความแค้นในความถูกต้องจนเกิดเป็นฉากสงครามของการนองเลือดจากการต่อสู้ขึ้น ! แต่ว่าถ้าหากตัวเองมีความแข็งแกร่งที่มากพอ อย่างนั้นความถูกต้องก็จะกลายเป็นว่าแม้กระทั่งในเวลาที่เหยียบกระบี่เหินบินเพียงแค่ถ่มน้ำลายออกไปคำเดียวก็สามารถที่จะถมจนบุพการีตัวละครเอกตายกันได้แล้ว จากนั้นก็จะถูกตัวละครเอกฆ่าตายเป็นฉากๆ กันสินะ ! 

 

แต่ถ้าฉวยโอกาสฆ่าตัวละครเอกตอนที่ยังอ่อนแอเยาว์วัยทิ้ง เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยว คุณกำลังล้อเล่นอะไรกันอยู่ ? คุณก็รู้ว่าอะไรจึงถือเป็นประกายอันเจิดจ้าของตัวละครเอกไม่ใช่หรือ ? ถึงแม้จะบอกว่าตัวเอกนั้นเป็นผู้ที่ถือครองกายากระบี่โบราณ จิตกระบี่วิถีราชันย์ กระบี่ราชันย์พิสุทธิ์อะไรที่ฟังดูแล้วสุดยอดเสียเหลือเกิน แต่ถ้าเกิดไปปะทะกับตัวโกงเข้า ก็ไม่ต่างอะไรไปจากการหาที่ตายหรอกหรือไง ? ด้วยพลังต่อสู้ของตัวละครเอกมีหรือที่จะพูดกับคุณด้วยเหตุผลได้ ? อีกทั้งต่อให้สู้ตัวละครเอกไม่ได้ เช่นนั้นก็ยังหนีได้อยู่ดี แต่ผีสางมันจะไปรู้กันว่าตัวละครเอกนั้นอาจจะมีดวงตาสุนัขที่สามารถมองเห็นเส้นทางการหลบหนีของตัวเองได้ก็เป็นได้ ! 

หากเป็นไปตามประสบการณ์ที่เฉินหมิงเคยได้อ่านนิยายมาโดยตลอดหลายปี ถ้าหากต้องตกอยู่ในห้วงอันตรายแบบนี้ แล้วยังต้องมาพะวงเป็นห่วงว่าจะมีชีวิตรอดอยู่ในโลกใบนี้โดยที่ไม่ถูกตัวละครเอกตีจนตาย ก็คงมีเพียงหนทางเดียวเท่านั้น นั่นก็คือเกาะแข้งเกาะขาของตัวละครเอกเอาไว้ให้แน่นอย่าได้ปล่อย

แต่ว่าการจะให้ตัวละครเอกมาเป็นผู้ติดตาม คงจะน่าอับอายกันอยู่บ้าง อีกทั้งถ้าหากไปตามแบบฉบับที่เคยมีอยู่แล้วละก็ ด้วยความหล่อเหลาของตัวเอง การคอยเอาอกเอาใจตัวละครเอกกลับมิใช่กลายเป็นว่าส่งตัวเองขึ้นเขียงกันหรอกหรือไง ? 

 

“ติ่ง เริ่มต้นระบบ เนื่องด้วยผู้อุปถัมภ์ก่อนหน้านี้ที่สามารถรับศิษย์ได้คนหนึ่ง ประกาศแจ้งภารกิจที่หนึ่ง รับศิษย์มาคนหนึ่ง! รางวัล : คะแนนจริยธรรมสิบแต้ม”

 

เฉินหมิงเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัยในใจ : “คะแนนจริยธรรมนี้มีประโยชน์อะไร ? ”

 

“ติ่ง คะแนนจริยธรรมสามารถที่จะใช้มาเพื่อบรรลุเคล็ดวิชา วิชาเวทมนตร์อภินิหาร เนื่องจากผู้อุปถัมภ์ได้ผูกมัดกับระบบเซียนหมื่นวิถี สถานะของผู้อุปถัมภ์จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอัตโนมัติได้อย่างไร้ขีดจำกัด ทั้งยังสามารถที่จะฝึกปรือเคล็ดวิชาทุกอย่างในโลก เมื่อศิษย์ในความดูแลสามารถทะลวงเข้าสู่หนึ่งในสุดยอดขอบเขตพลังได้หนึ่งระดับ จะได้รับโอกาสในการสุ่มรางวัลหนึ่งครั้ง! ”

 

เฉินหมิงครุ่นคิดขึ้นในใจ เขาเองก็สังเกตเห็นสิ่งที่เรียกกันว่า บรรลุ นี้แล้ว นั่นหมายความว่าขอเพียงเขามีแต้มจริยธรรมที่มากพอ เขาก็จะสามารถบรรลุเคล็ดวิชาหรือว่าจะเป็นวิชาเวทมนตร์อภินิหารสักแขนงได้ในพริบตา ! 

 

อีกทั้ง ยังเป็นที่ชัดเจนเลยว่าผมยังสามารถที่จะรับตัวละครเอกสักหลายคนมาเป็นลูกศิษย์ กระทั่งผมเองก็ยังรู้สึกเลื่อมใสในสติปัญญาอันเฉียบแหลมของตัวเอง ! 

 

ยังมีใครที่สามารถสูงส่งได้ยิ่งกว่าอาจารย์ของตัวละครเอกกันอีก ยังมีใครกันอีก ! 

 

ใจกลางหุบเขาลึก ได้มีหอคอยศิลาขนาดใหญ่โต ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจเมฆหมอกของใจกลางภูผาสูงใหญ่ หอคอยศิลามีความสูงนับพันจั้ง[3] กว้างพันจั้ง มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส

 

ที่ด้านบนหอคอยศิลา ได้มีผู้เยาว์หลายพันคนกำลังเงยหน้าขึ้นจ้องมองไปที่หอคอยสูงแห่งนี้ ที่ด้านบนของหอคอยสูง ยังได้มีเซียนสิบกว่าท่านกำลังนั่งประจำการกันอยู่ เซียนเหล่านี้ก็จะมาเป็นอาจารย์ของผู้ฝึกตนอย่างพวกเขาที่ต้องการจะกราบเป็นศิษย์ เพื่อจะได้ร่ำเรียนวิถีอันยิ่งใหญ่ฝึกปรือสู่การเป็นเซียน

 

ภายในดวงตาของเหล่าผู้เยาว์ก็ได้เผยอารมณ์ของความตื่นเต้นออกมา ถ้าหากถูกบรรดาเซียนอันสูงศักดิ์ต้องตา นับจากนี้ก็จะได้เป็นบุคคลที่เป็นเทพเซียนที่ หลุดพ้นจากปุถุชนสามัญกันแล้ว ! 

 

ที่นี้ก็คือสำนักหมื่นกระบี่ และเฉินหมิงเอง ก็ถือเป็นเซียนที่อยู่บนหอคอยสูง

 

เมื่อได้มีการตัดสินใจ เฉินหมิงก็ได้เริ่มต้นที่จะมองไปยังเหล่าผู้เยาว์ที่ดูน่าสนใจเหล่านี้ หลี่ฉางเกิงที่อยู่ด้านข้างเมื่อเห็นเฉินหมิงที่จู่ๆมีความสนใจต่อผู้เยาว์เหล่านี้ ก็ได้ถามขึ้นด้วยความแปลกใจว่า : “ผู้อาวุโสเฉิน ในครั้งนี้ท่านคิดที่จะรับศิษย์แล้ว ? ”

 

เนื่องด้วยก่อนหน้านี้เฉินหมิงยังไม่เคยได้รับศิษย์มาก่อน ทั้งยังทุ่มเทจิตใจเพื่อการฝึกปรือ การรับศิษย์เอาไว้มีแต่จะเป็นตัวถ่วงในการฝึกปรือของตนเองเท่านั้น      ในครั้งนี้เมื่อได้พบว่าเฉินหมิงได้บังเกิดความสนใจต่อผู้เยาว์เหล่านี้ ก็ไม่อาจที่จะตกใจระคนสงสัย

 

เฉินหมิงเองก็ได้หัวเราะด้วยความเคอะเขินพร้อมตอบว่า  

“ข้าผู้ชราอายุก็ไม่ได้น้อยแล้ว คงจะได้เวลาที่จะรับศิษย์แล้ว มิเช่นนั้นวันข้างหน้าหากข้าผู้ชราตายไป จะไม่มีใครไปส่งดวงวิญญาณสู่ปรภพก็คงจะเป็นที่น่ากระอักกระอ่วนใจ หากได้รับหยกชิ้นงามเปี่ยมพรสวรรค์ มาอยู่ในความดูแล ก็ย่อมสามารถสร้างตำนานอีกบทสืบต่อได้อีก”

 

เส้นผมที่ขาวโพลนของหลี่ฉางเกิงขับให้ใบหน้าดูหล่อเหลา และเปี่ยมไปด้วยปัญญา เขาพินิจผิวพรรณที่ผุดผ่อง ร่างกำยำของเจ้าเฉินหมิง ที่ยังอยู่ในขอบเขตสู่วิถีที่ทำให้มีอายุขัยอยู่ได้ถึงสามร้อยปี เจ้าพึ่งจะอายุแค่ยี่สิบสามปี หากคำนวณในมุมมองของขอบเขตสู่วิถี เจ้าเองก็ยังคงเป็นทารกน้อยอยู่เลยนะ เจ้าเรียกตัวเองว่าข้าผู้ชรา จะให้ตาแก่อย่างข้าที่มีอายุมานานกว่าสองร้อยปีเรียกตัวเองว่ากระไร มิใช่ตาแก่ตายยากแง้มฝาโลงแล้วหรอกหรือ

 

หลี่ฉางเกิงก็ได้หัวเราะด้วยความกระอักกระอ่วน แล้วกล่าว : “ก็ใช่ ผู้อาวุโสเฉินท่านที่เป็นถึงหนึ่งในสี่สุดยอดผู้อาวุโสของสำนักหมื่นกระบี่เรา แต่กลับหาได้มีศิษย์แม้สักคนเดียว จะว่าไปก็ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย ยังไงก็ดูกันเถอะว่าจะมีผู้เยาว์คนใดพอจะมีวาสนาเช่นนั้นกันเล่า”

 

ผู้อาวุโสผู้ซึ่งเป็นผู้ควบคุมที่มองไปยังหอคอยเมื่อได้ยินว่าเฉินหมิงคิดที่จะรับศิษย์ ก็ได้ทอสีหน้าแตกตื่น ถึงกับโคจรวิถีพลังเพื่อเปล่งเสียงตะโกนกล่าวออกมาว่า : “ผู้เยาว์ทั้งหลาย พวกเจ้าในครั้งนี้ช่างโชคดีกันเหลือเกิน สุดยอดผู้อาวุโสที่เยาว์วัยที่สุดของสำนักหมื่นกระบี่เรา ทั้งยังเป็นหลานชายแห่งผู้สำเร็จราชการของแคว้น      เหยียน ผู้อาวุโสเฉินได้มีความคิดที่จะรับศิษย์แล้ว ! ”

 

เมื่อได้ทราบข่าวว่าเฉินหมิงจะรับลูกศิษย์ บนสีหน้าของเหล่าผู้เยาว์เองก็ได้เผยความยินดีกันออกมา พวกเขาล้วนเคยได้ยินตำนานอันยาวไกลของเฉินหมิงกันมาก่อน ถ้าหากสามารถที่จะฝากตัวเป็นศิษย์ในความดูแลของเฉินหมิงได้ เช่นนั้นก็แทบจะไม่ต่างอะไรไปจากได้ติดปีกโบยบิน! 

 

เฉินหมิงก็กำลังมองไปที่ผู้เยาว์ที่อยู่ข้างล่างของหอคอยอย่างลวกๆ ถึงกับผ่านเลยไปถึงหนึ่งวัน เกี่ยวกับพรสวรรค์ความสามารถชาติกำเนิดของเหล่าผู้เยาว์ในที่สุดก็ได้บันทึกสถิติเอาไว้จนเสร็จสิ้น

 

หลี่ฉางเกิงก็ได้ยื่นรายชื่อที่เป็นบันทึกสถิติมาไว้ในมือของเฉินหมิง แล้วกล่าว : “รายชื่อผู้เยาว์ที่มีคุณสมบัติเข้ามาฝึกปรือในสำนักหมื่นกระบี่เราได้ถูกบันทึกเป็นสถิติไว้อยู่ในนี้แล้ว ผู้อาวุโสเฉิน เจ้ายังไม่เคยรับศิษย์มาก่อน ก็ให้เจ้าเลือกก่อนก็แล้วกัน”

 

เฉินหมิงรับรายชื่อสถิติมา สิบอันดับแรกกลับไม่ใช่เป็นพวกที่มีชาติตระกูลอันยอดเยี่ยมอะไร แต่กลับเป็นผู้เยาว์ที่มีพรสวรรค์สุดล้ำ อีกทั้งที่จัดอยู่ในอันดับหนึ่งยังเป็นผู้ที่มีกายากระบี่อาญาสิทธิ์อีกด้วย

 

หลี่ฉางเกิงเดิมยังคิดว่าเฉินหมิงจะเลือกศิษย์ที่อยู่ในรายชื่อสิบอันดับแรก ผู้ใดจะไปทราบว่าเฉินหมิงจะเริ่มไล่รายชื่อจากหน้าสุดท้าย 

 

เพื่อดูศิษย์ที่เหยียบธรณีประตูสู่สำนักว่ามีจำพวกใดกันบ้าง ตามความเข้าใจของเขา ตัวละครเอกมีหรือที่จะไปจัดอยู่อันดับแรกกับเด็กน้อยเหล่านั้นกันได้ อันดับที่หนึ่ง เป็นไปไม่ได้ ถ้าหากอยู่อันดับหนึ่งแล้วละก็ ในเวลาที่ตัวละครเอกอยู่ในสำนักจะไปสู้กับปีศาจเล่า ? ผู้มีกายากระบี่อาญาสิทธิ์คนนี้ไม่ว่าจะดูยังไงก็เหมือนกับเป็นเพียงแค่บอสตัวที่หนึ่งที่รอให้ตัวละครเอกไปตบเท่านั้น ช่างเถอะช่างเถอะ สิบอันดับแรกยังไงก็ขอผ่านก่อน ยังไงก็ดูจากอันดับรั้งท้ายที่มีสถานภาพของการเป็นตัวละครเอกกันก่อนก็แล้วกัน ! 

 

เฉินหมิงก็ได้ทำการพลิกไปดูหน้าสุดท้ายทันที จ้าวชิงเหยา อายุสิบสามปี ขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่หนึ่ง พรสวรรค์สุดย่ำแย่ สถานะทางครอบครัวเองก็ตกต่ำข้นแค้น บุพการีล้มหายตายจาก เดินทางข้ามผ่านขุนเขานับสิบหมื่นมาเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ มีจิตใจที่มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก จนพอที่จะฝืนถูกบันทึกไว้ในรายชื่อได้

 

เฉินหมิงสาดแววตาเป็นประกายขึ้นวูบ เด็กคนนี้ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสัตว์ประหลาดก็ว่าได้ ! 

 

ใจกลางขุนเขานับสิบหมื่นถือเป็นสถานที่ซึ่งมีเผ่าปีศาจอสูรร้ายอยู่นับไม่ถ้วน ทว่าเด็กน้อยคนหนึ่งที่อยู่ในขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่หนึ่ง ถึงกับสามารถที่จะมีชีวิตรอดออกมาได้ แน่นอนว่าต้องมีความสามารถที่สุดโกงอยู่อย่างแน่นอน ! 

 

อะไรนะ คุณจะบอกว่านางก็แค่โชคดีเท่านั้น ความจริงแล้วกลับไม่ได้มีอะไรโกงเลยอย่างงั้นเหรอ ? ถ้าหากนางไม่ได้โกง ขุนเขาใหญ่นับสิบหมื่น ที่มีมารปีศาจอยู่หลายสิบหมื่น กลับยังทำให้นางตายไม่ได้ ด้วยวาสนาที่พลิกฟ้าขนาดนี้ คุณยังจะบอกว่านางไม่ใช่ตัวละครเอกอีก นี้คุณกำลังล้อเล่นอะไรกันอยู่ ! 

 

จ้าวชิงเหยายืนอยู่ที่ด้านหลังศิษย์มากมาย กำลังมองขึ้นมายังทางด้านของเฉินหมิงที่อยู่บนแท่นสูงพลิกดูรายชื่อผู้สมัครอยู่ บรรดาผู้เยาว์ในสิบอันดับแรกถึงกับก้าวไปด้านหน้าอยู่หลายก้าวโดยที่ไม่รู้ตัว เพื่อต้องการที่จะให้เฉินหมิงได้เห็นอย่างชัดเจนยิ่งกว่าเดิม ยิ่งถึงกับมีการกระตุ้นพลังความสามารถของตัวเองออกมา หวังว่าพอที่จะได้รับการเลือกจากเฉินหมิงได้

 

จ้าวชิงเหยายังไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้ถูกรับเลือกมาก่อนไม่ พรสวรรค์ในการบำเพ็ญตบะของตัวเองก็ย่ำแย่จนเกินไปแล้ว ถึงแม้ว่าตัวเองในยามที่ดูดซับปราณเข้าสู่ร่างจะเหนือกว่าคนโดยทั่วไป แต่ว่าตามความเป็นจริงแล้วการกักเก็บไว้อยู่ในเส้นโลหิตภายในร่างกับน้อยเป็นอย่างยิ่ง ตัวเองก็ยังมีน้องชายอยู่อีกคน ที่ถูกเจ้าเมืองจับตัวเพื่อเป็นทาส ตัวเองจึงต้องฝึกปรือเพื่อเป็นเซียนให้จงได้ จากนั้นก็จะกลับไปช่วยน้องชายของตัวเอง

 

นางเองก็รู้ว่าคงจะไม่มีเซียนคนใดมาพึงตาต้องใจตัวเองแน่ แต่ว่าขอเพียงตนเองสามารถฝึกปรือเคล็ดวิชา ก็ยังถือว่ายังมีความหวังอยู่

 

เมื่อมองขึ้นไปยังที่ด้านบนหอคอย เฉินหมิงที่บุคลิกสูงสง่าดั่งเซียนก็ได้หันไปมองบรรดาผู้เยาว์ที่อยู่ด้านล่างของหอคอย กวาดประกายแววตาอันเย็นเยียบไปจนทั่ว แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เฉยชา : “จ้าวชิงเหยาอยู่หรือไม่ ? ”

 

บรรดาผู้เยาว์ล้วนมองไปทุกสารทิศ ไม่ทราบว่าจ้าวชิงเหยาผู้โชคดีนั้นเป็นใคร จ้าวชิงเหยาก็ได้หันไปมองยังเฉินหมิงผู้ซึ่งมีใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่อยู่บนหอคอย ท่านผู้นี้ที่เป็นตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ กำลังเรียกตัวเองอยู่งั้นเหรอ ? 

 

เฉินหมิงหัวเราะขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น มีใบหน้าสุภาพเรียบร้อย พร้อมกับพูดขึ้นอีกครั้ง : “จ้าวชิงเหยาอยู่หรือไม่ ? ”

 

จ้าวชิงเหยาที่กอดความหวังไว้เต็มอกก็ได้ก้าวขึ้นไปด้านหน้าอย่างช้าๆ หันไปยกมือคารวะต่อเฉินหมิงอย่างแช่มช้า แล้วกล่าว : “ผู้น้อยก็คือจ้าวชิงเหยา”

 

เฉินหมิงก้าวลงมาจากหอคอยสูงอย่างช้าๆ จนเดินมาถึงเบื้องหน้าของจ้าวชิงเหยา หันไปยิ้มน้อยๆ ให้กับจ้าวชิงเหยา พร้อมกับพ่นเสียงที่ยากจะเชื่อได้ออกมาว่า : “นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้น เจ้าก็จะเป็นศิษย์คนโตในความดูแลของข้า”

.

.

.

.

 

 

[1] ดัชนีทองคำ อุปมาว่า มีสิ่งของที่สุดโกง ทำได้ทุกอย่าง

[2] สินค้าตามแผ่นดินใหญ่ อุปมาว่า เป็นสิ่งที่มีอยู่กันไปทั่วมากมายในแผ่นดินใหญ่ (จีน)

 

[3]  1 ฉื่อ = 10 นิ้ว (ราวๆ 1 ฟุต) จั้ง 1 จั้ง = 10 ฉื่อ (พันจั้งจะเท่ากับหมื่นฟุต)

 

ติดตามเพจได้ที่>>https://bit.ly/2U7XmLR

ติดตามอ่านรายตอนได้ก่อนใคร >> https://novelrealm.com/detail/185

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...